ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#GC


GC จับมือ GCME และ PA  ส่งมอบโซลูชัน ผลิตภัณฑ์เสริมแรงไฟเบอร์

GC จับมือ GCME และ PA ส่งมอบโซลูชัน ผลิตภัณฑ์เสริมแรงไฟเบอร์

               หุ้นวิชั่น - บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC บริษัท จีซี เมนเทนแนนซ์ แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จํากัด หรือ GCME และ บริษัท เพอร์มาเทค เอเชีย จำกัด หรือ PA ประกาศความร่วมมือเพื่อร่วมมือกันพัฒนาโซลูชันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมแรงไฟเบอร์ที่ทันสมัยผสานความบางเบา และคุณสมบัติพิเศษที่มีความทนทานและคาร์บอนต่ำส่งเสริมอนาคตที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะในด้านวิศวกรรมและการก่อสร้าง ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายวัสดุคอมโพสิตและวัสดุที่ไม่ใช่โลหะ   ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่คาร์บอนต่ำ                ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้งสามองค์กร เพื่อมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีขั้นสูง สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทย โดย GC ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม GCME ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการโซลูชันวิศวกรรมครบวงจรและบริการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และ PA ผู้ผลิตวัสดุคอมโพสิตและวัสดุที่ไม่เป็นโลหะที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งให้บริการโซลูชันที่ทนทานต่อการกัดกร่อน จะร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูงตอบสนองมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุด เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน                นายพรศักดิ์ มงคลตรีรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจเพื่อความเป็นเลิศ GC กล่าวว่า GC มีความยินดีอย่างยิ่งที่เกิดความร่วมมืออันทรงคุณค่าครั้งนี้ ด้วยความทุ่มเทและการผสานความรู้ ความเชี่ยวชาญของทั้งสามองค์กร เรามั่นใจได้ว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้เราผ่านพ้นความท้าทายต่างๆ และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมของประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ซึ่งงสอดคล้องกับการขยายการเติบโตทางธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเป้าหมายองค์กรคาร์บอนต่ำของ GC ภายในปี พ.ศ. 2593 รวมถึงเป้าหมาย สังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย

dss+ GC และ NPC เปิดตัว ระบบจัดการความปลอดภัยการผลิต

dss+ GC และ NPC เปิดตัว ระบบจัดการความปลอดภัยการผลิต

             หุ้นวิชั่น - บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ร่วมกับบริษัท ดีเอสเอส ซัสเทเนเบิล โซลูชั่นส์ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ dss+ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต หรือ Process Safety Management (PSM) ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับระดับโลก และบริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอวิส จำกัด หรือ NPC ผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี ในการให้บริการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาโครงการ dGC PSM Solutions อย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโจทย์การบริการลูกค้าด้านความปลอดภัยในกระบวนการผลิต โดย 3 พันธมิตรมีเป้าหมายในการผนึกกำลังเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับทุกคน              คุณพรศักดิ์ มงคลตรีรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศบริษัท     พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสามองค์กรต่างมีจุดแข็งของตนเอง GC มีประสบการณ์ด้าน PSM มายาวนานกว่า 8 ปี ซึ่งได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง dss+ ในการวางรากฐานที่มั่นคงในด้าน PSM และช่วยพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ให้กับบุคลากรของเรา  และ NPC บริษัทในกลุ่ม GC ที่ทำธุรกิจเป็นที่ปรึกษาและฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมมายาวนานถึง 20 ปีทำให้เข้าใจความต้องการของตลาดจึงได้มาศึกษาโอกาสในการรวมกลุ่มเป็นพันธมิตรกันเพื่อทำธุรกิจ PSM Solutions คุณภาพระดับ world class ให้กับภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยและเป็นผู้นำการขับเคลื่อนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้กับสถานประกอบกิจการทั่วประเทศเพื่อให้คนงานทุกคนมาทำงานและกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกวัน”              คุณอดิศร์ พฤกษ์พัฒนรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดีเอสเอส ซัสเทเนเบิล โซลูชั่นส์ (ไทยแลนด์) (dss+) กล่าวว่า "dss+ เดิมเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยภายใต้บริษัทดูปองท์ ก่อนแยกตัวมาเป็นบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกด้านความปลอดภัย ความยั่งยืน และการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 เราดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 20 ปี และมีบทบาทสำคัญในการช่วยองค์กรต่างๆ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ขอบเขตการดำเนินงานของเรายังคงอยู่ในวงจำกัด เราจึงมุ่งหาพันธมิตรเพื่อขยายองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยให้เข้าถึงองค์กรต่างๆ ได้ในวงกว้าง พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย (Safety Culture) ในประเทศไทย GC เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญของเราซึ่งได้ทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนานกว่า 8 ปี เราเชื่อมั่นว่าทั้ง dss+ และ GC มีแนวทางในการบริหารจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิตที่สอดคล้องกัน ทำให้สามารถนำประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีจาก dss+ ถ่ายทอดและปรับใช้ในอุตสาหกรรมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ"              คุณประกาศ บุตตะมาศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอวิส จำกัด (NPC) กล่าวว่า "ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในหลากหลายอุตสาหกรรมในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าเรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการและความท้าทายของลูกค้าของเรา และพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งในการสนับสนุนให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัยอย่างยั่งยืน สิ่งที่เรามุ่งมั่นที่จะมอบให้แก่ลูกค้าของเรา คือการบริการด้าน Process Safety ที่มีมาตรฐานระดับสากล ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถเข้าถึงและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างทั่วถึง"              ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อนำระบบการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต มาตรฐานสากล ที่ชื่อว่า dGC PSM Solution ไปขยายผลในวงกว้าง โดยมีจุดเด่น คือ การให้บริการด้านความปลอดภัยอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในเรื่อง ความเข้าใจในพฤติกรรมมนุษย์ (Soft Side) สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความปลอดภัยที่เข้มแข็ง และมีความรับผิดชอบในทุกระดับตั้งแต่พนักงาน ผู้บริหาร และผู้รับเหมา มีโปรแกรมด้านการจัดการความปลอดภัย ทั้งการฝึกอบรม การนำไปปฏิบัติจริง และการติดตามประเมินผล ทำให้เกิด PSM Solution คุณภาพระดับ worldclass อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความสุข (Happy Workplace) และส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

PTTGC มุ่งคาร์บอนต่ำ จับมือพันธมิตรโลก

PTTGC มุ่งคาร์บอนต่ำ จับมือพันธมิตรโลก

          หุ้นวิชั่น - 10 มกราคม 2568 กรุงเทพมหานคร : บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ตอกย้ำการเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากลที่มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมกับการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) โดยตลอดปี 2567 GC ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญต่างๆ ได้ดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้  โดยมีผลงานที่โดดเด่นหลายประการ หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 48,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ผ่านการดำเนินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิตกว่า 90 โครงการ หรือเกินเป้าหมายกว่า 100% และมากกว่า 59,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือเกินจากเป้าหมาย 40%  ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภายในประเทศและระดับโลกมากกว่า 40 พันธมิตร GC พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ขยายฐานลูกค้าใหม่ และตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำการเป็นบริษัทที่มุ่งเน้น ความยั่งยืนและสร้างมูลค่าในระยะยาว           นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า “ตลอดปี 2567 GC มุ่งมั่นแสวงหาโอกาสและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์และเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ เสริมสร้างศักยภาพในการเป็น “ศูนย์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด” (Map Ta Phut Specialty Hub) เพื่อรองรับการขยายธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองความต้องการวัสดุที่ยั่งยืนที่เพิ่มสูงขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม นอกจากนี้ GC ได้ขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ทั้งในประเทศและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมสากล ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ รวมทั้งบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติ” [video width="960" height="540" mp4="https://www.hoonvision.com/wp-content/uploads/2025/01/CF353EDD54616C1271A86B887E0CA0132F61F20E.mp4"][/video] โดยมีผลสำเร็จในปี 2567 ประกอบด้วย การปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต GC และ KBC Advanced Technology Pte Ltd, a Yokogawa company ร่วมพัฒนา การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Advanced Process Simulation และความรู้ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมของ GC และ KBC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดของ GC GC และ Toyo Engineering Corporation ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีการแลกเปลี่ยนความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก GC และ Toray Industries, Inc. ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อผลิตกรดมิวโคนิกและกรด อะดิปิกชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร สู่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำในอนาคต GC และ บริษัท ซีเมนส์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด ร่วมพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานไฮโดรเจน (Future Hydrogen Society) เพื่อร่วมแก้ไขและชะลอปัญหาจากภาวะโลกร้อน GC และ บริษัท HD Hyundai Shell Base Oil ร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการกลั่น (Unconverted Oil: UCO) ด้วยการแปรรูป UCO ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและสามารถนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย GC และ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัดร่วมพัฒนาศักยภาพของ Hydrogen Economy ในประเทศไทย รวมถึงบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรม เพื่อผลักดันการใช้ไฮโดรเจนในอุตสาหกรรมต่างๆ GC และ Mitsubishi Heavy Industries Asia Pacific ศึกษาการใช้ไฮโดรเจนและแอมโมเนียเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงเทคโนโลยี CCS เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก GC ร่วมกับ บริษัท Econic Technologies และ allnex วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และสารเคลือบผิวจากคาร์บอนที่ถูกดักจับ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปรับ Portfolio มุ่งสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) หรือ SAF           GC เป็นผู้บุกเบิกพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ยั่งยืนด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) รายแรกของประเทศไทยในระดับเชิงพาณิชย์ สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลกที่กำหนดโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization) หรือ ICAO เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่คาร์บอนต่ำ โดยได้ร่วมมือกับ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดจำหน่าย และ ร่วมมือกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ การขยายการเติบโตในธุรกิจเม็ดพลาสติกรีไซเคิล rPET คุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ InnoEco by GC ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานการสัมผัสอาหาร (Food Contact) จากองค์การอาหารและยาของไทย (อย.) องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) และหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) GC ร่วมกับ บริษัท น้ำมันพืชปทุม จำกัด พัฒนาขวดน้ำมันพืชเกสร จากเม็ดพลาสติก รีไซเคิล rPET รายแรกของประเทศไทย สามารถเก็บรักษารสชาติและกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่สะอาดและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค GC ร่วมกับ บริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด และ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) พัฒนาขวดน้ำแร่จิฟฟี่จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล rPET 100% ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการด้านความยั่งยืน GC ริเริ่ม GC YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม ในปี 2563 เพื่อบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างครบวงจร  (End-to-End Waste Management)  สนับสนุนการคัดแยกและหมุนเวียนใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดพร้อมเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ด้วยเป้าหมายสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในประเทศ ช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบัน GC YOUเทิร์น ได้พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรีไซเคิลและขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในเครือข่ายมากกว่า 176 ราย พร้อมทั้งมีจุดรวบรวมพลาสติกใช้แล้วกว่า 290 จุด รวมถึงพัฒนาศูนย์บริหารจัดการขยะชุมชน (Community Waste Hub) เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน โดยในปี 2567 ได้ขยายศูนย์บริหารจัดการขยะรีไซเคิลชุมชน 2 ศูนย์ในพื้นที่จังหวัดระยอง คือ (1) ศูนย์บริหารและจัดการขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะชมรมรักษ์ทะเลหาดแม่รำพึง อำเภอเมือง และ (2) ศูนย์บริหารและจัดการขยะรีไซเคิล วิสาหกิจชุมชนคัดแยกวัสดุรีไซเคิล อำเภอบ้านฉาง รวมเป็น 11 ชุมชน สามารถหมุนเวียนพลาสติกใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซเคิลกว่า 1,322 ตัน ลดขยะพลาสติกสู่หลุมฝังกลบ เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1,363,085  กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e)* หรือ เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 143,483  ต้น** * คำนวณด้วยวิธี LESS จาก TGO Guideline ** ปริมาณการกักเก็บ CO2 จากต้นไม้ใหญ่อายุ 10 ปี ในเวลา 1 ปี (Care the Bear) การบริหารจัดการคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากธรรมชาติ โดยดำเนินโครงการปลูกและดูแลป่า ในพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ครอบคลุมป่าบก ป่าชุมชนและป่าชายเลน ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 46,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมเสริมสร้างสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ GC ยังได้รับรางวัลสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและการพัฒนาธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ประกอบด้วย ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) - อันดับ 1 ของโลกในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ใน DJSI World Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และติด Top 10 ในประเภท DJSI World และ Emerging 12 ปีติดต่อกัน Carbon Disclosure Project (CDP) 2023 (ข้อมูลปัจจุบัน) - ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด A List (Leadership Level) ด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และด้านการบริหารจัดการน้ำ (Water Security) เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน เป็นบริษัทเดียวในไทยที่ได้รับเกียรติสูงสุดนี้ Ecovadis Sustainability Rating - รางวัล Gold ด้วยผลคะแนนระดับ Advance ในมิติแรงงานและสิทธิมนุษยชน จรรยาบรรณธุรกิจ และการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน และมิติสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้อยู่ในอันดับ Top 5% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตเคมีภัณฑ์พื้นฐาน SET Awards 2024 - ได้รับรางวัล SET Sustainability Excellence Awards of Honor กลุ่มรางวัล SET Sustainability Excellence ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่โดดเด่น ตลอดจนเปิดเผยข้อมูล ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนได้อย่างครบถ้วนและโปร่งใส SET ESG Rating 2024 - รางวัลเกียรติยศด้านความยั่งยืนระดับ AAA และอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 Asian Excellence Awards - 6 รางวัลความเป็นเลิศแห่งเอเชียจากงาน Asian Excellence Awards ครั้งที่ 14 ได้แก่ CEO ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย CFO ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (2 รางวัล) บริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม และความยั่งยืนแห่งเอเชีย สะท้อน การเป็นผู้นำและการดำเนินธุรกิจที่เป็นเลิศอย่างยั่งยืนภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่ดีในระดับสากล รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น - คว้า 1 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น จาก The Prime Minister’s Industry Award 2023 กระทรวงอุตสาหกรรม ประเภทการเพิ่มผลผลิตโรงงาน LLDPE เชิดชูองค์กรพัฒนานวัตกรรมที่เป็นประโยชน์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย CSR-DIW Continuous Award - กลุ่มบริษัทฯ จำนวน 21 โรงงาน ได้รับรางวัลโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 สะท้อนความมุ่งมั่นพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและจัดการสิ่งแวดล้อมของเมืองอย่างยั่งยืน CAC Change Agent Awards - รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แสดงถึงความสำคัญด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจโปร่งใส ปราศจากการทุจริตตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานไปยังบริษัทในกลุ่มและบริษัทคู่ค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างมีธรรมาภิบาลสอดคล้องกับเป้าหมาย ในการพัฒนาองค์กรให้เกิดความยั่งยืน Investors' Choice Awards - 100 คะแนนเต็ม จากผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้น โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 การกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย - ผลประเมินโครงการ ในระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่13 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย           และในปี 2567 นี้ GC ได้ปิดการเสนอขายการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ครั้งแรกของบริษัทฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดในกลุ่มหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ เป็นที่เรียบร้อย มูลค่ารวม 17,000 ล้านบาท โดยมีผู้ลงทุนสนใจจองซื้อหุ้นกู้เกินเป้าหมายที่ GC ได้ตั้งไว้ ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่มีต่อ GC และกลุ่ม ปตท.           GC เชื่อมั่นว่า กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ GC และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดเคมีภัณฑ์ของโลก มาจากความร่วมมือและประสานศักยภาพกับพันธมิตร ที่ร่วมกันพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการตลาดเชิงรุก เพื่อสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืนในระยะยาว

GC, OR และ TG ผนึกกำลัง! ผลักดัน SAF ขับเคลื่อนการบิน

GC, OR และ TG ผนึกกำลัง! ผลักดัน SAF ขับเคลื่อนการบิน

หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC, บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TG ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อผลักดันการใช้ด้านเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) หรือ SAF ภายใต้พันธกิจร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมอนาคตที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลกที่กำหนดโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization) หรือ ICAO เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่คาร์บอนต่ำ ความร่วมมือระหว่าง GC, OR และ TG ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการวิจัยและพัฒนาการผลิต รวมถึงส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิง SAF ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบจากของเสียทางการเกษตร การตรวจสอบคุณภาพเชื้อเพลิง ไปจนถึงการจำหน่าย และการใช้ในการชดเชยการปล่อยคาร์บอน (Carbon Offsetting) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขยายการใช้พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมการบินไทย อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงการนำแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) มาปฏิบัติจริง ผลิตภัณฑ์ SAF ไม่เพียงแต่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของการเดินทางทางอากาศ แต่ยังเสริมสร้างการตระหนักรู้ในระดับสากลถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ           คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ GC เปิดเผยว่า GC ภูมิใจที่ได้เป็นองค์กรผู้บุกเบิกการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel - SAF) โดยใช้การแปรรูปน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) ร่วมกับน้ำมันดิบ ภายใต้โครงการ Biorefinery เป็นรายแรกของประเทศ  ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพ GC จึงสามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการผลิต SAF ในระดับเชิงพาณิชย์ได้โดยไม่ต้องสร้างโรงงานขึ้นมาใหม่ โดยในระยะแรกมีกำลังการผลิต 5,000 ตัน หรือ 6 ล้านลิตรต่อปี และจะขยายเป็น 25,000 ตัน หรือ 24 ล้านลิตรต่อปีในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 15,000 ตันต่อปีในระยะแรก และ 60,000 ตันต่อปีในระยะที่สอง  กระบวนการนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการแปรรูปวัสดุชีวภาพ แต่ยังสร้างความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมการบินไทยจะสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก และมีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน เรามั่นใจว่าการนำนวัตกรรมนี้มาใช้จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตอบโจทย์ความท้าทายด้านพลังงานในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ           คุณสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท OR เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่าง OR ในฐานะผู้นำการจำหน่ายน้ำมันอากาศยานของไทย และการบินไทย (TG) ในฐานะสายการบินชั้นนำ รวมทั้ง GC ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล โดย OR มีความมั่นใจในความสามารถที่จะให้บริการด้านการจำหน่าย การจัดส่ง และรองรับเทคโนโลยีเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) โดย OR และ GC ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ยั่งยืนสำหรับการผสม SAF โดยนำกระบวนการ Co – Processing ของ GC มาใช้ในอุตสาหกรรมการบินเป็นครั้งแรกเพื่อรองรับนโยบายการบังคับใช้ SAF ของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ด้วยระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งของ OR ที่ครอบคลุมการจัดจำหน่ายเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วประเทศ OR จึงมีความพร้อมในการจัดส่ง SAF ไปยังทุกภูมิภาคของประเทศไทย และด้วยความร่วมมือร่วมกับการบินไทย (TG) เพื่อใช้ SAF ในเที่ยวบินของการบินไทยทั้งเส้นทางบินในประเทศและต่างประเทศ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ธุรกิจยั่งยืน จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพื่อแสดงถึงการตระหนักในความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและการร่วมลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการบินระหว่างประเทศตามข้อบังคับของ ICAO ในอนาคต รวมทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจของ OR ที่มุ่งสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่าน OR SDG เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2608   คุณเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี การบินไทย  เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาการใช้พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะ         อย่างยิ่ง เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ถือเป็นทางเลือกที่สำคัญในการช่วยลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ต้องการบรรลุ Net Zero ภายในปี พ.ศ.2593  การบินไทยในฐานะสายการบินชั้นนําของประเทศไทยจะได้ทํางานเคียงข้างกับ OR และ GC  โดยมีเป้าหมายที่จะร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะเทคโนโลยีในการผลิต การใช้งาน และการรักษาคุณภาพของเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน รวมถึงการทํางานร่วมกันในการพิจารณาโครงการใหม่ๆ ในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือก สําหรับการดำเนินธุรกิจอากาศยานของไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในทิศทางที่ยั่งยืน ความร่วมมือในการผลักดันการใช้ SAF ของ GC, OR และ TG ไม่เพียงเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมการบินไทย แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดผลกระทบต่อโลก พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้กับภาคธุรกิจทั่วโลกในการร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างสมดุล ด้วยความตั้งใจที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว สามองค์กรชั้นนำนี้ยังตั้งเป้าหมายที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมพลังงานและการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะไม่หยุดเพียงแค่ SAF แต่ยังขยายไปสู่การสำรวจและพัฒนาโครงการพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบินในอนาคต เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และนวัตกรรมด้านพลังงานที่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้นำในความพยายามสร้างโลกที่ดีขึ้นให้กับทุกคน

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

[PR News] GC จับมือ OR ร่วมพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

[PR News] GC จับมือ OR ร่วมพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

          30 กันยายน 2567 - กรุงเทพมหานคร: บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ลงนามบันทึกข้อตกลงในความร่วมมือกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อศึกษาโอกาสทางการตลาดและกลยุทธ์การขายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินที่ยั่งยืนของประเทศไทย           GC มุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ด้วยการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2593 พร้อมผสานแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ควบคู่การกับพัฒนาธุรกิจ จึงเกิดการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ยั่งยืนด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) ผสานเทคโลยีการกลั่น ขั้นสูงสู่การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ซึ่งถือเป็นพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable & Sustainable Energy ที่มีวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม           OR กำหนดเป้าหมายมุ่งสู่การเป็น Energy Solution Provider ด้วยแนวทางการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขยายสู่อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่สามารถผสมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF เข้ากับน้ำมัน JET โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ของเครื่องบิน เป็นหลักการเดียวกับการผสมเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน หรือ การผสมไบโอดีเซลกับน้ำมันดีเซล ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมภาคการบินทั้งสายการบินในประเทศและสายการบินระหว่างประเทศได้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง SAF เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี พ.ศ.2608           นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า GC ในฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ มีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานและความเชี่ยวชาญด้านโรงกลั่นน้ำมัน โดยเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพโรงกลั่นสู่การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนหรือ SAF จากน้ำมันพืชใช้แล้ว การบุกเบิกผลิตภัณฑ์ SAF ในเชิงพาณิชย์ สู่อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย มีทั้งโอกาสและความท้าทาย ซึ่งความร่วมมือระหว่าง GC และ OR ในฐานะผู้นำด้านการตลาดและการจำหน่ายน้ำมันอากาศยานของไทย จะเป็นแรงผลักดันในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้สำเร็จ           นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR กล่าวว่า "ความร่วมมือระหว่าง OR และ GC ในครั้งนี้ OR ในฐานะผู้นำการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานของไทย มุ่งมั่นที่จะแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกับ GC ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่มีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนระดับสากล เพื่อศึกษาและนำน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) จากกระบวนการ Co-Processing ของ GC มาใช้ในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้สายการบินทั้งในประเทศและสายการบินระหว่างประเทศได้ใช้ SAF เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ยังสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยภายในปี พ.ศ.2608 และยังเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานของ ICAO และ IATA ในอนาคต นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบายการเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงาน (Energy Solution Provider) ของ OR เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันต่อไป           GC และ OR ผนึกกำลังผสานจุดแข็งร่วมกันเพื่อยกระดับศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน ในกลุ่ม ปตท. และร่วมผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ส่งผลให้ตอบสนองความต้องการของตลาดในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

[PR News] GC ผนึก 12 สถาบันการเงินเตรียมออกหุ้นกู้

[PR News] GC ผนึก 12 สถาบันการเงินเตรียมออกหุ้นกู้

          เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ และนางสาวภัทรลดา สง่าแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC พร้อมกับผู้บริหารสถาบันการเงิน 12 แห่ง เข้าร่วมพิธีแต่งตั้งผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท หรือ Perpetual Bond           นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ CEO GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. กล่าวว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมการออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไข (“หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน”) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) เพื่อสนับสนุนโครงสร้างทางการเงินของกลุ่มบริษัท GC ให้แข็งแกร่ง เสริมสร้างธุรกิจและต่อยอดการเติบโตของบริษัทในอนาคต           นายณะรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นครั้งแรกของ GC ที่ออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน และเป็นการออกหุ้นกู้ประเภทนี้ในประเทศไทยในรอบ 10 ปี ของกลุ่ม ปตท. ซึ่งการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการ #ก้าวต่อไปกับการเติบโตที่ยั่งยืนของ GC นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายฐานผู้ถือหุ้นกู้รายย่อยของ GC และเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่มั่นคงและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป           หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่จะเสนอขายในครั้งนี้ ทาง GC สามารถใช้สิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดได้เมื่อหุ้นกู้มีอายุครบ 5 ปี 6 เดือน เป็นต้นไป มีกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยและวันจองซื้อที่แน่นอน โดยทาง GC จะแจ้งให้ทราบต่อไป สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 12 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารกสิกรไทย บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย เอ็กซ์สปริง บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ธนาคารทหารไทยธนชาต และบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) ซึ่งทาง GC มั่นใจว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของ GC จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุน ด้วยพื้นฐานธุรกิจ ความแข็งแกร่งทางการเงินของ GC และความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. จะเป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อการตัดสินใจลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของ GC ในครั้งนี้           การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสของผู้ลงทุนที่จะลงทุนในหุ้นกู้ของ GC ซึ่งเป็นองค์กรต้นแบบความยั่งยืนในระดับสากล โดย GC เป็นบริษัทหนึ่งเดียวในโลกที่ได้รับการจัดอันดับจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ในกลุ่ม World Index ให้เป็นที่ 1 ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ด้วยคะแนนสูงสุด 5 ปีต่อเนื่อง โดย S&P Global ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรต้นแบบความยั่งยืนในระดับสากล ด้วยการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงดุลยภาพของสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economic) (ESG) ตั้งเป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ พร้อมมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 สอดคล้องกับความตกลงปารีสตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ           ทั้งนี้ อันดับความน่าเชื่อถือของ GC อยู่ที่ระดับ “AA(tha)” แนวโน้ม “มีเสถียรภาพ” เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567  และอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่เสนอขายในครั้งนี้อยู่ที่ระดับ “A+(tha)” จัดอันดับโดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567 นอกจากนี้ GC จะเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่จะสามารถนำหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนไปนับเป็นส่วนของทุนของบริษัท สำหรับการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือกับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลกทั้ง Moody’s Investors Service S&P Global Ratings และ Fitch Ratings Inc. ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความแข็งแกร่งของ GC ในระดับสากล โดย GC จะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนครั้งนี้เพื่อใช้ชำระคืนหนี้สินสกุลเงินบาทและสกุลเหรียญสหรัฐฯ ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ผู้สนใจสามารถติดต่อจองซื้อ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร. 1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-626-7777 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-777-6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร.1572 บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5000 บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050 ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 1428 กด #4 (เปิดจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-56 หมายเหตุ: แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยังไม่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต. การจัดสรรหุ้นกู้ดังกล่าวให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ตามแต่จะเห็นสมควร คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011