ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#SIRI


SIRI คอนโดใหม่ sold out เป้า 2.34 บาท - แนะ

SIRI คอนโดใหม่ sold out เป้า 2.34 บาท - แนะ "ซื้อ"

             หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ระบุว่า Siri ยอดขาย condo ใหม่ 100% sold out โครงการ PTY Residence Sai 1 มูลค่า 3.6 พันลบ. มุมมอง slightly positive ต่อยอดขาย 100% sold out ของ condo เปิดใหม่; PTY Residence Sai 1 มูลค่า 3.6 พันล้านบาท ซึ่งดีกว่าเป้าที่ SIRI ตั้งไว้ ขณะที่ feedback การขาย condo ใหม่โครงการอื่นทำได้ค่อนข้างดีเช่นกัน โดยคาด average take-up rate สูง 52% ของ 8 โครงการ condo ใหม่ มูลค่ารวม 11.4 พันล้านบาท ที่เปิดใน 1Q25 ทั้งนี้ condo presale สูงเป็นส่วนสนับสนุน 1Q25F presale คาดสูง 13.0 พันล้านบาท เติบโต y-y, q-q สวนทางกลุ่มฯ              สำหรับ 1Q25F transfer คาดที่ 7.0 พันล้านบาท อาจยังไม่ดีนัก เพราะ backlog รอโอนไม่มาก และการระบาย stock ค่อนข้างช้าใน 1Q25F แต่คาดทยอยดีขึ้นใน 2Q25F เราคง Norm. profit 2025F ที่ 5.25 พันล้านบาท (+6% y-y) ซึ่งมีโอกาสทำ record high คง TP25F ที่ 2.34 บาท คงคำแนะนำ "BUY" และเป็น top pick จากจุดเด่นเรื่องการเป็น first mover ด้าน product design, จับ trend ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไวได้ดี และกลยุทธ์สร้าง value-added ในทำเลที่มีการเติบโตสูง ซึ่งเป็นส่วนผลักดันให้ 2025F Norm. profit มีโอกาสทำ record high ได้ Slightly Positive view จาก condo ใหม่ที่สามารถทำ 100% sold out ได้ SIRI เปิด condo ใหม่เมื่อ 29-30 มี.ค. ที่ผ่านมา; PTY Residence Sai 1 มูลค่า 3.6 พันล้านบาท โดยสามารถปิดการขาย 100% ได้ ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ SIRI ตั้งไว้ โครงการ PTY Residence Sai 1 มูลค่าโครงการ 3.6 พันล้านบาท จำนวน 327 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 11.0 ล้านบาท/ยูนิต หรือราคาต่อตารางเมตรราว 220,000 บาท โดยเป็น condo ตึกสูงบนทำเลพัทยา สาย 1 ซึ่งน่าจะเป็นที่ดิน freehold แปลงท้ายๆ ที่สามารถขึ้น condo ได้ โดยมีแผนโอนใน 2Q27F ส่วนหนึ่งที่ทำให้โครงการขายดีเพราะ demand ของต่างชาติที่สูง และเป็นทำเล tourist destination ที่ต่างชาติสนใจซื้อ ซึ่งโครงการนี้ขายได้เต็ม quota ที่ SIRI ตั้งไว้ที่สัดส่วนราว 45% ในขณะที่ส่วนที่เหลือ 55% เป็นของคนไทย ทั้งนี้ down payment โครงการนี้ 15% ของมูลค่าห้องสำหรับคนไทย และ 30% ของมูลค่าห้องสำหรับต่างชาติ โอกาสที่ลูกค้าต่างชาติจะ cancel ตอนใกล้โอนน่าจะน้อย โครงการ condo อื่นที่เปิดขายใน 1Q25F ทำยอดขายค่อนข้างดี ทำให้ average take-up rate สูง 52% สำหรับ 8 condo เปิดใหม่ มูลค่ารวม 11.4 พันล้านบาท คาด 1Q25F presale ราว 13.0 พันลบ. สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ คาดว่า 1Q25F presale จะอยู่ที่ประมาณ 13.0 พันล้านบาท (28% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 46.0 พันล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ราว 10.0 พันล้านบาท โดยส่วนสำคัญของ presale มาจาก feedback ที่ดีของ condo ใหม่ที่ทำยอดขายได้ดี โดยคาดว่าสัดส่วนระหว่าง low-rise และ condo presale ใน 1Q25F จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน คาด 1Q25F transfer ประมาณ 7.0 พันลบ. ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ คาดว่า 1Q25F transfer จะอยู่ที่ประมาณ 7.0 พันล้านบาท (15% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 46.0 พันล้านบาท) ซึ่งอาจต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ราว 7.5 พันล้านบาท โดย transfer ใน 1Q25F ยังค่อนข้างช้า ส่วนหนึ่งเนื่องจาก backlog รอโอนไม่มากและ speed การขายในกลุ่ม low-rise ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจาก 4Q24 แนวโน้มกำไรสุทธิใน 1Q25F คาดลดลง y-y, q-q แต่มี extra gain จากการขายที่ดิน สำหรับกำไรสุทธิใน 1Q25F คาดว่าจะลดลง y-y, q-q แต่มี extra gain ที่อาจเกิดขึ้นจากการขายที่ดินเข้าโครงการ JV ซึ่งน่าจะช่วยสนับสนุนให้กำไรสุทธิใน 1Q25F ยังคงอยู่ที่ประมาณ 800-900 ล้านบาท แผนเปิดโครงการใหม่ใน 2Q25F มูลค่ากว่า 16.0 พันลบ. SIRI มีแผนเปิดโครงการใหม่ใน 2Q25F มูลค่ากว่า 16.0 พันล้านบาท โดยมีโครงการ low-rise กลุ่ม luxury หลายโครงการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้ 2Q25F presale, transfer รวมถึงกำไรสุทธิ (Norm. profit) เพิ่มขึ้น q-q ได้ Backlog ณ ก.พ. 25 อยู่ที่ 18.1 พันลบ. Backlog ณ ก.พ. 25 อยู่ที่ 18.1 พันล้านบาท (รวม JV) โดยประมาณ 10.2 พันล้านบาทมีแผนโอนในปี 2025F ทำให้สามารถ secured เป้าโอนปี 2025F ได้ถึง 24% สถานะ finished stock และการบริหารหนี้สิน ปัจจุบัน SIRI มี finished stock ประมาณ 14.7 พันล้านบาท ซึ่งเทียบกับยอดขาย/ยอดโอนที่เฉลี่ยเดือนละ 3.4 พันล้านบาท โดยสามารถระบาย stock ได้ในระยะเวลา 4-5 เดือน ซึ่งเป็นระดับที่ไม่น่ากังวล สำหรับการบริหารหนี้สิน คาดว่า SIRI สามารถจัดการได้ดีแม้จะเปิดโครงการใหม่มาก โดย IBD/E ณ สิ้นปี 2024 อยู่ที่ 1.5x (ลดลงจาก 1.7x ในสิ้นปี 2023) และคาดว่า IBD/E ในปี 2025F จะลงมาอยู่ที่ 1.4x ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการขาย The Standard Hotel ที่ได้เงินสดกลับมาชำระหนี้ ความเห็นและคำแนะนำ Take-up rate ของ condo เปิดใหม่ที่ดีสนับสนุนให้ 1Q25F presale เด่น ในขณะที่ด้านกำไรสุทธิคาดว่าจะเด่นใน 2Q25F เป็นต้นไป คาดว่ากำไรสุทธิใน 1Q25F จะเป็นไตรมาสที่มีกำไรต่ำสุดในปีนี้ แต่จะทยอยดีขึ้นใน 2Q25F เป็นต้นไป คงประมาณการ Norm. profit 2025F ที่ 5.25 พันล้านบาท (+6% y-y) ซึ่งมีโอกาสทำ record high คงราคาเป้าหมาย (TP) ปี 2025F ที่ 2.34 บาท/หุ้น และคงคำแนะนำ "BUY" เป็น top pick เนื่องจาก presale และ transfer ใน 1H25F ยังเด่นกว่าบริษัทอื่นๆ และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายผ่อนคลาย LTV

SIRI ลุ้น Q1/68 ยอดพรีเซลล์แตะ 1 หมื่นล. โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 2.34 บาท

SIRI ลุ้น Q1/68 ยอดพรีเซลล์แตะ 1 หมื่นล. โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 2.34 บาท

              หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กสิกรไทย มีมุมมอง SIRI slightly positive ต่อ average take-up rate โครงการ condo เปิดใหม่ 8 โครงการ มูลค่ารวม 10.7 พันลบ. ที่ทำไป 38% ซึ่งถือว่าค่อนข้างดี โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า โครงการที่มี demand ต่างชาติ เช่น ภูเก็ต, พัทยา และโครงการกลุ่ม ready to move ยังมี take-up rate ที่สูงกว่าโครงการอื่น สำหรับเป้า 1Q25F presale ที่ 10.0 พันลบ. คาดทำได้ตามเป้า / มากกว่าเป้า ในขณะที่เป้า 1Q25F transfer ที่ 7.5 พันลบ. น่าจะทำได้เช่นกัน เรามอง 1Q25F เด่นที่ presale               ในขณะที่กำไรสุทธิคาดเด่นใน 2Q25F เป็นต้นไป โดยคง Norm. profit 2025F ที่ 5.25 พันลบ. (+6% y-y) ซึ่งมีโอกาสทำ record high เราคง TP25F ที่ 2.34 บาท คง BUY และเป็น top pick จากจุดเด่นเรื่องการเป็น first mover ทั้งด้าน product design, จับ trend ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไวได้ดี และกลยุทธ์สร้าง value-added ในทำเลที่มีการโตสูง ซึ่งเป็นส่วนผลักดันให้ 2025F Norm. profit มีโอกาสทำ record high ได้ Slightly Positive view จาก average take-up rate condo ใหม่ ที่ค่อนข้างดี • Average take-up rate ของ 8 condo ใหม่ เท่ากับ 38% • 1Q25 มีแผนเปิด 8 โครงการ condo ใหม่ มูลค่ารวม 10.7 พันลบ. โดยเปิดครบแล้ว และมี average take-up rate ที่ 38% ถือว่าค่อนข้างดี ทั้งนี้บางโครงการยังเป็น เพียงเปิดแบบ soft launch ซึ่งภายหลัง official launch คาด take-up rate เพิ่มขึ้น • โครงการ condo ที่เป็น highlight ใน 1Q25 คือ The Base Chaengtalay (1.4 พัน ลบ.) และ PTY Residence Sai 1 (2.9 พันลบ.) ทำยอดขายไปที่ 71% และ 60% ตามลำดับ ซึ่งดีกว่าเป้า ทั้งนี้ PTY Residence Sai 1 ซึ่งจะมี official launch ในวันที่ 29-30 มี.ค. นี้ น่าจะมีโอกาสที่ take-up rate จะทำได้ระดับ > 80% • เป็นที่น่าสังเกตว่าโครงการที่มี take-up rate สูง จะเป็นโครงการที่มี demand ของต่างชาติ โดย The Base Chaengtalay อยู่ในภูเก็ต และ PTY Residence Sai 1 อยู่ในพัทยา ซึ่งเป็น tourist destination ที่ต่างชาติสนใจซื้อ สำหรับ down payment ของต่างชาติจะอยู่ที่ 20-30% ของมูลค่าห้อง ทำให้โอกาสทิ้ง down ค่อนข้างน้อย • ในขณะที่ 2 ใน 8 โครงการที่เปิดขายเป็นกลุ่ม ready to move คือ Vay Pothisan 2(0.4 พันลบ.) และ The Muve Pradipat (0.6 พันลบ.) โดยมี take-up rate ที่ 77% และ 46% สะท้อนว่าสินค้าแบบพร้อมอยู่ในตลาดล่าง ยังเป็นที่ต้องการของตลาด • YTD presale (as of 2 March) = 6.7 พันลบ. (15% of full-year target), YTD transfer = 3.3 พันลบ. (8% of full-year target) โดย presale ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาทำได้ดีเพราะ feedback เปิดโครงการใหม่กลุ่ม condo ทำได้ดี ในขณะที่ transfer ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมายังทำได้ค่อนข้างช้า ส่วนหนึ่งเพราะ backlog รอโอนไม่มาก และ speed การขายกลุ่ม low-rise ยังชะลอตัวต่อเนื่องมาจาก 4Q24 • เป้า 1Q25F presale ที่ 10.0 พันลบ. และเป้า 1Q25F transfer ที่ 7.5 พันลบ. โดยมีโอกาสที่ 1Q25F presale ทำได้ตามเป้า / มากกว่าเป้า ในขณะที่ 1Q25F transfer target ต่ำกว่าปกติ เพราะโอนไปมากใน 4Q24 ทั้งนี้แนวโน้ม Norm. profit 1Q25F คาดลดลง y-y, q-q แต่ extra gain ที่อาจเกิดขึ้นจากการขายที่ดินเข้าโครงการ JV น่าจะสนับสนุนให้ 1Q25F กำไรสุทธิยังอยู่ที่ราว 800-900 ลบ. ได้ • ตั้งเป้า presale ที่ 46.0 พันลบ. (+13% y-y) สัดส่วน low-rise : condo ที่ 63% : 37% ซึ่งโตทั้ง low-rise และ condo ระดับใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ในเป้า condo presale ที่ราว 17.0 พันลบ. คาดหวัง presale จากต่างชาติสูง 7.0 พันลบ. หรือราว 40% ของ condo presale target • ตั้งเป้า transfer ที่ 46.0 พันลบ. (+5% y-y) ถึงแม้ growth ต่ำเพราะฐานสูงแต่เป็นตัวเลขที่น่าจะเป็นไปได้โดยน้ำหนักการโอนคาด 1H : 2H ที่ 40% : 60% • แผนเปิดโครงการใหม่ 52.0 พันลบ. (+12% y-y) จำนวน 29 โครงการ เป็นสัดส่วน low-rise : condo ที่ 60% : 40% และเป็นกลุ่ม luxury สูงถึง 56% ทั้งนี้แผนเปิดโครงการใหม่กระจายตัว 1Q : 2Q : 3Q : 4Q ที่ 26% : 31% : 25% : 18% • เป้า % residential GPM ที่ 31.0-32.0% (Vs. KSS estimate ที่ 31.3%, Vs. 2024 % GPM ที่ 31.6%) โดย SIRI คาดว่ายังใช้ price promotion ที่มาก ตามการแข่งขันที่ยังสูง อย่างไรก็ตาม sensitivity หาก % GPM ต่ำกว่าคาดทุก 50 bps กระทบกำไรปกติลดลง 3% • Backlog ณ Feb 25 อยู่ที่ 18.1 พันลบ. (Incl. JV) โดยราว 10.2 พันลบ. มีแผนโอนใน 2025F ทำให้ secured เป้าโอนปี 2025F ที่ 24% • ปัจจุบัน SIRI มี finished stock ราว 14.7 พันลบ. ซึ่งเทียบยอดขาย / ยอดโอน ที่เฉลี่ยเดือนละ 3.4 พันลบ.+- เทียบเท่าการใช้เวลาระบาย stock 4-5 เดือน ซึ่งเป็นระดับที่ไม่น่ากังวล • Debt Capacity คาดยังบริหารจัดการได้ถึงแม้เปิดโครงการมาก โดย IBD/E ณ Dec-24 อยู่ที่ 1.5x (ลดลงจาก Dec-23 ที่ 1.7x) ในขณะที่ IBD/E ใน 2025F คาดลงมาที่ 1.4x ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการ The Standard Hotel ออกไป ซึ่งได้เงินสดกลับมาชำระคืนหนี้ ทั้งนี้ internal control ของ IBD/E อยู่ที่ 2.0x และ bank control ที่ 2.5x สำหรับ cost of debt คาดทรงตัวจากปี 2024 ที่ 4.15%-4.20% ในปี 2025F ความเห็นและคำแนะนำ • แนวโน้ม average take-up rate condo เปิดใหม่ที่ค่อนข้างดีน่าจะสนับสนุนให้ 1Q25F presale เด่น ในขณะที่ด้านกำไรสุทธิคาดเด่นใน 2Q25F เป็นต้นไป โดย i) แผนเปิดโครงการใหม่ 1Q25F มากในกลุ่ม condo ทำให้แนวโน้ม presale ดี ในขณะที่ด้านกำไรสุทธิคาด 1Q25F น่าจะเป็นไตรมาสที่กำไรสุทธิต่ำสุดรายไตรมาสของปีนี้ แต่จะทยอยดีขึ้นใน 2Q25F เป็นต้นไป ภายหลังโครงการ highlight กลุ่ม low-rise (ทำเลบางนา, กรุงเทพกรีฑา) ทยอยเปิดพร้อมโอนมากขึ้นใน 2Q25F • คงประมาณการ Norm. profit 2025F ที่ 5.25 พันลบ. (+6% y-y) ซึ่งมีโอกาสทำ record high โดยคาดตัวสนับสนุนการโตหลักมาจากแนวโน้มการโอนที่คาดโตได้ y-y • คง TP25F ที่ 2.34 บาท/หุ้น คงคำแนะนำ BUY และเป็น top pick โดยให้น้ำหนัก 1H25F ยังเด่นกว่าบริษัทอื่น ทั้งด้าน presale, transfer ในขณะที่ business direction ยัง aggressive เป็นโอกาสของเพิ่ม market share ซึ่งเป็นผลดีในระยะยาว ราคาปัจจุบัน trade ที่ PER เพียง 5.5x และมี dividend yield สูง 9.9% มองผลตอบแทนน่าสนใจ

หยวนต้า ส่องอสังหาฯ

หยวนต้า ส่องอสังหาฯ "SIRI" Presales Q1 สดใส - เช็กเป้าด่วน!

          หุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้า ประเมินหุ้น SIRI แนวโน้ม Presales 1Q25 สดใส สรุปสาระสำคัญจากงานประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 10 มี.ค. 2025 ► แผนเปิดโครงการใหม่ปี 2025 จำนวน 29 แห่ง มูลค่า 5.2 หมื่นล้านบาท (+12% YoY) - แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 14 แห่ง มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท (60% ของทั้งหมด) - โครงการแนวสูง 15 แห่ง มูลค่า 2.1 หมื่นล้านบาท (40% ของทั้งหมด) ► ใน 1Q25 บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการ 11 แห่ง มูลค่า 1.33 หมื่นล้านบาท (26% ของทั้งปี) - เป็นโครงการแนวสูง 8 แห่ง มูลค่ากว่า 1.16 หมื่นล้านบาท - ไฮไลท์ของโครงการแนวสูง ได้แก่ - The Base เชิงทะเล จ.ภูเก็ต (มูลค่า 1.4 พันล้านบาท) ทำยอดขายได้กว่า 70% - PTY Residence Sai 1 พัทยา (มูลค่า 2.9 พันล้านบาท) ทำยอดขายได้กว่า 50% และใช้ Foreign Quota ครบจำนวนแล้ว ► 1QTD Presales ทำได้มากกว่า 20% ของเป้าปี 2025 หรือราว 1.0 หมื่นล้านบาท - ได้รับแรงหนุนสำคัญจากสินค้าแนวสูง โดยเฉพาะโครงการใหม่ในเมืองท่องเที่ยว ► แนวโน้มยอด Presales ปี 2025 บริษัทฯ คาดว่าจะเติบโต QoQ ต่อเนื่องในทุกไตรมาส - ได้รับแรงหนุนจากโครงการแนวสูงที่เปิดใหม่ - การขายสินค้าห้องพร้อมเข้าอยู่ - สินค้าแนวราบระดับบน ► ณ สิ้นเดือนก.พ. 2025 บริษัทฯ มีสินค้าพร้อมเข้าอยู่มูลค่า 1.47 หมื่นล้านบาท - แบ่งเป็น แนวราบ 8.1 พันล้านบาท และ แนวสูง 6.6 พันล้านบาท ► ณ สิ้นเดือนก.พ. 2025 บริษัทฯ มียอด Backlog ทั้งหมด 1.5 หมื่นล้านบาท - โดยเป็นส่วนที่มีกำหนดโอนปี 2025 ราว 8.2 พันล้านบาท - หากรวมยอดโอน 1QTD จะคิดเป็น Secured Revenue ราว 30% ของประมาณการรายได้ปี 2025 ของเรา Our Take ► เรามีมุมมองเป็นบวกต่อการประชุมครั้งนี้ - แนวโน้ม Presales 1Q25 สดใส คาดว่าจะเติบโต QoQ และ YoY - ได้รับแรงหนุนสำคัญจาก โครงการแนวสูง ที่เปิดใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับดี - โดยเฉพาะจาก ลูกค้าต่างชาติ สำหรับโครงการที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยว ► ผลประกอบการ 1Q25 คาดว่าจะลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล - คาดทรงตัว YoY แม้ว่า Presales แนวราบในช่วง 2H24 เร่งตัวขึ้นเด่น +26% YoY - และมี Backlog แนวราบรอโอนอีกราว 3.1 พันล้านบาท - อย่างไรก็ตาม GPM ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะกดดันกำไร ► เรายังมองว่าความต้องการที่อยู่อาศัยยังชะลอตัว และการแข่งขันด้านราคาจะกดดัน GPM - โดยเฉพาะใน 1H25 แต่คาดว่า SIRI จะยังสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ - คาดการณ์กำไรปกติปี 2025 ที่ 5.0 พันล้านบาท (+2% YoY) ► คงคำแนะนำ "ซื้อ" - ราคาเหมาะสมที่ 2.02 บาท/หุ้น - เงินปันผลงวด 2H24 ที่ 0.08 บาท/หุ้น - คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 4.7% (XD 17 มี.ค. 2025) ซึ่งจะช่วยจำกัด Downside ได้

บล.ดาโอ แนะซื้อ

บล.ดาโอ แนะซื้อ "SIRI" จับตา presales โค้งแรก

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง SIRI (ซื้อ/เป้า 2.00 บาท) 1Q25E presales จะทำได้ดี ส่วนยอดโอนยังไม่เด่นแต่จะทยอยดีขึ้น เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 2.00 บาท อิง 2025E core PER ที่ 7 เท่า (-1.25SD below 5-yr average PER) เรามองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์ (10 มี.ค.) ดังนี้ 1) Presales ใน 1Q25E มีแนวโน้มดี และจะมากกว่าเป้าที่ 1.0 หมื่นล้านบาท (+5% YoY, -2% QoQ) โดยในช่วง 1 ม.ค.-2 มี.ค. ทำ presales ได้แล้ว 6.7 พันล้านบาท และในเดือน มี.ค. ยังทำได้ดีขึ้น โดยเฉพาะคอนโดใหม่ที่พัทยาและ จ.ภูเก็ต ได้รับการตอบรับดี 2) ตั้งเป้ายอดโอน 1Q25E ที่ 7.5 พันล้านบาท (-22% YoY, -4% QoQ) โดยแนวโน้มจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงที่เหลือ และจะดีสุดใน 4Q25E 3) GPM ธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2025E จะลดลงราว 1% เมื่อเทียบกับปี 2024 ที่ 31.7% จากการแข่งขันที่สูงขึ้น โดย 1Q25E จะต่ำสุด และจะดีขึ้นกลับไประดับค่าเฉลี่ยปี 2024 ได้ใน 2H25E เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2025E ที่ 5.0 พันล้านบาท +5% YoY โดยเราประเมินธุรกิจอสังหาฯ ยังทรงตัว แต่ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจาก The Standard หลังจากขายหุ้นไป สำหรับแนวโน้มกำไร 1Q25E จะยังไม่เด่น เป็นระดับต่ำสุดของปี แต่จะทยอยดีขึ้นในช่วงที่เหลือ ตามแผนการโอนที่มากขึ้น ราคาหุ้น outperform SET +13%/+11% ในช่วง 1 และ 3 เดือน จากกำไรปกติ 4Q24 ที่ยังทรงตัวดี และเป็นหุ้นปันผลสูง คิดเป็น Div. yield สูงที่ 9% ต่อปี เรายังแนะนำ “ซื้อ” จากกำไรปกติที่ดีกว่ากลุ่ม และปี 2025E ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ ขณะที่ด้าน valuation ปัจจุบันยังน่าสนใจ เทรดที่ 2025E core PER ที่ 5.8 เท่า คิดเป็น -1.75SD

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

SIRI ปี 67 รายได้รวม 3.9 หมื่นลบ.-กำไร 5.2 พันลบ. จ่อเปิดโปรเจ็กต์มาสเตอร์พีชฯ

SIRI ปี 67 รายได้รวม 3.9 หมื่นลบ.-กำไร 5.2 พันลบ. จ่อเปิดโปรเจ็กต์มาสเตอร์พีชฯ

            หุ้นวิชั่น - นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า “แสนสิริสามารถสร้างผลการดำเนินงานในปี 2567 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลายส่วนเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยมีรายได้รวมที่ 39,205 ล้านบาท เติบโตขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ด้านยอดขายรวมเติบโตขึ้น 2% จาก 49,000 ล้านบาท เป็น 50,000 ล้านบาท (63% มาจากโครงการแนวราบ, 37% มาจากคอนโดมิเนียม) ขณะที่ยอดโอนเติบโตขึ้น 13% จาก 38,800 ล้านบาท เป็น 43,700 ล้านบาท (66% มาจากโครงการแนวราบ, 34% มาจากคอนโดมิเนียม) ความสำเร็จดังกล่าวมาจากกลยุทธ์การปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อเจาะกลุ่มความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม-ลักซ์ชัวรี รวมถึงการรุก Strategic Locations เมืองท่องเที่ยวใหญ่ที่มีศักยภาพ โดยสัดส่วนยอดขายและยอดโอนของบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมเติบโตในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ยอดขายคอนโดมิเนียมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนถึงความต้องการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดในบางทำเลที่ปรับตัวดีขึ้น จากแรงหนุนจากความต้องการของชาวต่างชาติและความต้องการอยู่อาศัยใกล้แนวรถไฟฟ้าหรือใกล้สถานศึกษาของคนไทย”             และที่สำคัญ แสนสิริยังรักษาระดับกำไรสุทธิได้ถึง 5,253 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะการแข่งขันสูง สะท้อนให้เห็นว่าแสนสิริ สามารถรักษาระดับผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพทั้งในด้านรายได้ ยอดขาย และยอดโอน สวนกระแสสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ที่ทยอยฟื้นตัว แสดงถึงการมีกลยุทธ์ที่ดีในการปรับตัวภายใต้สถานการณ์ต่างๆ รวมถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงจากนักลงทุน จากการเสนอขายหุ้นกู้ในทุกชุด ที่ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ยอดจองล้นและสามารถปิดการจองซื้อหุ้นกู้ในทุกครั้งได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริได้เป็นอย่างดี             แสนสิริยังมุ่งสร้างผลตอบแทนสูงสุดกับผู้ถือหุ้น จากผลกำไรที่เติบโตต่อเนื่อง ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังที่ 0.08 บาทต่อหุ้น (กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 17 มี.ค. และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พ.ค.) หากรวมเงินปันผลครึ่งปีแรกที่จ่ายระหว่างกาลไปแล้วที่ 0.07 บาท รวมทั้งปีจ่าย 0.15 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล หรือ Dividend Yield ที่ 9% ต่อปี ซึ่งแสนสิริเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาฯ ชั้นนำที่จ่ายปันผลอัตราสูงต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา             ปี 2568 ยังคงเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่มีสัญญาณบวกจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดจาก 2.25% เป็น 2% ต่อปี ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อผู้ที่กำลังมองหาบ้านใหม่ โดยช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น และมีโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามนโยบาย LTV (อัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน) ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ภาคอสังหาฯ มีความหวังที่จะได้รับการผ่อนปรนจากหน่วยงานกำกับดูแล จากข้อกำหนดปัจจุบันให้ผู้ซื้อบ้านราคาสูงกว่า 10 ล้านบาท ต้องวางเงินดาวน์ อย่างน้อย 30% หากมีการปรับลด LTV ในทุกระดับราคา จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในตลาดได้เป็นอย่างมาก             “แสนสิริยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจและเดินหน้าเติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับสังคมและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนในอนาคต ด้วยแผนธุรกิจภายใต้แนวคิด Dynamic Growth เติบโตแข็งแกร่ง ด้วยการวางแผนเปิดตัว 29 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 52,000 ล้านบาท (แนวราบ 14 โครงการ และคอนโดมิเนียม 15 โครงการ) โดยตั้งเป้าหมายยอดขายในปี 2568 ไว้ที่ 53,000 ล้านบาท และเป้าหมายยอดโอน 46,000 ล้านบาท โดยเตรียมขยายพอร์ตสินค้าระดับลักซ์ชัวรี เตรียมเปิดตัว “นาราสิริ บางนา กม.10” มูลค่าโครงการ 4,100 ล้านบาท หนึ่งในไฮไลต์ของ SANSIRI 10 EAST ลักซ์ชัวรีคอมมูนิตี้ใหม่ย่านบางนาของแสนสิริ ที่เตรียมเผยโฉมให้ชมแบบ Private Viewing ครั้งแรกเร็วๆ นี้ พร้อมเดินหน้าเปิดโครงการใน Strategic Location เช่น ภูเก็ต พัทยา เพิ่มเติม หลังจากได้รับการตอบรับที่ดีมากในปีที่ผ่านมา” นายวิชาญ กล่าว

SIRI กำไรปี67 ลดลง 13.3% อนุมัติปันผล 0.08บ.ต่อหุ้น

SIRI กำไรปี67 ลดลง 13.3% อนุมัติปันผล 0.08บ.ต่อหุ้น

           หุ้นวิชั่น - บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ขอชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สำหรับงวดสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ดังนี้            ปี 2567 แสนสิริและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) จำนวน 5,253 ล้านบาท ลดลง 13.3% หรือ 807 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิในปีนี้อยู่ที่ 13.4% ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 15.8%            สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงาน การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร รวมถึงการบันทึกกำไรจากการขายที่ดินและทรัพย์สินที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและต้นทุนบางส่วน ถูกชดเชยด้วยส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 187.8% หรือ 732 ล้านบาท จากปีก่อน เป็น 1,122 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นๆ และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง            ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนหลังหักภาษีเงินได้สำหรับปีจากการดำเนินงานที่ยกเลิก จำนวน 111 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการจำหน่ายส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของทั้งหมดที่ถืออยู่ในกลุ่มบริษัท Standard International Management, LLC. ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ดังนั้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ จึงได้จัดประเภทที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าว ได้แก่ ส่วนงานบริหารโรงแรมที่เกิดจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เป็นการดำเนินงานที่ยกเลิก สำหรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี 2567 อยู่ที่ 18.4% ของกำไรก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล            ในปี 2567 แสนสิริมีรายได้รวมจำนวน 39,205 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.0% จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเพิ่มขึ้น 5.9% จากปีก่อน เป็น 34,758 ล้านบาท นอกจากนี้ ในปี 2567 บริษัทฯ ยังมีการบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน จำนวน 466 ล้านบาท ปันผลอีก 0.08 บาท             อนุมัติการประกาศจ่ายเงินปันผล โดยให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา อนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท (สิบห้าสตางค์)            และเนื่องจากบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท (เจ็ดสตางค์) จึงจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายอีกในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท (แปดสตางค์) โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 18 มีนาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2568

SIRIกำไรปี67ลดลง13.3% อนุมัติปันผล0.08บ.ต่อหุ้น

SIRIกำไรปี67ลดลง13.3% อนุมัติปันผล0.08บ.ต่อหุ้น

          หุ้นวิชั่น - บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ขอชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สำหรับงวดสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ดังนี้ ปี 2567 แสนสิริและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) จำนวน 5,253 ล้านบาท ลดลง 13.3% หรือ 807 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิในปีนี้อยู่ที่ 13.4% ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 15.8%         สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงาน การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร รวมถึงการบันทึกกำไรจากการขายที่ดินและทรัพย์สินที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและต้นทุนบางส่วน ถูกชดเชยด้วยส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 187.8% หรือ 732 ล้านบาท จากปีก่อน เป็น 1,122 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นๆ และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง         ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนหลังหักภาษีเงินได้สำหรับปีจากการดำเนินงานที่ยกเลิก จำนวน 111 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการจำหน่ายส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของทั้งหมดที่ถืออยู่ในกลุ่มบริษัท Standard International Management, LLC. ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ดังนั้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ จึงได้จัดประเภทที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าว ได้แก่ ส่วนงานบริหารโรงแรมที่เกิดจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เป็นการดำเนินงานที่ยกเลิก สำหรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี 2567 อยู่ที่ 18.4% ของกำไรก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล ในปี 2567 แสนสิริมีรายได้รวมจำนวน 39,205 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.0% จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเพิ่มขึ้น 5.9% จากปีก่อน เป็น 34,758 ล้านบาท         นอกจากนี้ ในปี 2567 บริษัทฯ ยังมีการบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน จำนวน 466 ล้านบาท ปันผลอีก 0.08 บาท อนุมัติการประกาศจ่ายเงินปันผล โดยให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา อนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท (สิบห้าสตางค์)         และเนื่องจากบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท (เจ็ดสตางค์) จึงจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายอีกในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท (แปดสตางค์) โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 18 มีนาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2568

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ รู้ทันก่อนลงทุน [HoonVision x FynnCorp]

หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ รู้ทันก่อนลงทุน [HoonVision x FynnCorp]

Key Highlights: หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ เป็นหุ้นกู้ที่ไม่มีกำหนดอายุไถ่ถอน ชำระคืนเพียงครั้งเดียวเมื่อเลิกกิจการ ซึ่งมีเงื่อนไขที่แตกต่างจากหุ้นกู้ทั่วไปที่ผู้สนใจลงทุนควรศึกษา ปัจจุบัน หุ้นกู้ประเภทนี้มีทั้งหมด 18 รุ่น รวมมูลค่าคงค้างในตลาดหุ้นกู้มากกว่า 133,000 ล้านบาท ในปี 2568 มีผู้ออกเพิ่มอีก 1 ราย คือ SIRI วัตถุประสงค์เพื่อชำระคืนหนี้หุ้นกู้เดิม ภาพรวม Perpetual Bonds ในไทย           หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ (Perpetual Bond) หรือ หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Subordinated Perpetual Bond) จะเป็นหุ้นกู้ประเภทที่ไม่มีกำหนดอายุไถ่ถอน ชำระคืนเพียงครั้งเดียวเมื่อเลิกกิจการ แต่ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนดได้ และยังมีสิทธิที่จะเลื่อนชำระดอกเบี้ยได้อย่างไม่มีเงื่อนไข โดยจะเลื่อนชำระดอกเบี้ยพร้อมสะสมดอกเบี้ยจ่ายไปชำระในวันใดๆก็ได้ ไม่จำกัดระยะเวลาและจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับผู้ออกหุ้นกู้           จากข้อมูลของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) พบว่า มี Perpetual Bond อยู่ในตลาดหุ้นกู้ปัจจุบันจำนวน 18 รุ่น ด้วยมูลค่าคงค้าง (Outstanding Value) รวม 133,379.7 ล้านบาท จากผู้ออกทั้งหมด 13 บริษัท ได้แก่ PTTGC, IVL, CPF, MINT, UOBT, CPF, BGRIM, SPW, SIRI, DUSIT, ANAN, BAFS และ PF ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา มีผู้ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์จำนวน 3 ราย ได้แก่ IVL BGRIM และ PTTGC ตามลำดับ และในปี 2568 มีผู้ออกเพิ่มอีก 1 ราย คือ SIRI           โดยในปัจจุบัน บริษัทที่จะออกหุ้นกู้ Perpetual จะต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Issuer/ Company Rating) อยู่ในระดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade) หรือ ตั้งแต่ระดับ AAA จนถึง BBB- รวมถึงความน่าเชื่อถือของตราสาร (Issue Rating) ต้องได้รับการจัดอันดับเช่นกันหากเป็นการเสนอขายต่อผู้ลงทุนรายใหญ่ (HNW) หรือผู้ลงทุนรายย่อย เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบในการตัดสินใจ และโดยทั่วไปอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ perpetual หรือ Issue rating จะต่ำกว่า Company Rating อย่างน้อย 2 อันดับ จากความเสี่ยงที่เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิและการเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยออกไปได้ Current Perpetual Bonds           นอกจากนี้ หากบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ประเภทนี้ ถูกปรับลดอันดับเครดิตจนต่ำกว่า Investment Grade จะไม่สามารถออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ใหม่มาไถ่ถอนรุ่นเดิมได้ ดังจะเห็นได้จากที่มีผู้ออกบางรายไม่ได้ roll over ต่อ ข้อสังเกตก่อนลงทุน Perpetual Bond ระยะเวลาไถ่ถอน หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ไม่มีกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนจนกว่าจะเลิกบริษัท จึงทำให้มีลักษณะ "คล้ายทุน" แต่โดยทั่วไป ผู้ออกจะมีสิทธิไถ่ถอนคืนก่อนกำหนด (Call option) เมื่อหุ้นกู้นั้นมีอายุครบ 5 ปี นับจากวันออกหุ้นกู้ หรือภายหลังจากนั้นในวันชำระดอกเบี้ยแต่ละงวด การนับหนี้เป็นทุน เหตุผลหนึ่งในการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ของบริษัท มาจากหลักเกณฑ์การนับหนี้ที่เกิดจากการออกหุ้นกู้ประเภทนี้เป็นทุนครึ่งหนึ่งตามเกณฑ์ของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency) ซึ่งจะส่งผลดีต่อสถานะทางการเงินที่สะท้อนผ่าน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to equity: D/E ratio) ที่ต่ำลงได้ โดยแต่ละสถาบันจัดอันดับจะมีเกณฑ์การนับหนี้เป็นทุน (Equity Credit) แตกต่างกัน ซึ่งในไทยจะมี 2 แห่ง ได้แก่ Tris Rating และ Fitch Rating โดยTris Rating จะนับเป็นทุน 5 ปีแรก หลังจากนั้นเป็นหนี้ 100%           ดังนั้น จะเห็นว่า บริษัทผู้ออกในไทยมักจะไถ่ถอน Perpetual bond เมื่อครบกำหนดอายุ 5 ปี เพื่อไม่ให้ระดับหนี้สินสูงเกินไปหรือหลีกเลี่ยงอัตราดอกเบี้ยที่สูง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ในไทยส่วนใหญ่ จะใช้การจัดอันดับเครดิตจาก Tris แต่นักลงทุนควรศึกษากฎเกณฑ์เพิ่มเติมของสถาบันผู้จัดอันดับเครดิตของผู้ออกนั้นๆ ที่อาจมีเกณฑ์การนับหนี้เป็นทุนแตกต่างออกไป ซึ่งจะทำให้มีระยะไถ่ถอนมากกว่า 5 ปีได้ การเลื่อนจ่ายดอกเบี้ย ผู้ออก Perpetual bond มีสิทธิในการเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยได้โดยไม่มีเงื่อนไขแม้จะมีกำไรก็ตาม แต่เมื่อใดก็ตามที่บริษัทไม่จ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือหุ้นกู้ประเภทนี้ บริษัทจะไม่สามารถประกาศหรือจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหลักทรัพย์ได้ ทำให้ในทางปฏิบัติ หากไม่มีความจำเป็น บริษัทจะจ่ายดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระ ด้วยความที่เป็นหุ้นกู้ที่ไม่มีกำหนดอายุ ทำให้บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบในการชำระเงินต้นจนกว่าจะเลิกบริษัท แต่เมื่อถึงตอนนั้น อาจเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ออกอาจมีเงินไม่เพียงพอในการไถ่ถอนได้ ส่งผลที่นักลงทุนจะได้รับเงินต้นคืนช้าหรือไม่ครบ ลำดับการรับชำระหนี้คืน จากการเป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated bond) ซึ่งหากบริษัทเลิกกิจการหรือล้มละลาย สินทรัพย์ของบริษัทจะถูกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชำระคืนหนี้ โดยเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้ทั่วไป จะได้รับชำระก่อนผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ถือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior bond) จะได้รับชำระหนี้คืนก่อนหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ส่งผลให้หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์อาจเป็นลำดับสุดท้ายในฐานะเจ้าหนี้ที่จะได้รับชำระเงินคืน ไม่มีเงื่อนไขการผิดนัดชำระไขว้ (Cross-default) หากผู้ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มีการผิดนัดชำระหนี้อื่น จะไม่นับว่าเป็นเหตุผิดนัดของหุ้นกู้ประเภทนี้ High risks with high returns จากความเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น รวมถึงการมีสภาพคล่องในตลาดรองต่ำ ส่งผลให้ผู้ออกเสนออัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ประเภทนี้สูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไปเพื่อชดเชยความเสี่ยงของผู้ลงทุน โดยตารางด้านล่างแสดงถึงอัตราคูปองของหุ้นกู้ Perpetual ในปัจจุบัน ซึ่งจะมีอัตราที่สูงกว่าหากเทียบกับหุ้นกู้ปกติที่ออกโดยบริษัทผู้ออกเดียวกัน Perpetual Bond เสนอขายในปัจจุบัน: SIRI           บริษัทแสนสิริ (SIRI) - พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ครอบคลุมถึง ธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ           SIRI ออกหุ้นกู้ระยะยาวมาแล้วทั้งหมด 63 รุ่น มาตั้งแต่ปี 2552 และปัจจุบัน มีแผนเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนต่อผู้ลงทุนทั่วไป เปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ [20] และ [23-25] มิถุนายน 2568 [(รวมถึงวันเสาร์ที่ [21] และวันอาทิตย์ที่ [22] มิถุนายน พ.ศ. 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อชำระคืนหนี้หุ้นกู้เดิม (Roll over) โดยมีอัตราดอกเบี้ยปรับทุก 5 ปี นับจากวันแรกที่บริษัทสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 1- 5 ปี  เท่ากับอัตรา [7.00-7.50%] ต่อปี อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่มีอายุครบ 5 ปี แล้ว - 25 ปี  เท่ากับผลรวมของ (ก) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และ (ข) Initial Credit Spread และ (ค) 0.25% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่มีอายุครบ 25 ปี แล้ว - 50 ปีเท่ากับผลรวมของ (ก) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี (ข) Initial Credit Spread และ (ค) อัตรา 1.00% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่มีอายุครบ 50 ปี แล้วเป็นต้นไป เท่ากับผลรวมของ (ก) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี (ข) Initial Credit Spread และ (ค) อัตรา 2.00% ต่อปี อ้างอิงข้อมูล: ฝ่ายตราสารหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2567/081167.pdf สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) https://thaibma.or.th/EN/Investors/Individual/Blog/2021/270921.aspx รายละเอียดเพิ่ม คลิก https://app.visible.vc/shared-update/827c35e6-616f-4ab0-8b38-507f4ba4699a

SIRI ปี68 เน้นโครงการ High-End โบรกคาดกำไรโต 3% แนะซื้อ เป้า 2.02 บาท

SIRI ปี68 เน้นโครงการ High-End โบรกคาดกำไรโต 3% แนะซื้อ เป้า 2.02 บาท

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า ระบุ Sansiri (SIRI) กำไร 4Q67 โดนกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรง คาดกำไรปกติ 4Q67 ลดลง QoQ และ YoY แม้คาดการโอน 4Q67 เติบโต QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลอยู่ที่ 9.3 พันลบ. (+12% QoQ, -5% YoY) อย่างไรก็ตาม ประเมินกำไรปกติที่ 1.2 พันลบ. (-6% QoQ, -6% YoY) ลดลง QoQ และ YoY เนื่องจากมีการทำกลยุทธ์ทางด้านราคาเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งในตลาดสินค้าระดับบนที่การแข่งขันรุนแรงขึ้น ส่งผลให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอยู่ที่ 28.6% (-241 bps QoQ, -430 bps YoY) ขณะที่อัตราส่วน SG&A/Sales คาดที่ 19.9% (-53 bps QoQ, -90 bps YoY) ลดลง YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น และมีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพนักงานระหว่างปี            หาก 4Q67 ใกล้เคียงกับที่เราคาด กำไรปกติปี 2567 จะอยู่ที่ 4.8 พันลบ. (-5% YoY) ต่ำกว่าประมาณการเดิมของเรา 5% แผนธุรกิจปี 2568 เน้นเปิด High-End มากขึ้น และตั้งเป้า Presales เชิงรุก            บริษัทฯ ประกาศเป้าหมายธุรกิจปี 2568 เชิงรุก ดังนี้ แผนเปิดโครงการใหม่ 29 แห่ง มูลค่า 5.2 หมื่นลบ. (+12% YoY) (แนวราบ 60%) แม้จำนวนโครงการลดลงแต่มูลค่าโครงการเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนโครงการระดับบนอยู่ที่ 57% จากปี 2568 ที่ 36% การเปิดโครงการจะกระจายตัวใกล้เคียงกันใน 1H68 และ 2H68 ส่วนโครงการไฮไลท์ ได้แก่ Narasiri บางนา กม.10 ราคา 60-150 ลบ. (มูลค่า 4.1 พันลบ., 1Q25) Demi พระราม 9 - เหม่งจ๋าย ราคาเริ่ม 27.9 ลบ. (มูลค่า 480 ลบ., 2Q25) Burasiri จตุโชติ (JV) ราคา 13.5-25 ลบ. (มูลค่า 2.0 พันลบ., 3Q25) โครงการใหม่ในภูเก็ต ได้แก่ แนวราบ Setthasiri เกาะแก้ว ราคา 12-20 ลบ. (มูลค่า 1.5 พันลบ., ปลาย 3Q25) แนวสูง PTY Residence Sai 1 ราคา 12-20 ลบ. (มูลค่า 3.0 พันลบ., 1Q25) ยอดขาย (Presales) 4.6 หมื่นลบ. (+13% YoY) เติบโตจากทั้งสินค้าแนวราบและแนวสูง ยอดโอน 4.6 หมื่นลบ. (+5% YoY)            ส่วนงบการลงทุน (Capex) การซื้อที่ดินอยู่ที่ 2.0 พันลบ. โดยในปีนี้จะเน้นหาพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะภูเก็ตเป็นหลัก ปรับลดประมาณการปี 2568 ลง… คาดกำไรปกติเติบโต 3% YoY            ปัจจุบันตลาดอสังหาฯ ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย และแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค ความต้องการที่อยู่อาศัยชะลอตัว ขณะที่อุปทานในตลาดปี 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าระดับบน ทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงขึ้น และเราคาดว่าจะกดดัน GPM ต่อเนื่องไปยังปี 2568            เราจึงปรับสมมติฐานให้รัดกุมมากขึ้น โดยปรับลดประมาณการกำไรปี 2568 ลง 6% เป็น 5.0 พันลบ. (+3% YoY) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 2.02 บาท            แม้การแข่งขันในตลาดฯ รุนแรง อย่างไรก็ดี เรามองว่า SIRI มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่โดดเด่น ฐานลูกค้าระดับบนแข็งแกร่ง ทำให้สามารถรักษาส่วนแบ่งในตลาด และหนุนการเติบโตให้โดดเด่นกว่ากลุ่มอสังหาฯ            นอกจากนี้ คาดเงินปันผล 2H67 ที่ 0.08 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 4.5%            คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสมปี 2568 ใหม่ที่ 2.02 บาท/หุ้น

SIRI ปักโครงการเรือธง ชิงmarket share! เคาะเป้าที่ 2.34 บ.

SIRI ปักโครงการเรือธง ชิงmarket share! เคาะเป้าที่ 2.34 บ.

          หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี ส่องหุ้น SIRI  โดยฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิ4Q24F ที่1.22 พันลบ. (-6% y-y, -7% q-q) ลดลงเล็กน้อย y-y,q-q จาก % GPM ที่ลดลงตาม price promotion มากกว่าปกติ           สำหรับ 2024F Norm. profit คาด 4.85 พันลบ. (-5% y-y) โดยคาดลดลงน้อยกว่ากลุ่ม           สำหรับ outlook 2025F มีโอกาสเติบโตทั้งด้าน presale, transfer รวมถึง Norm. profit ตามแผนเปิดโครงการใหม่ที่ยังเพิ่มขึ้น y-y และมี flagship project ที่คาดว่าขายดีหลายโครงการ ฝ่ายวิจัยคงประมาณการ Norm. profit 2025F ที่5.25 พันลบ. (+8% y-y) มีโอกาสเป็น new high ฝ่ายวิจัยคง TP25F ที่ 2.34 บาท คง Buy และ เป็น top pick           จากจุดเด่นเรื่องการเป็น first mover ทั้งด้าน product design, การจับ trend ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไวได้ดีและกลยุทธ์สร้าง value-added ในทำเลที่มีการโตสูง ซึ่งเป็นส่วนผลักดันให้2025F Norm. profit ทำ record high

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

SIRI คาดกำไร Q4 พุ่ง  มีปันผล 4% แนะ “ซื้อ” เป้า 2 บ.

SIRI คาดกำไร Q4 พุ่ง มีปันผล 4% แนะ “ซื้อ” เป้า 2 บ.

            หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  ระบุ SIRI มีกำไรปกติ 3Q67 -5%QoQ, -20% YoY หลักๆ มาจาก GPM ธุรกิจที่อยู่อาศัยลดลงจากการแข่งขันด้านราคาในตลาดที่อยู่อาศัยที่รุนแรงขึ้น             คาดกำไรปกติ 4Q67 จะเร่งตัวขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จาก Backlog ที่รอโอนใน 4Q67 แข็งแกร่ง บวกกับการเปิดโครงการใหม่สูงสุดในรอบปี และคาดกำไรปกติปี 67 จะเติบโต +3.9%YoY             คาดเงินปันผลงวด 2H67 ที่ 0.07 บ. คิดเป็น Div. yield เฉพาะงวด 2H67 ที่ 4% (รวมทั้งปีราว 9%)             แนวรับ=1.68/1.71 แนวต้าน=1.78/1.82             SIRI | ซื้ อ|TP=2 บ.

SIRI ปี68 เปิดโครงการกว่า  5 หมื่นลบ.  มีเงินปันผลที่สูงถึง 9% เป้า 2.20 บาท

SIRI ปี68 เปิดโครงการกว่า  5 หมื่นลบ. มีเงินปันผลที่สูงถึง 9% เป้า 2.20 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.กสิกรไทย คงมุมมองเชิงบวกต่อ SIRI จากความสามารถในการขายบ้านแนวราบที่โดดเด่น สะท้อนจากยอดขายไตรมาส 4/2567 ที่เติบโต 28% เทียบปีก่อน และ 21% เทียบไตรมาสก่อน แม้ยอดขายรวมจะลดลง 14% เทียบปีก่อน เนื่องจากเลื่อนเปิดโครงการแนวราบขนาดใหญ่มูลค่าราวหมื่นล้านบาทไปปี 2568 โดยคาดมูลค่าเปิดตัวโครงการปีหน้าจะสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้แนวโน้มการขายบ้านแนวราบของ SIRI ยังเติบโตแข็งแกร่งกว่าคู่แข่ง ประกอบกับอัตราเงินปันผลที่สูงถึง 9% และมูลค่าหุ้นที่ PE’68 ที่ 6 เท่า พร้อมแรงหนุนจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง SIRI: ราคาพื้นฐาน 2.20 บาท

บล.หยวนต้า ส่องหุ้น SIRI คาด Q4 เด่นสุด ลุ้นทั้งปีทำนิวไฮ

บล.หยวนต้า ส่องหุ้น SIRI คาด Q4 เด่นสุด ลุ้นทั้งปีทำนิวไฮ

                   หุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้า ส่องหุ้น SIRI ฝ่ายวิจัยประเมินยอด Presales 4Q67 ลดลง YoY อย่างไรก็ดี คาดเติบโต QoQ ทำจุดสูงสุดในปี ตามการเปิดโครงการใหม่ อีกทั้ง คาดยอด Presales ทั้งปี 2567 จะเติบโต YoY ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากสินค้าแนวราบระดับบนขึ้นไป  ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติ 4Q67 เร่งตัวขึ้น QoQ และ YoY จากการโอนที่เร่งตัวขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดกระตุ้นการโอนก่อนจบปี รวมถึงการรับรู้ขาดทุน ของธุรกิจโรงแรมที่จะหายไปจากการขายส่วนลงทุนในธุรกิจโรงแรม The Standard ออกไปตั้งแต่ 2 ต.ค. 67 นอกจากนี้ ใน 4Q67 จะมีการบันทึกกำไรพิเศษของรายได้ ส่วนแรก (Upfront) มูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (5.0 พันลบ.) ที่มีการขายส่วน ลงทุนใน The Standard ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิ 4Q67 เติบโต QoQ และ YoY ฝ่ายวิจัยมองแนวโน้มการเปิดโครงการใหม่ปี 2568 ของบริษัทฯ จะเน้นสินค้าระดับบนขึ้นไป (Luxury, Ultra Luxury) มากขึ้นจากเดิม อีกทั้ง มีโอกาสที่บริษัทฯ จะเพิ่มสัดส่วน โครงการใหม่ในหัวเมืองท่องเที่ยวเน้น อุปสงค์จากชาวต่างชาติมากขึ้น โดยคาดจำนวนการเปิดโครงการใหม่ลดลง YoY ขณะที่มูลค่าโครงการเปิดใหม่เพิ่มขึ้น YoY ทั้งนี้ SIRI มีฐานลูกค้า Luxury – Ultra Luxury แข็งแกร่งจากทั้งลูกค้าเดิม และลูกค้าใหม่ส่งผลให้สามารถรักษาส่วนแบ่งในตลาดได้แม้การแข่งขันรุนแรง นอกจากนี้SIRI มีสัดส่วนสินค้าระดับบนเป็นหลัก ทำให้ได้รับผลกระทบจากการปล่อยสินเชื่อเข้มงวดน้อยกว่ากลุ่มฯ ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี2568 ที่ 2.14 บาท

abs

SSP : ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน ทางเลือกใหม่เพื่ออนาคต

SIRI ตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ ลุยพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

SIRI ตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ ลุยพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการ บริษัท แสนสิริจำกัด (มหาชน) (SIRI) ขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 55 โดยจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่จำนวน 2 บริษัท ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ บริษัท ที่ 1 ชื่อบริษัทร่วมทุน บริษัท สิริ-เอ็มเอฟ วัน จำกัด ประเภทธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถานะการจัดตั้งบริษัท จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ทุนเริ่มต้น 50,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท (ชำระเต็มมูลค่า) แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการลงทุนมาจาดเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับคือเงินปันผล บริษัทที่ 2 ชื่อบริษทร่วมทุน บริษัท สิริ-เอ็มเอฟ ทู จำกัด ประเภทธธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถานะการจัดตั้งบริษัท จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ทุนเริ่มต้น 50,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท (ชำระเต็มมูลค่า) แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการลงทุนมาจาดเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับคือเงินปันผล

SIRI โบรกฯจับตาโครงการใหม่ โค้งท้าย 15.4 พันล้าน หนุนโต เคาะเป้าที่ 2.34 บ.

SIRI โบรกฯจับตาโครงการใหม่ โค้งท้าย 15.4 พันล้าน หนุนโต เคาะเป้าที่ 2.34 บ.

         หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี ส่องหุ้น SIRI มีมุมมอง slightly positive ต่อข้อมูลใน meeting จาก i) 4Q24F outlook ทั้ง presale, transfer สูง ทำให้แนวโน้ม 4Q24F Norm. profit โตได้ y-y, q-q และน่าจะเป็น Norm. profit ที่สูงสุดรายไตรมาสในปีนี้ ii) 4Q24F คาดบันทึก extra gain จากดีลโรงแรม Standard เข้ามา ซึ่งจะเป็น upside ต่อ กำไรสุทธิ 2024F ได้อีก iii) แผนธุรกิจปี2025F คาดใกล้เคียงปีนีในด้านเปิดโครงการใหม่ สะท้อนแผนธุรกิจที่ถือว่า aggressive กว่ากลุ่มฯ 1.iv) IBD/E ยังบริหารจัดการได้และมีโอกาสลดลงมาที่ 1.55x-60x (จาก 1.70x ใน Sep-24) โดยสภาพคล่องเพียงพอต่อการชำระคืน bond ที่จะครบกำหนดใน 4Q24F           ฝ่ายวิจัยคง TP25F ที่ 2.34 บาท คง Buy และเป็น top pick โดยน้ำหนัก 4Q24-2025F เด่น จากโครงการ flagship หลายโครงการรอเปิดตัว, business direction ที่aggressive เป็นโอกาส upside ของกำไรสุทธิจุดเด่นของ SIRI มาจากฐานลูกค้า low-rise ตลาดบนที่กำลังซื้อดีกว่ากลุ่มอื่น และมี% GPM สูง           จับตาแผนเปิดโครงการใหม่ 4Q24F = 15.4 พันลบ. เป็นมูลค่า low-rise :condo ที่ 75% : 25% โดย project hightlight เป็นบ้านเดี่ยว segment บน เช่น Narinsiri กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 1.9 พันลบ. (36units), Narinsiri พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 3.0 พันลบ. (56units)และ Setthasiri Bangna km.10 มูลค่า 2.3 พันลบ. (71units)          นอกจากนี้ SIRI ตั้งเป้า 4Q24F presale สูงราว 12.0 พันลบ. (flat y-y, โต q-q) ตั้งเป้า transfer สูงราว 11.0-12.0 พันลบ. (flat y-y, โต q-q) โดย QTD presale = 4.9 พันลบ., QTD transfer = 3.2 พันลบ. ทั้งนี้ แนวโน้ม Norm. profit4Q24F น่าจะอยู่ในช่วง 1.4-1.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น y-y, q-q และ น่าจะเป็นไตรมาสที่ก าไรสุทธิสูงสุดรายไตรมาสของปีนี้ ทั้งนี้ net profit อาจมี upside จาก extra gain ของการขายสัดส่วนเงินลงทุนในโรงแรม The Standard

9 เดือนปี 67 SIRI กวาดรายได้ 28,877 ลบ. โต 4.7% เพิ่มขึ้นของรายได้ขายอสังหาฯ หนุน

9 เดือนปี 67 SIRI กวาดรายได้ 28,877 ลบ. โต 4.7% เพิ่มขึ้นของรายได้ขายอสังหาฯ หนุน

          หุ้นวิชั่น - บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI แจ้งผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สำหรับงวดสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้ แสนสิริมีรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2567 จำนวน 9,415 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีการบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน จำนวน 70 ล้านบาท สำหรับกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) ไตรมาส 3 ปี 2567 มีจำนวน 1,307 ล้านบาท ลดลง 16.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและต้นทุนบางส่วนถูกชดเชยด้วยการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2567 แสนสิริมีรายได้รวม 28,877 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4.7% หรือ 1,299 ล้านบาทเมื่อเทียบกับงวด 9 เดือนปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ สำหรับกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) งวด 9 เดือนของปี 2567 จำนวน 4,009 ล้านบาท ลดลง 15.8% หรือ 751 ล้านบาทจากปีก่อน เป็นผลมาจากการบันทึกกำไรจากการขายที่ดินและทรัพย์สินที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน           รายได้จากการขายโครงการในไตรมาส 3 ปี 2567 จำนวน 8,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% หรือ 36 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายโครงการบ้านเดี่ยวและมิกซ์ โปรดักส์           ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายโครงการแนวราบ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและมิกซ์ โปรดักส์ รวมจำนวน 5,527 ล้านบาท คิดเป็น 67% ของรายได้จากการขายโครงการทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการขายโครงการบ้านเดี่ยว จำนวน 3,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% หรือ 105 ล้านบาทจากปีก่อน รายได้หลักมาจากโครงการบูก้าน กรุงเทพกรีฑา โครงการเศรษฐสิริ ดอนเมือง โครงการนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา โครงการเศรษฐสิริ บางนา-สุวรรณภูมิ และโครงการเศรษฐสิริ วงแหวน-จตุโชติ โดยรายได้จากทั้ง 5 โครงการดังกล่าวคิดเป็น 18% ของรายได้จากการขายโครงการทั้งหมด           รายได้จากการขายโครงการทาวน์โฮม ลดลง 11.2% หรือ 109 ล้านบาทจากปีก่อน เป็น 861 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากโครงการเดมี่ สาธุ 49           สำหรับรายได้จากการขายโครงการมิกซ์ โปรดักส์ เติบโต 25.6% หรือ 190 ล้านบาทจากปีก่อน เป็น 929 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการอณาสิริ พายัพ โครงการอณาสิริ สรงประภา โครงการอณาสิริ ป่าคลอก และโครงการอณาสิริ รังสิต-คลอง 3           รายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียม ลดลง 5.2% หรือ 150 ล้านบาทจากปีก่อน เป็น 2,759 ล้านบาท รายได้หลักมาจากโครงการเดอะ เบส ไฮท์-เชียงใหม่ โครงการเอ็กซ์ที พญาไท โครงการเวย์ โพธิสาร โครงการดี คอนโด รีฟ ภูเก็ต และโครงการเอดจ์ พัทยากลาง โดยรายได้รวมจาก 5 โครงการดังกล่าว คิดเป็น 21% ของรายได้จากโครงการเพื่อขายทั้งหมด           นอกจากนี้ แสนสิริยังมีรายได้จากโครงการเพื่อเช่าในไตรมาส 3 ปี 2567 จำนวน 29 ล้านบาท ลดลง 34.4% หรือ 15 ล้านบาทจากปีก่อน ส่งผลให้รายได้จากโครงการเพื่อเช่างวด 9 เดือนอยู่ที่ 108 ล้านบาท ลดลง 20.3% หรือ 28 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์           รายได้ค่าบริการธุรกิจในไตรมาส 3 ปี 2567 จำนวน 634 ล้านบาท ลดลง 5.2% หรือ 35 ล้านบาทจากปีก่อน ส่งผลให้ค่าบริการธุรกิจงวด 9 เดือน ปี 2567 ลดลง 11.4% หรือ 216 ล้านบาทจากปีก่อน เป็น 1,682 ล้านบาท สำหรับรายได้จากกิจการโรงแรมที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของไตรมาสนี้ลดลง 55.7% หรือ 125 ล้านบาทจากปีก่อน เป็น 99 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปิดปรับปรุงโรงแรม SIXTY SoHo ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนมกราคม-กันยายน 2567 และโรงแรมเดอะ เภรี หัวหิน ในเดือนเมษายน-สิงหาคม 2567 ส่งผลให้รายได้จากกิจการโรงแรมงวด 9 เดือน ปี 2567 ลดลงเช่นกัน โดยลดลง 52.2% หรือ 317 ล้านบาทจากปีก่อน เป็น 291 ล้านบาท           ในขณะที่รายได้จากการขายวัสดุก่อสร้าง เพิ่มขึ้น 43.7% หรือ 5 ล้านบาทจากปีก่อน เป็น 18 ล้านบาท เช่นเดียวกับงวด 9 เดือนของปี 2567 ที่เพิ่มขึ้น 72.4% หรือ 26 ล้านบาทจากปีก่อน เป็น 62 ล้านบาท กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ)           สำหรับไตรมาส 3 ปี 2567 แสนสิริและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) จำนวน 1,307 ล้านบาท ลดลง 16.1% หรือ 250 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิไตรมาสนี้อยู่ที่ 13.9% ปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 16.6% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและต้นทุนบางส่วน ถูกชดเชยด้วยส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 150.7% หรือ 242 ล้านบาท จากปีก่อน เป็น 402 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง           ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 ปี 2567 บริษัทฯ ได้มีการบันทึกขาดทุนสำหรับงวดจากการดำเนินงานที่ยกเลิก จำนวน 71 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการจำหน่ายส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของทั้งหมดที่ถืออยู่ในกลุ่มบริษัท Standard International Management, LLC. ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ดังนั้น ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 บริษัทฯ จึงได้จัดประเภทที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าว ได้แก่ ส่วนงานบริหารโรงแรมที่เกิดจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เป็นการดำเนินงานที่ยกเลิก สำหรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับไตรมาส 3 ปี 2567 อยู่ที่ 18.2% ของกำไรก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล           สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2567 แสนสิริและบริษัทย่อยบันทึกกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) จำนวน 4,009 ล้านบาท ลดลง 15.8% หรือ 751 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวด 9 เดือนของปี 2566 มีอัตรากำไรสุทธิ 13.9% เทียบกับ 17.3% ในปีก่อน ปัจจัยหลักเนื่องจากในงวด 9 เดือน ปี 2566 บริษัทฯ มีการบันทึกกำไรจากการขายที่ดินและทรัพย์สินรวม 1,134 ล้านบาท ในขณะที่งวด 9 เดือน ปี 2567 มีการบันทึกกำไรดังกล่าวจำนวน 438 ล้านบาท

abs

ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร

บล.กรุงศรี คาด SIRI โค้งท้ายพีค อัพเป้าปี 68 เป็น 2.34 บ.

บล.กรุงศรี คาด SIRI โค้งท้ายพีค อัพเป้าปี 68 เป็น 2.34 บ.

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) มุมมอง neutral SIRI ต่อแนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q24F ที่ 1.27 พันลบ. (-18% y-y, -8% q-q)            คาดกำไรสุทธิ 3Q24F ที่ 1.27 พันลบ. ทั้งนี้ถ้าไม่รวม extra gain คาด Norm. profit ที่ 1.21 พันลบ. (-22% y-y, -8% q-q) โดยการลดลงมาจาก % GPM ที่คาดลดลง -220 bps y-y, -180 bps q-q หรือราว 29.2% จากโครงการที่ % GPM สูงกว่าปกติ (Narasiri กรุงเทพกรีฑา) ใกล้ปิด โครงการ สำหรับรายได้ลดลงเล็กน้อย y-y, q-q จาก backlog เหลือรอโอนลดลง            คาดกำไรสุทธิ 4Q24F โต y-y, q-q และเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี ตามแผนเปิดโครงการใหม่กลุ่ม low-rise ใน 4Q24F ที่มากและบางส่วนโอนได้ทันในไตรมาส รวมถึงจะมี condo ใหม่โอน ฝ่ายวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรสุทธิ2024F ขึ้น 9% จากเดิม มาที่ 5.1 พันลบ. (flaty-y) ตามการปรับแนวโน้มการโอนที่มากกว่าคาดเดิม รวมถึงลดการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนในธุรกิจโรงแรม ภายหลังที่มีการขาย The Standard Hotel ในช่วงต้น 4Q24Fออกไป            คง Buy โดยให้น้ำหนักใน 4Q24F เป็นต้นไปน่าสนใจ เพราะจะมีโครงการ flagship ทำเลบางนา เปิดขาย ในขณะที่ business direction ปี2H24-2025F ที่ยัง aggressive กว่าบริษัทอื่นในกลุ่มฯ เป็นโอกาสของ upside ต่อกำไรสุทธิปี 2024-25F ได้โดยจุดเด่นของ SIRI ยังมาจากฐานลูกค้า SIRI ในกลุ่ม low-rise ตลาดบน ที่มีกำลังซื้อดีกว่ากลุ่มอื่น และเป็นกลุ่มที่มี% GPM สูง

บล.กรงุศรี แนะซื้อ

บล.กรงุศรี แนะซื้อ "SIRI" เป้า 2.20 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จํากัด (มหาชน) (KSS) มีมุมมองต่อ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ว่า ฝ่ายวิเคราะห์ slightly positive ต่อ 3Q24 presale ที่ 10.3 พันลบ. (+36% y-y, -3% q-q) โตสูง y-y โดยการโตส่วนหนึ่งมาจากการเปิด condo ใหม่ และมี take-up rate ค่อนข้างดี           รวมถึงการขาย low-rise ใน segment บน ยังทำได้ดี ทั้งนี้ 9M24 presale อยู่ที่ 30.5 พันลบ. (+19% y-y) คิดเป็น 69% ของเป้า 2024F presale ที่ 45.0 พันลบ. (+20% y-y) ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ แนวโน้ม 3Q24F Norm. profit คาดที่ราว 1.2 พันลบ. ลดลง y-y, q-q แต่ไม่เหนือความคาดหมาย แต่คาดกำไรสุทธิ 4Q24F โตสูงและคาดเป็นไตรมาสสูงสุดของปี สำหรับ Norm. profit ปี 2024F ที่ 4.7 พันลบ. คาดมี upside 5-10% ตามการโอนที่ดีกว่าคาด และทำให้ Norm. profit ปี 2024F มีแนวโน้มใกล้เคียงปีก่อนที่ทำ new high ที่ 5.1 พันลบ. เราคง BUY ที่ TP25F ที่ 2.20 บาท คงเป็นหนึ่งใน top pick ของกลุ่มฯ โดยมอง story ใน 4Q24F-2025F เด่น จาก business direction ใน 2H24F-2025F ที่ aggressive กว่าคู่แข่ง ทำให้มีโอกาสเพิ่ม market share ได้ต่อเนื่อง แนะนำ "ซื้อ" TP 25F ที่ 2.20 บาท

SIRI ขายหุ้น

SIRI ขายหุ้น "ภูริภัสร์" ให้กองทุนฯ 15.3 ล้านบ.

          หุ้นวิชั่น - บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) หรือ SIRI ขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัทได้เข้าทําธุรกรรมขายหุ้นสามัญ ในสัดส่วนร้อยละ 30.60 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท ภูริภัสร์ จํากัด ให้แก่กองทุนส่วนบุคคลซึ่งบริหารโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็กซ์สปริง จํากัด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567 เป็นจํานวน 153,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30.60 ของทุนที่เรียกชําระแล้วของบริษัทภูริภัสร์ จํากัด อันเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในราคาซื้อขายทั้งสิ้น 15,300,000 บาท ทั้งนี้ การทํารายการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ให้บริษัท ภูริภัสร์ จํากัด เป็นบริษัทร่วมทุนในสัดส่วนร้อยละ 69.40 : 30.60 ระหว่าง บริษัทและ กองทุนส่วนบุคคลฯเพื่อพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเพื่อขาย โดย บริษัท ภูริภัสร์ จํากัด เป็นธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยมีทุนจดทะเบียน 50,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ จํานวน 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท (ชําระเต็มมูลค่า) โครงสร้างการถือหุ้น ก่อนการเข้าทําธุรกรรม บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) ถือ ร้อยละ 100.00 โครงสร้างการถือหุ้นภายหลังธุรกรรมแล้วเสร็จ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) ร้อยละ 69.40 และกองทุนส่วนบุคคลฯ ร้อยละ 30.60 รายงานโดย : มินตรา แก้วภูบาล บรรณาธิการข่าว mai สำนักข่าว Hoonvision

abs

Hoonvision

ดัชนีหุ้นไทยปีหน้า 1,630 จุด KBANK-CPN-SIRI น่าสน

ดัชนีหุ้นไทยปีหน้า 1,630 จุด KBANK-CPN-SIRI น่าสน

          หุ้นวิชั่น -CGSI ปรับเพิ่มเป้า SET Index ปีนี้เป็น 1,480 จุด พร้อมคาดปีหน้าอยู่ที่ 1,630 จุด           ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index ปีนี้เป็น 1,480 จุด จากเดิม 1,420 จุด มองหุ้นไทยจะมีแรงหนุนจากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไทยและสหรัฐฯ เร็วกว่าคาด และเงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นอีก ขณะที่คาด SET Index ปี 68 จะอยู่ที่ 1,630 จุด           ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 50bp เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ Bloomberg consensus คาดว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ยอีก 25-50bp และ 25-50bp ในการประชุมสองครั้งถัดไป คาดว่าจะมีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันมองว่าการที่เศรษฐกิจไทยอ่อนตัวและเงินบาทแข็งค่า น่าจะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bp เป็น 2.25% ในการประชุมวันที่ 16 ต.ค.67 นี้           เชื่อว่าการที่เงินลงทุนจากต่างประเทศมีแนวโน้มไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมากขึ้น จะเป็นผลดีกับหุ้น big cap เช่น หุ้นในกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุปโภคบริโภค จึงเพิ่มหุ้น KBANK และ CPN เข้ามาอยู่ในรายชื่อหุ้น Top pick นอกจากนี้มองว่า sentiment ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์น่าจะดีขึ้น จึงได้เพิ่มหุ้น SIRI เข้ามาในรายชื่อหุ้น Top pick ด้วยเช่นกัน           อย่างไรก็ตาม คาดว่าเงินบาทไทยน่าจะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในกลุ่มส่งออก, กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม           ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/67 อาจชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ เพราะโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 2 ของรัฐบาล วงเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท น่าจะต้องเลื่อนไปเป็นปีหน้า อย่างไรก็ตามแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไทยและสหรัฐฯเร็วกว่าคาด และการที่เงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นอีก ในปี 67-68 จึงปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET สิ้นปี 67 นี้เป็น 1,480 จุด เท่ากับ P/E 16 เท่าในปี 68 หรือ -0.75SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี จากเดิม 1,420 จุด เท่ากับ P/E 15 เท่าในปี 68 , - 1SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี           ขณะที่สิ้นปี 68 นั้น มองเป้าหมายดัชนี SET อยู่ที่ 1,630 จุด เท่ากับ P/E 16 เท่าในปี 69 หรืออยู่ที่ -0.75SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปีเช่นกัน สำหรับรายชื่อหุ้น Top pick ประกอบด้วย AMATA, BBL, BCH, CBG, CPALL, CPN, CRC, KBANK, KLINIQ, PTTEP และ SIRI

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011