ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#CHAYO


CHAYO วางงบพันล. ลุยซื้อหนี้ไม่มีหลักประกัน

CHAYO วางงบพันล. ลุยซื้อหนี้ไม่มีหลักประกัน

          หุ้นวิชั่น - CHAYO ตั้งเป้ารายได้ปี 68 โต 20% ลุยซื้อหนี้ไม่มีหลักประกัน คาดขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% ด้านบิ๊กบอส "สุขสันต์ ยศะสินธุ์" ทุ่มงบ 1 พันล้านบาท เล็งซื้อหนี้ 1 หมื่นล้าน ชี้โค้งแรกกวาดซื้อหนี้เข้าพอร์ตแล้ว 700 ล้านบาท โชว์สิ้นปี 67 บริหารหนี้เสียรวม 104,350 ล้านบาท           นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2568 เติบโต 20% โดยมุ่งเน้นการซื้อหนี้ไม่มีหลักประกัน ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% ในปีนี้ โดยในไตรมาส 1/2568 บริษัทสามารถซื้อหนี้ได้แล้วมูลค่า 700 ล้านบาท จากเป้าหมายการซื้อหนี้ทั้งปีที่ 10,000 ล้านบาท พร้อมกันนี้ได้วางงบลงทุนไว้ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าการซื้อหนี้ในไตรมาส 2 และ 3 อาจยังไม่มากนัก แต่จะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงพีคของธุรกิจ           ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 บริษัทบริหารหนี้เสียรวมมูลค่าประมาณ 104,350 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้มีหลักประกัน 18,469 ล้านบาท และหนี้ไม่มีหลักประกัน 85,881 ล้านบาท (ไม่รวมทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA มูลค่า 664 ล้านบาท) ขณะที่ธุรกิจเร่งรัดหนี้สินคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับงานจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ถึง 4 แห่ง ส่วนธุรกิจปล่อยสินเชื่อคาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน           บริษัทคาด ปี 2567 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของธุรกิจ และปี 2568 จะเริ่มฟื้นตัว โดยแนวโน้มการเติบโตจะชัดเจนขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 1 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม โดยปกติครึ่งปีแรกมักเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ เนื่องจากสถาบันการเงินยังไม่เร่งประมูลขายหนี้เสีย ประกอบกับมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ “คุณสู้ เราช่วย” ส่งผลให้หนี้เสียที่ออกมาขายในครึ่งปีแรกมีปริมาณน้อยกว่าครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ บริษัทเน้นกลยุทธ์การซื้อหนี้ในระดับราคาที่เหมาะสม ไม่แพงเกินไป เพื่อลดภาระทางการเงินของลูกหนี้ คาดว่าปีนี้จะมีหนี้ด้อยคุณภาพที่ออกมาประมูลรวมมูลค่าระหว่าง 200,000-400,000 ล้านบาท           นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท เงินไมตรี จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจด้าน IT เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มปล่อยสินเชื่อทั้งที่มีหลักประกัน ไม่มีหลักประกัน และขายฝาก โดยมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท CHAYO ถือหุ้น 49% คิดเป็นเงินลงทุน 2.45 ล้านบาท และอีก 51% ถือโดยบริษัท เวลท์ฟันด์ จำกัด [PR News]

CHAYO ปี 67 รายได้ 2,026.58 ล. ดอกเบี้ยสินเชื่อโตสนั่น

CHAYO ปี 67 รายได้ 2,026.58 ล. ดอกเบี้ยสินเชื่อโตสนั่น

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน CHAYO ปี 67 กำไร 365.26 ล้านบาท และกวาดรายได้ 2,026.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 66 จำนวน 499.51 ล้านบาท หรือโต 32.71%           นายกิตติ ตั้งศรีวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยว่า กำไรสุทธิของบริษัทในปี 2567 มีจำนวนเท่ากับ 365.26 ล้านบาท ลดลงจากปี 2566 จำนวน 83.57 ล้านบาท หรือลดลง ร้อยละ 18.62 สาเหตุของการลดลงของกำไรส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการ เงินที่เพิ่มสูงขึ้น รายได้รวมจากการดำเนินงานของบริษัท ประจำปี 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,026.58 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 499.51 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 32.71 โดยสาเหตุการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพและรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม จำนวน 456.80 ล้านบาท และ 40.86 ล้านบาท ตามลำดับ ▪รายได้จากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ           สำหรับปี 2567 บริษัทมียอดจัดเก็บจากหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและยอดรายได้จากการขายหลักประกันของหนี้ด้อยคุณภาพ จำนวน 785.96 ล้านบาท ซึ่งมากกว่างวดเดียวกันของปีก่อนอยู่จำนวน 346.90 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 79.01 โดยที่ยอดจัดเก็บหนี้ชนิดไม่มีหลักประกันยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทมีการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพชนิดไม่มีหลักประกันมาบริหารเพิ่มเติมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ปีนี้บริษัทมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ▪รายได้จากการให้บริการเร่งรัดหนี้สิน           ในปี 2567 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการเร่งรัดหนี้สินจำนวน 28.97 ล้านบาท โดยลดลงจากปี 2566 จำนวน 4.74 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 14.07 มีสาเหตุจากบริษัทมีการมอบหมายพนักงานให้ติดตามทวงถามพอร์ตหนี้เสียที่กลุ่ม บริษัทซื้อมากขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการติดตามทวงถามหนี้ของผู้ว่าจ้างภายนอกลดลง ▪รายได้จากการปล่อยสินเชื่อ           ในปี 2567 บริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อจำนวน 147.81 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2566 จำนวน 40.86 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 38.20 ซึ่งเป็นผลมาจากการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น โดยยอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 และ 2566 อยู่ที่ 1,067.03 ล้านบาท และ 1,059.55 ล้านบาท ตามลำดับ ทั้งนี้ การเติบโตของสินเชื่อใหม่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2566 เป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยรับในปี 2567 เป็นรายได้เต็มปี ▪รายได้จากการให้บริการจัดหาคน           ในปี 2567 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการจัดหาคนจำนวน 24.15 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 6.60 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 37.60 เป็นผลมาจากการที่บริษัทได้เริ่มทำธุรกิจนี้ในเดือนมีนาคม 2566 และบริษัทได้รับงานจากผู้ว่าจ้างเพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้รายได้ของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น

CHAYO ร่วมลงทุน 2.4 ลบ. บริษัทพัฒนาโปรแกรมปล่อยสินเชื่อ

CHAYO ร่วมลงทุน 2.4 ลบ. บริษัทพัฒนาโปรแกรมปล่อยสินเชื่อ

          หุ้นวิชั่น - นายกิตติ ตั้งศรีวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) CHAYO แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 7/2567 ของบริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ที่ประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทไปเจรจาเพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาโปรแกรมและ/หรือแพลตฟอร์มในการปล่อยสินเชื่อ และให้เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ต่อไปเมื่อได้สรุปการร่วมทุนแล้วนั้น ปัจจุบันบริษัทได้บรรลุข้อตกลงในการร่วมทุนแล้ว จึงขอรายงานรายละเอียดการร่วมทุนต่อตลาดหลักทรัพย์ดังนี้ ชื่อบริษัทร่วมทุน บริษัท เงินไมตรี จำกัด วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาโปรแกรมและ/หรือแพลตฟอร์มในการปล่อยสินเชื่อ (ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน รวมถึงการขายฝากด้วย) ทุนจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท (เรียกชำระครั้งแรก 50%) โครงสร้างการถือหุ้น บริษัท เวลท์ฟันด์ จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 51 CHAYO ถือหุ้นร้อยละ 49 (คิดเป็นเงินลงทุนจำนวน 2,450,000 บาท) โครงสร้างกรรมการ ตัวแทนจากบริษัท เวลท์ฟันด์ จำกัด 3 คน ตัวแทนจาก CHAYO 2 คน วันที่คาดว่าจะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายในเดือนมกราคม 2568 แหล่งเงินทุนที่ใช้ เงินทุนหมุนเวียน           ทั้งนี้ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 21/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) อย่างไรก็ตาม รายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 20/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน (รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)           และจัดเป็นรายการที่ต้องเปิดเผยตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547 (รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)           เมื่อคำนวณขนาดรายการโดยอ้างอิงจากงบการเงินรวมของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 รายการดังกล่าวมีมูลค่าเท่ากับร้อยละ 0.03 ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของบริษัท ซึ่งมีขนาดรายการต่ำกว่าร้อยละ 15 และในรอบระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทไม่มีการทำการได้มาและ/หรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ จึงไม่เข้าข่ายขนาดรายการที่ต้องเปิดเผยสารสนเทศตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 20/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2551 (รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)           และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2547 (รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

[Vision Exclusive] CHAYO กำเงินสดพันล้าน เดินหน้าซื้อหนี้ปีมะเส็งต่อ

[Vision Exclusive] CHAYO กำเงินสดพันล้าน เดินหน้าซื้อหนี้ปีมะเส็งต่อ

          หุ้นวิชั่น - CHAYO จับกระแสแก้หนี้ "คุณสู้ เราช่วย" เชื่อกำลังซื้อผู้บริโภคกลับมาแกร่ง คาดหนี้ใหม่เกิดปลายปี 68 บิ๊กบอส "สุขสันต์ ยศะสินธุ์" กำเงินสดพันล้าน เดินหน้าซื้อหนี้ปี 68 ต่อ ปักธงหมื่นล้านบาท จากสิ้นปี 67 ซื้อได้ 5.4 พันล้านบาท  ชี้ NPL เฉลี่ยต่อปีที่ 3%           นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยกับทีมข่าวหุ้นวิชั่น ว่า นโยบายภาครัฐที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านโครงการ "คุณสู้เราช่วย" ซึ่งลดดอกเบี้ย จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชน โดยคาดว่าในปี 2568 แนวโน้มหนี้เสีย (NPL) ของสถาบันการเงินจะลดลงอย่างต่อเนื่อง           ในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2568 คาดว่าปริมาณหนี้ในประเทศจะลดลงตามมาตรการของรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับการขายหนี้เสียที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ของปี 2568 โดยการขายหนี้เสียจะมีปริมาณมากกว่าปกติในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ นายสุขสันต์กล่าวถึงแนวโน้มการขอสินเชื่อใหม่ในปลายปี 2568 และต้นปี 2569 ซึ่งคาดว่าหลังจากที่ประชาชนมีกำลังซื้อและสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้นแล้ว จะมีการขอสินเชื่อใหม่จำนวนมาก           ส่วนของนโยบายการลดดอกเบี้ยไม่เกิน 10% นายสุขสันต์ยืนยันว่า บริษัท CHAYO ไม่ได้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าว เนื่องจากต้นทุนการซื้อหนี้ของบริษัทต่ำ และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน           ปกติในแต่ละปีจะมีหนี้เสีย (NPL) ออกมาไม่เกิน 3% ของสินเชื่อทั้งหมด หรือประมาณ 5.2-5.4 แสนล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวประกอบด้วยหนี้เก่า และเชื่อว่าจะมีการขายหนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเห็นภาพการขายหนี้อย่างชัดเจนในช่วงปลายปี 2568           สำหรับแผนการซื้อหนี้ในปี 2568 CHAYO ตั้งเป้าหมายการซื้อหนี้ที่ 10,000 ล้านบาท โดยวางงบลงทุนไว้ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจากสิ้นปี 2567 บริษัทสามารถซื้อหนี้ได้รวม 5,400 ล้านบาท และใช้เงินลงทุนเพียง 500 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ของหนี้ที่ซื้อเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกันถึง 90%           นายสุขสันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มการเติบโตของรายได้ในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตได้ที่ระดับ 20% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ยังคงสามารถทำได้ โดยการเติบโตหลักมาจากธุรกิจการซื้อหนี้เสีย ขณะที่ธุรกิจสินเชื่ออาจเติบโตเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยบริษัทจะพยายามรักษาการปล่อยสินเชื่อให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ CHAYO ยังตั้งเป้าหมายผลักดันการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2569 อีกด้วย           ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด ระบุถึง CHAYO ว่า มองผลการดำเนินงานในช่วง 4Q67 จะฟื้นตัวดีขึ้นตามช่วง High Season ของธุรกิจ มองเป้า Consensus Average TP68:3.97 บาท           CHAYO รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 เพิ่มขึ้น 59.2% YoY ที่ 138.7 ล้านบาท ผลจากยอดจัดเก็บหนี้ที่ไม่มีหลักประกันที่ดีขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 39.8% YoY ที่ 526.4 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพเติบโต 90.2% YoY ที่ 474.5 ล้านบาท ผลจากการเติบโตของพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพของบริษัทและยอดการจัดเก็บหนี้ที่สูงขึ้น และรายได้จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 37.1% YoY ที่ 38.4 ล้านบาท ผลจากการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 84.4% เพิ่มขึ้นจากระดับ 78.6% ในช่วง 3Q66 ผลจากการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ           บริษัทรายงานตั้งแต่ ม.ค.67-ปัจจุบัน ได้เข้าลงทุนซื้อมูลหนี้ใหม่เข้ามาเติบโตในพอร์ตได้เพิ่มแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท โดยใช้เงินลงทุนไปทั้งหมดประมาณ 400 ล้านบาทจากงบลงทุนในการซื้อหนี้ปี 67 ที่ 1,000-1,500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถซื้อหนี้ด้อยคุณภาพก้อนใหม่เข้ามาเติบโตในพอร์ตได้เพิ่มมูลค่าไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทตาม High Season ซึ่งปกติธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินจะมีการนำหนี้เสียออกมาประมูลในช่วงปลายปี           ในส่วนธุรกิจเร่งรัดติดตามหนี้นั้นบริษัทคาดผลการดำเนินงานในช่วง 4Q67 จะฟื้นตัวดีขึ้น และธุรกิจการปล่อยสินเชื่อภายใต้การบริหารของบริษัทย่อย ชโย แคปปิตอล หรือ CCAP (บริษัทย่อย) มองว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันอาจไม่เอื้อต่อการเร่งขยายสินเชื่อมากนัก ทำให้ในช่วงที่เหลือของปี 67 บริษัทคาดจะหยุดการปล่อยยอดสินเชื่อใหม่ไปก่อน และจะแบ่งเงินจากธุรกิจปล่อยสินเชื่อมาเสริมให้ธุรกิจรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแทน เนื่องจากเป็นธุรกิจหลักที่ยังคงมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง           และได้มีการชะลอการนำ CCAP เข้าระดมทุนโดยมองว่าปัจจุบันภาวะตลาดยังผันผวน ไม่เอื้อต่อการที่จะเสนอขายหุ้น IPO โดยคาดว่าจะเป็นต้นปี 68 จากเดิมคาด IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปลายปี 67 นี้ พร้อมคงเป้าหมายการเติบโตโดยรวมไว้ที่ไม่น้อยกว่า 20% YoY รายงานโดย : มินตรา แก้วภูบาล บรรณาธิการข่าว mai สำนักข่าว Hoonvision

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

CHAYO ฟื้นตัวเด่น ไฮซีซั่นหนุนซื้อหนี้เข้าพอร์ตหมื่นล้าน

CHAYO ฟื้นตัวเด่น ไฮซีซั่นหนุนซื้อหนี้เข้าพอร์ตหมื่นล้าน

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด ระบุถึง CHAYO ว่า มองผลการดำเนินงานในช่วง 4Q67 จะฟื้นตัวดีขึ้นตามช่วง High Season ของธุรกิจ มองเป้า Consensus Average TP68:3.97 บาท            CHAYO รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 เพิ่มขึ้น 59.2% YoY ที่ 138.7 ล้านบาท ผลจากยอดจัดเก็บหนี้ที่ไม่มีหลักประกันที่ดีขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 39.8% YoY ที่ 526.4 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพเติบโต 90.2% YoY ที่ 474.5 ล้านบาท ผลจากการเติบโตของพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพของบริษัทและยอดการจัดเก็บหนี้ที่สูงขึ้น และรายได้จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 37.1% YoY ที่ 38.4 ล้านบาท ผลจากการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 84.4% เพิ่มขึ้นจากระดับ 78.6% ในช่วง 3Q66 ผลจากการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ            บริษัทรายงานตั้งแต่ ม.ค.67-ปัจจุบัน ได้เข้าลงทุนซื้อมูลหนี้ใหม่เข้ามาเติบโตในพอร์ตได้เพิ่มแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท โดยใช้เงินลงทุนไปทั้งหมดประมาณ 400 ล้านบาทจากงบลงทุนในการซื้อหนี้ปี 67 ที่ 1,000-1,500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถซื้อหนี้ด้อยคุณภาพก้อนใหม่เข้ามาเติบโตในพอร์ตได้เพิ่มมูลค่าไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทตาม High Season ซึ่งปกติธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินจะมีการนำหนี้เสียออกมาประมูลในช่วงปลายปี            ในส่วนธุรกิจเร่งรัดติดตามหนี้นั้นบริษัทคาดผลการดำเนินงานในช่วง 4Q67 จะฟื้นตัวดีขึ้น และธุรกิจการปล่อยสินเชื่อภายใต้การบริหารของบริษัทย่อย ชโย แคปปิตอล หรือ CCAP (บริษัทย่อย) มองว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันอาจไม่เอื้อต่อการเร่งขยายสินเชื่อมากนัก ทำให้ในช่วงที่เหลือของปี 67 บริษัทคาดจะหยุดการปล่อยยอดสินเชื่อใหม่ไปก่อน และจะแบ่งเงินจากธุรกิจปล่อยสินเชื่อมาเสริมให้ธุรกิจรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแทน เนื่องจากเป็นธุรกิจหลักที่ยังคงมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง            และได้มีการชะลอการนำ CCAP เข้าระดมทุนโดยมองว่าปัจจุบันภาวะตลาดยังผันผวน ไม่เอื้อต่อการที่จะเสนอขายหุ้น IPO โดยคาดว่าจะเป็นต้นปี 68 จากเดิมคาด IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปลายปี 67 นี้ พร้อมคงเป้าหมายการเติบโตโดยรวมไว้ที่ไม่น้อยกว่า 20% YoY

CHAYO งบ 9 เดือนรายได้พุ่ง 38.85% เดินหน้าซื้อหนี้เข้าพอร์ต

CHAYO งบ 9 เดือนรายได้พุ่ง 38.85% เดินหน้าซื้อหนี้เข้าพอร์ต

          CHAYO งบไตรมาส 3/2567 รายได้ออกมาแจ่มโต 39.83% กำไรพุ่ง 59.24% จากดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพและดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น ส่วนผลประกอบการงวด 9 เดือน รายได้สุดปังเพราะได้ยอดจัดเก็บหนี้และรายได้ขายหลักประกันของหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นถึง 89.10% หลังบริษัทซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพฯ เติมอย่างต่อเนื่อง ส่วนกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย เหตุช่วงไตรมาส 1 บริษัทมีตั้งขาดทุนด้านเครดิตจากการปรับประมาณพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ แต่ฟันธงผลงานปีนี้ทำได้ตามเป้าแน่นอน ลั่นรายได้จะโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน           นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ธุรกิจเจรจาติดตามเร่งรัดหนี้สิน ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ และกิจการศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานบริษัทฯ ไตรมาส 3/2567 มีรายได้รวม 526.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.83% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 376.43 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทั้ง 2 ประเภทคือ ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพจำนวน 139.36 ล้านบาท และจากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมที่มีรายได้ 38.44  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 10.39 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น           ขณะที่รายได้จากการบริการเร่งรัดหนี้สินมีจำนวน 7.26 ล้านบาท ลดลง 15.12% ซึ่งมีสาเหตุจากที่บริษัทฯ มอบหมายพนักงานให้ติดตามทวงถามหนี้เสียที่กลุ่มบริษัทซื้อมาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้การติดตามทวงถามหนี้ของผู้ว่าจ้างภายนอกลดลง ส่วนรายได้จากการให้บริการจัดหาคนไตรมาส 3/2567 มีรายได้ 6.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 1.47 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 3 นี้ บริษัทฯ ได้รับงานจากผู้ว่าจ้างเพิ่มขึ้นส่งผลให้รายได้ธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น           ด้านกำไรสุทธิไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 138.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.24% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ 87.08 ล้านบาท เพราะสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นได้           สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือน บริษัทมีรายได้ 1,498.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,079.32 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นโดยหลักทั้งจากดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และจากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งบริษัทมียอดจัดเก็บจากหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและยอดรายได้จากการขายหลักประกันของหนี้ด้อยคุณภาพ จำนวน 572.01 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 89.10% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 302.49 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพชนิดมาบริหารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นตามการปล่อยสินเชื่อ จำนวน 113.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 50.22% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 75.76 ล้านบาท และ ณ สิ้น 30 กันยายน 2567 มียอดลูกหนี้เงินให้กู้ยืมอยู่ที่ 1,051.89 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 861.66 ล้านบาท           ส่วนรายได้จากการบริการเร่งรัดหนี้อยู่ที่ 21.14 ล้านบาท ลดลง 22.85% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 27.4 ล้านบาท เนื่องจากให้พนักงานติดตามทวงถามหนี้เสียที่กลุ่มบริษัทซื้อมากขึ้น จึงส่งผลให้รายได้การติดตามทวงถามหนี้ของผู้ว่าจ้างภายนอก ขณะที่รายได้การให้บริการจัดหาคนอยู่ที่ 15.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.09% จากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 12.61 ล้านบาท เพราะบริษัทรับงานมากขึ้นหลังเปิดดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566           ส่วนกำไรขั้นต้นสำหรับงวด 9 เดือนอยู่ที่ 1,241.31 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82.80% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจากงวด 9 เดือนของปีก่อนจำนวน 357.09 ล้านบาท หรือ 40.39% สาเหตุมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้นจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ สำหรับกำไรสุทธิงวด 9 เดือน อยู่ที่ 286.74 ล้านบาท ลดลง 6.95% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 308.15 ล้านบาท เพราะบริษัทฯ มีการตั้งขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 1/2567 เนื่องจากการปรับประมาณการพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพประกอบกับมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น           นายสุขสันต์  กล่าวต่อว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 2567 โตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,527.07  ล้านบาท จากแผนเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL&NPA) มาบริหารอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าซื้อหนี้เสียเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท ด้วยเงินลงทุน 500 - 1,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน บริษัทฯ มีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (หนี้เสีย) ที่บริหารอยู่ในมือจำนวน 103,528 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้เสียที่มีหลักประกันจำนวน  20,812 ล้านบาท และหนี้ที่ไม่มีหลักประกันจำนวน 82,716 ล้านบาท (โดยไม่รวมทรัพย์ที่รอการขาย หรือ NPA อีกจำนวน 566.79 ล้านบาท) ขณะที่สถานะทางการเงินปัจจุบันของบริษัทถือว่ายังมีความแข็งแกร่ง มีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.07 เท่า           “ปกติช่วงไตรมาส 3 - 4 จะเป็นฤดูกาลไฮซีซั่นของธุรกิจ เพราะจะมีมูลหนี้ที่ทางสถาบันการเงินเปิดประมูลออกมาจำนวนมากกว่าครึ่งปีแรก ทำให้ราคาไม่สูงนัก และสิ่งที่บริษัทฯ ยังเน้นเสมอในการซื้อหนี้ใหม่เพื่อเติมพอร์ต คือต้องมีช่วงระดับราคาที่มีความเหมาะสมและไม่แพงเกินไป เพราะไม่อยากให้กลุ่มลูกหนี้มีภาระทางการเงินเพิ่ม ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งบริษัทฯ ประเมินว่าจะมีจำนวนหนี้ด้อยคุณภาพที่เปิดประมูลลดลงหรือใกล้เคียงกับปีก่อนที่ระดับ 400,000 ล้านบาท” นายสุขสันต์ กล่าว           นอกจากนี้ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้านโยบายการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชน ตามนโยบายภาครัฐในการช่วยแก้ปัญหาหนี้ของประเทศเพื่อบรรเทาภาระการชำระหนี้ครัวเรือน โดยมุ่งเน้นการวางแผนผ่อนชำระให้สอดคล้องกับความสามารถของลูกหนี้แต่ละราย เช่นเดียวกับธุรกิจการบริการเร่งรัดติดตามหนี้สินเพื่อเข้าสู่การเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้และช่วยเหลือลูกหนี้เป็นรายกรณี โดยกำหนดวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำให้สอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระของลูกหนี้เป็นหลัก [PR News]

CHAYO กำไร Q3 ดีกว่าคาด จัดเก็บหนี้โตโดด - เป้า 3.6 บาท

CHAYO กำไร Q3 ดีกว่าคาด จัดเก็บหนี้โตโดด - เป้า 3.6 บาท

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.กรุงศรี ระบุ CHAYO ฟื้นตัวตามกลุ่ม AMC มอง Positive ต่อกำไรสุทธิ 3Q24 ที่ 100 ลบ. (+33% y-y, +31% q-q) สูงกว่าตลาดประเมินราว 17% โดยกำไรเพิ่มขึ้น y-y, q-q ตาม Cash collection ฟื้นตัวแรง (+149% y-y, +64% q-q) การจัดเก็บหนี้โดดเด่นทั้งหนี้รูปแบบ Unsecured (+63% y-y +19% q-q) และหนี้ Secured (+895% y-y +253% q-q) ขณะที่ ECL ทรงตัวใกล้เคียงเดิม โดยปัจจุบันกำไรสุทธิ 9M24F คิดเป็น 59% บนประมาณการใหม่ 24-26F ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ ปรับลดลง 13% จากผลของ ECL ก้อนใหญ่ใน 1Q24 ด้าน Outlook 4Q24F คาดเป็นจุดสูงสุดของปี ทรงตัว y-y แต่มองว่าสามารถโตต่อ q-q ได้ตาม Cash collection ซึ่งเป็น High season ของปี แนะนำ Buy บน TP25F ใหม่ 3.6 บาท อิง PBV25F ที่ 0.8x รายงานกำไรสุทธิ 3Q24 ที่ 100 ลบ. (+33% y-y +31% q-q)            รายงานกำไรสุทธิ CHAYO 3Q24 ที่ 100 ลบ. (+33% y-y, +31% q-q) เพิ่มขึ้น y-y, q-q จาก Cash collection ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยยะที่ 264 ลบ. (+149% y-y +64% q-q) แบ่งเป็นหนี้ไม่มีหลักประกัน 155 ลบ. (+63% y-y +19% q-q) และหนี้มีหลักประกัน 110 ลบ. (+895% y-y +253% q-q) ซึ่งมียอดรับพิเศษจากการขาย NPA ก้อนใหญ่ในไตรมาส 3 ราว 97 ลบ. โดยใน 3Q24 บริษัทฯ เริ่มเห็นผลบวกจากการดำเนินคดีคล้ายอุตสาหกรรมที่มีการฟ้องร้องลูกหนี้เพิ่มขึ้น ประกอบกับรายได้ที่สูงกว่า Fixed cost จากค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานทวงถามหนี้ แม้ ECL จะยังทรงตัว ทำให้โดยรวมกำไรโดดเด่น โดยกำไรสุทธิงวด 9M24 อยู่ที่ 180 ลบ. บนกรอบประมาณการที่ 59% ของประมาณการใหม่ คาดแนวโน้มกำไร 4Q24F ทรงตัว y-y เพิ่มขึ้น q-q            คาดกำไร 4Q24F ทรงตัว y-y เพิ่มขึ้น q-q และจะเป็นจุดสูงสุดของปีตาม Seasonality โดยมองว่า Cash collection จะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่คาด ECL จะยังมีพัฒนาการจาก 3Q24 เล็กน้อย กอปรกับมี Catalyst ที่ต้องติดตามคล้ายกลุ่มคือการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ปรับกำไรสุทธิ 24-26F ลงเฉลี่ย 13% CAGR จาก ECL ใน 1Q24            โดยรวมปรับกำไรสุทธิปี 24-26F ลงเฉลี่ย 13% CAGR จากผลของ ECL ตั้งแต่ 1Q24 โดยปรับ i) รายได้รวมขึ้นเฉลี่ย 8% หลังธุรกิจจัดเก็บหนี้ ทว่าปรับ ii) ECL เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 50% ตามนโยบายการตั้งสำรองของ Chayo ซึ่งจะมีการตั้งเมื่อซื้อหนี้เพิ่ม คำแนะนำ            แนะนำ Buy บนราคาเป้าหมาย (TP25F) ที่ 3.60 บาท อิง PBV 0.8x

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

CHAYO รุกซื้อหนี้เสียเต็มสูบ ตั้งเป้าเติบโต 20% ในปี 2568 ชูพอร์ตแสนล้านบาท

CHAYO รุกซื้อหนี้เสียเต็มสูบ ตั้งเป้าเติบโต 20% ในปี 2568 ชูพอร์ตแสนล้านบาท

           CHAYO เผยบริษัทฯ เดินหน้าซื้อหนี้เสียต่อเนื่อง หลังมูลค่าสินเชื่อเสียในระบบพุ่งกว่า 5 แสนล้านบาท พร้อมชี้โอกาสขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ โดยตั้งเป้าการเติบโต 20% ในปี 2568 ด้วยพอร์ตสินทรัพย์คงค้างกว่าแสนล้านบาท ขณะเดียวกันเตรียมพร้อมปฏิบัติตามมาตรการภาครัฐที่จะช่วยลดภาระผู้กู้            นาย สุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจ 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจซื้อหนี้เสีย จากสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) รวมถึงธุรกิจที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยครอบคลุมทั้งหนี้ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของพอร์ตธุรกิจ 2. ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ครอบคลุมทั้งสินเชื่อที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน คิดเป็นสัดส่วน 4% ของธุรกิจ 3.ธุรกิจรับจ้างเร่งรัดหนี้สิน ให้แก่ธนาคารพาณิชย์และบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำ (TRUE, DTAC, AIS) คิดเป็นสัดส่วน 3% ของธุรกิจ 4.ธุรกิจจัดหาบุคลากร เพื่อปฏิบัติงานในองค์กรต่าง ๆ คิดเป็นสัดส่วน 3% ของธุรกิจ            ปัจจุบันมูลค่าสินเชื่อในประเทศไทยสูงกว่า 18 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนหนี้เสียอยู่ที่ 3% หรือประมาณ 540,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งออกเป็นหนี้ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันในสัดส่วนเกือบเท่ากันคือ 50% โดยบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหนี้เสียในกลุ่มสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรายใหญ่ หนี้บัตรเครดิต หนี้สินส่วนบุคคล และสินเชื่อรถยนต์ คิดเป็นสัดส่วนรวม 33-35% ของหนี้เสียทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 180,000 ล้านบาท            สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงท้ายปี บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าซื้อหนี้เสียอย่างต่อเนื่อง โดยในครึ่งปีแรกได้ซื้อหนี้เสียมาแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท จากเป้าหมายการซื้อหนี้เสียทั้งปีที่ 10,000 ล้านบาท โดยตั้งงบประมาณไว้ที่  1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทใช้เงินซื้อหนี้เสียไปไม่ถึง 300 ล้านบาท ดังนั้นยังมีงบประมาณเหลือสำหรับการซื้อหนี้ในช่วงท้ายปี คาดว่าจะซื้อหนี้เพิ่มได้อีกกว่า 8,000 ล้านบาท             นาย สุขสันต์ กล่าวต่อว่าด้วยมูลค่าหนี้เสียในระบบที่สูงกว่า 5 แสนล้านบาท ทำให้หลายบริษัทมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการเข้าซื้อหนี้ที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ นอกจากนี้ ภาครัฐยังเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ เช่น การปรับให้การผ่อนชำระบ้านเน้นการตัดเงินต้นมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการตัดดอกเบี้ยเป็นหลัก ส่งผลให้ภาระจ่ายรายเดือนของลูกค้าลดลง หากมาตรการนี้ได้รับการอนุมัติ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าปฏิบัติตามทันที เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด            นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองเห็นโอกาสขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในเวียดนามและกัมพูชา ซึ่งมีประชากรจำนวนมาก โดยบริษัทฯ จะต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดของธนาคารพาณิชย์และกฎหมายในการทวงถามหนี้ของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า บริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตในตลาดในประเทศเป็นหลัก            สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตที่ 20% พร้อมพอร์ตสินทรัพย์คงค้างมูลค่า 113,000 ล้านบาท โดยมีลูกค้าที่ชำระหนี้ไปแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ พอร์ตที่เหลือประกอบด้วยหนี้ไม่มีหลักประกันมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท และหนี้ที่มีหลักประกันประมาณ 20,000 ล้านบาท  

CHAYO ชี้ช่องบริหารหนี้ [จัดเต็มการลงทุน]

CHAYO ชี้ช่องบริหารหนี้ [จัดเต็มการลงทุน]

https://www.youtube.com/watch?v=70QOyzspTbM CHAYO ชี้ช่องบริหารหนี้ [จัดเต็มการลงทุน] ติดตามรายการ จัดเต็มการลงทุน ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 9.00-9.30 น. ทาง ททบ.5 

ทรีนีตี้ คาดกำไร Q4 CHAYO โตต่อ แนะ

ทรีนีตี้ คาดกำไร Q4 CHAYO โตต่อ แนะ "ซื้อ" เป้า 4 บ.

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ส่อง CHAYO คาดกำไร 3Q67 CHAYO ที่ 86 ล้านบาท ดีขึ้น 13% QoQ และ 14% YoY โดยคาดรายได้ธุรกิจ NPL ปรับตัวดีขึ้นราว 9% QoQ และ 44% YoY หลังอาจเห็นยอดจัดเก็บปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ NPL ที่ไม่มีหลักประกันเนื่องจากลูกหนี้ที่ซื้อมาในช่วงก่อนหน้าเป็นหนี้ที่ค่อนข้างใหม่ทำให้เห็นกระแสเงินสดจากการจัดเก็บได้เร็ว ขณะที่คาดกำไรจาก NPA ลดลงค่อนข้างมากใน QoQ และ YoY เนื่องจากไม่มีการขาย NPA แปลงใหญ่ระหว่างไตรมาส ส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากการให้สินเชื่อคาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ค่อนข้างทรงตัว QoQ คาดว่าจะเห็นกำไร 4Q67 ดีขึ้นต่อเนื่อง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล บวกกับอาจมีการขาย NPA ได้ คงราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 4.00 บาท อิง PBV 1.0 เท่า โดยมองกำไรอยู่ในช่วงฟื้นตัว และอาจเห็น Upside จากการขายทรัพย์หลักประกันของ NPL แปลงใหญ่ที่ยังไม่ได้อยู่ในประมาณการ จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 4 บาท อิง PBV 1.0 เท่า

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

[Vision Exclusive] CHAYO เร่งซื้อหนี้เสียโค้งท้าย ปั๊มพอร์ตชนหมื่นล้าน

[Vision Exclusive] CHAYO เร่งซื้อหนี้เสียโค้งท้าย ปั๊มพอร์ตชนหมื่นล้าน

หุ้นวิชั่น - รู้หรือไม่ ! CHAYO หรือ บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรมการบริหารสินทรัพย์ บริการติดตามและทวงถามหนี้แล้ว CHAYO ยังมีธุรกิจให้บริการด้านแรงงาน อีกด้วย           สำหรับโครงสร้างธุรกิจ CHAYO ปัจจุบัน ประกอบไปด้วยธุรกิจ ธุรกิจลงทุนและบริหารสินทรัพย์ ด้อยคุณภาพ 87-88% ธุรกิจให้บริการเจรจาติดตามทวงถาม และเร่งรัดหนี้สิน 3%  ธุรกิจเงินให้สินเชื่อ 7% ธุรกิจการให้บริการจัดหาคน 2%           นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYOเปิดเผยกับทีมข่าวหุ้นวิชั่น ว่า แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้คาดว่าจะเป็นช่วงที่ดีสำหรับ CHAYO เนื่องจากสามารถเรียกเก็บหนี้ได้ในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการซื้อหนี้ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 และต้นไตรมาส 4 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 CHAYO สามารถซื้อหนี้เข้าพอร์ตแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะเร่งซื้อหนี้ในไตรมาส 4 ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากสถาบันการเงินมักทยอยขายหนี้เสียออกมาจำนวนมากในช่วงปลายปี           สำหรับการซื้อหนี้ในปีนี้ CHAYO ได้เตรียมงบลงทุนไว้ 1,000 ล้านบาท โดยในช่วง 9 เดือนแรกใช้เงินลงทุนไปแล้วประมาณ 300-400 ล้านบาท คาดว่าไตรมาส 4 จะสามารถซื้อหนี้เพิ่มได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ปัจจุบันบริหารพอร์ตหนี้มูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่มีหลักประกัน 25,000 ล้านบาท และหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน 75,000 ล้านบาท โดยบริษัทสามารถปลดหนี้ไปแล้วราว 10,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์และการเก็บหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ           ปริมาณหนี้เสียในทุกๆ ปีมีแนวโน้มออกมาอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500,000 ล้านบาทต่อปี โดยเมื่อมีการปิดหนี้เก่า จะมีหนี้เสียใหม่เข้ามาทดแทน ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดหนี้เสียยังคงเป็นสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ฟื้นตัว การจ้างงานลดลง การส่งออกไม่เติบโต และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่มากพอจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ยังขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้แนวโน้มหนี้เสียมีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต           นายสุขสันต์ กล่าวต่อว่า แม้สถาบันการเงินหลายแห่งจะมีการปรับโครงสร้างหนี้และเจรจากับลูกหนี้มากขึ้น ส่งผลให้การซื้อหนี้เสียของ CHAYO ต้องเลื่อนออกไปบ้าง แต่ผลกระทบต่อบริษัทถือว่าน้อย ขณะเดียวกันการเลื่อนการซื้อหนี้ดังกล่าวกลับช่วยลดต้นทุนทางการเงินของ CHAYO ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมการดำเนินธุรกิจและเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการสินทรัพย์ รายงานโดย : มินตรา แก้วภูบาล บรรณาธิการข่าว mai สำนักข่าว Hoonvision

[Gossip] CHAYO ปรับโครงสร้างหนี้รายย่อย ลุยซื้อหนี้เพิ่มอีก 1.5 หมื่นลบ.

[Gossip] CHAYO ปรับโครงสร้างหนี้รายย่อย ลุยซื้อหนี้เพิ่มอีก 1.5 หมื่นลบ.

          CHAYO หรือ บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญในการจัดการหนี้เสียทั้งมีหลักประกัน และที่ไม่มีหลักประกัน นำโดย “สุขสันต์ ยศะสินธุ์” แม่ทัพใหญ่ ประกาศพร้อมเดินหน้านโยบายการปรับโครงสร้างหนี้ช่วยเหลือประชาชน เพื่อสนองนโยบายภาครัฐในการช่วยแก้ปัญหาหนี้ของประเทศ เพื่อบรรเทาภาระการชำระหนี้ของครัวเรือน โดยกลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการวางแผนผ่อนชำระให้สอดคล้องกับความสามารถของลูกหนี้แต่ละราย เช่นเดียวกับธุรกิจบริการเร่งรัดติดตามหนี้สิน และ Call Center ที่ยังสามารถติดตามลูกหนี้เพื่อนำเข้าสู่การเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มบริษัทยังคงให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เป็นรายกรณี และกำหนดวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำให้สอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระของลูกหนี้เป็นหลัก           พร้อมเคลื่อนทัพสร้างผลงานปี 2567 ตั้งธงรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน เดินหน้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL & NPA) มาบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าซื้อหนี้เสียเพิ่มอีกประมาณ 1-1.5 หมื่นล้านบาท ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 - 1,500 ล้านบาท

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011