หุ้นวิชั่น – TRC เดินหน้าสร้าง New S-Curve ลุยธุรกิจ “จัดการขยะ-เหมืองโพแทช”หวังดันรายได้ฟื้น-เพิ่ม Margin ด้วยโมเดลธุรกิจยั่งยืน ปัจจุบันถือหุ้น PSEC แล้ว 40% เล็งเพิ่มอีก 20% หากรายได้เป็นไปตามเป้า พร้อมตุน Backlog ในมือรวมมูลค่า 2,485.78 ล้านบาท
นายภาสิต ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท กำลังเผชิญกับความท้าทายในปี 2568 บริษัทจึงมุ่งเน้นขยายโอกาสไปยังธุรกิจใหม่ภายใต้แนวคิด New S-Curve โดยคาดว่ารายได้จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับภาพรวมธุรกิจก่อสร้างของบริษัทในปี 2567 บริษัทมีมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ทั้งหมด 22 โครงการ รวมมูลค่า 2,485.78 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2568 มีโครงการที่รอการประมูลรวมมูลค่า 4,936 ล้านบาท
โดยบริษัทได้เตรียมขยายการลงทุนไปยัง 2 ธุรกิจหลัก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจ ดังนี้
ร่วมมือกับ บริษัท พีเอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด (PSEC) ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน PSEC มีโครงการจัดการขยะขนาดใหญ่ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการจังหวัดกาญจนบุรี, โครงการจังหวัดอยุธยา
และโครงการจังหวัดพัทลุง ทั้งนี้ PSEC ยังอยู่ระหว่างเตรียมเข้าประมูลโครงการจัดการขยะเพิ่มเติมอีกหลายโครงการ ซึ่งกระบวนการดำเนินงานของ PSEC เป็นการมุ่งเน้นแยกขยะและนำมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ถุง เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับบริษัทด้านปิโตรเคมี นอกจากนี้ TRC ยังร่วมมือกับ PSEC ในด้านการตลาด โดยคาดว่าในปีนี้จะสามารถประมูลสถานที่กำจัดขยะได้เพิ่มเติม 2-3 แห่ง ด้านโครงสร้างรายได้ของ PSEC แบ่งออกเป็น 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ ค่าบริการกำจัดขยะ อัตรา 200-300 บาท/ตัน
และรายได้จากการจำหน่ายถุงขยะที่แยกแล้วได้ ราคา 7,000-8,000 บาท/ตัน โดยธุรกิจนี้ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไร (Margin) สูง เนื่องจากมีผู้เล่นในตลาดน้อย อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาขยะในประเทศ และมีโอกาสส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย ปัจจุบัน TRC ถือหุ้นใน PSEC 40% และอยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีก 20% หากรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ร่วมมือกับ บริษัท อาเซียนโพแทชชัยภูมิ จำกัด (APOT) ซึ่งดำเนินธุรกิจเหมืองโพแทช มุ่งเน้นการทำเหมืองแร่โพแทชและเกลือหิน เพื่อลดการนำเข้าแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมจากต่างประเทศ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในภูมิภาคให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบัน APOT อยู่ระหว่างกระบวนการบริหารจัดการผู้ถือหุ้น
บริษัทยังคงเชื่อมั่นว่าการขยายเข้าสู่ธุรกิจใหม่เหล่านี้จะช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับบริษัท และช่วยส่งเสริมธุรกิจเดิมให้สามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง