ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#A5


[Vision Exclusive] A5 บ้านแนวราบมาแรง!  ส่งแบรนด์ใหม่เจาะตลาด

[Vision Exclusive] A5 บ้านแนวราบมาแรง! ส่งแบรนด์ใหม่เจาะตลาด

            หุ้นวิชั่น - A5 รับมือเหตุแผ่นดินไหว ตรวจสอบโครงการสร้างความมั่นใจให้ลูกบ้าน ด้านบิ๊กบอส "ศุภโชค ปัญจทรัพย์" ส่งซิกยอด Walk in ชมโครงการพุ่ง เชื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เล็งส่งนิวแบรนด์ตีตลาดลักชัวรีครึ่งหลัง 68  มูลค่า 1.3 พันล้านบาท เปิดเกมเจาะกลุ่ม Niche Market พร้อมเสิร์ฟทำเลศักยภาพสูง             นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยกับทีมข่าว หุ้นวิชั่น ว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา A5 ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ในพอร์ตเป็นโครงการแนวราบ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีโครงการคอนโดมิเนียม Tonson One Residence ซึ่งเป็นอาคารสูง ตั้งอยู่ในซอยต้นสน ใกล้ถนนเพลินจิตและ Central Embassy             ล่าสุด บริษัทได้ดำเนินการดูแลลูกค้าโดยส่งทีมวิศวกรเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารทันที และยืนยันว่าอาคารมีความปลอดภัย ลูกบ้านสามารถเข้าอยู่อาศัยและใช้ชีวิตได้ตามปกติตั้งแต่ช่วงเย็นของวันเกิดเหตุ             อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่ามีจำนวนผู้เข้าชมโครงการแนวราบของ A5 เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดถัดมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงจากการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมสูงมาให้ความสนใจโครงการแนวราบมากขึ้น และมีจำนวนยอด Walk in ชมโครงการมากขึ้น             ทั้งนี้ กฎหมายควบคุมอาคารสูงในประเทศไทยได้กำหนดมาตรฐานต้านทานแผ่นดินไหว ซึ่งมีผลบังคับใช้กับโครงการที่สร้างหลังปี 2550 ดังนั้น คอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างก่อนหน้านี้อาจเผชิญความท้าทายในการขายมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค             สำหรับแผนการดำเนินงานของ A5 บริษัทไม่มีแผนเปิดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในระยะเวลาอันใกล้ โดยจะมุ่งเน้นไปที่โครงการแนวราบ ล่าสุดบริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ใหม่ของ A5 ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าโครงการราว 1,300 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมองว่าแนวทางดังกล่าวเป็นกลยุทธ์เชิงบวก เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะเน้นเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) พร้อมคัดเลือกทำเลที่มีศักยภาพสูง โดยโครงการจะตั้งอยู่ใกล้ศูนย์การค้า โรงเรียน และสำนักงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความต้องการที่อยู่อาศัย

A5 กางโรดแมปสู่ Carbon Neutrality ปี 2050 ปักธงใช้ วัสดุรักษ์โลก

A5 กางโรดแมปสู่ Carbon Neutrality ปี 2050 ปักธงใช้ วัสดุรักษ์โลก

           หุ้นวิชั่น - A5 ประกาศเจตนารมณ์ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ปักธงเลือกใช้ วัสดุรักษ์โลก 80% ภายในปี 2030 เดินหน้าผลักดันแนวทาง ESG ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย, Nippon Paint, GUNKUL และ ONNEX by SCG Smart Living ร่วมแถลงนโยบายในงาน “A Better Planet for Sustainable Living” ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ควบคู่การสร้างสมดุลแห่งความยั่งยืนเพื่อสังคมและโลก หนุนก้าวขึ้น SET ESG Ratings หรือ FTSE Russell ภายในปี 2569-2570            นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ-แนวสูงระดับลักชัวรี เปิดเผยว่า A5 ตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการสร้างความมั่นคงในระยะยาว แถลงนโยบาย "A Better Planet for Sustainable Living" เพื่อประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 พร้อมวางเป้าหมายเลือกใช้วัสดุเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Materials) 80% ภายในปี 2030 โดยผสานแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) เข้ากับทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ มุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีที่สร้างสมดุลระหว่างความหรูหราและความยั่งยืน มุ่งเน้นการออกแบบที่เหนือระดับ เลือกใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญกับ Well-Being & Wellness ผ่านทำเลพิเศษ ควบคู่กับการขับเคลื่อนธุรกิจด้านความยั่งยืน ภายใต้หลักการ 'Greatness Inspired by LOVE' เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงการอสังหาริมทรัพย์ส่งต่อคุณค่าให้กับสังคม สิ่งแวดล้อมและโลก             ทั้งนี้ A5 ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจาก บริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน ในเครือ เอสซีจี เพื่อยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การเลือกใช้สีทาอาคารนวัตกรรมคุณภาพสูงสุด เกรดอัลตร้าพรีเมียม ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและสะท้อนความร้อนพร้อมสร้างสุขภาพดีที่แก้ผู้อยู่อาศัย การติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง การติดตั้งระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ SCG ACTIVE AIR QUALITY ยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน พร้อมทั้งยังได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ Transition Loan เพื่อใช้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์จากธนาคารกรุงไทยอีกด้วย            “จากความร่วมมืออันแข็งแกร่งร่วมกับพันธมิตรดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นของ A5 ในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่เหนือระดับและยั่งยืนอย่างแท้จริง สำหรับโครงการในอนาคตของ A5 ทุกโครงการ จะได้รับการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน พร้อมทั้งนำนวัตกรรมล้ำสมัยผสานเข้ากับแนวคิดรักษ์โลกอย่างลงตัว  อีกทั้ง ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ A5 Run With Love และโครงการ A5 สร้างห้องเพื่อน้อง โดยบริษัทตั้งเป้าหมายได้รับการประเมินตามหลักเกณฑ์ SET ESG Ratings หรือ FTSE Russell ภายในปี 2569-2570” นายศุภโชค กล่าว            นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นิปปอนเพนต์ มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการยึดลูกค้าและผู้ใช้งานทุกคนเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centricity) พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่งสอดคล้องแนวทางการดำเนินงานของ A5 โดยการเลือกใช้สีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เช่น สีนวัตกรรมทาภายนอก "นิปปอนเพนต์ เวเธอร์บอนด์" สะท้อนความร้อนสูงสุด 99.5% และสีนวัตกรรมทาภายใน "นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์" สีเพื่อสุขภาพรายแรกที่ได้ GREENGUARD GOLD Certification ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์พร้อมกำจัดฟอร์มัลดีไฮด์และเชื้อโรคบนผนัง ซึ่งทั้งสองชนิดเป็นสีเกรดอัลตร้าพรีเมียม ทนทานกว่า 15 ปี ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 25,000 กิโลกรัม เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 2,600 ต้น ซึ่งลูกบ้านของ A5 จะได้คุณภาพสีที่ปลอดภัยที่สุดในโลกแบบนี้ทุกหลังแน่นอน            นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL กล่าวว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ GUNKUL ได้เป็นพันธมิตรด้านพลังงานสะอาดและมีส่วนร่วมในการส่งมอบบริการโซลาร์รูฟท็อปแบบครบวงจรโดยออกแบบและติดตั้งให้กับโครงการใหม่ของทาง A5 ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ใหม่ของบริษัทฯ ในการเป็นพาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวที่สามารถสร้างความยั่งยืนที่คุ้มค่าให้กับผู้อยู่อาศัย  โดยพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ของทั้งโครงการใน 1 ปีเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 2,510 ต้น หรือลดคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าราวๆ 54,000 กิโลกรัมคาร์บอน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการประมาณปลายปี 2569 ทาง GUNKUL มีความยินดีที่ได้ขยายอีโคซิสเต็มด้านพลังงานสีเขียวที่ลูกบ้านมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเป้าหมายประเทศไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น            นายเกริก ยิ้มพรพิพัฒน์ผล Smart Home Director บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน กล่าวเสริมว่า SCG และ A5 มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาโครงการยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต เพื่อเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยด้วยอากาศสะอาด และระบบที่ทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น ผ่าน SCG ACTIVE AIR QUALITY ภายใต้แบรนด์ ONNEX by SCG Smart Living ที่ช่วยบล็อกและกรองฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่ต้นทาง มาใช้ในโครงการ CINQ ROYAL The Eighteen Bangna KM.7 (แซงค์ รอยัล ดิ เอททีน บางนา กม.7) รวมถึงโครงการอื่นในอนาคต เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี             นายสุรธันว์ คงทน ประธานผู้บริหาร Wholesale Banking ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยพร้อมสนับสนุนธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาธิบาล (ESG) ขับเคลื่อนองค์กรและประเทศสู่ Net Zero Emission โดยสนับสนุนทางการเงินแก่ A5 ผ่านสินเชื่อ Transition Loan ที่ออกแบบเพื่อช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจดั้งเดิม (Brown) ไปสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Less Brown) และธุรกิจสีเขียว (Green) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  ซึ่งธนาคารได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของ A5 ในการนำแนวคิดเรื่อง ESG มาใช้ในการดำเนินงาน  ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบครบวงจร  สอดคล้องกับการดำเนินงานของธนาคาร ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น ตามวิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน” [PR News]

A5 ปี 67 รายได้ชน 1.8 พันล. โต 18.96 % บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.10 บ.

A5 ปี 67 รายได้ชน 1.8 พันล. โต 18.96 % บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.10 บ.

           A5 แย้มทิศทาง Q1/68 สดใส เปิดโครงการใหม่ แซงค์ รอยัล ดิ เอททีน บางนา กม.7 อย่างเป็นทางการ มีกระแสตอบรับดี กลุ่มลูกค้าระดับอัลตร้าลักชัวรีให้ความสนใจอย่างมาก พร้อมมุ่งดำเนินงานภายใต้ ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เผยผลประกอบการงวดปี 2567 กวาดรายได้ 1,806.10 ล้านบาท โต 18.96 % กำไร 453.28 ล้านบาท เตรียมเคาะจ่ายปันผลหุ้นละ 0.10 บาท            นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ-แนวสูงระดับลักชัวรี เปิดเผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 1/2568 ยังคงเป็นไปในทิศทางบวก เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยในกลุ่มบ้านหรูระดับอัลตร้าลักชัวรียังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนต่างชาติที่ให้ความสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยมากขึ้น บริษัทจึงได้เปิดพรีเซล และเปิดเข้าชมโครงการ CINQ ROYAL The Eighteen Bangna KM.7 (แซงค์ รอยัล ดิ เอททีน บางนา กม.7) ราคาเริ่มต้น 75 – 200 ล้านบาท อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับที่ดี การเปิดโครงการครั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการซื้อของกลุ่มลูกค้าในย่านบางนา หนึ่งในทำเลศักยภาพที่พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ และสนามกอล์ฟ  ซึ่งบริษัทเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี            ด้านกลยุทธ์การตลาด บริษัทมีแผนมองหาพันธมิตรใหม่ๆ ในการสร้างความร่วมมือกับ Luxury Brand ในกลุ่มตลาดระดับเดียวกัน เพื่อมอบสิทธิพิเศษด้านส่วนลด และประสบการณ์ที่เหนือระดับเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้มองบ้านหรูเป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ด้านการลงทุนจากทำเลที่ตั้งโครงการที่มีศักยภาพสูง รวมถึงตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร            “ในปีนี้ บริษัทมีแผนขยายพอร์ตธุรกิจผ่านการลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตทางธุรกิจ ที่ไม่ได้มุ่งหวังรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว รวมถึงมีแผนบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างรอบคอบ ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัทต่อไปในระยะยาว รวมถึงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนด้วยการดำเนินงานภายใต้นโยบาย ESG โดยมีแผนมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 ผ่านโครงการต่างๆ ที่มีแผนจะดำเนินการเปิดตัวตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป อาทิ ระบบหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน, Solar Rooftop และรองรับการติดตั้ง EV Charger” นายศุภโชค กล่าว            ด้านผลประกอบการงวดปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 1,806.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,495.70 ล้านบาท จำนวน 310.40 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18.96% ผลจากยอดโอนกรรม   สิทธิ์โครงการ CINQ ROYAL Krungthep Kreetha (แซงค์ รอยัล กรุงเทพกรีฑา) ที่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 ยูนิต และมีกำไรสุทธิรวม 453.28 ล้านบาท            ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น รวมเป็นปันผลจ่ายทั้งสิ้นไม่เกิน 117,800,004.50 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2567 ที่ 20.50% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามกฎหมาย

[ภาพข่าว] A5 โชว์ลงบ 9 เดือน ปี 67 เตรียมเปิดโครงการใหม่ โตต่อเนื่อง

[ภาพข่าว] A5 โชว์ลงบ 9 เดือน ปี 67 เตรียมเปิดโครงการใหม่ โตต่อเนื่อง

           นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางสาวณิชาอรณ์ ตรีทิพย์รัตน์ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ให้ข้อมูลผลประกอบการงวด 9 เดือน ปี 2567 มีรายได้รวม 1,478.87 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 488.89 ล้านบาท เดินหน้าตามแผนเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ CINQ ROYAL The Eighteen Bangna   มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ สร้างการเติบโตต่อเนื่อง ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

A5 สนับสนุน AYDA Thailand 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

A5 สนับสนุน AYDA Thailand 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

          หุ้นวิชั่น - บมจ.แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด เดินหน้าสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ ผ่านเวทีการประกวดผ่านเวที “AYDA Thailand 2024" ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์พื้นที่แห่งความสุขที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง”           นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 กล่าวถึงการสนับสนุนครั้งนี้ว่า “A5 ให้ความสำคัญกับการศึกษาและการออกแบบ เพราะเราเชื่อว่าทั้งสองสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญในการสร้างบ้าน การออกแบบที่ดีต้องไม่เพียงแค่สร้างความสวยงาม แต่ยังต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งาน สร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย และสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เปี่ยมคุณค่า นี่คือแนวทางที่เราใช้ในธุรกิจของ A5 เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ให้เติบโตไปด้วยคุณภาพ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก และที่สำคัญ A5 ยังมองว่านักออกแบบรุ่นใหม่เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ต้นกล้าที่ดี ซึ่งเราต้องช่วยดูแล สนับสนุน และปลูกฝังศักยภาพ เพื่อให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในอุตสาหกรรมการออกแบบ และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพในอนาคต” ในปีนี้ AYDA Thailand 2024 ได้รับการตอบรับจากเยาวชนทั่วประเทศเป็นอย่างดี โดยมีนักศึกษาจากสาขาสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายในส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 700 ชิ้น ซึ่งผ่านการคัดเลือกจนเหลือ 20 ผลงานสุดท้ายต่อสาขา เพื่อสะท้อนแนวคิดการออกแบบแห่งปี “CONVERGE: GLOCAL DESIGN SOLUTIONS” ที่ผสมผสานแนวคิดท้องถิ่นและระดับโลกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งในเชิงพื้นที่และการแก้ปัญหาในระดับสากล           ผู้ชนะรางวัล A5 Best Design ประจำปี 2567           ประเภท Architect Design ได้แก่นายชญานนท์ ชิณวงค์ กับผลงาน Grow from the earth…. Return to the earth ได้รับทุนการศึกษามูลค่า 25,000 บาท           ประเภท Interior Design ได้แก่ นางสาววสมน พัฒโนภาษ กับผลงาน คารม คม คราม ได้รับทุนการศึกษามูลค่า 25,000 บาท นายศุภโชค กล่าวเพิ่มเติมว่า “A5 ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเยาวชนไทยที่มีความสามารถ ผ่านรางวัล A5 Best Design ซึ่งมอบให้กับผลงานที่โดดเด่นในด้านการสร้างสรรค์พื้นที่แห่งความสุขที่เข้าใจผู้ใช้งานจริง เราหวังว่ารางวัลนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เหล่านักออกแบบรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพ และสร้างผลงานที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าเพื่อสังคม พร้อมทั้งก้าวสู่เวทีระดับโลกในอนาคต” การสนับสนุน AYDA Thailand 2024 ตอกย้ำจุดยืนของ A5 ในการเป็นผู้นำที่ไม่เพียงสร้างสรรค์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค แต่ยังสนับสนุนการศึกษาและบุคลากรรุ่นใหม่ในสายงานออกแบบ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเปี่ยมคุณภาพ

[PR News] A5 พุ่งเป้าพัฒนาโครงกว่า16,800 ล. ภายในปี 2569

[PR News] A5 พุ่งเป้าพัฒนาโครงกว่า16,800 ล. ภายในปี 2569

                   A5 โชว์ศักยภาพธุรกิจครบ 11 ปี เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ย้ำแผนขยายโครงการแนวราบระดับลักชัวรีต่อเนื่องยาวถึงปี 2569  รวม 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 16,800 ล้านบาท ตอบรับตลาดอสังหาฯ ลักชัวรียังโตสูง ตั้งเป้ารายได้แตะ 5,000 ล้านบาท ในปี 2570 ลุยต่อ โค้งสุดท้ายปี 2567 เปิดโครงการ ใหม่ CINQ ROYAL The Eighteen (แซงค์ รอยัล เดอะ เอททีน บางนา) มูลค่ารวม 1,650 ล้านบาท ด้านโครงการ VANA Ratchapruek-Westville (วนา ราชพฤกษ์-เวสต์วิลล์) กวาดยอดขายแล้วกว่า 70% ของเฟสที่เปิดขาย ตุนแบ็คล็อกแน่น 900 ล้านบาท หนุนรายได้โตตามเป้าที่วางไว้           นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ-แนวสูงระดับลักชัวรี เปิดเผยว่า A5 ยังคงเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจนมาตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา แม้ภาพรวมสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมาจะไม่ได้ราบรื่นนัก แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มลักชัวรี ยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดี เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเรียลดิมานด์ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้โครงการต่างๆ ของบริษัทยังคงดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้ โดยบริษัทยังคงสร้างรายได้ และกำไรเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทผ่านหลักเกณฑ์สามารถย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มาทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา เป็นการตอกย้ำศักยภาพธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างดี ด้านแผนการดำเนินงาน พร้อมเดินหน้าตามแผนเปิดโครงการแนวราบระดับลักชัวรีอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 4/2567 เตรียมเปิดตัว โครงการ CINQ ROYAL The Eighteen Bangna (แซงค์ รอยัล เดอะ เอททีน บางนา) บ้านเดี่ยว 3 ชั้น บนที่ดินเริ่มต้น 120 -276 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยมากถึง 748 - 1,070 ตร.ม ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบ Multi-Generation ทั้งยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน มีความเป็นส่วนตัวสูง Exclusive Gated Community คาดพร้อมเปิดให้เข้าชมโครงการอย่างเป็นทางการครั้งแรกในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2568 อีกทั้ง วางเป้าหมายเปิดโครงการใหม่ เพิ่มเติมในระยะยาวจนถึงปี 2569 อีก 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 5,250 ล้านบาท รวมทั้งหมดเป็น 9 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 16,800 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบระดับลักชัวรี ภายใต้ แบรนด์ VANA , CINQ ROYAL  และ บ้านหรูแบรนด์ใหม่ บนทำเลศักยภาพ ย่านศูนย์กลางธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่อยู่อาศัยในด้านต่างๆ ได้แก่ การเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้โครงการใหม่ได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 5,000 ล้านบาทภายใน ปี 2570 ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่า 900 ล้านบาท (ณ พฤศจิกายน 2567) จากโครงการ CINQ ROYAL Krungthep Kreetha (แซงค์ รอยัล กรุงเทพกรีฑา), โครงการ VANA Ratchapruek-Westville (วนา ราชพฤกษ์-เวสต์วิลล์) ที่เปิดตัวในช่วงไตรมาส 1/2567 มียอดขายแล้วกว่า 70% ของเฟสที่เปิดขาย  ซึ่งคาดว่าทุกโครงการจะสามารถทยอยโอนกรรมสิทธิ์ได้เพิ่มเติมตั้งแต่ไตรมาส 4/2567 เป็นต้นไป นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืน ด้วยการสร้างสรรค์โครงการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ ทั้งด้านการอยู่อาศัย คุณภาพชีวิต และดำเนินงานตามหลักการ ESG อย่างจริงจัง ซึ่งบริษัทตั้งเป้าลดความเป็นกลางทางคาร์บอนจากกระบวนการก่อสร้างต่างๆ ภายใน พ.ศ. 2593 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608 เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นหุ้นยั่งยืนในอนาคต โดยในโครงการ CINQ ROYAL The Eighteen Bangna (แซงค์ รอยัล เดอะ เอททีน บางนา) ที่เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ จะมีการติดตั้ง Sollar Cell ทุกหลัง เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า และช่วยลดโลกร้อน จากภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้ในครัวเรือน [PR NEWS]

A5 ย้ายเข้าเทรด SET ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจ

A5 ย้ายเข้าเทรด SET ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจ

          A5 ประกาศความสำเร็จ ได้ฤกษ์เข้าเทรด SET กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP) วันแรก 5 พ.ย.2567 ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่นักลงทุนและผู้ถือหุ้น พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตยั่งยืน ด้วยการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พัฒนาสังคม และ การกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลัก ธรรมาภิบาล            นาย ศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ-แนวสูงระดับลักชัวรี เปิดเผยว่า A5 ประกาศความสำเร็จผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และได้ทำการย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีผลตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 อย่างเป็นทางการ           สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการพัฒนาโครงการ และการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ ทำเลที่ตั้งที่มีความโดดเด่น ตลอดจนให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ความแตกต่าง ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าหลากหลาย ให้เกิดความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการของบริษัท           นอกจากนี้ A5 ยังมุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG ที่ครอบคลุม เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ยึดมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งศักยภาพด้านการดำเนินงาน ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน กองทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการเพิ่มโอกาสการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้แก่ผู้ถือหุ้น การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายและสร้างสังคมที่ดี ในฐานะบริษัทที่ตระหนักและยึดมั่นต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลที่ดีเสมอมา           ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีในหลากหลายรูปแบบ ผลักดันให้ผลประกอบการเติบโตขึ้น มีความสามารถในการทำกำไรที่ดี และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ท่ามกลางสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจชะลอตัว           ความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุนของบริษัท และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับโอกาสและยกระดับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต รวมถึงการสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้เกิดแก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมก้าวไปสู่การเป็นบริษัทพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป [PR News]

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

[Vision Exclusive] A5 Move to SET โค้งท้ายบุ๊กยอดอื้อ

[Vision Exclusive] A5 Move to SET โค้งท้ายบุ๊กยอดอื้อ

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เตรียมย้ายหลักทรัพย์จากตลาดเอ็ม เอ ไอ (mai) ไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยการย้ายนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป           A5 เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะนี้ บริษัทมีบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจหลักคือการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรเพื่อขาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตของบริษัทในอนาคต ปัจจุบัน A5 มีบริษัทย่อย ประกอบไปด้วย บริษัท แอสเซที่ ไฟว์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ “AFD” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ี ประกอบธุรกิจหลักโดยบริษัท ถือหุ้นในสัดส่วน 99.99% ของที่ทุนจดที่ะเบียนชำระแล้ว           บริษัท รชยาเรียลเอสเตท จำกัด หรือ “RCY” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ AFD  99.99% ของที่ทุนจดที่ะเบียนชำระแล้ว           บริษัท เอไฟว์ ดีไซน์ จำกัด หรือ “A5D” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ AFD 99.99% ของที่ทุนจดที่ะเบียนชำระแล้ว และ บริษัท ต้นสน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ “TONSON” ซึ่งบริษัท ถือหุ้นในสัดส่วน 47.50% ของทีทุนจดที่ะเบียนชำระแล้ว           นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยกับทีมข่าวหุ้นวิชั่นว่า การย้ายหลักทรัพย์ A5 จากตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คาดว่าจะช่วยดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติและกองทุนให้มาลงทุนใน A5 มากขึ้น โดยก่อนหน้านี้มีการซื้อบิ๊กล็อตจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน A5 โดยกองทุนระดับโลก และยังมีการเจรจากับนักลงทุนต่างชาติรายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เห็นสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและผลงานที่เติบโตตามเป้าหมาย           นอกจากนี้บริษัทไม่ได้ปิดกั้นโอกาสในการพูดคุยหรือการต่อยอดธุรกิจ ซึ่งสามารถเป็นไปได้ทั้งในรูปแบบของการร่วมลงทุน (Joint Venture) หรือลงทุนในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต           ทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก โดยบริษัท มียอดรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 1 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้ในไตรมาสสุดท้ายนี้ประมาณ 60-70%           สำหรับทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมยังมีมุมมองที่เติบโตได้ยาก แต่ด้วยขนาดของ A5 ที่อยู่ในระดับกลาง และไม่ได้ใหญ่มากทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้ เนื่องจาก A5 ไม่ได้ลงเล่นในทุกเซกเม้นต์ แต่เน้นตลาดบนและกลางที่มีกำลังซื้อ           ในส่วนของทิศทางการเติบโตในปี 2568 คาดว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องจากปีนี้ โดย A5 จะมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง หนี้สินไม่มาก ใช้สินเชื่อในระดับต่ำ หรือกู้เงินเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการลงทุนและดำเนินธุรกิจต่อไป           คีย์สำคัญของความสำเร็จของ A5 คือการมุ่งเป้าไปยังตลาดกลุ่มบลูโอเชี่ยน หรือกลุ่มผู้ที่สร้างบ้านเอง โดยบริษัทเห็นว่าการสร้างบ้านเองไม่ใช่เรื่องง่าย และมีความเสี่ยงในด้านต่างๆ เช่น การออกแบบ การเลือกวัสดุ และการจัดการผู้รับเหมา รวมถึงการควบคุมกระบวนการก่อสร้างที่อาจส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัย           A5 มีโครงการที่มีขนาดตั้งแต่ 700 ถึง 1,000 ตารางเมตร โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 30 ล้านบาทถึง 200 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มบลูโอเชี่ยนมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงถึง 2 แสนล้านบาทในอนาคต ส่งผลให้ A5 มีโอกาสขยายตลาดและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ           ปัจจุบัน A5 มีแบรนด์ที่โดดเด่นในโครงการ ได้แก่ แซงค์ รอยัล และ วนา เรสซิเด้นท์ โดยมูลค่าขายของโครงการแซงค์ รอยัล อยู่ที่ 60-200 ล้านบาท ส่วนวนา เรสซิเด้นท์มีมูลค่าขายอยู่ที่ 30-60 ล้านบาท           นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดโครงการแซงค์ รอยัล 1 ซึ่งเป็นโครงการระดับ Luxury มูลค่า 1,650 ล้านบาท ตั้งอยู่ย่านบางนา กม.7 ในเร็วๆ นี้ ขณะที่ในปี 2568 คาดว่าจะเปิดโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์วนา เรสซิเด้นท์ มูลค่าราว 30-60 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างการเติบโตให้กับบริษัทต่อไปในอนาคต           "ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์น่าจะค่อยๆ ดีขึ้น เพราะดอกเบี้ยเริ่มลดลง เงินบาทก็แข็งค่า ลูกค้าหันมาสนใจเข้ามาดูโครงการมากขึ้น และกล้าใช้จ่ายมากขึ้น ในส่วนของตลาดระดับบนและกลาง มองว่ายังมีโอกาสเติบโตต่อไปได้อีกเยอะเลย" นายศุภโชค รายงานโดย : มินตรา แก้วภูบาล บรรณาธิการข่าว mai สำนักข่าว Hoonvision

[ภาพข่าว] บิ๊ก A5 คว้ารางวัล Outstanding Young Rising Star

[ภาพข่าว] บิ๊ก A5 คว้ารางวัล Outstanding Young Rising Star

          นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เข้ารับรางวัลผู้บริหารสูงสุดรุ่นใหม่ยอดเยี่ยม หรือ Outstanding Young Rising Star CEO Award ในงาน SET Awards 2024 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ วารสารการเงินธนาคาร โดยมี นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการอำนวยการ วารสารการเงินธนาคาร ให้เกียรติมอบรางวัล           ทั้งนี้ รางวัล Outstanding Young Rising Star CEO Award นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพในการบริหารงาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสีย โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011