ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#LH


LH เปิดโรงแรมใหม่ดันรายได้ โบรกเคาะพื้นฐาน 5.20 บ.

LH เปิดโรงแรมใหม่ดันรายได้ โบรกเคาะพื้นฐาน 5.20 บ.

             หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า ระบุว่าทีมวิจัยได้เข้าเยี่ยมชมโรงแรม Grande Centre Point ลุมพินี (GCP ลุมพินี) ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดิน 7 ไร่ ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีลุมพินี โดยเป็นโรงแรมระดับ Luxury มีห้อง 3 แบบ ซึ่งราคาห้องเริ่มต้น 8,000/ 15,000/ 40,000 บาท และมีกำหนดการเปิดให้บริการวันที่ 1 เม.ย. 25 ► พื้นที่โครงการประกอบด้วย 1. โรงแรม 512 ห้อง ขนาด 44-176 ตร.ม. พร้อมเตียง "Emperor" (ขนาด 8 ฟุต) 2. พื้นที่จัดงาน 6,345 ตร.ม. รองรับสูงสุด 1,000 คน 3. Worklab สำนักงานให้เช่า ขนาดกว่า 12,000 ตร.ม. 4. สปา Let's Relax Onsen & Spa ขนาดกว่า 3,500 ตร.ม. ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ จุดเด่นสำคัญคือมีที่จอดรถมากกว่า 1,000 คัน รองรับทั้งลูกค้าโรงแรม, การจัดงานเลี้ยงใหญ่ และออฟฟิศ ► กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโรงแรมเป็นต่างชาติ 70% โดยเฉพาะจากเอเชีย และตะวันออกกลาง และอีก 30% เป็นลูกค้าคนไทย ► บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้จากโครงการในปีแรก ราว 800 ลบ. (เริ่ม 2Q25) และปีถัดไปแบบเต็มปี ราว 1,400 ลบ. โดย ADR (Average Daily Rate) ที่ 8,000 บาท, EBITDA Margin ที่ 50-55% และอัตราการเข้าพักปีแรกที่ 30% (ถึงจุดคุ้มทุน EBITDA) และปีที่ 2 ราว 70% (ผ่านจุดคุ้มทุนกำไร) โดยจุดคุ้มทุนของกำไร คือ มีอัตราการเข้าพักมากกว่า 60% ► เป้าหมายระยะยาวของโรงแรม GCP ลุมพินี ได้แก่ 1. เตรียมขายเป็นสินทรัพย์เข้ากอง REIT หลังดำเนินการ 3 ปี 2. สัดส่วนรายได้โครงการประกอบด้วยรายได้จากห้องพัก 60%, รายได้จากการจัดงานสัมมนา 15-20%, ค่าเช่าสำนักงาน 10-12%, ส่วนแบ่งกำไรจากส่วนของสปาราว 10% และอื่นๆ เช่น รายได้จาก Club Membership, Fitness และร้านค้า ► บริษัทฯ มีแผนเปิดโรงแรมใหม่ต่อเนื่อง 3 แห่ง ได้แก่ • GCP Prestige ราชดำริ (ระดับ Luxury, 509 ห้อง) เปิดในปี 2026 • GCP Voyage พัทยา (ต่อยอดจาก GCP Space พัทยา, 494 ห้อง) เปิดในปี 2027 • GCP Chinatown (357 ห้อง) เปิดในปี 2028 Our Take ► เรามองเป็นบวกต่อการเปิดโรงแรมใหม่ GCP ลุมพินี ที่มีกำหนดการเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาใน 2Q25 ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของรายได้กลุ่มอสังหาฯ ที่อ่อนแอ และเพิ่มรายได้ค่าเช่าและบริการ จากทั้งส่วนของโรงแรมห้องพัก และส่วนของบริการจัดงานเลี้ยงที่รองรับการจัดงานขนาดใหญ่ ซึ่งรายได้จากโรงแรม GCP ลุมพินี จะชดเชยรายได้ห้างสรรพสินค้า Terminal 21 พัทยา ที่ขายเข้ากอง REIT ใน 4Q24 ► แนวโน้ม 1Q25 เราคาดยอด Presales อยู่ระดับต่ำ ลดลง QoQ และ YoY เนื่องจากไม่มีโครงการเปิดใหม่ และการขายสินค้าคงคลังทำได้ไม่ดีนัก ขณะเดียวกัน เราประเมินกำไร 1Q25 ยังไม่ฟื้นตัว ลดลง QoQ และ YoY จากอุปสงค์ที่อยู่อาศัยลดลง และการแข่งขันในตลาดสูง กดดันประสิทธิภาพการทำกำไรลดลง ► ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจร่วมค้าในปี 2023-24 มีสัดส่วนราว 70% ของกำไรปกติ (เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ย 38% ในปี 2018-22) ขณะที่ปัจจุบันธุรกิจหลักการขายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มฟื้นตัวจำกัดตามตลาดฯ ที่โดนกดดันจากปัจจัยมหภาค และบริษัทฯ มีความเสี่ยงที่การระบายสินค้าคงคลังทำได้ช้ากว่าประเมินจากการเสียส่วนแบ่งในตลาดของยอดจองซื้อ ► คงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2025 ที่ 5.20 บาท

LH ตั้งเป้ารายได้ 2.3หมื่นล. จ่อเปิดโรงแรมเพิ่ม เม.ย.นี้

LH ตั้งเป้ารายได้ 2.3หมื่นล. จ่อเปิดโรงแรมเพิ่ม เม.ย.นี้

          หุ้นวิชั่น - LH ตั้งเป้ารายได้ปี 2568 ที่ 23,000 ล้านบาท คาดเติบโต 23% หนุนโดยการลดดอกเบี้ยรัฐและตลาดอสังหาฯ ฟื้นตัว มีแผนเปิดโรงแรม Grande Centre Point Lumphini ในเดือนเม.ย 68 เดินหน้าขายอพาร์ทเมนต์เพิ่ม           นางสาวสิริพร เหล่าแพทย์กิจ รองประธานฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในปี 2568 ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ 23,000 ล้านบาท เติบโต 23% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มฟื้นตัว และการลดดอกเบี้ยนโยบายของภาครัฐซึ่งจะช่วยลดภาระผู้กู้และกระตุ้นยอดขายของบริษัทได้เป็นอย่างดี           สำหรับแผนการเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ บริษัทมีแผนเปิดโรงแรม Grande Centre Point Lumphini ในเดือนเมษายน 2568 โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย           ด้านงบการลงทุน บริษัทได้จัดสรรงบประมาณไว้ที่ 8,500 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นงบลงทุนสำหรับการซื้อที่ดิน 4,000 ล้านบาท งบลงทุนในธุรกิจโรงแรม 4,500 ล้านบาท และในส่วนของการลงทุนในสหรัฐอเมริกา บริษัทวางแผนที่จะขายอพาร์ทเมนต์เพิ่มเติม ตามกลยุทธ์การลงทุนของบริษัท           ผลประกอบการในปี 2567 บริษัทมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 16,099.53 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 18,965.54 ล้านบาท ลดลง 2,866.01 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการลดลงร้อยละ 15.11 สัดส่วนยอดขายในปีที่ผ่านมาแบ่งออกเป็น โครงการบ้านเดี่ยว 14,390 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 77 โครงการทาวน์เฮ้าส์ 945 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5 และโครงการคอนโดมิเนียม 3,420 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18 โดยยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงร้อยละ 19           นางสาวสิริพร กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนการเปิดขายโครงการใหม่ในปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างครบถ้วน สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

LH ไตรมาส 3/67 มีกำไร 649.62 ล้านบาท พร้อมอนุมัติปันผลที่ 0.15 บาทต่อหุ้น

LH ไตรมาส 3/67 มีกำไร 649.62 ล้านบาท พร้อมอนุมัติปันผลที่ 0.15 บาทต่อหุ้น

          หุ้นวิชั่น - บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า งบกำไรขาดทุนงวดไตรมาส 3 ปี 2567 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 649.62 ล้านบาท ในขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 1,185.40 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลงจำนวน 535.78 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 45.20 เกิดขึ้นจาก และ ในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเท่ากับ 3,441.67 ล้านบาท ในขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้จากการขายเท่ากับ 4,450.85 ล้านบาท ลดลงจำนวน 1,009.18 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 22.67           พร้อมที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผล อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.15(บาทต่อหุ้น) วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 28 พ.ย. 2567 และวันที่จ่ายปันผล : 13 ธ.ค. 2567

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011