ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#ปตท.


ปตท. เผยแผ่นดินไหวในเมียนมา ไม่กระทบการรับส่งก๊าซธรรมชาติ

ปตท. เผยแผ่นดินไหวในเมียนมา ไม่กระทบการรับส่งก๊าซธรรมชาติ

                                        หุ้นวิชั่น - นายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เหตุแผ่นดินไหว โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ในวันนี้ (28 มีนาคม 2568) เมื่อเวลาประมาณ 13.20 น. ประเทศไทยได้รับผลกระทบ โดยตึกสูงในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รับรู้แรงสั่นสะเทือน ทำให้เกิดการสั่นไหว และความเสียหาย นั้น              ปตท. ได้เร่งตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติการทั้งระบบการรับส่งก๊าซธรรมชาติ  และโรงแยกก๊าซธรรมชาติ พบว่ายังคงเป็นปกติและสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่กระทบต่อการส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่โรงไฟฟ้าและผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติในไทย  ทั้งนี้ ปตท. ได้ให้ความสำคัญในการดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย และมุ่งมั่นดำเนินงานตามภารกิจการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ  ปตท. จะติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถส่งก๊าซ ได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง

ปตท. มอบน้ำแข็งแห้งแก่กรมฝนหลวง ช่วยต้านภัยแล้งและลด PM 2.5 ทั่วประเทศ

ปตท. มอบน้ำแข็งแห้งแก่กรมฝนหลวง ช่วยต้านภัยแล้งและลด PM 2.5 ทั่วประเทศ

             หุ้นวิชั่น - บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (ปตท.) มอบน้ำแข็งแห้ง ให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 350,000 กิโลกรัม สนับสนุนปฏิบัติการบินลดฝุ่นและทำฝนหลวงทั่วประเทศ ปี 2568 ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก จังหวัดระยอง ซึ่งน้ำแข็งแห้งดังกล่าวเกิดจากการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติมาใช้ โดยมี นายสรไนย เลิศอักษร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่แยกก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบ และ นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รับมอบ โดย ปตท. ได้สนับสนุนน้ำแข็งแห้งเพื่อทำฝนหลวงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน มากกว่า 14,275,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาภัยแล้งของภาคเกษตรกรรม การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมถึงช่วยบรรเทาสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน สิ่งแวดล้อม และประเทศต่อไป [PR-News]

PTT-NAM รุกตลาด น้ำยาล้างเครื่องมือแพทย์ชนิดเอนไซม์

PTT-NAM รุกตลาด น้ำยาล้างเครื่องมือแพทย์ชนิดเอนไซม์

            หุ้นวิชั่น - ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างเครื่องมือแพทย์ชนิดเอนไซม์ (Enzymatic Detergents) ระหว่าง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมี ดร.ยุทธนา สุวรรณโชติ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ คุณวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามโดยมีเป้าหมาย พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างเครื่องมือแพทย์ชนิดเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพสูง ทดแทนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และ เพิ่มโอกาสการแข่งขันให้กับวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ของไทย ผสานความเชี่ยวชาญทางด้านนวัตกรรม และ ชีววิทยาศาสตร์ของสถาบันนวัตกรรม ปตท. ในการคิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถขจัดคราบโปรตีน ไขมัน และสารคัดหลั่งบนเครื่องมือแพทย์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้ากับ บมจ.นำวิวัฒน์ฯ ซึ่งเป็นผู้นำในด้านการผลิต และจำหน่ายเครื่องมืออุปกรณ์ฆ่าเชื้อทางการแพทย์ในโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาดผลิตภัณฑ์ ทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์คุณภาพสูง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมการแพทย์ให้เติบโต การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ได้จัดขึ้น ณ ห้องพลังไทย 2 ชั้น M อาคาร 2 บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา

ดร.คงกระพัน ติดอันดับ 1 ใน 100 ซีอีโอชั้นนำของโลก PTTบริษัทเดียวในไทยที่ติดอันดับมูลค่าแบรนด์สูงสุดใน Brand Finance Global 500 ปี 2568

ดร.คงกระพัน ติดอันดับ 1 ใน 100 ซีอีโอชั้นนำของโลก PTTบริษัทเดียวในไทยที่ติดอันดับมูลค่าแบรนด์สูงสุดใน Brand Finance Global 500 ปี 2568

         หุ้นวิชั่น - ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ได้รับการจัดอันดับที่ 66 จาก 100 CEO ชั้นนำของโลก และอยู่ในอันดับที่ 4 ของผู้นำในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ที่ส่งเสริมการสร้างมูลค่าแบรนด์องค์กรจาก Brand Guardianship Index 2025 โดย Brand Finance ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการประเมินมูลค่าแบรนด์ชั้นนำของโลก โดยได้รับคะแนน 76.4 จาก 100 คะแนน ในดัชนี Brand Guardianship Index ผลการจัดอันดับสะท้อนถึงคุณลักษณะที่สำคัญของ CEO ในด้านต่างๆ ได้แก่ 1) ใส่ใจพนักงานอย่างแท้จริง 2) เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก 3) มีความน่าเชื่อถือ 4) เข้าใจความต้องการของลูกค้า 5) เป็นผู้นำด้านความยั่งยืน 6) มุ่งเน้นคุณค่าในระยะยาว 7) มีกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน 8) เข้าใจความสำคัญของแบรนด์และชื่อเสียงองค์กร และ 9) มีไหวพริบทางธุรกิจ          นอกจากนี้ CEO ปตท. ยังได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 2 ของโลกด้านการรับรู้เรื่องความยั่งยืน ตามผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประมาณ 5,000 คน ในกว่า 30 ประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำที่บริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนในระดับโลก        โดยในปีนี้ ปตท. ยังคงได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ติดหนึ่งใน 500 แบรนด์แรกของโลกที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุด โดยอยู่ในอันดับที่ 249 สูงขึ้นจากอันดับ 267 ในปี 2567 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้รับการประเมินมูลค่าแบรนด์สูงกว่าเก้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตกว่าร้อยละ 11 ซึ่งมีเกณฑ์ในการพิจารณา อาทิ ผลการดำเนินงาน ความแข็งแกร่งของแบรนด์ และความยึดมั่นในแบรนด์ที่ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ        Mr. Alex Haigh, Managing Director – Asia Pacific of Brand Finance กล่าวว่า ดร.คงกระพัน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ และการขับเคลื่อนแบรนด์ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน โดยความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าระยะยาว การพัฒนาอย่างยั่งยืน และความเป็นเลิศทางธุรกิจ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้ ปตท. เป็นแบรนด์ไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ติดอันดับ Brand Finance Global 500 และมีชื่อเสียงระดับสากลในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคพลังงาน        ดร.คงกระพัน กล่าวเพิ่มเติมว่า การได้รับการจัดอันดับบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดของโลกเป็นผลเนื่องมาจากพันธกิจขององค์กรที่ชัดเจนในการมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนหลัก “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” ตลอดจนการสนับสนุนจากคนไทยทุกภาคส่วนที่ให้ความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของ ปตท.         นอกเหนือไปจากการดูแลรักษาเสถียรภาพทางด้านพลังงานแล้ว ปตท. ยังคงดูแลสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และพร้อมช่วยเหลือประเทศชาติในยามที่เกิดภาวะวิกฤติ และดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล ทั้งนี้ เพื่อเติบโตและมุ่งสู่การเป็นขององค์กรในระดับโลกอย่างยั่งยืน และสร้างมูลค่าแบรนด์ที่แข็งแกร่งยกระดับขีดความสามารถขององค์กรสู่ระดับสากล

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

ดร.คงกระพัน ซีอีโอ ปตท. ร่วมเวทีผู้นำยุคใหม่ ในงาน FTI EXPO 2025

ดร.คงกระพัน ซีอีโอ ปตท. ร่วมเวทีผู้นำยุคใหม่ ในงาน FTI EXPO 2025

         หุ้นวิชั่น - ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ร่วมเสวนากับผู้นำองค์กรชั้นนำระดับประเทศ ในหัวข้อ “รวมพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ในงาน FTI EXPO 2025 รวมทั้ง กลุ่ม ปตท. ได้จัดแสดงนิทรรศการนำเสนอวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนองค์กรบนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล หรือ ESG ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero          ภายในงานเสวนา ดร.คงกระพัน ได้แสดงวิสัยทัศน์การบริหารธุรกิจด้วยหลักความยั่งยืน โดยกลุ่ม ปตท. ได้บูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่ธุรกิจ สร้างสมดุลระหว่างผลลัพธ์ทางธุรกิจ และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยได้นำเสนอทิศทางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน (PTT Sustainability Strategic Direction) ครอบคลุม ESG ดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างทั่วถึงและสมดุล ตลอดจนขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. ผ่านแนวทาง C3 ได้แก่ Climate-resilience business ปรับ Portfolio ธุรกิจให้เติบโต ควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน Carbon-conscious asset ปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด Coalition, co-creation and collective efforts for all ประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีในการลดก๊าซเรือนกระจก ใช้เทคโนโลยีการดักจับและการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) รวมถึงเพิ่มการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีทางธรรมชาติผ่านการปลูกป่า          โดย ปตท. ได้ผลักดันธุรกิจใหม่ด้านการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) และธุรกิจไฮโดรเจน โดยเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการกักเก็บคาร์บอนจากกระบวนการผลิต อีกทั้งยังมีการลงทุนในธุรกิจไฮโดรเจนต่างประเทศ รองรับการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มเติม และมีเป้าหมายนำไฮโดรเจนเข้ามาผสมกับเชื้อเพลิงหลักเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนในอนาคต          ในปีนี้กลุ่ม ปตท. ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายใต้วิสัยทัศน์ “Together for Sustainable Thailand, Sustainable World ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” โดยไฮไลต์นิทรรศการของกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วย • บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับการวางรากฐานในการขับเคลื่อนองค์กร ด้วยการสร้างสมดุล ESG ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ด้วยการบูรณาการทั้งกลุ่ม ปตท. ร่วมกัน โดยมีกุญแจสำคัญ นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรม • บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ด้วยการลงทุนในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) พร้อมขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เช่น ไฮโดรเจนและพลังงานชีวภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ต่อยอดแนวคิด Circular Economy ผ่านผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น Bioplastics วัสดุรีไซเคิล และผลิตภัณฑ์ GC YOU เทิร์น (End-to-End Waste Management) รวมถึงพัฒนา SAF (Sustainable Aviation Fuel) เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการกลั่นและเคมีภัณฑ์ชั้นสูง มาสู่นวัตกรรมพลังงานสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมการบิน • บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ปรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยกลยุทธ์ 3Cs (Cut Down Emission, Compensate Residual Emission, Control Future Emission) พร้อมพัฒนาโครงการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen Production) พลังงานสะอาดแห่งอนาคตที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม • บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) พัฒนานวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืน เช่น Dura-Pro วัสดุแข็งแรงทนทาน Life-Pro วัสดุที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ Eco-Pro วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนา Reinofex วัสดุสะท้อนความร้อน Ultraome วัสดุรองรับ 3D Printing และ KleanteQ วัสดุขั้นสูงสำหรับ RFID และ Temperature Sensor • บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เร่งพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยนำโซลูชันล้ำสมัย เช่น Hydrogen Technology, Carbon Capture and Storage (CCS) และ Small Modular Reactor (SMR) มาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในภาคพลังงานและอุตสาหกรรม • บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ นำเสนอแผนงานด้านความยั่งยืนผ่านโครงการต่างๆ เช่น PTT Station / EV Station PluZ ที่สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV โครงการ "แยก แลก ยิ้ม" ส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการ Café Amazon Circular Economy ที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ Café Amazon for Chance          กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขอเชิญชวนร่วมงาน FTI EXPO 2025 ตั้งแต่วันนี้ - 15 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ชั้น LG ฮอลล์ 5-8

ปตท. ติด TOP 5 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุดอย่างต่อเนื่อง

ปตท. ติด TOP 5 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุดอย่างต่อเนื่อง

         หุ้นวิชั่น - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ติดอันดับท๊อป 5 จากการจัดอันดับ 50 บริษัทชั้นนำที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุด (Top50 Companies in Thailand 2025) มาอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจของบริษัท WorkVenture สะท้อนความเชื่อมั่นและความทุ่มเทในการบริหารบุคลากรภายใต้แนวคิด TripleEX ได้แก่ การสนับสนุนให้พนักงานค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเอง (EXplore your potential) การมอบโอกาสและประสบการณ์ที่หลากหลาย (EXperience diverse opportunities) และการส่งต่อคุณค่าและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (EXpand positive impact) ผ่านการพัฒนารูปแบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับความต้องการของพนักงาน อาทิ Flexi Benefit ที่พนักงานสามารถเลือกสิทธิประโยชน์ตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง การทำงานในรูปแบบ Work from Anywhere และเวลาทำงานแบบ Flexi-Time นอกจากนี้ ปตท. ยังสนับสนุนเรื่องการสมรสเท่าเทียมตามนโยบายภาครัฐ เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคและสิทธิของพนักงานทุกคน เป็นต้น

19 ปี ปตท. คว้า 6 รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น

19 ปี ปตท. คว้า 6 รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น

            หุ้นวิชั่น - นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Awards) ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด "รัฐวิสาหกิจไทย มากกว่าความภูมิใจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" หรือ Beyond Pride, Towards Sustainability ให้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) โดย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหารร่วมรับรางวัล รวม 6 รางวัล ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล             ดร.คงกระพัน กล่าวว่า “นับเป็นความภาคภูมิใจยิ่งของ ปตท. ที่ได้รับรางวัลแห่งเกียรติยศในวันนี้ สะท้อนศักยภาพการบริหารธุรกิจแบบยั่งยืนในทุกมิติ ตามวิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” โดยมีภารกิจหลักในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ในครั้งนี้ ปตท. ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น จำนวน 6 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น (เกียรติยศ) มอบให้คณะกรรมการ ปตท. ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ภายใต้การกำกับดูแลที่ดี มีธรรมาภิบาลและโปร่งใส พร้อมบูรณาการความยั่งยืนเข้าไปในการดำเนินธุรกิจ 2. รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น (เกียรติยศ) โดย ปตท. ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ที่เป็นเลิศ (Operational Excellence) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ และสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน (Strengthen Core Business) พร้อมพัฒนาบุคลากรและปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวและสอดคล้องกับกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 3. รางวัลการพัฒนาสู่รัฐวิสาหกิจยั่งยืน จากการที่ ปตท. ดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดยั่งยืนอย่างสมดุลในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลที่ดี พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย 4. รางวัลการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น “โครงการนวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม” กลุ่ม ปตท. ได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการชุมชนใน 45 พื้นที่ 29 จังหวัด ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้าน คือ Smart Farming ส่งเสริมการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเพาะปลูกอย่างเหมาะสม เช่น โรงเรือนอัจฉริยะ และระบบ IoT โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ Smart Marketing ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยสามารถพัฒนาสินค้าได้ 45 รายการ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ Community-Based Tourism ส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งมีชุมชนที่สามารถพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว มีทักษะในการบริหารจัดการธุรกิจ และช่องทางการตลาดได้ด้วยตนเองถึง 6 พื้นที่ 5. รางวัลความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่น ด้านความคิดสร้างสรรค์ “โครงการนวัตกรรมท่อนาโนคาร์บอนจากก๊าซธรรมชาติ ของเสียไฮโดรคาร์บอน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” ท่อคาร์บอนระดับ นาโนเมตร (Carbon nanotubes; CNTs) มีคุณสมบัติเด่นที่นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี มีความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบา และสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งการผลิตวัสดุ CNTs เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำของ Conductive materials, Polymer composite materials, EV value chain และ Smart electronic ที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศด้านนวัตกรรมให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน และส่งออกไปทั่วโลกได้ในอนาคต 6. รางวัลความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่น ด้านนวัตกรรม “โครงการยีสต์ทนร้อนที่มีความสามารถ ในการผลิตเอนไซม์ย่อยแป้งที่ผิวเซลล์ (InnoTherm-380 GA)” เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นภายในประเทศทั้งหมด ซึ่งได้จดอนุสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถพัฒนาให้ยีสต์มีความสามารถผลิตเอนไซม์ย่อยแป้งได้เอง ที่ผิวเซลล์ ด้วยการใช้โปรตีนฐานยึดเกาะเอนไซม์ชนิดใหม่ของโลก สามารถแข่งขันได้กับยีสต์แห้งทางการค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ลดการนำเข้าและการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ รวมถึงใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางชีวภาพของประเทศไทย             “ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ยังคงมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพทางพลังงานให้กับประเทศ ดำเนินธุรกิจบนหลักยั่งยืนอย่างสมดุล รวมทั้งดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย” ดร.คงกระพัน กล่าวในตอนท้าย

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

ปตท. คว้าอันดับ 1 มูลค่าแบรนด์สูงสุดในไทย 4 ปีซ้อน สะท้อนความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

ปตท. คว้าอันดับ 1 มูลค่าแบรนด์สูงสุดในไทย 4 ปีซ้อน สะท้อนความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

            หุ้นวิชั่น - ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ปตท. ได้รับการจัดอันดับเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567 จากการจัดอันดับโดย Brand Finance บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการประเมินมูลค่าแบรนด์ชั้นนำของโลก ด้วยมูลค่าแบรนด์กว่า 8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 25 จากปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลมาจากการปรับตัวทางธุรกิจ ผลประกอบการ และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง การติดอันดับองค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดในครั้งนี้ สะท้อนผลการดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” หรือ “TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD” ในการดำเนินธุรกิจบนหลัก “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” ให้เหมาะกับบริบทองค์กร ด้วยการสร้างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม โดย ปตท. เน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมเร่งสร้างความแข็งแรงและเพิ่มศักยภาพในธุรกิจ Hydrocarbon ที่เป็น Core Business ของ ปตท. รวมทั้งการดำเนินธุรกิจ Non-Hydrocarbon ที่มี Attractiveness หรือมีความน่าสนใจ และ ปตท. มี Right to Play หรือมีจุดแข็ง สามารถเข้าไปต่อยอดในธุรกิจนั้นๆ ได้ นอกจากนี้ ปตท. ยังมีเป้าหมาย NET ZERO ในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก ผลักดันธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับไฮโดรเจน และการดำเนินโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture Storage : CCS) โดยทำงานแบบบูรณาการทั้งกลุ่ม ปตท. ภายใต้การบริหารองค์การด้วยหลักธรรมาภิบาลและการกำกับกิจการที่ดี นอกจากนี้ ปตท. ยังติดอันดับที่ 3 ของแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งสูงสุดในไทย จากการประเมินของ Brand Finance โดยได้รับการประเมินอยู่ที่ 82.4 คะแนนจาก 100 คะแนน สะท้อนการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนอย่างสมดุล ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งเป็นองค์กรที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนในไทย โดยมีมูลค่าการรับรู้ด้านความยั่งยืน (Sustainability Perceptions Value) สูงถึง 748 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้ง ปตท. ยังได้รับการจัดอันดับที่ 2 ของบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรม Oil & Gas ของภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย Mr. Alex Haigh, Managing Director – Asia Pacific of Brand Finance กล่าวว่า ปตท. เป็นองค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดของไทย 4 ปีซ้อน นับเป็นการตอกย้ำความเลิศทั้งในด้านการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนและการมีความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนมุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สู่การสร้างมาตรฐานในธุรกิจด้านพลังงาน โดยเน้นหลัก “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ความยึดมั่นในแบรนด์ และสร้างความโดดเด่นในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากล การได้รับการจัดอันดับโดย Brand Finance ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพขององค์กรในสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางพลังงานให้แก่ประเทศ ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนภาพลักษณ์ของ แบรนด์ ปตท. ที่โดดเด่นด้านความยั่งยืน (Iconic Brand) รวมทั้งใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น นำไปสู่การสร้างความผูกพันกับแบรนด์ ปตท. ให้เป็นที่รักและจดจำ นอกจากนี้ ยังช่วยตอบสนองความต้องการและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล

ปตท. เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดสวน “เปรมประชาวนารักษ์”

ปตท. เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดสวน “เปรมประชาวนารักษ์”

          หุ้นวิชั่น - วันนี้ (10 ธ.ค. 2567) - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ “เปรมประชาวนารักษ์” ซึ่ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดสร้างเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ และทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ชลวิถีธีรพัฒน์” ณ พื้นที่ถนนกำแพงเพชร 6 แนวขนานคลองเปรมประชากร โดยมี คณะองคมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผู้บริหารและพนักงานกลุ่ม ปตท. และประชาชนทุกหมู่เหล่า เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ          นายคงกระพัน อินทรแจ้ง เปิดเผยว่า ปตท. ร่วมกับหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ รับสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในการดำเนินโครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายด้านการพัฒนาสายน้ำ คูคลอง สิ่งแวดล้อมเมือง และคุณภาพชีวิตประชาชน จึงร่วมกันพัฒนาโครงการคลองเปรมประชากรให้มีความมั่นคง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และร่วมพัฒนาพื้นที่ถนนกำแพงเพชร 6 แนวขนานคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดย ปตท. จัดสรรพื้นที่จำนวน 10 ไร่ ซึ่งจากเดิมเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า นำมาออกแบบจัดสร้างเป็นสวนสาธารณะ บอกเล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ต่อประชาชน ใช้เวลาสร้างจนแล้วเสร็จประมาณ 5 เดือน ตั้งแต่ มีนาคม - กรกฎาคม 2567 ซึ่งภายในสวน ประกอบด้วย สวนสาธารณะ อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘ชลวิถีธีรพัฒน์’ และท่าเรือ จนวันนี้กลายเป็นสวนสาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ทั้งเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่สันทนาการ เชื่อมโยงวิถีชุมชนโดยรอบ และมีเส้นทางสัญจรที่เชื่อมต่อระบบล้อ (ถนนวิภาวดีรังสิต) ราง (สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง-ทุ่งสองห้อง) เรือ (คลองเปรมประชากร) และทางอากาศ ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่อสวนแห่งนี้ว่า “เปรมประชาวนารักษ์” อันหมายถึง สวนที่นำความสุขและความเบิกบานใจมาสู่ประชาชน โดยได้รับการดูแลรักษาด้วยความรัก และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ   ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ไปประดิษฐานที่ป้ายชื่อสวนสาธารณะ พร้อมกับทรงปลูกต้นประดู่ป่า จำนวน 1 ต้น ซึ่งเพาะเมล็ดจากต้นประดู่ป่าที่ทรงปลูกต้นที่ 100 ล้าน ณ แปลงปลูกป่า FPT 49 ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิม  พระเกียรติฯ ของ ปตท. ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2540 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปลูกต้นพิกุล จำนวน 1 ต้น เพื่อเป็นสิริมงคล เสริมส่งความร่มเย็นในพื้นที่สวนแห่งนี้ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรอาคารนิทรรศการ “ชลวิถีธีรพัฒน์” การพัฒนาสายน้ำของผู้เป็นปราชญ์แห่งแผ่นดิน นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเผยแพร่โครงการในการสืบสาน รักษา ต่อยอด การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต บรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร ผ่านการนำเสนอโครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ 10 โครงการทั่วประเทศ ได้แก่ โครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร  โครงการพัฒนาถนนวิภาวดีรังสิต โครงการพัฒนาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์และคลองรอบกรุง โครงการพัฒนาสระบ่อดินขาว จังหวัดนครสวรรค์  โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพัฒนาบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร โครงการพัฒนาบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์  โครงการพัฒนาหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี โครงการพัฒนาคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่  และ โครงการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการกลางแจ้ง “สายธารพระบารมีจักรีวงศ์” ร้อยเรียงเรื่องราวของ ปตท. บนเส้นทางการสนองแนวพระราชดำริ เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชน และการแสดงละครเพลง “สายนทีแห่งราชัน เดอะ มิวสิคัล” ละครเพลงชีวิตริมสายน้ำที่ดีขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณ โดยความร่วมมือของ ศิลปินแห่งชาติ และ ศิลปินศิลปาธร ผสมผสานด้วยการบรรเลงจากวงดนตรี รอยัล แบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra: RBSO) และนักแสดงกว่า 60 ชีวิต พร้อมด้วยมัลติมีเดียพิเศษ 3D Mapping เต็มรูปแบบ          ปตท. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการเพื่อสังคม สืบสานพระราชปณิธาน ด้วยวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ให้เติบโตเคียงข้างกันอย่างมั่นคง ยั่งยืนสืบไป

กลุ่ม ปตท. และ โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท.     พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยพลังงานสะอาด

กลุ่ม ปตท. และ โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท. พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยพลังงานสะอาด

          หุ้นวิชั่น –  วันนี้ (21 พฤศจิกายน 2567) ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า งานสัมมนา The Annual Petroleum Outlook Forum จัดขึ้นโดยความร่วมมือของกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่ม ปตท. ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 13 เพื่อนำเสนอบทวิเคราะห์และแนวโน้มทิศทางราคาน้ำมัน สถานการณ์พลังงาน และความท้าทายที่กระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก โดยทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน หรือ “PRISM Experts” นับเป็นความร่วมมือที่ช่วยให้เกิดการแบ่งปันข้อมูล แลกเปลี่ยนมุมมองความคิด จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาพลังงานทั้งจากภาครัฐ และเอกชน โดยสถานการณ์พลังงานของโลกในปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ตลอดจนกฎระเบียบ นโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐ ส่งผลให้ทั่วโลกและประเทศไทยต้องหันมาให้ความสำคัญ และตระหนักในเรื่องของพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง รวมทั้งกลุ่มธุรกิจพลังงานและธุรกิจอื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้องต่างต้องมีการปรับตัว และร่วมกันขับเคลื่อนพลังงานของประเทศไทยภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น งานในปีนี้จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Regenerative Thailand with Cleanergy: คิดนำ ล้ำหน้า ขับเคลื่อนอนาคตไทย ด้วยพลังงานสะอาด” สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ให้ประเทศไทยแข็งแรงและเติบโตในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน           นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม กล่าวว่า กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยได้มีการปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มีการเตรียมพร้อมในการจัดหาน้ำมันดิบ รองรับสถานการณ์ความผันผวน และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อให้มีปริมาณการผลิตเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ นอกจากนี้ กลุ่มโรงกลั่นได้เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด โดยพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลมาตรฐานยูโร 5 ที่มีค่ากำมะถันต่ำ น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย            ภายในงาน ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน กลุ่ม ปตท. (PRISM Experts) ได้กล่าวถึงความต้องการใช้น้ำมันในปี 2568 ว่ายังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน แต่ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของสงครามการค้าจากนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาท่านใหม่ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกได้ ในส่วนของอุปทานน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน เนื่องจากการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม Non-OPEC+ ที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล และกายอานา และกลุ่ม OPEC+ มีแผนจะทยอยเพิ่มกำลังการผลิต ขณะเดียวกันท่ามกลางความไม่แน่นอนของความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความต้องการใช้น้ำมันของสหรัฐอเมริกาหลังการเลือกตั้ง รวมไปถึงมาตรการการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาต่ออิหร่านที่เข้มข้นขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบใน ปี 2568 ยังคงมีความผันผวนและเคลื่อนไหวในกรอบ 70 - 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล           นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บรรยายพิเศษในหัวข้อ “สถานการณ์โลกเรื่องพลังงาน หลังเลือกตั้ง USA” และเวทีเสวนา “Future Energy in Thailand” โดยมี นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน นายนินนาท           ไชยธีรภิญโญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และนายกสมาคมไฮโดรเจนประเทศไทย ดร.กิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) นายนภสิทธิ์ ชัยวรรณคุปต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ผู้นำในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานทุกรูปแบบ ที่ผนึกกำลังร่วมกันแบ่งปันองค์ความรู้และมุมมองในการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานสะอาดของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

กลุ่ม ปตท. ผนึกกำลังพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

กลุ่ม ปตท. ผนึกกำลังพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

          หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน วานนี้ (31 ตุลาคม 2567) ผู้บริหารกลุ่ม ปตท. นำโดย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (กลาง) ลงนามความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม กลุ่ม ปตท. อาทิ การดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ผลักดันโมเดลการพัฒนา Eastern Thailand CCS Hub ยกระดับความร่วมมือการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ การทำธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ร่วมกันในกลุ่ม ปตท. และศึกษาการเพิ่มมูลค่าวัสดุคาร์บอน           นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. จะแบ่งปันประสบการณ์ด้านการลงทุนและแสวงหาความร่วมมือเพื่อต่อยอดธุรกิจนวัตกรรมใหม่ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและพัฒนา อาทิ ทรัพย์สินทางปัญญา และผลิตภัณฑ์ภายใต้บัญชีนวัตกรรม มุ่งวางรากฐานและขับเคลื่อนนวัตกรรมกลุ่ม ปตท. และประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และนายสวรา แขวงโสภา กรรมการ บริษัท เอ็กซ์เพรสโซ เอ็นบี จำกัด ร่วมพิธีลงนาม

ปตท. มอบรางวัลประกวดศิลปกรรม “พลังที่ส่งต่อ” ครั้งที่ 39  ส่งเสริมเวทีแห่งโอกาสด้านศิลปะ

ปตท. มอบรางวัลประกวดศิลปกรรม “พลังที่ส่งต่อ” ครั้งที่ 39 ส่งเสริมเวทีแห่งโอกาสด้านศิลปะ

          ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 39 ประจำปี 2567 ในหัวข้อ “พลังที่ส่งต่อ” รวม 24 รางวัล และรางวัลประติมากรรมสื่อผสมจากวัสดุเหลือใช้ “ชลวิถี นทีพัฒน์” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จำนวน 3 รางวัล เพื่อส่งต่อพลังใจให้กับศิลปินที่รังสรรค์ผลงาน ให้เติบโตเป็นบุคลากรชั้นนำในวงการศิลปะ           ดร.คงกระพัน กล่าวว่า ตลอด 39 ปีที่ผ่านมา ปตท. ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร สนับสนุนเวทีแห่งโอกาสในการสร้างศิลปินรุ่นใหม่ผ่านโครงการประกวดศิลปกรรม เพื่อให้เยาวชนรวมถึงกลุ่มคนรักศิลปะได้สร้างสรรค์ผลงานทั้งประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และทัศนศิลป์อื่น ๆ ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดหัวข้อการประกวดคือ “พลังที่ส่งต่อ” เพื่อให้ศิลปินได้ถ่ายทอดผลงานที่จะสร้างกำลังใจและพลังให้กับคนไทยในการขับเคลื่อนประเทศและในปีนี้เป็นปีแรกที่เปิดรับผลงานประเภทดิจิทัลอาร์ต 2 มิติ โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทุกประเภทรวมทั้งสิ้น 1,126 ชิ้น จากศิลปิน 1,065 คน แบ่งเป็นรางวัลยอดเยี่ยม (PTT Art Grand Prize Award) และรางวัลดีเด่น (PTT Art Winner Awards) รวม 24 ผลงาน           นอกจากนี้ ปตท. ยังได้จัดการประกวดประติมากรรมสื่อผสมจากวัสดุเหลือใช้ 3 มิติ ภายใต้หัวข้อ “ชลวิถี นทีพัฒน์” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ที่ทรงสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแก่ราษฎร พัฒนาสายน้ำหลากหลายสายให้กลับคืนมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีศิลปินร่วมส่งผลงาน 81 ราย รวมจำนวนผลงานแบบเดี่ยวและกลุ่ม 41 ชิ้น โดยได้คัดเลือกผู้ชนะจำนวน 3 รางวัล           การประกวดศิลปกรรม ปตท. นับเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ผ่านทัศนคติและการตัดสินจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของวงการศิลปะไทย ทั้งยังได้ร่วมพัฒนาวงการศิลปกรรมร่วมสมัยของประเทศ ด้วยการเผยแพร่ผลงานการประกวดต่อสาธารณชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนัก เข้าใจถึงความสำคัญในการร่วมสืบสาน และจรรโลงสังคมไทยให้มีวัฒนธรรมที่ดีงามและยั่งยืน โดย ปตท. ยังเชื่อมั่นว่าศิลปะจะช่วยพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อก้าวเป็นพลังไทยรุ่นใหม่ที่มีคุณค่าต่อสังคม           ทั้งนี้ ปตท. ขอเชิญชวนร่วมชื่นชมและให้กำลังใจ ผลงานของศิลปินที่ได้รังสรรค์ผ่านนิทรรศการ “พลังที่ส่งต่อ” ได้ที่ PTT Art Gallery ณ บ้านเจ้าพระยา ถ.พระอาทิตย์ กรุงเทพมหานคร ตลอดเดือนตุลาคม 2567 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011