ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#SAWAD


SAWAD ขายเกลี้ยง ! หุ้นกู้ 4,000 ล้าน

SAWAD ขายเกลี้ยง ! หุ้นกู้ 4,000 ล้าน

                หุ้นวิชั่น - บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ มูลค่า 4,000 ล้านบาทซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุน สามารถจำหน่ายได้ครบ ทั้งจำนวนภายในเวลาอันรวดเร็ว ตอกย้ำความเชื่อมั่นในสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท พร้อมได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ A-(THA) และแนวโน้ม “Stable” จาก FITCH Rating                 นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการกลยุทธ์องค์กร บมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “การออกหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่บริษัทฯ ออกด้วยอันดับเครดิต A-(THA) และความสำเร็จของการขายในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อ SAWAD ซึ่งสอดคล้องกับอันดับเครดิตที่บริษัทฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสม SAWAD พร้อมเดินหน้าในการขยายสินเชื่อรายย่อยให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดจนพัฒนา เทคโนโลยีทางการเงิน เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”                 หุ้นกู้ของ SAWAD มีให้เลือกลงทุนถึง 4 รุ่น รองรับความต้องการของนักลงทุนและนักลงทุนสถาบันที่ มองหาทางเลือกการลงทุนที่มั่นคงและให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยแบ่งเป็น รุ่นที่ 1 อายุ 2 ปี 2 เดือน ครบกำหนดปี 2570 อัตราดอกเบี้ย 3.59% ต่อปี, รุ่นที่ 2 อายุ 3 ปี 2 เดือน ครบกำหนดปี 2571 อัตราดอกเบี้ย 3.85% ต่อปี, รุ่นที่ 3 อายุ 4 ปี ครบกำหนดปี 2572 อัตราดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี และรุ่นที่ 4 อายุ 5 ปี ครบกำหนดปี 2573 อัตราดอกเบี้ย 4.20% ต่อปี พร้อมรับดอกเบี้ย  ทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง                 อีกทั้งยังได้รับการจัดจำหน่ายโดย 15 สถาบันการเงินและบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ อาทิ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารกสิกรไทย, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า, บล.เมย์แบงก์, บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง, บล.ดาโอ, บล.บลูเบลล์, บล.ธนชาต, บล.เคจีไอ, บล.บียอนด์, บล.พาย, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.โกลเบล็ก และบล.ทรีนีตี้ พร้อมให้บริการแก่นักลงทุนที่สนใจ                 "SAWAD มุ่งมั่นเดินหน้าขยายธุรกิจและพัฒนาโซลูชันทางการเงิน เพื่อการเติบโตที่มั่นคง พร้อมส่งมอบคุณค่าสูงสุดแก่ลูกค้าและนักลงทุนทุกท่าน เราขอขอบคุณทุกความไว้วางใจที่มีให้เสมอมา โดยยึดมั่นหลักการ ‘ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ มั่นใจ ถูกต้อง โปร่งใสตามกฎหมาย พร้อมเติบโตคู่ชีวิตชาวไทย’ด้วยบริการสินเชื่อที่โปร่งใส เป็นธรรม และเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน" นางสาวธิดากล่าวปิดท้าย

SAWAD ผลงานกำลังฟื้น แนะ “ซื้อ” - เช็กเป้าเลย!

SAWAD ผลงานกำลังฟื้น แนะ “ซื้อ” - เช็กเป้าเลย!

               หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุถึง SAWAD ว่า Earning Review 4Q24: กำไรสุทธิเท่ากับ 1.28 พันล้านบาท (-6.2% QoQ, -0.3% YoY) จาก NII ที่ลดลงตาม Yield on loan ที่ปรับลดลง ขณะที่ CoF ที่สูงขึ้น กดดัน NIM ให้ปรับลดลงเหลือ 13.73% (-94 bps QoQ) สินเชื่อชะลอตัว -3% QoQ, -4% YoY ด้านคุณภาพสินทรัพย์ NPLs ratio เพิ่มขึ้นเป็น 3.58% (+10 bps QoQ) จากการ Write-off ลูกหนี้ รวมถึงการชะลอตัวของสินเชื่อผลกระทบจากความตึงตัวในการระดมทุนในตลาดหุ้นกู้และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ Gross NPLs ทำได้ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานดีขึ้นจากแนวโน้มผลขาดทุนจากรถยึดเริ่มลดลงรายได้ค่าธรรมเนียมชะลอตัวลงตามสินเชื่อ FY24: กำไรสุทธิ 5.2 พันล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน ประกาศจ่ายหุ้นปันผลในอัตรา 10:1 (เท่ากับปีก่อน) เงินปันผล 0.04 บาท/หุ้น ขึ้น XD 8 พ.ค. Outlook กำลังฟื้นตัว                ผู้บริหารตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 10-15%เนื่องจากสภาพคล่องดีขึ้นจากการคาดหวังการระดมทุนในตลาดหุ้นกู้ที่กลับมาสู่สภาวะปกติ Focus ในสินเชื่อจำนำทะเบียนเป็นหลัก ภายใต้ความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อ (LTV ยังคงอยู่ในระดับต่ำ)สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มองว่ามีโอกาสเติบโตNIM อาจปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อยจาก CoF ที่มีแนวโน้มลดลงใน 2H25Fจากการได้รับอันดับ Credit rating ที่ A- จากเดิมที่ BBB+ จากทริสเรทติ้งNPLs ratio ที่ 3-4% และ Credit cost ที่ 1.8-2.0% (ปี 24 = 2%) ธุรกิจนายหน้าประกันภัย                ตั้งเป้ายอดเบี้ยประกันวินาศภัยเติบโต 30-50%ได้รับใบอนุญาตให้ขายประกันผ่านช่องทางออนไลน์ เป้า D/E ในกรอบ 1.7-2.0 เท่า เทียบกับปีก่อนที่ 2.2 เท่า ประเมินกำไรสุทธิปีนี้ขยายตัวเพียง 4% แต่แนะนำ “ซื้อ” ด้วย Upside ที่สูง คาดการณ์กำไรสุทธิปี 25F เท่ากับ 5.46 พันล้านบาท +4% YoYโมเมนตัมของผลประกอบการจะเติบโตเด่นในช่วง 2H25Fสินเชื่อคาดขยายตัว 10%Credit cost ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนมาที่ 1.9%ROE ปรับตัวลงเหลือ 15.7% จากผลของการจ่ายหุ้นปันผลมองเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเป็นการเพิ่มสภาพคล่องแก่บริษัทเพื่อเร่งปล่อยสินเชื่อ แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 40.25 บาท อิง PBV 1.77 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังระยะยาว (4.9 เท่า) – 1.25 SDตลาดตอบรับความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของบริษัทมากเกินไปผู้บริหารมีแผนที่จะจ่ายหุ้นปันผลพร้อมเงินสดอย่างต่อเนื่อง แต่จะเพิ่มอัตราการจ่ายเป็นเงินสดขึ้นจากปีก่อนที่ 1.2% Upside ปัจจุบันน่าสนใจ                บริษัทตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 10-15% เน้นสินเชื่อจำนำทะเบียน ภายใต้การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด (LTV ต่ำ) ขณะที่ NIM มีโอกาสปรับขึ้นเล็กน้อยจาก CoF ที่ลดลงใน 2H25F หลังได้รับการปรับอันดับ Credit Rating เป็น A- NPLs ratio คาดอยู่ที่ 3-4% และ Credit cost อยู่ที่ 1.8-2.0%ธุรกิจนายหน้าประกันตั้งเป้าเบี้ยประกันวินาศภัยเติบโต 30-50% หลังได้รับใบอนุญาตขายออนไลน์มีแผนจ่ายปันผลเป็นหุ้นและเงินสดต่อเนื่อง แต่จะเพิ่มสัดส่วนการจ่ายเงินสดมากขึ้นคาดกำไรสุทธิปี 25F อยู่ที่ 5.46 พันล้านบาท (+4% YoY) โมเมนตัมเติบโตเด่นใน 2H25F แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 40.25 บาท อิง PBV 1.77x ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว

SAWAD ดันสินเชื่อโต15% ย้ำสภาพคล่องแข็งแกร่ง

SAWAD ดันสินเชื่อโต15% ย้ำสภาพคล่องแข็งแกร่ง

          หุ้นวิชั่น - SAWAD ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 10-15% พร้อมเปิดสาขาใหม่ 200-300 แห่ง พัฒนาบริการออนไลน์ให้สะดวกยิ่งขึ้น ชูแอปฯ "ศรีสวัสดิ์" ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วประเทศ ย้ำสภาพคล่องแข็งแกร่ง เงินสดพร้อมใช้กว่า 10,000 ล้านบาท รักษา NPL ที่ 3-4% คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ แม้ความต้องการจากลูกค้า NON BANK เพิ่มขึ้น           นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 10-15% โดยตั้งเป้าหมาย Credit Cost หรือ ต้นทุนความเสี่ยงของสินเชื่อที่ไม่ได้รับการชำระคืนอยู่ในระดับ 1.8-2.8% นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าจะเปิดสาขาเพิ่มเติม 200-300 สาขา และเน้นพัฒนาระบบออนไลน์ให้เป็นสาขาเคลื่อนที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า หากการใช้แท็บเล็ตออนไลน์ มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะมีการทยอยปิดสาขาบางแห่ง แต่ไม่ใช่ในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อเป็นการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด           ในปัจจุบันบริษัท มีลูกค้าประมาณ 2 ล้านคน โดยบริษัทมุ่งพัฒนาแอปพลิเคชัน "ศรีสวัสดิ์" เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า และในปีนี้จะดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง (Conservative) โดยเน้นควบคุมสินเชื่อให้กับลูกค้าเก่า และขยายการกระจายความเสี่ยง พร้อมทั้งเน้นดูแลและช่วยเหลือลูกค้าทั่วประเทศ ด้านการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนนั้น ตั้งเป้าที่จะลดการใช้กระดาษลง           พร้อมกันนี้ บริษัทมีสภาพคล่องที่ดี โดยมีเงินสดในธนาคาร 5,000 ล้านบาท และวงเงินที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 6,000 ล้านบาท รวมแล้วบริษัทมีทุนพร้อมใช้จำนวน 10,000 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่ามีสภาพคล่อง ส่วนงบการเงินนั้นบริษัทบริหารจัดการมาระยะหนึ่ง และคาดว่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปล่อยหุ้นกู้ในปีที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับดี คาดว่าในปีนี้การปล่อยสินเชื่อจะเติบโตและมีความผ่อนคลายลง แต่ยังคงมุ่งเน้นคุณภาพเป็นหลัก และดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง (Conservative) ถึงแม้ความต้องการสินเชื่อสำหรับลูกค้า NON BANK เพิ่มขึ้น แต่ทางบริษัทยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยตั้งเป้าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 3-4% เทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา ในส่วนพอร์ตสินเชื่อลดลงเนื่องจากการระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ           ขณะเดียวกันในไตรมาสนี้บริษัทคาดว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดีหลังจากการจัดการงบดุล           ส่วนการกู้ยืมจากบุคคลภายนอกเป็นการลงทุนจากครอบครัวที่มั่นใจ ซึ่งยังไม่ถึงกำหนดการชำระคืน โดยย้ำว่าบริษัทไม่มีปัญหาสภาพคล่อง คาดว่าในปีนี้อัตราผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้น และจากการปรับนโยบายการเงินที่ถูกต้อง จะทำให้ประหยัดต้นทุน นอกจากนี้ การขายประกันออนไลน์ที่ได้รับอนุญาตปลายปีที่ผ่านมาและการเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ คาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมผลการดำเนินงานให้ดีขึ้นในปีนี้

SAWAD ร่วงแรง 16% กังวลสภาพคล่อง-ไม่จ่ายปันผล

SAWAD ร่วงแรง 16% กังวลสภาพคล่อง-ไม่จ่ายปันผล

            หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บล.ธนชาต ระบุ ราคาหุ้น SAWAD ร่วงแรงเช้านี้คาดว่ามาจากความกังวลเรื่องสภาพคล่องและการไม่จ่ายปันผล ซึ่งได้สอบถามทางบริษัทแล้ว ได้รับคำชี้แจงดังนี้ - สินเชื่อที่เติบโตช้าใน 2Q-3Q67 มาจากสถานการณ์ในตลาดหุ้นกู้ที่ผันผวน ทำให้ออกหุ้นกู้ได้ไม่ครบ จึงมีการระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้นแล้ว และสามารถออกหุ้นกู้ได้ครบโดย SAWAD มีการออกหุ้นกู้ไป 3 พันล้านเมื่อเดือน ธ.ค. และ SCAP ออกหุ้นกู้ไป 1.6 พันล้านเมื่อเดือนม.ค. - การกู้ยืม Third party เป็นการกู้ยืมเพียง 500 ล้านเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการลงทุนของครอบครัวไม่เกี่ยวกับเรื่องสถาพคล่อง - การหดตัวของสินเชื่อเป็นผลมาจากการระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อและ clean up งบดุลซึ่งการ clean up ส่วนใหญ่ทำเสร็จแล้วไปในปีที่แล้ว โดยคุณภาพสินทรัพย์เริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ 4Q67 และบริษัทคาดสินเชื่อจะเติบโต 10-15% ในปีนี้ - สำหรับการจ่ายปันผลเป็นหุ้นเป็นไปตามแนวทางของบริษัทอยู่แล้วตั้งแต่ปี 66 ส่วนการจ่ายเงินปันผลมีแค่ช่วงโควิด (ปี 62-65) เท่านั้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” SAWAD พื้นฐาน 47 บาท

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

SAWAD คาดกำไรโต 12.1%  โบรกเคาะซื้อ เป้า 50 บาท

SAWAD คาดกำไรโต 12.1% โบรกเคาะซื้อ เป้า 50 บาท

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล. หยวนต้า ระบุ Srisawad Corporation (SAWAD) ปัจจัยลบจบไปแล้ว...กำไรจะเริ่มปรับตัวขึ้น คาดกำไรสุทธิ 4Q24 โต 11.4% YoY และ 8.6% QoQ หลังค่าใช้จ่ายลดลง  เราคาด SAWAD จะมีกำไรสุทธิ 4Q24 จำนวน 1,412 ลบ. โต 11.4% YoY และ 8.6% QoQ หนุนจาก 1. สินเชื่อรวมคาดกลับมาโต 3% QoQ จากที่ปรับลดลงใน 3Q24 ซึ่งบริษัทมีการควบคุมการปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อกันกระแสเงินสดเพื่อชำระคืนหุ้นกู้ ขณะที่ 4Q24 บริษัทกลับมามีสภาพคล่องสูงขึ้น จึงเริ่มกลับมาขยายสินเชื่อตามปกติ 2. NIM คาดปรับขึ้นเล็กน้อยเป็น 14.7% จาก 14.6% ใน 3Q24 จากผลของ Asset Yield ที่ปรับตัวดีขึ้นตามการเร่งขยายสินเชื่อใหม่ และยังควบคุมต้นทุนทางการเงินได้ดี 3. คาดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 2.9% QoQ หลังผลขาดทุนจากการขายรถยึดของ SCAP และ SAWAD ปรับตัวลง จากทั้งปริมาณขายที่น้อยลง และราคารถมือสองที่ฟื้นตัว 4. คาดว่าการตั้งสำรองปรับตัวลง 8.9% QoQ คิดเป็น Credit Cost ที่ 1.8% ลดลงจาก 1.9% ใน 3Q24 หนุนจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ดีขึ้น รับอานิสงส์บวกจากเม็ดเงิน 10,000 บาท ที่รัฐฯ อัดฉีดให้กับกลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านคนตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ย. 2024 ปี 2025 คาดค่าใช้จ่ายลดลงต่อ ทั้งดอกเบี้ยจ่าย, ขาดทุนรถยึด และการตั้งสำรอง หากเป็นไปตามคาด SAWAD จะมีกำไรสุทธิปี 2024 จำนวน 5,239 ลบ. โต 4.8% YoY ต่ำกว่าประมาณการเดิมของเรา 3.3% ส่วนแนวโน้มปี 2025 เราคาดว่ากำไรสุทธิของ SAWAD จะโต 12.1% YoY หลังแก้ปัญหาเกี่ยวกับผลขาดทุนจากการขายรถยึดทั้งในส่วนของรถจักรยานยนต์ของ SCAP และรถยนต์ของ SAWAD ไปแล้ว ประกอบกับล่าสุด SAWAD ได้รับการจัด Credit Rating จาก Fitch ที่ระดับ A- (Rating ภายในประเทศ) เทียบเท่ากับ MTC ที่มีต้นทุนทางการเงินต่ำกว่า ประกอบกับมีผลบวกจากแนวโน้มที่ กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งใน 1H25 ทำให้มีแนวโน้มที่การ Rollover หุ้นกู้ของ SAWAD ในปี 2025 จะมีอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำลง และทำให้ NIM ของบริษัทกลับมาขยายตัว นอกจากนี้ คาดว่าการตั้งสำรองจะทยอยปรับตัวลง โดยเราคาดว่า Credit Cost ของ SAWAD จะลดลงต่อเนื่อง สอดรับกับคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแรงขึ้นให้เป็น Top Pick กลุ่มไฟแนนซ์ คงคำแนะนำ “ซื้อ”   เรามองว่า SAWAD เป็นหุ้นไฟแนนซ์ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น หลังปัจจัยกดดันต่างๆ คลี่คลายลง ประกอบกับได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ ทั้งมาตรการแจกเงิน 10,000 บาทเฟส 2 และเฟส 3 รวมถึงการปรับลดดอกเบี้ยของ กนง. ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 1H25 เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 35.1% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2025 ที่ 50 บาท

SAWAD คาดปี68 กลับมาโต จากสินเชื่อรวม หนุนกำไรเพิ่ม10%

SAWAD คาดปี68 กลับมาโต จากสินเชื่อรวม หนุนกำไรเพิ่ม10%

          หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี ส่องหุ้น SAWAD คงคำแนะนำ TRADING BUY และคง TP25F ที่ 42 บ. ฝ่ายวิจัยชอบ SAWAD เพราะเราเห็นพัฒนาการในเชิงบวกด้านคุณภาพสินทรัพย์ ส่งผลให้เราคาดปี 2025F มีโอกาสเห็น SAWAD กลับมาเติบโตสินเชื่อรวม และกำไรสุทธิ2025F คาดเติบโต +10% y-y จากปี 2024F คาดเพียงทรงตัว y-y           สำหรับกำไรสุทธิ 4Q24F คาดที่ 1,320 ลบ. กำไรเพิ่มขึ้น +4%y-y และ +2%q-q เพราะ i) รายได้การขายประกันเพิ่มขึ้น ii) ขาดทุนรถยึดลดลงเหลือ 150-200 ลบ. จาก 3Q24 ที่ 250 ลบ. iii) การช าระหนีข้ องลูกหนี้ดีขึ้น สำหรับสินเช่ือรวมเพิ่มขึ้น +2% q-q คิดเป็ น +1% YTD จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อจำนำทะเบียน ด้านคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับควบคุมได้ NPL Ratio ที่ 3.50% ใกล้กับ 3Q24 ที่ 3.49%

SAWAD คาดผ่อนคลาย credit cost ลุ้น Q4 กำไรโต โบรกชี้เป้า 45 บ.

SAWAD คาดผ่อนคลาย credit cost ลุ้น Q4 กำไรโต โบรกชี้เป้า 45 บ.

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  ระบุ SAWAD  กำไร 3Q67 +2.8% QoQ แต่ -6.2% YoY เป็นผลหลักจากรายการสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ส่งผลให้กำไร 9M67 +2.5% YoY           ปรับกลยุทธ์ปีนี้ เน้นจำนำทะเบียน ลดสินเชื่อเช่าซื้อ และปรับ LTV ลง เพิ่มการติดตามหนี้ เน้นคุณภาพสินทรัพย์เป็นหลัก           คาดสถานการณ์ขาดทุนรถยึด และคุณภาพสินทรัพย์ผ่านจุดเลวร้ายสุดมาแล้ว ลดแรงกดดัน credit cost ทำให้คาด 4Q67 กำไรจะกลับมาเติบโตทั้ง QoQ และ YoY บวก รับ sentiment เชิงบวกจากสิ้นสุดดอกเบี้ยขาขึ้น           แนวรับ = 37.5/38 แนวต้าน = 40/40.5           SAWAD | ซื้อ | TP=45 บ.

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

ครม. อนุมัติมาตรการ Easy e-receipt  แจกเงินดิจิทัลเฟส 2 - ขยายเวลาลดภาษี ผับ บาร์

ครม. อนุมัติมาตรการ Easy e-receipt แจกเงินดิจิทัลเฟส 2 - ขยายเวลาลดภาษี ผับ บาร์

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.กรุงศรี เผย ครม. มีมติเห็นชอบแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 2 ให้กลุ่มผู้สูงอายุ, อนุมัติมาตรการ Easy e-receipt และขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิต ผับ บาร์ ไนต์คลับ อีก 1 ปี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว บทวิเคราะห์มองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Domestic Play ที่จะได้ประโยชน์ อาทิ ค้าปลีก, ไฟแนนซ์, ร้านอาหาร และท่องเที่ยว (CRC, CPALL, SAWAD, CENTEL, ERW)

SAWAD ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ แนะ 7 ข้อควรรู้ ช่วยลดความเสี่ยงการเงิน

SAWAD ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ แนะ 7 ข้อควรรู้ ช่วยลดความเสี่ยงการเงิน

          ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ภายใต้บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อ โดยชี้ว่าการเตรียมตัวอย่างรอบคอบก่อนยื่นขอสินเชื่อจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย และเพิ่มโอกาสให้การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปได้อย่างราบรื่น พร้อมแนะ 7 ปัจจัยสำคัญที่ผู้กู้ควรทราบ ทั้งการวางแผนการเงิน การตรวจสอบอัตราดอกเบี้ย ไปจนถึงการพิจารณาค่าธรรมเนียม เพื่อให้ผู้กู้สามารถจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ           โดยในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน อีกทั้งยังมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง การมีแผนการเงินที่มั่นคงถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก การกู้เงินอย่างมีวินัยนั้นไม่เพียงช่วยให้ผู้กู้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ แต่ยังช่วยป้องกันการเกิดปัญหาทางการเงินในอนาคตอีกด้วย 7 ข้อควรรู้ก่อนกู้เงิน วัตถุประสงค์ในการกู้เงิน การกำหนดเป้าหมายชัดเจนในการขอสินเชื่อที่ชัดเจน เช่น การกู้เพื่อลงทุนในธุรกิจที่สร้างรายได้ การซื้อบ้าน เงินหมุนเวียน หรือทุนเพื่อการศึกษา และวางแผนจำนวนเงินเท่าที่จำเป็นต้องกู้ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบ สภาพคล่องทางการเงิน ก่อนตัดสินใจกู้ ควรพิจารณาสภาพคล่องทางการเงินของตนเองว่ามีรายรับเพียงพอหรือไม่ การกู้มากเกินความจำเป็นอาจนำไปสู่ปัญหา โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าภาระหนี้ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้รวมเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย และมีความสามารถในการชำระคืนได้ ประวัติการเงินของผู้กู้ ประวัติการเงินที่ดี เช่น การชำระหนี้ตามกำหนด จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง การตรวจสอบประวัติการเงินและชำระหนี้ตรงเวลาเป็นสิ่งที่ ใช้พิจารณา อัตราดอกเบี้ย ผู้กู้ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายแห่ง เพื่อหาเงื่อนไขที่ดีที่สุด ประเภทของดอกเบี้ยต่างๆ การเข้าใจอัตราดอกเบี้ยจะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายระยะยาว เงื่อนไขการชำระหนี้ ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการผ่อนชำระ เช่น ระยะเวลาการผ่อน ค่างวด และวิธีการชำระเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระคืนของตนเองอย่างต่อเนื่อง ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขอสินเชื่อ เช่น ค่าธรรมเนียมการดำเนินการ ค่าอากรแสตมป์ รวมถึงค่าธรรมเนียมการปิดยอดสินเชื่อก่อนกำหนด ซึ่งทางศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจไม่มีการเรียกเก็บค่าปรับในการชำระหนี้ก่อนกำหนด เงื่อนไขพิเศษอื่น ๆ ผู้กู้ควรศึกษาเงื่อนไขพิเศษ เช่น การผ่อนผันในกรณีล่าช้า การยืดหยุ่นในการชำระหนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าการชำระหนี้จะไม่สร้างปัญหาทางการเงินในอนาคต           ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ พร้อมให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับสินเชื่อที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้กู้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและมีข้อมูลที่ครบถ้วน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินเชื่อและบริการได้ที่ 1652 หรือทางเว็บไซต์ : https://www.sawad.co.th/ หมายเหตุ : * กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว * เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด * สินเชื่อรถ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 17.85% – 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 54 งวด * สินเชื่อบ้านที่ดิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 14.61% – 15.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 72 งวด

SAWAD คาดกำไร Q4 พุ่ง สินเชื่อ-รัฐ หนุน เป้า 44.50 บาท

SAWAD คาดกำไร Q4 พุ่ง สินเชื่อ-รัฐ หนุน เป้า 44.50 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บทวิเคราะห์ บล.เอเอสแอล ระบุว่า บริษัทรายงานงบ 3Q67 มีกำไรสุทธิ 1.31 พันล้านบาท +3% QoQ, -6% YoY เป็นไปตาม consensus คาดการณ์ โดยได้แรงหนุนจาก Non-NII ที่ปรับตัวขึ้น +19% QoQ, +31% YoY จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย แต่ในขณะที่ NII ยังอ่อนแอจากสินเชื่อที่หดตัว -3% QoQ, -1% YTD จากสถานการณ์ในตลาดหุ้นกู้ที่ซบเซา ทำให้ต้องเลื่อนการระดมทุน กระทบต่อการปล่อยสินเชื่อภายในงวด ส่วนด้านค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองชะลอตัวลง คิดเป็น Credit cost ที่ 2.0% (เทียบกับไตรมาสก่อนที่ 2.1% และปีก่อนที่ 1.4%) ขณะที่ NPLs ratio ขยับขึ้นเป็น 3.5% จากไตรมาส ก่อนที่ 3.4% ซึ่งมาจากฐานสินเชื่อที่หดตัว ในขณะที่ Gross NPL ยังทรงตัว รวมถึงลูกหนี้ S2 ลดลงเป็น 10.5% จากไตรมาสก่อนที่ 11.1% สะท้อนพัฒนาการด้านคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้นตามแผนการ Clean-up balance sheet ผู้บริหารให้แนวโน้มการฟื้นตัวใน 4Q67 – 2568F ประเมินแนวโน้มสินเชื่อจะกลับมาขยายตัวหลังสถานการณ์ ตลาดหุ้นกู้เริ่มดีขึ้น โดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีในการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ราว 3 พันล้านบาท รวมถึงได้รับการอนุมัติใบอนุญาตขายประกันออนไลน์ ทำให้เราคาดหวังรายได้จากการดำเนินงาน (NII + Non-NII) จะกลับมาเติบโตเด่น ขณะที่เป้า NPLs ratio จะยังคงไม่เกิน 3.5% ส่วนเป้าปี 68F สินเชื่อขยายตัวราว 10-15% และ Credit cost จะ ไม่เกิน 1.8% ซึ่งมองว่าท้าทายตามปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนในปัจจุบันอยู่ในระดับสูง รวมถึงระดับการตั้งสำรองในงวดปัจจุบันยังไม่ได้สูงมากนัก แต่ผู้บริหารเชื่อว่าผลขาดทุนจากการขายรถยึดใน SCAP จะเริ่มปรับลดลงตั้งแต่งวดนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ประเมินกำไรสุทธิ 4Q67F จะขยายตัวทั้ง QoQ และ YoY โดย Bloomberg Consensus ประเมินกำไรสุทธิปี 67-68F เท่ากับ 5.2 พันล้านบาท +4.8% YoY และ 5.7 พันล้านบาท +9.5% YoY มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 42.78 บาท ในเชิง sentiment ขานรับปัจจัยบวกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะฐานราก เช่น นโยบายแจกเงินดิจิทัล และนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัท ทั้งนี้ยังมีปัจจัย บวกหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นอยู่ ได้แก่ 1. มีโอกาสเข้าคำนวณในดัชนี SET50 รอบ 1H68 2. นโยบายขึ้นค่าแรงที่จะมีการพิจารณาในช่วงปลายเดือนนี้ (21 ธ.ค.) และ 3. แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงในปี 25F (ทางฝ่ายคาดว่าจะปรับลดลง 1 ครั้ง 0.25% สู่ระดับ 2.00%)

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

SAWAD ปลื้ม! หุ้นกู้มูลค่า 3,000 พันล้านบาท ขายเกลี้ยง

SAWAD ปลื้ม! หุ้นกู้มูลค่า 3,000 พันล้านบาท ขายเกลี้ยง

          บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ประกาศความสำเร็จปิดการขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 3,000 พันล้านบาท ซึ่งเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2567 นักลงทุนให้การตอบรับล้นหลาม สามารถจำหน่ายได้ครบทั้งจำนวนภายในเวลาอันรวดเร็ว ตอกย้ำความมั่นใจในสถานะทางการเงินและศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัท           นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการกลยุทธ์องค์กร บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) กล่าวว่า “ความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองทางการเงินของลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยปัจจุบัน SAWAD มีสาขากว่า 5,600 แห่ง นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมศักยภาพการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดการสินเชื่อและบริการอื่น ๆ อย่างครบวงจร ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและนักลงทุน พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาธุรกิจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว รวมถึงผลตอบแทนที่น่าสนใจและความมั่นคงในระดับ Investment Grade”           หุ้นกู้ที่ออกจำหน่ายในครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 11 เดือน 26 วัน ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2569 อัตราดอกเบี้ย 4.30% ต่อปี ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2570 อัตราดอกเบี้ย 4.80% ต่อปี และชุดที่ 3 อายุ 3 ปี 11 เดือน 26 วัน ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 อัตราดอกเบี้ย 4.95% ต่อปี ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ “BBB+” พร้อมแนวโน้ม “คงที่” จาก ทริสเรทติ้ง ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2567           "เราขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ไว้วางใจในหุ้นกู้ของ SAWAD และพร้อมเดินหน้าสู่ความสำเร็จในระยะยาวเพื่อสร้างคุณค่าให้ทั้งลูกค้าและนักลงทุน" นางสาวธิดากล่าวปิดท้าย [PR News]

SAWAD พื้นฐานแกร่ง ข่าวลบกระทบสั้น เป้า 51 บาท

SAWAD พื้นฐานแกร่ง ข่าวลบกระทบสั้น เป้า 51 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม Opportunity Day ของ SAWAD และ SCAP วานนี้           ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ SCAP : มีแรงกดดันจากข่าวเกี่ยวกับการที่ผู้บริหารของ SCAP ใช้บัญชีบริษัทในการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ส.ป.ก. ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งบริษัทชี้แจงว่าเป็นการโอนเงินเพื่อชำระคืนหุ้นกู้รุ่น SAWAD236C มูลค่า 1,450 ล้านบาท ที่ครบกำหนดชำระในวันที่ 13 มิ.ย. 2566 และไม่มีการพบมูลความผิดตามที่กล่าวอ้างในข่าว.           แนวโน้มธุรกิจของ SCAP : ปริมาณรถยึดของ SCAP ต่อสินเชื่อรวมในไตรมาส 3 ปี 2567 ลดลงเหลือ 0.88% ซึ่งต่ำกว่า 1% ครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ช่วยควบคุมปัญหาผลขาดทุนจากการขายรถยึดได้ดี และคาดว่าจะลดลงในไตรมาส 4 ปี 2567 เนื่องจากการปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ โดยมีการคัดกรองลูกหนี้ใหม่ที่มีความเสี่ยงต่ำ.           ผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ : ทั้ง SAWAD และ SCAP ได้ประโยชน์จากมาตรการอัดฉีดเงิน 10,000 บาทให้กับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งช่วยปรับปรุงสถานะการชำระหนี้ได้ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนและต่อเนื่องถึงตุลาคม แม้ว่าจะมีผลกระทบจากน้ำท่วมในภาคเหนือ           การขายหุ้นกู้ : บริษัทสามารถขายหุ้นกู้จำนวน 3,000 ล้านบาทได้ครบในเวลา 15 นาที และยังมีรายชื่อรอ (Waiting List) สะท้อนถึงสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถขยายสินเชื่อในไตรมาส 4 ปี 2567           แผนการขยายธุรกิจ : SCAP มีแผนขยายสาขาเพิ่มในปี 2568 และจะรุกขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัยผ่านช่องทาง Application หลังได้รับใบอนุญาตนายหน้าประกันออนไลน์ในไตรมาส 4 ปี 2567           มุมมองของผู้วิเคราะห์ : มุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อธุรกิจของ SAWAD เพราะคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยได้แรงหนุนจากการขยายพอร์ตสินเชื่อและการควบคุมผลขาดทุนจากการขายรถยึด คาดว่า SAWAD จะมีกำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 5,419 ล้านบาท เติบโต 8.4% YoY คาดว่ากำไรจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยจะเติบโตในไตรมาส 4 ปี 2567           คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น SAWAD เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 24.4% และยังมีโอกาสที่จะถูกเพิ่มเข้าดัชนี SET50 ในช่วงกลางเดือนธันวาคม

จับตา!หุ้นเข้า SET50 BANPU-SAWAD-COM7-CCET

จับตา!หุ้นเข้า SET50 BANPU-SAWAD-COM7-CCET

          หุ้นวิชั่น -  หุ้นวิชั่น -ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า หุ้นที่คาดการณ์ว่าจะเข้า SET50 รอบครึ่งแรกปี 68 ได้แก่ BANPU, SAWAD, COM7 และ CCET ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะออกจาก SET50 ได้แก่ BCP CENTEL EA TIDLOR โดยเชื่อว่ามูลค่าหลักทรัพย์ที่ไม่ติดอันดับเป็น สาเหตุที่ทำให้หลุดออกจาก SET50   กรณีของ CCET ที่คาดว่าจะเข้า SET50 รอบครึ่งแรกปี 68 นั้น เชื่อว่าจะทำให้เกิดเงินทุนไหลเข้าดัชนี SET50 538.84 ล้านบาท ขณะที่ TIDLOR ที่คาดออกจาก SET50 จะทำให้มีเงินทุนไหลออกจากดัชนี SET50  324.74 ล้านบาท   สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET100 รอบครึ่งแรกปี 68 ได้แก่ CCET, JTS, PR9 และ COCOCO ส่วนหุ้นที่คาดว่า จะออกจาก SET100 ได้แก่ MBK, RBF, TIPH และ TOA โดยสาเหตุที่น่าจะทำให้ MBK และ TOA หลุดออกจาก SET100 เนื่องจาก Turnover ratio 1% ไม่ครบ 9 ใน 12 เดือน ส่วน TIPH ที่คาดออก เพราะมูลค่าซื้อขายไม่ผ่านเกณฑ์ 25% ของค่าเฉลี่ยรวมทั้งตลาด 9 ใน 12 เดือน ขณะที่ RBF คาดออก เพราะมูลค่าหลักทรัพย์ไม่ติดอันดับ ทั้งนี้คาดว่า CCET จะเข้า SET100 จะทำให้เกิดเงินทุนไหลเข้าดัชนี SET100 46.15 ล้านบาท และ MBK จะทำให้มีเงินทุนไหลออกจากดัชนี SET100 19.98 ล้านบาท             โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะประกาศรายชื่อหุ้นเข้าออก SET50 และ SET100 รอบครึ่งแรกปี 68 ในช่วงวันที่ 13 - 18 ธันวาคม 67 นี้ และเริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 68   ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า จากข้อมูลหุ้นที่เข้า SET50 ในช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมา หรือ 16 รอบของการปรับหุ้นเข้าและออกใน SET50 พบว่า หากซื้อหุ้นที่เข้า SET50 ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้ SET50 รอบใหม่ 1 เดือน จะให้ ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.83% ขณะที่หากซื้อหุ้นที่เข้า SET50 ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้ SET50 รอบใหม่ 2 สัปดาห์ ผลตอบแทนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2.15% จากข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า ผลตอบแทนเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงหุ้นใน SET50 นั้น หุ้นที่มีโอกาสเข้า SET50 จะให้ผลตอบแทนเชิงบวก         นอกจากนี้ยังพบว่า หุ้นที่ได้รับการปรับประมาณการเพิ่มขึ้น มีการซื้อขายอยู่ในโซนล่าง และมี Upside สูง เป็นหุ้นที่น่าสนใจ ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI จึงทำการเปรียบเทียบ % Upside to target price ของ Bloomberg consensus กับค่า Z Score 12M FWD PE 5 ปีย้อนหลัง พบว่า หุ้นที่มีการซื้อขายอยู่ในโซนล่าง มี % Upside to target price สูง และมี SETESG Rating ระดับ A ขึ้นไป ได้แก่ COM7 มี Upside 10.6% , BANPU มี Upside 5.7% ขณะที่ค่า Z-Scores 12M FWD PE 5 ปี อยู่ที่ -0.99 และ -0.02 ตามลำดับ             เมื่อเปรียบเทียบ การปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) กับราคาเป้าหมาย (Target price) ย้อนหลัง 1 เดือน จะได้หุ้นที่ถูกปรับประมาณการเพิ่มขึ้น ได้แก่ CCET (EPS ถูกปรับขึ้น 6.5%, Target price ถูกปรับขึ้น 52.9%) และหากเปรียบเทียบการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นกับราคาเป้าหมายย้อนหลัง 6 เดือน จะได้หุ้นที่ถูกปรับประมาณการเพิ่มขึ้น ได้แก่ CCET (EPS  ถูกปรับขึ้น 26.9%, Target price ถูกปรับขึ้น 81.4% และ COM7 (EPS ถูกปรับขึ้น 8.0%, Target price ถูกปรับขึ้น 35.0%)   ขณะที่หุ้นที่มีราคาปรับลงมากที่สุด โดยเปรียบเทียบย้อนหลัง 1 เดือนล่าสุด ได้แก่ BANPU ราคาปรับลง 7.3% และ SAWAD ปรับลง 3.6% และเมื่อพิจารณาข้อมูลการซื้อขายสุทธิของผู้บริหาร ตั้งแต่ต้นปี 67 ถึงปัจจุบัน จะได้หุ้นที่มียอดซื้อขายสุทธิของผู้บริหารมากสุด ได้แก่ SAWAD 323.24 ล้านบาท, CCET 14.45 ล้านบาท และ BANPU 8.54 ล้านบาท

abs

SSP : ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน ทางเลือกใหม่เพื่ออนาคต

KGI คาดสินเชื่อ SAWAD โค้งท้ายฟื้น ล็อกเป้า 46 บ.

KGI คาดสินเชื่อ SAWAD โค้งท้ายฟื้น ล็อกเป้า 46 บ.

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางของ SAWAD โดยผลประกอบการ 3Q67 ต่ำเกินคาดเพราะสินเชื่อหดตัว และ NIM ลดลงกำไรสุทธิของ SAWAD ใน 3Q67 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (+3% QoQ และ +6% YoY) ต่ำกว่าประมาณการรวมของตลาด (consensus) 2% และ ต่ำกว่าประมาณการฝ่ายวิเคราะห์ 7% เนื่องจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อ ลดลงฉุดให้มาร์จิ้น ลดลงเกือบ 20bps ทั้งนี้ กำไรสุทธิในงวด 9M67 อยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท คิดเป็น 71% ของประมาณการกำไรเต็มปีฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อจะฟื้นตัวขึ้นใน 4Q67 โดยมีมาร์จิ้น ดีขึ้น และ credit cost จะลดลง           บริษัทชี้แจงว่าอัตราผลตอบเทนสินเชื่อ (yield) ที่ลดลงประมาณ 25bps YoY เป็นเพราะ EIR ที่มี yield สูงหมดอายุไป และ ไม่มีการปล่อยสินเชื่อใหม่มาแทน ทั้งนี้พอร์ตสินเชื่อรวมหดตัวลง -3% QoQ และ -1% YTD โดยส่วนใหญ่มาจากการหดตัวของสินเชื่อ H/P รถมอเตอร์ไซค์ที่ -5% QoQ และ -7% YTD เนื่องจากบริษัทตั้งใจจะเก็บเงินสดภายในบริษัทที่ได้จากการชำระคืนหนี้เอาไว้เพื่อจ่ายคืนหุ้นกู้ refinance           อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะผ่อนคลาย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อลดลง และ สินเชื่อจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นใน 4Q67 หลังจากที่ได้เงินจากการออกหุ้นกู้ใหม่และวงเงินกู้จากธนาคารเข้ามาเพิ่ม รัฐบาลเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) ให้บริษัทนอนแบงก์เพื่อช่วยลูกค้ากลุ่มเปราะบาง           SAWAD เผยถึงมาตรการช่วยเหลือที่รัฐบาลอาจจะนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง โดยรัฐบาลขอให้บริษัทในกลุ่ม non-bank เสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้าที่อาจจะประสบปัญหา (อาจจะตั้งเป้าไปที่กลุ่มสินเชื่อ stage 2 หรือสินเชื่อที่เปลี่ยนเป็น NPL <1 ปี) โดยรัฐบาลจะชดเชยด้วยการจัดหา soft loan ต้นทุนต่ำให้กับ non-bank ซึ่งเงินทุนส่วนนี้จะเป็นแหล่งเงินทุน หรือ แหล่งสภาพคล่องที่ช่วยให้ทำธุรกิจต่อไปได้           ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรปี 2567/2568 ลง -4%-2% และ ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2568F เหลือ 46 บาท แนะนำซื้อ โดยฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรลงเพื่อสะท้อนถึง 1.) การปรับลดสมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อเหลือ +3%+12% (จากเดิม +8%/+12%) และ 2.)ต้นทุนการระดมทุนที่ไม่ลดลงในปี 2567F/2568F ที่ปีละ 4.37% (จากปีละ 4.37%) นอกจากนี้ยังปรับลดราคาเป้าหมายปี 2568 ลงเหลือ 46 บาท (จากเดิม 48.5) อิงจาก PE ที่ 12.5x

SAWAD โชว์กำไร Q3 1,366 ล้าน รุกปล่อยสินเชื่อ

SAWAD โชว์กำไร Q3 1,366 ล้าน รุกปล่อยสินเชื่อ

         หุ้นวิชั่น - บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 โดดเด่นด้วยรายได้รวม 5,273 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวม 1,366 ล้านบาท โดยบริษัทเผยว่าการปล่อยสินเชื่อในโค้งสุดท้ายของปีนี้ยังเน้นการปล่อยสินเชื่อคุณภาพสูง ขณะเดียวกัน ความต้องการสินเชื่อเงินด่วนของคนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความจำเป็นและความเชื่อมั่นในการใช้บริการของประชาชนอย่างกว้างขวาง           นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการกลยุทธ์องค์กร บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) ระบุว่า ในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 บริษัทและบริษัทย่อยสามารถทำกำไรสุทธิรวมได้ 1,366 ล้านเทียบกับไตรมาสเดียวกันหลังหักรายการพิเศษของปีก่อนจำนวน 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 166 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.83 อย่างไรก็ตาม หากเทียบกำไรจากการดำเนินงาน งวด 3/2567 กับ ผลการดำเนินงาน งวดไตรมาส3/2566 ( ก่อนหักรายการพิเศษ ) บริษัท จะมีกำไรลดลง 58 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 4.1 ขณะเดียวกัน บริษัทยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 2,280 ล้านบาท ลดลง 6.82% ซึ่งเกิดจากการลดขาดทุนจากการขายสินทรัพย์รอการขายและค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายตามนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท "SAWAD มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ ไม่เพียงแค่ลดค่าใช้จ่าย แต่ยังขยายการให้บริการไปยังพื้นที่ทั่วประเทศผ่านสาขาที่ครอบคลุม 5,600 แห่ง พร้อมยังให้บริการค้นหาข้อมูลประกันภัย และเข้าถึงบริการเสริมต่าง ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” ที่จะช่วยให้ลูกค้าจัดการสินเชื่อและประกันภัยได้สะดวกขึ้น แอปฯ นี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่เข้าถึงง่าย ช่วยให้ลูกค้าตรวจสอบยอดชำระได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังเป็นการเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิตอลอีกด้วย และในช่วงสุดท้ายของปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อคุณภาพ ควบคู่กับการควบคุม NPL ให้อยู่ในระดับเหมาะสมและมุ่งสู่การให้สินเชื่ออย่างเป็นธรรมและยั่งยืน" นางสาวธิดากล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ ซึ่งเป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มีผู้ค้ำประกัน และจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยจะเปิดให้จองซื้อปลายเดือนพฤศจิกายน 2567 นี้ เพื่อตอบสนองความต้องการการลงทุนของประชาชน กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อย ภายใต้เครื่องหมายบริการ "ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ" ซึ่งประกอบด้วย 5 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1) สินเชื่อรายย่อยแบบมีหลักประกันประเภท ทะเบียนรถเก่าทุกประเภท บ้านและโฉนดที่ดิน 2) สินเชื่อรายย่อยแบบไม่มีหลักประกันภายใต้การกำกับ 3) บริหารสินทรัพย์ 4) รับจ้างติดตามหนี้ 5) บริการที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจสินเชื่อ [PR NEWS]

[Gossip] SAWAD ดอกเบี้ยพร้อมโอน ทุกคนรับครบแน่นอน

[Gossip] SAWAD ดอกเบี้ยพร้อมโอน ทุกคนรับครบแน่นอน

           กระแสถามถึงกันหนักมากจากเหล่าสาวกหุ้นกู้ SAWAD ใจเย็นนิดนึงนะคะ ดอกเบี้ยงาม ๆ จาก SAWAD285A กำลังทยอยเข้าบัญชีทุกคนแน่นอนค่ะ! ตอนนี้มีปัญหาทางเทคนิคจากระบบของธนาคารที่เป็นนายทะเบียน (น่าหยิกเสียจริง) แต่บริษัทฯ ได้วางเงินสำหรับโอนทั้งหมดให้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ย. 67 ที่ผ่านมาแล้ว ทางธนาคารกำลังเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่นะคะ อาจมีบางท่านได้รับเงินแล้ว บางท่านยังรอ แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ ได้ครบทุกคนแน่นอน ทางบริษัทฯ เองก็จี้ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เหล่าสาวกได้รับดอกเบี้ยงาม ๆ ครบถ้วนค่ะ รออีกนิดนะคะ

abs

ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร

สินเชื่อฉับไว ปลอดภัย ไร้กังวล 7 ขั้นตอนกับศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ

สินเชื่อฉับไว ปลอดภัย ไร้กังวล 7 ขั้นตอนกับศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ

          ในช่วงเวลาที่ความต้องการเงินกู้เพื่อใช้จ่ายเร่งด่วนหรือหมุนเวียนทุนในธุรกิจเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การมีตัวเลือกที่ปลอดภัยและโปร่งใสในการขอสินเชื่อเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ หนึ่งในผู้ให้บริการสินเชื่อชั้นนำของประเทศไทย ได้พัฒนาโซลูชันสินเชื่อที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยกระบวนการที่รวดเร็ว โปร่งใส และถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ลูกค้ามั่นใจในทุกขั้นตอน จุดเด่นของสินเชื่อศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ อนุมัติเร็ว ได้เงินไว ศรีสวัสดิ์เป็นที่รู้จักในเรื่องการอนุมัติที่รวดเร็ว เมื่อลูกค้ายื่นเอกสารครบถ้วนแล้ว สามารถรับเงินสดได้ภายในเวลาอันสั้น ทำให้ไม่ต้องรอนาน สินเชื่อหลายประเภทให้เลือก ไม่ว่าคุณจะมีรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือบ้านและที่ดินที่ต้องการใช้เป็นหลักประกัน ศรีสวัสดิ์มีสินเชื่อหลากหลายประเภทให้คุณเลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล กระบวนการยื่นเอกสารง่ายและสะดวก การขอสินเชื่อไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารซับซ้อน ใช้เพียงบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหลักประกันทรัพย์สิน ทำให้การขอสินเชื่อรวดเร็วและสะดวก วงเงินสูงตามมูลค่าทรัพย์สิน วงเงินสินเชื่อที่ศรีสวัสดิ์เสนอจะขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อและมูลค่าของทรัพย์สินค้ำประกัน ลูกค้าสามารถเลือกวงเงินที่ตรงกับความต้องการ บริการที่ครอบคลุม ศรีสวัสดิ์มีสาขาทั่วประเทศกว่า 5,500 สาขา ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างง่ายดาย แอปพลิเคชันทันสมัย ใช้งานสะดวก ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะการชำระหนี้และการขอสินเชื่อได้ทุกที่ทุกเวลา ลดความยุ่งยากในการติดตามผล 7 ขั้นตอน ในการขอสินเชื่อกับศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ การขอคำปรึกษาเบื้องต้น เข้าพบเจ้าหน้าที่ที่สาขาหรือสอบถามผ่านแอปพลิเคชันเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินเชื่อที่ตรงกับความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือทรัพย์สินอื่นๆ เป็นหลักประกัน เตรียมเอกสารประกอบการสมัคร เอกสารที่ใช้ประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหลักฐานทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกัน เช่น เล่มทะเบียนรถ หรือโฉนดที่ดิน ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่จะทำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่คุณนำมาใช้ค้ำประกัน พร้อมคำนวณวงเงินสินเชื่อที่คุณมีสิทธิ์ได้รับ และแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับดอกเบี้ยและเงื่อนไขการชำระเงินอย่างละเอียด ลงนามในสัญญาสินเชื่อ เมื่อคุณตัดสินใจที่จะดำเนินการขอสินเชื่อ เจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมสัญญาที่ระบุรายละเอียดครบถ้วน คุณสามารถตรวจสอบและลงนามสัญญาได้ที่สาขาหรือผ่านแอปพลิเคชัน รับเงินอย่างรวดเร็ว หลังจากลงนามในสัญญาเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถรับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ระบุไว้ทันที โดยไม่ต้องรอนาน ตรวจสอบตารางการผ่อนชำระ การผ่อนชำระสามารถติดตามได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันหรือแจ้งเตือนทาง SMS ทำให้คุณไม่พลาดวันครบกำหนดการชำระ บริการหลังการขาย ในกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการชำระหนี้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ศรีสวัสดิ์ได้ทุกวันผ่านสายด่วน 1652 หรือ LINE Official @srisawad สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครสินเชื่อศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ได้ที่สาขา ผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย เพียงไม่กี่ขั้นตอน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1652 LINE @srisawad หรือทางเว็บไซต์: https://www.sawad.co.th/ หมายเหตุ : * กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว * เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด * สินเชื่อรถ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 17.85% – 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 54 งวด * สินเชื่อบ้านที่ดิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 14.61% – 15.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 72 งวด

โบรกฯส่อง SAWAD มองเป็นหุ้นเด่น แนะเป้าใหม่ 48.75 บ.

โบรกฯส่อง SAWAD มองเป็นหุ้นเด่น แนะเป้าใหม่ 48.75 บ.

          หุ้นวิชั่น – บล.เคจีไอ วิเคราะห์หุ้น SAWAD มองเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ จากผลประกอบการจะดีขึ้นจากคชจ.สํารองฯ และ LOS ลดลง โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าอัตราการเติบโตกําไรในปี 2567/2568 -2%/+9% จากสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ 8%/12%, มาร์จิ้นที่ทรงตัว และ credit cost ที่ลดลง ฝ่ายวิจัยขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2568 โดยอิงจาก PE ที่ 12.5x ทําให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2568 ใหม่ที่ 48.75 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 44 บาท)           คาดว่ากําไรใน Q3/67 จะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท (+11% QoQ, +2% YoY, +5% ใน 9M67)ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการของ SAWAD จะฟื้นตัวขึ้นเนื่องจาก credit costลดลง และ LOS (ซึ่งบันทึกผ่านค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน) ลดลง โดยเฉพาะ LOS ของ AMC           ทั้งนี้ LOS ของธุรกิจ AMC มีขนาดใหญ่ และ คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของ LOS ทั้งหมดของบริษัท ในทํานองเดียวกัน ฝ่ายวิจัยคาดว่า credit cost จะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.99% ใน Q3/67 (จาก 2.1% ใน Q2/67)ในขณะที่คาดว่าสินเชื่อจะขยายตัวในอัตราชะลอตัวที่ 1% QoQ และ 8% YoY ทั้งนี้ จากประมาณการ Q3/67 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากําไรในงวด 9M67 จะคิดเป็น 73% ของประมาณการกําไรเต็มปีของฝ่ายวิจัย ฝ่ายวิจัยปรับราคาเป้าหมายอ้างอิงกําไรปี 2568 ที่ 48.75 บาท และ แนะนําซื้อ

SAWAD เปิดตัวแอป “ศรีสวัสดิ์” “แอปดีชีวิตคล่อง”

SAWAD เปิดตัวแอป “ศรีสวัสดิ์” “แอปดีชีวิตคล่อง”

          บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ยกระดับก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางการเงิน ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล เปิดตัวแอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” ภายใต้สโลแกน “แอปดีชีวิตคล่อง ที่ต้องมีติดเครื่อง” มุ่งเน้นให้บริการทางการเงินที่ ครบวงจรในแอปเดียวทั้งการจัดการสินเชื่อและประกัน สะดวก รวดเร็ว ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา เหมือนยกสาขาศรีสวัสดิ์มาไว้ในมือถือ รองรับการใช้งานทั้ง iOS และ Android เปิดให้บริการมาแล้ว 9 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ปลื้มกระแสตอบดีเยี่ยม มียอดดาวน์โหลดกว่า 280,000 ครั้ง           นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) กล่าวว่า “การเปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘ศรีสวัสดิ์’ ภายใต้สโลแกน ‘แอปดีชีวิตคล่อง ที่ต้องมีติดเครื่อง’ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำศรีสวัสดิ์เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ที่จะช่วยให้ลูกค้าทุกกลุ่มเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายและสะดวกขึ้น ลูกกค้าสามารถดูคู่สัญญาได้จากแอป เพื่อความโปร่งใส มั่นใจ ตามกฎหมาย ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ไปพร้อมกับการยกระดับการให้บริการด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทั้งด้านสินเชื่อและประกันภัย นอกจากนี้ การมีแอปพลิเคชันยังช่วยให้ขยายฐานลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงินแบบดั้งเดิม”           แอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบถ้วน โดยลูกค้าสามารถ ดูข้อมูลบัญชีสินเชื่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชัน ขอเพิ่มวงเงินออนไลน์และติดตามสถานะการขอสินเชื่อได้ทันที ชำระเงินค่างวดผ่านคิวอาร์โค้ด สมัครสินเชื่อใหม่ เลือกซื้อแผนประกันรถยนต์ได้อย่างสะดวก อีกทั้งลูกค้ายังสามารถค้นหาสาขาศรีสวัสดิ์ทั่วประเทศ รับข้อความแจ้งเตือนใกล้ถึงวันครบชำระค่างวด และอัปเดทข่าวสารหรือโปรโมชันใหม่ ๆ อย่างครบถ้วน แอปถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับทุกกลุ่มผู้ใช้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี อีกทั้งยังได้นำแนวคิด Net Zero มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันภายใต้กรอบ ESG เพื่อส่งเสริมการให้ความรู้ด้านการเงิน ยกระดับการให้บริการ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสาขา  เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันในเรื่องการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero Commitment)  เพื่อการเติบโตเคียงคู่กับสังคมอย่างยั่งยืน           นอกจากนี้ แอปพลิเคชันยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการเข้าถึงบริการด้านประกันภัยที่ครอบคลุมมากขึ้น สร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า  เพื่อทำให้กระบวนการทำประกันภัยเป็น เรื่องง่าย คุ้มค่า และเชื่อถือได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลักของบริษัทฯ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด           ในช่วงที่ลูกค้าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ศรีสวัสดิ์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ โดยลูกค้าสามารถใช้แอปฯ เพื่อตรวจสอบข้อมูลการช่วยเหลือ การขอปรับโครงสร้างหนี้ และการขยายระยะเวลาชำระเงิน ตลอดจนตรวจสอบสถานะการชำระค่างวดและแผนผ่อนชำระเพิ่มเติม พร้อมฟังก์ชันแจ้งเตือนพิเศษสำหรับลูกค้าที่มีสิทธิ์รับความช่วยเหลือด้านการเงิน           “ศรีสวัสดิ์มีแผนพัฒนาแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง โดยจะปรับปรุงฟีเจอร์ใหม่ ๆ ตามเสียงสะท้อนของผู้ใช้งาน เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การวิเคราะห์การชำระเงินเพื่อช่วยบริหารหนี้ และการนำเสนอสินเชื่อหรือบริการที่ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน และในไตรมาสแรกของปีหน้า จะเปิดบริการเปรียบเทียบซื้อประกันออนไลน์ ลูกค้าสามารถเทียบเบี้ยประกันและซื้อออนไลน์ได้ด้วยตัวเองทันที เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา” นางสาวธิดา กล่าวปิดท้าย           แอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือจัดการสินเชื่อและประกันเท่านั้น พร้อมพัฒนาเพื่อตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่มสนับสนุนทางการเงินและร่วมมือกันในด้านการเงินเพื่อสังคมในอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยแก้ไขปัญหาสังคมในด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา เหมือนยกสาขาศรีสวัสดิ์มาไว้ในมือถือ  ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของศรีสวัสดิ์ เติบโตคู่ ชาวไทย อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน           สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินเชื่อและบริการของศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ได้ที่ 1652 หรือทางเว็บไซต์ : https://www.sawad.co.th/ *เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) *กู้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนไหว *เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด *สินเชื่อรถ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 17.85% – 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 54 งวด *สินเชื่อบ้านที่ดิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 14.61% – 15.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 72 งวด [PR News]

abs

Hoonvision

เก็งโผหุ้นเข้า SET50 BANPU, SAWAD, COM7, TCAP

เก็งโผหุ้นเข้า SET50 BANPU, SAWAD, COM7, TCAP

            หุ้นวิชั่น - ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ได้ประเมินหุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 ในรอบครึ่งแรกปี 68 เบื้องต้น ได้แก่ BANPU, SAWAD, COM7, TCAP และหุ้นที่คาดว่าจะออกจาก SET50 ได้แก่ BCP, CENTEL, EA, TIDLOR โดยคาดว่ามูลค่าหลักทรัพย์ที่ไม่ติดอันดับเป็นสาเหตุที่ทำให้หลุดออกจาก SET50 ทั้งนี้ประเมินจากข้อมูล ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2567 หากข้อมูลครบ จะคำนวณใหม่อีกครั้ง             สำหรับหุ้นคาดว่าจะเข้า SET100 ในรอบครึ่งแรกปี 68 ได้แก่ JTS, CCET, COCOCO, PR9 ขณะที่คาดว่าหุ้นที่จะออกจาก SET100 ได้แก่ MBK, RBF, TIPH, TOA สาเหตุที่คาดว่า MBK และ TOA จะหลุดออกจาก SET100 เนื่องจาก Turnover ratio 1% ไม่ครบ 9 ใน 12 เดือน ส่วน TIPH จะหลุดจาก SET100 เพราะมูลค่าซื้อขายไม่ผ่านเกณฑ์ 25% ของค่าเฉลี่ยรวมทั้งตลาด 9 ใน 12 เดือน และ RBF ที่หลุด เพราะมูลค่าหลักทรัพย์ไม่ติดอันดับ โดยประเมินจากข้อมูล ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2567 หากข้อมูลครบ จะคำนวณใหม่อีกครั้ง             โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) น่าจะประกาศรายชื่อหุ้นเข้าออก SET50 และ SET100 ในรอบ ครึ่งแรกปี 68 ในช่วงวันที่ 13 - 18 ธ.ค.2567 และเริ่มใช้วันที่ 1 ม.ค.- มิ.ย. 2568             ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า จากข้อมูลหุ้นที่เข้า SET50 ในช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมา หรือ 16 รอบของการปรับหุ้นเข้าและออกใน SET50 พบว่าหากซื้อหุ้นที่เข้า SET50 ล่วงหน้า 1 เดือน ก่อนวันเริ่มใช้ SET50 รอบใหม่ จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.83% ขณะที่หากซื้อหุ้นที่เข้า SET50 ล่วงหน้า 2 สัปดาห์ ก่อนวันเริ่มใช้ SET50 รอบใหม่ ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.15% ดังนั้น จากข้อมูลดังกล่าวพบว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงหุ้นใน SET50 นั้น หุ้นที่มีโอกาสเข้า SET50 จะให้ผลตอบแทนในเชิงบวก             ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า หุ้นที่ได้รับการปรับประมาณการเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีการซื้อขายอยู่ในโซนล่าง และมี เปอร์เซ็น upside สูง เป็นหุ้นที่น่าสนใจ โดยเมื่อเปรียบเทียบเปอร์เซ็น upside ของราคาหุ้นต่อราคาเป้าหมายของ Bloomberg consensus กับค่า Z Score ช่วง 12 เดือน FWD PE 5 ปีย้อนหลัง หุ้นที่มีการซื้อขายอยู่ในโซนล่างมีเปอร์เซ็น upside ของราคาหุ้นต่อราคาเป้าหมายของ Bloomberg consensus สูง และมี SETESG Rating ในระดับ A ขึ้นไป ได้แก่ TCAP (7.7%) และ BANPU (0.5%) ในขณะที่ค่า Z-Scores 12 เดือน FWD PE 5 ปีจะอยู่ที่ -0.95 และ 0.003 ตามลำดับ             ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) กับราคาเป้าหมายย้อนหลัง 1 เดือน จะได้หุ้นที่ถูกปรับประมาณการเพิ่มขึ้นได้แก่ COM7 ขณะที่หุ้นที่ราคาลงมามากที่สุด โดยเปรียบเทียบย้อนหลัง 1 เดือนล่าสุดได้แก่ BANPU (-11.3%) และเมื่อพิจารณาข้อมูลการซื้อขายสุทธิของผู้บริหาร ตั้งแต่ต้นปี 2567 ถึงปัจจุบัน จะได้หุ้นที่ มียอดซื้อขายสุทธิของผู้บริหารมากสุด ได้แก่ SAWAD 323.24 ล้านบาท และ BANPU 8.54 ล้าน บาท

บล.กรุงศรี อัพเป้า SAWAD เป็น 42 บ. คาดกำไรสดใส

บล.กรุงศรี อัพเป้า SAWAD เป็น 42 บ. คาดกำไรสดใส

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) มีมุมมอง slightly positive ต่อ SAWAD ผลประกอบการไตรมาส 3/67 จากคาดขาดทุนรถยึดลดลง q-q สำหรับกำไรสุทธิ ไตรมาส 3/67 คาดที่ 1,280 ล้านบาท ลดลง -8% y-y เพิ่มขึ้น +1% q-q ตามทิศทางของค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL)           ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ปรับกำไรสุทธิ 2568-2569 ขึ้นปีละ +(6-10)% เพราะ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางภาครัฐ คาดช่วยลดปัญหาการตกชั้นของลูกหนี้ และทิศทางดอกเบี้ยนโยบายขาลง ส่งผลต่อราคาปี 2568 ปรับขึ้นเป็น 42 บาท           และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น NEUTRAL ฝ่ายวิเคราะห์มองบวกกับ SAWAD มากขึ้น เพราะคาดเห็นขาดทุนรถยึดลดลง q-q และกำไรสุทธิ 2568 คาดกลับมาเติบโต +10% y-y อีกทั้งมีประเด็นเชิงบวก ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางภาครัฐ และทิศทางดอกเบี้ยขาลง

SAWAD สินเชื่อสร้างการเติบโตมหาศาล

SAWAD สินเชื่อสร้างการเติบโตมหาศาล

https://www.youtube.com/shorts/VlNWJSxiggU

ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ

ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ

https://www.youtube.com/shorts/cflU4SuSM24

บล.ทรีนีตี้ มอง Top pick Q4 SAWAD, AEONTS, KTC, DIF, CPNREIT เด่น

บล.ทรีนีตี้ มอง Top pick Q4 SAWAD, AEONTS, KTC, DIF, CPNREIT เด่น

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด คาด ตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในภาวะซึมๆ โดยวอลุ่มการซื้อขายลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ดัชนี SET จะทะลุ 1400 จุดขึ้นมา คาดส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยการเมืองที่เรากล่าวไปเมื่อวานนี้ หันกลับมาที่วันนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสถูกกดดันเล็กน้อยจาก Bondyield สหรัฐฯที่ปรับตัวสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ของรอบจากความคาดหวังการลดดอกเบี้ย Fed ที่ลดลง รวมถึงการ Price in ความเป็นไปได้ที่นาย Donald Trump จะคว้าชัยจากการชิงชัยตำแหน่งปธน.สหรัฐฯที่มากขึ้น ซึ่งอาจนำมาสู่การออกพันธบัตรสหรัฐฯ (Supply) ขนาดใหญ่ที่รออยู่ได้ อย่างไรก็ดี ยังไม่เห็นสัญญาณการปรับขึ้นของ Bond yield ไทยมากนักซึ่งยังคงถือเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อ SET Index บนมาตรวัด Earning yield gap           Strategy : ในเชิงกลยุทธ์ มองกลุ่มหุ้น Rate-sensitive และ Bond-liked ภายในประเทศ ยังคงได้เปรียบในสภาวะที่ Bond yieldของไทยยังคงทรงตัวต่อ โดย Top pick ในกลุ่มนี้ประจำไตรมาส 4 ยังคงได้แก่ SAWAD, AEONTS, KTC, DIF, CPNREIT เป็นต้น           มองปัจจัยเฝ้าระวังที่อาจต้องติดตามในช่วง 1 เดือนข้างหน้าได้แก่ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯซึ่งหากออกมาในกรณีที่ Trump ได้รับชัยชนะ หรือแย่ไปกว่านั้นคือกรณี Red sweep จะส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ ผ่านความกังวลสงครามการค้าที่อาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง รวมถึงเม็ดเงินที่อาจโยกย้ายเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯมากขึ้นเนื่องจากจะเป็นตลาดหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการลดภาษีต่างๆของ Trump

SAWAD เปิดแผนธุรกิจโค้งสุดท้าย ชูธงสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

SAWAD เปิดแผนธุรกิจโค้งสุดท้าย ชูธงสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

          “ศรีสวัสดิ์” เปิดแผนธุรกิจไตรมาสสุดท้ายปี 2567  ย้ำเดินหน้า “ศรีสวัสดิ์ เติบโตคู่ชีวิตชาวไทย” ให้บริการสินเชื่อที่รวดเร็วและทั่วถึงในพื้นที่ ที่มีความต้องการ โดยมีการบริหารความเสี่ยงของสินเชื่อให้เหมาะสมภายใต้การประเมิน ความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง และพุ่งเป้าลุยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ พร้อมเป็นทางเลือกช่วยกลุ่มเปราะบางไม่ให้ติดกับดักหนี้นอกระบบ  ประเมินความต้องการสินเชื่อครัวเรือนปลายปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่แบงก์พาณิชย์คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ เผยปัจจุบันลูกค้ามากกว่า 30% ในพอร์ตผันตัวมาจากหนี้นอกระบบ โดยลูกค้า 95% อยู่ในต่างจังหวัด เร่งปรับตัวพัฒนาแอปพลิเคชันตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัล            นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องกรค์ บริษัทศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า ศรีสวัสดิ์ยังคงเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ขององค์กร “เติบโตคู่ชีวิตชาวไทย” ตามที่มุ่งมั่นมาโดยตลอด  สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของศรีสวัสดิ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 จะโฟกัสสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นเรื่องของคุณภาพสินเชื่อ เพิ่มความเข้มงวดในหลักเกณฑ์และขั้นตอนการปล่อยสินเชื่อ พร้อมทั้งกำชับพนักงานให้อธิบายรายละเอียดกับลูกค้าอย่างครบถ้วน และแนะนำสินเชื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าจริง ๆ รวมถึงติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้มีมาตรการช่วยเหลือหากลูกค้าผ่อนไม่ไหวจริง ๆ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบางในต่างจังหวัดอาจจะไม่ค่อยมีวินัยทางการเงินมากนัก ซึ่งศรีสวัสดิ์ได้พยายามให้ความรู้เรื่องการเงินกับลูกค้ามาโดยตลอด ทั้งมีการจัดอบรมให้ความรู้เองและร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ           “ศรีสวัสดิ์” เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย ภายใต้เครื่องหมายบริการ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ซึ่งประกอบธุรกิจหลัก สินเชื่อรายย่อยแบบมีหลักประกันประเภท ทะเบียนรถเก่าทุกประเภท บ้าน และโฉนดที่ดิน มีความเชี่ยวชาญและเติบโตจากการทำตลาดในต่างจังหวัด ปัจจุบันมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 5,600 สาขา เน้นให้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถเป็นหลัก ทั้งรถ 4 ล้อ,รถ 6 ล้อ, รถ 10 ล้อ และรถมอเตอร์ไซค์ โดยสัดส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์คิดเป็น 25% ของพอร์ต และโฉนดที่ดินคิดเป็น 25% ส่วนอีก 30% เป็นสินเชื่อมอเตอร์ไซค์เช่าซื้อ และประมาณเกือบ 20% เป็นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งลูกค้าหลักเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงธนาคารพาณิชย์ได้ ถือเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับกลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริง           จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวค่อนข้างช้า และรายได้ของครัวเรือนมีความไม่แน่นอนมากขึ้น สวนทางกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูง ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อของครัวเรือนยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์เพิ่มความระมัดระวังและเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากกังวลต่อความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและเครดิตของผู้กู้ ทำให้กลุ่มคนรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากขึ้น ซึ่งศรีสวัสดิ์ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกของคนที่ต้องการเงินทุน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางสูง เพื่อไม่ต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ โดยปัจจุบันลูกค้ามากกว่า 30% ในพอร์ตของศรีสวัสดิ์เป็นการผันตัวเองมาจากหนี้นอกระบบ และลูกค้าส่วนใหญ่ประมาณ 95% อยู่ในต่างจังหวัด           “นอนแบงก์คือด่านสุดท้ายก่อนที่กลุ่มคนรายได้น้อยจะไปพึ่งหนี้นอกระบบ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าบริการของนอนแบงก์ไม่เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ ขอกู้ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือนและไม่ตรวจเครดิตบูโร ซึ่งนอนแบงก์เกือบทั้งหมด รวมถึงศรีสวัสดิ์จะเติบโตมาจากการดึงลูกหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ โดยบริการของนอนแบงก์จะเป็นระบบ ไม่มีการทวงหนี้แบบโหด และพนักงานของเรามีความคุ้นเคยกับลูกค้าอยู่แล้ว มีการเติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้คุณภาพหนี้ของเราอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบางก็อาจจ่ายหนี้ไม่ตรงเวลา ทำให้มีเอ็นพีแอลบ้างเป็นเรื่องปกติ โดยเราควบคุมอยู่ที่ประมาณ 3.5%”           นางสาวธิดา กล่าวสรุปว่า “ศรีสวัสดิ์เติบโตมาจากตลาดต่างจังหวัด ซึ่งมีวิธีการทำตลาดเป็นรูปแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน เรามีความเข้าใจในพฤติกรรมลูกค้า ช่วงต้นปีสถานการณ์สินเชื่ออาจชะลอบ้าง แต่ตอนนี้กระเตื้องขึ้นแล้ว ลูกค้าที่มีเงินจะแบ่งจ่ายตามกำลังที่จ่ายไหว ไม่ใช่ไม่จ่าย เราเข้าใจว่าทุกคนต้องกินต้องใช้ ก็จะผ่อนปรนพูดคุยกับลูกค้าว่าจ่ายได้เท่าไหร่ ขอแค่อย่าหนีไป ซึ่งลูกค้ากลุ่มมอเตอร์ไซค์ต้องดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะมีความเปราะบางสูง ส่วนการแข่งขันในธุรกิจนอนแบงก์ยอมรับรุนแรงและเข้มข้นมาก แต่ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องคุณภาพสินเชื่อและบริการเป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องราคา นอกจากนี้ เพื่อให้ตอบรับกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เริ่มคุ้นชิ้นกับดิจิทัล จากไปนี้เราคงไม่เน้นเรื่องการขยายสาขาจำนวนมาก ๆ แต่จะเน้นเรื่องการพัฒนาแอปพลิเคชันให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้สะดวกสบายขึ้น  โดยคาดว่าปลายปีนี้จะมีการเปิดตัวแอปพลิเคชันเพื่อให้บริการสินเชื่อที่รวดเร็วและทั่วถึงในพื้นที่”           สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินเชื่อและบริการของศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ได้ที่ 1652 หรือทางเว็บไซต์ : https://www.sawad.co.th/ [PR News]

[Vision Exclusive] SAWAD ชูสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ดันพอร์ตโต 15%

[Vision Exclusive] SAWAD ชูสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ดันพอร์ตโต 15%

           หุ้นวิชั่น-รู้หรือไม่ ! SAWAD เป็นหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการเงินและสินเชื่อที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อส่วนบุคคล นอกจากนี้ยังมีการดำเนินธุรกิจในด้านอื่นๆ เช่น การให้บริการประกันภัย เป็นต้น            สำหรับโครงสร้าง SAWAD มีรายได้จาก รายได้ดอกเบี้ย ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้ดอกผลเช่าซื้อ ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืม ดอกเบี้ยรับจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ  อาทิต รายได้จากนายหน้าประกันวินาสภัย            ทีมข่าวหุ้นวิชั่นได้สัมภาษณ์คุณธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กรของ SAWADเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนของบริษัทในการรีไฟแนนซ์ได้มากขึ้น นอกจากนี้ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา SAWAD ยังเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพ โดยเน้นการควบคุมปริมาณสินเชื่อและ Loan to Value ให้บริหารจัดการได้ดี ปัจจุบัน สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยังคงเป็นสินเชื่อหลักที่สร้างรายได้สูงสุดและมีผู้ใช้บริการมากที่สุดในพอร์ตของบริษัท            ช่วงท้ายปีแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อของผู้บริโภคไม่ลดลง เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยและทำให้การหมุนเวียนของเงินในระบบดีขึ้น อีกทั้งคาดว่าจะมีลูกค้าบางส่วนที่ได้รับเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนำเงินมาชำระหนี้ได้มากขึ้น ส่งผลบวกต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในพอร์ตของบริษัท            บริษัทตั้งเป้าควบคุมหนี้เสียที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในระดับ 3.5% โดยคาดว่า NPL จะไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะการแจกเงิน 10,000 บาท ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องของลูกค้าและส่งผลดีต่อการบริหารจัดการหนี้ในพอร์ตของบริษัท            สถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อ SAWAD เนื่องจากสาขาในพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พอร์ตใหญ่ของบริษัท โดยจำนวนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบน่าจะต่ำกว่า 1% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด ทั้งนี้ หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย คาดว่าจะมีความต้องการใช้บริการสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากลูกค้าที่ต้องการเงินทุนสำหรับซ่อมแซมบ้านและฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่ง SAWAD พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม            SAWAD คาดการณ์ว่าความต้องการใช้สินเชื่อในปี 2568 จะเติบโตเพิ่มขึ้น จากพอร์ตสินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโต 10-15% ในปี 2567 ซึ่งปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อของบริษัทอยู่ในระดับเกือบแสนล้านบาท แม้หนี้ครัวเรือนจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ SAWAD จะดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาใช้บริการคือกลุ่มที่เคยผ่อนชำระสินเชื่อหมดแล้ว และต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ทำให้การชำระหนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ รายงานโดย : มินตรา แก้วภูบาล บรรณาธิการข่าว mai สำนักข่าว Hoonvision

ลุ้นดอกเบี้ยไทยลดลงตามเฟด สู่2%

ลุ้นดอกเบี้ยไทยลดลงตามเฟด สู่2%

          นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุนหลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ โดยเสียงส่วนใหญ่ 11 ต่อ 1 เห็นชอบให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 50 เบซิสพอยต์ (0.50%) ทำให้อัตราดอกเบี้ยปรับลดจากช่วง 5.25% ถึง 5.50% ลงมาอยู่ที่ 4.75% ถึง 5.00% โดยมีโอกาสที่จะเห็นการลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกมาที่ราว 4.25% - 4.50% และอาจปรับลดลงอีก 1% ในปี 2568           ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยในช่วง 12 เดือนข้างหน้าอาจลดลงเกิน 0.25% หรืออาจปรับลงไปอยู่ที่ระดับ 2% จากปัจจุบันที่ 2.50% ต่อปี โดยคาดว่ากนง. อาจต้องได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากกระทรวงการคลังและภาครัฐ เพื่อดำเนินนโยบายการเงินและการคลังควบคู่ไปกับการบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนหุ้นที่น่าลงทุนในสถานการณ์นี้มี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่: กลุ่มไฟแนนซ์: เช่น MTC และ SAWAD ที่จะได้ประโยชน์จากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: ที่จะได้รับประโยชน์จากการซื้อโครงการที่ต้องมีการผ่อนชำระ กลุ่มหุ้นที่มีหนี้สูง: เช่น โรงไฟฟ้า ที่จะทำให้ภาระการจ่ายดอกเบี้ยลดลง

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011