ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#SKY


SKY รายได้ New High  โตแรง 63% ตุนแบ็กล็อก 23,000 ล้าน

SKY รายได้ New High โตแรง 63% ตุนแบ็กล็อก 23,000 ล้าน

          บมจ. สกาย ไอซีที (SKY) ประกาศผลประกอบการปี 2567 ทำรายได้รวม 6,744 ล้านบาท เติบโต 63% จากปีที่ผ่านมา (2566) และมีกำไรสุทธิ 481 ล้านบาท เดินหน้าสู่การเติบโตระยะยาวด้วยแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้ธุรกิจ Aviation Tech และ Airport Services ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมตุนแบ็กล็อกมูลค่าสูงถึง 23,000 ล้านบาท รองรับการเติบโตในอีก 6-7 ปีข้างหน้า การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวหนุนธุรกิจ Aviation Tech เติบโตเด่น           นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) (SKY) เปิดเผยว่า SKY Group ในไตรมาส 4/67 บริษัทสามารถสร้างรายได้รวม 2,014 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 150 ล้านบาท โดยทั้งปี 2567 มีรายได้รวม 6,744 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) พร้อมทำกำไรสุทธิ 481 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมให้ธุรกิจ Aviation Tech และ Airport Services เติบโตตามไปด้วย           ข้อมูลจาก บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) ระบุว่า ปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกประเทศมากถึง 119 ล้านคน ส่งผลให้การดำเนินงานของ SKY ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน ได้แก่ ระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (CUPPS), ระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) และระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Biometric) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง  โดย​ SKY คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทยจะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10% ในปี 2568 กลยุทธ์กระจายการลงทุน เสริมความแข็งแกร่งระยะยาว           นอกเหนือจากธุรกิจ Aviation Tech ที่ SKY ทำมาอย่างต่อเนื่อง ทาง SKY ยังขยายการลงทุนไปยังกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง และต่อเนื่อง อาทิ ธุรกิจที่นำเทคโนโลยีมาช่วยให้บริการกลุ่มลูกค้าอสังหาริมทรัพย์ ด้วย Smart Facility Management ผ่าน บริษัท เมธเธียร์ จำกัด, ธุรกิจ Call Center ที่นำเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) และ AI เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ผ่านการลงทุนใน บริษัท วันทูวัน โปรเฟสชั่นแนล จำกัด และธุรกิจเทคโนโลยีการจัดการข้อมูลภาครัฐขนาดใหญ่ ผ่านการส่ง บริษัท โปรอินไซต์ จำกัด (มหาชน) (PIS) ซึ่งเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดย SKY วางแผนดำเนินธุรกิจที่มีโครงสร้างรายได้ครอบคลุมทั้งรูปแบบสัมปทาน (Concession), รายได้หมุนเวียน (Recurring Income) และสัญญาระยะยาว (Cash Cow) เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงในอนาคต ตุนแบ็กล็อก 23,000 ล้าน มั่นใจการเติบโตระยะยาว           นายสิทธิเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า ณ สิ้นปี 2567 SKY มีงานในมือ (Backlog) มูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 6-7 ปีข้างหน้า พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจในเครือเพื่อรองรับการเติบโตของแต่ละหน่วยธุรกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพซึ่งสามารถต่อยอดด้วยเทคโนโลยี เพื่อขยายฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนให้แข็งแกร่งขึ้น SKY มั่นใจว่าปี 2568 บริษัทจะยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวเต็มที่และแผนการขยายธุรกิจในอนาคต           สำหรับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำในประเทศไทยที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน การรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยบริษัทมุ่งเดินหน้าให้บริการโซลูชันใหม่ๆ ให้สอดรับกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสารผ่านบริการต่างๆ อาทิ การรวมระบบ แอปพลิเคชัน ระบบรักษาความปลอดภัย และบริการอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน [PR News]

จับตา SKY เซ็นงานใหม่4พันล. หนุนกำไรโตแกร่ง 59%

จับตา SKY เซ็นงานใหม่4พันล. หนุนกำไรโตแกร่ง 59%

          หุ้นวิชั่น - บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง SKY ว่า ผลประกอบการ 4Q67 ไม่โดดเด่น แต่คาดกำไรโตแกร่งใน 2Q68 คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายลดลงเล็กน้อยเหลือ 29.30 บาท ฝ่ายวิเคราะห์คงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ SKY เนื่องจากคาดว่ากำไรหลักในปี 68 จะเติบโตถึง 59%           ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดราคาเป้าหมายตามวิธี SoTP ลงเหลือ 29.30 บาทจาก 30.10 บาท เนื่องจากปรับลดประมาณการกำไรหลักในปี 68 ลง 2% โดย SKY ซื้อขายที่ PEG ratio ที่0.75 เท่า(P/E ปี67 ที่31 เท่าหารด้วยEPS ที่41% CAGR ในปี67-69) แม้กำไรหลัก 4Q67 อาจจะไม่โดดเด่น (ทรงตัวQoQ) แต่คาดว่าใน 2Q68 กำไรหลักจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเนื่องจาก SKY น่าจะเริ่มสร้างโมเมนตัมการเติบโตจากการชนะประมูลโครงการตั้งแต่ 1Q68 เป็นต้นไป           คาดกำไรหลัก 4Q67 ที่ 119 ล้านบาท (ทรงตัวQoQ) คาดกำไรหลัก4Q67 จะอยู่ที่ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 18 ล้านบาทใน 4Q66 และเท่ากับกำไรหลักใน 3Q67 โดย SKY มีแผนจะประกาศงบวันที่ 3 มี.ค. การเพิ่มขึ้นของกำไร YoY น่าจะได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 44% จากปีที่แล้วขณะที่คาดว่ากำไรหลัก 4Q67 จะทรงตัว QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นที่ 32% น่าจะหักล้างกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ (+8% QoQ) และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม(+32% QoQ) โดย SG&A ที่เพิ่มขึ้น QoQ น่าจะเกิดจากการเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายโบนัสปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 67/68 ลง 4%/2%           ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 67 ลง4% หลังจากปรับเพิ่มค่าใช้จ่าย SG&A ขึ้น 4% เพื่อสะท้อนการตั้งสำรองโบนัสที่สูงใน 4Q67 สำหรับปี 68 ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรหลักและรายได้ลง 2% เนื่องจากลดจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศในธุรกิจ APPS (12 บาท/ผู้โดยสาร) สะท้อนความเสี่ยงจากการยกเลิกทริปของนักท่องเที่ยวจีน           ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าในปี 68 จะมีผู้โดยสารระหว่างประเทศ 79 ล้านคน (ขาเข้า 39.5 ล้านคนขาออก 39.5 ล้านคนและผู้โดยสารต่อเครื่อง 264,000 คน) เพิ่มขึ้น3% YoY โดยทุกการลดลงของผู้โดยสาร 1 ล้านคนจะมีดาวน์ไซด์ 1% ต่อกำไรหลักในปี 67 คาดกำไร 2Q68 โตแกร่ง YoY และ QoQ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรหลักใน 2Q68 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการชนะโครงการใน 1Q68 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของการชนะโครงการใน1Q68 และในปี68 คาดว่าจะมาจากความล่าช้าของโครงการรัฐบาลจากปี 67 และการใช้จ่ายด้านIT ที่สูงขึ้น(ดูการคาดการณ์การลงทุนของรัฐบาลในรายงานของเราวันที่ 9 ม.ค.)           ฝ่ายวิเคราะห์ คาดว่า SKY จะลงนามสัญญาโครงการมูลค่า 4 พันล้านบาทใน 1Q68 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ SI ใน 2Q68 เนื่องจากการรับรู้รายได้จะเริ่มต้น 2-3 เดือนหลังจากเซ็นสัญญา ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าในปี 68 จะมีการชนะโครงการมูลค่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีรายได้ SI ในปี 68 สูงถึง 3.6 พันล้านบาท (เมื่อเทียบกับเพียง 1.1 พันล้านบาทในปี 67)

SKY หุ้นเด่นเทคโนโลยี-เป้า 29.4 บาท

SKY หุ้นเด่นเทคโนโลยี-เป้า 29.4 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมราคาเป้าหมายที่ 29.4 บาท SKY เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มบริษัทให้บริการด้านเทคโนโลยี เพราะเห็นว่า SKY จะได้รับประโยชน์จากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในสนามบินของไทยและการลงทุนด้านไอทีของรัฐบาล โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทั้งสองนี้คาดว่าจะนำไปสู่การเติบโตของกำไรหลักที่แข็งแกร่ง 61%/56% ในปีงบ 67/68 ตามลำดับ           ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินราคาเป้าหมายที่ 29.4 บาท โดยใช้วิธีประเมิน SoTP ซึ่งประกอบด้วยมูลค่าหุ้นตามราคาที่เหมาะสมของ 1) บริการที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน (อิงจาก P/E ปี 68 ที่ 32 เท่า) 2) ธุรกิจ SI (อิงจาก P/E ปีงบ 68 ที่ 12 เท่า) ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ความไม่แน่นอนทางการเมือง (ซึ่งอาจนำไปสู่ความล่าช้าในโครงการของรัฐบาล) และจำนวนผู้โดยสารที่น้อยกว่าที่คาดไว้ คาดกำไรปีงบ 67 โตแรง 61% จากธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับสนามบิน           คาดการณ์ว่ากำไรหลักในปีงบ 67 จะเติบโต 61% โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการให้บริการผู้โดยสาร (คิดเป็น 31% ของกำไรสุทธิปีงบ 67) และส่วนแบ่งกำไรจาก AOTGA (คิดเป็น 37% ของกำไรสุทธิปีงบ 67) เราคาดว่ารายได้จากบริการผู้โดยสารจะเติบโต 37% ในปีงบ 67 ซึ่งประกอบด้วยรายได้จาก CUPPS (19 บาท/ผู้โดยสารสำหรับผู้โดยสารขาออกทั้งในประเทศและต่างประเทศ) และ APPS (12 บาท/ผู้โดยสารสำหรับการตรวจสอบประวัติ) โดยรายได้จาก APPS ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ ส่วนรายได้จาก CUPPS มีการันตีขั้นต่ำ           นอกจากนี้เราคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจาก AOTGA จะเพิ่มขึ้น 37% ในปีงบ 67 จากความต้องการบริการภาคพื้นดิน (กระเป๋าสัมภาระและขนส่งสินค้า) ที่เติบโตที่สนามบินภูเก็ตและดอนเมือง คาดเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องในปีงบ 68 จากธุรกิจ SI           คาดว่ากำไรหลักในปีงบ 68 จะเติบโต 56% โดยนอกจากบริการผู้โดยสารและ AOTGA แล้วยังมีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ในปี 68 ได้แก่ 1) รายได้จากโครงการประเภท system integration เพิ่มขึ้น 213% 2) บริการสแกนไบโอเมตริกซ์ที่สนามบินของ AOT (2 บาท/ผู้โดยสารขาออก) และ 3) รายได้จาก CUPPS ที่ 7 สนามบินของกรมท่าอากาศยาน โดยการเติบโตของรายได้จาก SI ในปี 68 ส่วนใหญ่มาจากโครงการของรัฐบาลที่ล่าช้าในปีงบ 67 (จากการอนุมัติงบประมาณล่าช้าในปีงบประมาณ 67) อัพไซด์จากสนามบินสุวรรณภูมิและบริการคลาวด์           คาดการณ์ส่วนแบ่งกำไรจาก AOTGA ในปีงบ 68 ที่ 236 ล้านบาท (+17% YoY) โดยมีโอกาสได้รับอัพไซด์จากโครงการให้บริการภาคพื้นดินที่อาคาร SAT-1 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีกำหนดประมูลในเดือนมีนาคม 2568 อีกหนึ่งอัพไซด์สำหรับปี 68-69 คือการเพิ่มการใช้งานคลาวด์ของรัฐบาล (เช่น ระบบ ERP และ Data Gateway)

SKY ผลงาน 9 เดือนนิวไฮรายได้ทะลุ 4,730 ลบ.

SKY ผลงาน 9 เดือนนิวไฮรายได้ทะลุ 4,730 ลบ.

          หุ้นวิชั่น - “สกาย กรุ๊ป” โชว์ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2567 กวาดรายได้ 4,730 ล้านบาท โต 66% กวาดกำไรสุทธิ 331 ล้านบาท ปัจจัยหนุนการเติบโตหลังตลาดนักท่องเที่ยวฟื้นตัวเต็มที่ผู้โดยสารเดินทางในสนามบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเดินหน้าเปิดให้บริการระบบ Biometric ที่สนามบินเต็มรูปแบบ หลังได้รับการตอบรับดีเยี่ยม โชว์แบ็คล็อกแกร่ง 23,000 ล้านบาท เสริมการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว             นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ สกาย กรุ๊ป (SKY Group) เปิดเผยว่า ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2567 (ม.ค.-ก.ย. 67) บริษัทสามารถทำรายได้รวมทั้งสิ้น 4,730 ล้านบาท เติบโตขึ้น 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) และทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 331 ล้านบาท โดยผลประกอบการในไตรมาส 3/67 (ก.ค.-ก.ย. 67) บริษัทสามารถทำรายได้รวม 1,715 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 111 ล้านบาท โดยมีรายได้เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 58% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YOY)           สกาย กรุ๊ป สามารถขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง 9 เดือนแรกให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหนุนหลักๆ มาจากตลาดนักท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างเต็มที่ โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกประเทศไทยถึง 100 ล้านคน และคาดว่าในปีนี้จะมีนักเดินทางเข้าออกประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ทำให้รายได้จากโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัทมีการรับรู้รายได้จากบริษัทในเครืออย่าง บริษัท เมทเธียร์ จำกัด และบริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทอื่นที่มีศักยภาพ อาทิ บริษัท วันทูวัน โปรเฟสชั่นแนล จำกัด (OTP) ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ           นายสิทธิเดช กล่าวอีกว่า ณ สิ้นไตรมาส 3/67 บริษัทได้เข้าทำสัญญาใหม่และมีงานที่อยู่ระหว่างรอส่งมอบตามสัญญาในอนาคต (Backlog) อยู่ทั้งสิ้นประมาณ 23,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ให้กับสกาย กรุ๊ปในอีกอย่างน้อย 6-7 ปี เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตระยะยาวในอนาคต นอกจานี้ สกาย กรุ๊ป ยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ สามารถต่อยอดได้ด้วยเทคโนโลยี เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้ภาพรวมบริษัทจะยังคงเติบโตได้อย่างมั่นคง             สำหรับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำในประเทศไทยที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน การรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยบริษัทมุ่งเดินหน้าให้บริการโซลูชันใหม่ๆ ให้สอดรับกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสารผ่านบริการต่างๆ อาทิ การรวมระบบ แอปพลิเคชัน ระบบรักษาความปลอดภัย และบริการอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

SKY ชูระบบ Biometric อำนวยความสะดวก นทท. ในสนามบิน

SKY ชูระบบ Biometric อำนวยความสะดวก นทท. ในสนามบิน

          “SKY” เป็นผู้ให้บริการระบบ Biometric ภายในสนามบิน ด้วย One-ID เพียงใช้ใบหน้าของนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางผ่านทุกจุดเช็คอินได้อย่างสะดวกสบาย ที่ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของท่าอากาศยานไทย (AOT) โดยเริ่มให้บริการกับผู้โดยสารภายในประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ และจะพร้อมใช้งานสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศตั้งแต่ 1 ธ.ค. เป็นต้นไป นับเป็นอีกพันธกิจที่ช่วยผลักดันสนามบินไทยสู่สนามบินชั้นนำระดับ World Class และตอบโจทย์การเข้าสู่ Touchless Society           นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ สกาย กรุ๊ป (SKY Group) กล่าวว่า บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมการบินชั้นนำของประเทศไทย ล่าสุดนำระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Automated Biometric Identification System: Biometric) หรือ ระบบข้อมูลชีวมาตร คือ การพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลโดยใช้การสแกนใบหน้าเพื่อเข้าสู่ระบบสนามบิน ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถนำมาใช้ในการยืนยันตัวตนของผู้โดยสารในสนามบินได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เทคโนโลยี Biometrics นี้จะเริ่มให้บริการกับผู้โดยสารภายในประเทศก่อนในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 และพร้อมใช้งานสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 ภายในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่  นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันสนามบินชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลกได้เริ่มนำเอาระบบ Biometric นี้ มาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร เช่น สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ สนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สนามบินฮาร์ทสฟิลด์-แจ็คสัน เมืองแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา สนามบินซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และสนามบินฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประเทศไทยนับว่าอยู่ในกลุ่มประเทศแรกๆ ของโลกที่นำระบบนี้มาใช้ภายในสนามบินเช่นกัน นายสิทธิเดช กล่าวต่อว่า การนำ Biometric มาใช้ในสนามบินสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในสนามบิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดขั้นตอนต่าง ๆ เพิ่มความรวดเร็ว เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องถือพาสปอร์ตและ Boarding Pass เพื่อยืนยันตัวตนแก่เจ้าหน้าที่อีกต่อไป แต่ด้วยระบบ Biometric ที่พัฒนาขึ้นมานี้ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ใบหน้าของตัวเองเป็นทางผ่านได้เลย ซึ่งนอกจากความรวดเร็วแล้วยังส่งผลโดยตรงมาในส่วนความสะอาด (Hygienic) เพราะจะช่วยลดการสัมผัสภายในสนามบิน เนื่องจากอย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่าสนามบินเป็นแหล่งรวมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเป้าหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกประเทศไทยถึง 100 ล้านคน และคาดว่าในปีนี้จะมีนักเดินทางเข้าออกประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการมีระบบนี้เข้ามา มั่นใจว่าจะช่วยเจ้าหน้าที่ให้บริการได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาให้แก่นักท่องเที่ยวได้มากขึ้นด้วย ขั้นตอนการทำงานของ ระบบ Biometric เพื่อใช้ใบหน้าเป็น One-ID เริ่มจากผู้โดยสารแสดงบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต พร้อมกับสแกนหน้าเพื่อยืนยันตัวตนที่ระบบออกตั๋วโดยสารที่เคาน์เตอร์ (CUTE: Common Use Terminal Equipment) หรือระบบออกตั๋วโดยสารด้วยตัวเอง (CUSS: Common Use Self-check in System) หลังจากยืนยันตัวตนเสร็จแล้ว ระบบจะสร้าง Travel Token ของผู้โดยสารแต่ละคนขึ้นมา ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถสแกนใบหน้าผ่านเข้าไปยังพื้นที่ภายในสนามบินจนกระทั่งผ่าน Boarding Gate ได้อย่างสะดวก ไม่ต้องแสดงเอกสารต่างๆ อีก รูป 1. Biometric Flow   รูป 2. Passenger Journey การให้บริการภายในสนามบินด้วยเทคโนโลยีทั้ง 6 เทคโนโลยีจาก SKY           ที่ผ่านมาสกายฯ ในฐานะผู้พัฒนาระบบด้านเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักเดินทางภาคพื้นดิน ได้พัฒนาระบบบริการผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องหรือ CUPPS (Common Use Passenger Processing System) มาใช้ใน สนามบินภายในประเทศไทย โดยระบบ CUPPS ที่ปัจจุบันดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยประกอบไปด้วย CUTE (Common Use Terminal Equipment) ระบบออกตั๋วโดยสารที่เคาน์เตอร์, CUSS (Common Use Self-check in System) ระบบออกตั๋วโดยสารด้วยตัวเอง, CUBD (Common Use Bag Drop) ระบบโหลดกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติด้วยตัวเอง, PVS (Passenger Validation System) ระบบการคัดกรองผู้โดยสาร, SBG (Self-Boarding Gate) ระบบประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติ และล่าสุด คือ ระบบ Biometric หรือ One-ID ซึ่งทั้ง 6 ระบบ ที่ถูกพัฒนาขึ้น เรามั่นใจว่าจะสามารถทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ Touchless Society ตั้งแต่ก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประเทศไทย ซึ่งเป็นประตูด่านหน้าก่อนเดินทางเข้าประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้รู้สึกถึงความสะดวกสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ตรงเป้าหมายที่สกายช่วยในการพัฒนาประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก New Normal สู่ Now Normal เพื่อให้ผู้เดินทางได้เดินทางอย่างปลอดภัย และสะดวกสบาย (Save, Secure and Convenience)   รูป 3. เทคโนโลยีทั้ง 6 เทคโนโลยีที่สกายพัฒนาเพื่อให้บริการภายในสนามบิน สำหรับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำในประเทศไทยที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน การรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยบริษัทมุ่งเดินหน้าให้บริการโซลูชันใหม่ๆ ให้สอดรับกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสารผ่านบริการต่างๆ อาทิ การรวมระบบ แอปพลิเคชัน ระบบรักษาความปลอดภัย และบริการอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน [PR News]

SKY ยักษ์ใหญ่ IT สนามบิน

SKY ยักษ์ใหญ่ IT สนามบิน

https://youtu.be/hvm-OMfO7MY?si=hLq00ZL1jQhFZHm9

[Vision Exclusive] SKY เด้งรับ “Golden Week” จีนทะลักสนามบินไทย!

[Vision Exclusive] SKY เด้งรับ “Golden Week” จีนทะลักสนามบินไทย!

หุ้นวิชั่น -  รู้หรือไม่! วันที่ 1-7 ตุลาคม 67 เป็นช่วงวันหยุดยาวของประเทศจีนที่รู้จักกันในชื่อ “Golden Week” ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  คาดการณ์จะทำให้ปริมาณผู้โดยสารในสนามบินเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และสนามบินท่องเที่ยวหลักอื่น ๆ ทั่วประเทศ สำหรับบริการภายในสนามบินนั้น บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสนามบิน ก็เตรียมพร้อมรับมือด้วยการยกระดับระบบความปลอดภัยและบริการอัจฉริยะภายในสนามบิน เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจสอบผู้โดยสาร ระบบจัดการคิวการเข้าออก และการตรวจเช็กสัมภาระด้วยเทคโนโลยี AI ที่ทันสมัย            SKY ได้ร่วมมือกับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีเพื่อลดความแออัดและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น เช่น การใช้ระบบตรวจสอบข้อมูลการเดินทางผ่านการสแกนบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตแบบอัตโนมัติ การติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉริยะเพื่อตรวจจับพฤติกรรมผู้โดยสาร และการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันของสนามบิน การเตรียมพร้อมรับมือ ของ SKY นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของสนามบินเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในช่วง Golden Week นี้อีกด้วย โดยการพัฒนาระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะภายในสนามบินจะช่วยลดเวลาในการตรวจสอบผู้โดยสาร และเพิ่มความปลอดภัยในระดับสูงสุด ซึ่งเป็นการสร้างความประทับใจแรกเมื่อเดินทางเข้าประเทศไทย            ทีมข่าวหุ้นวิชั่นได้สัมภาษณ์ คุณสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วง Golden Week ซึ่งตรงกับวันที่ 1-7 ตุลาคม คาดจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวของจีน รวมถึงการเดินทางออกต่างจังหวัดมีความคึกคักเป็นพิเศษ นอกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนแล้ว การประกาศมาตรการฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปจีนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้มีการเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยมองว่าการท่องเที่ยวในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ (Q4/67) จะมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นเมื่อเทียบกับ Q3/67 และในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา (Q4/66) การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวนี้ยังจะส่งผลดีต่อภาคการบริการภายในสนามบินและการจัดการผู้โดยสาร โดย SKY ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการด้านโซลูชันเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบการตรวจสอบและจัดการผู้โดยสารแบบอัจฉริยะ รวมถึงการดูแลความปลอดภัยในสนามบินที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งขาเข้าและขาออก ทั้งนี้ ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในประเทศไทยไม่เพียงแต่มาจากนักท่องเที่ยวจีน แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวจากชาติอื่น ๆ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และยุโรป ที่คาดว่าจะเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2567  คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจะพุ่งแตะ 2 แสนคน เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับ Q3/67 ที่มีจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศประมาณ 1.9 แสนคน โดย SKY พร้อมให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีภายในสนามบินเพื่อรองรับการเติบโตนี้ สำหรับมูลค่างานในมือ (Backlog) ของ SKY ในปัจจุบันสูงกว่า 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น โครงการหลัก ได้แก่ ระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (Common Use Passenger Processing System: CUPPS) และโครงการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (Advance Passenger Processing System: APPS) ที่มีมูลค่ารวมกันกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ส่วนที่เหลือเป็นงานบริการอื่น ๆ โซลูชันที่ SKY ให้บริการในสนามบิน ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก ด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบจัดการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (CUPPS) ที่ช่วยลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วในการเช็กอินและตรวจสอบผู้โดยสาร ตลอดจนโครงการ APPS ที่ช่วยตรวจสอบข้อมูลการเดินทางล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยสูงสุด การเตรียมพร้อมในครั้งนี้ของ SKY เป็นการสนับสนุนให้การท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นของประเทศไทยมีความราบรื่นและสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสาร อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการบริการสนามบินของไทยในระดับสากล โดยปัจจุบัน SKY ให้บริการครอบคลุม สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ สนามบินเชียงราย สนามบินภูเก็ต สนามบินหาดใหญ่ รายงานโดย : มินตรา แก้วภูบาล บรรณาธิการข่าว mai สำหนักข่าว Hoonsivion

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011