ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

ลงทุนหุ้นตัวไหน? ท่ามกลางกังวลแผ่นดินไหว

            หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.พาย ระบุ ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 1.7% นักลงทุนกังวกับสถานการณ์เงินเฟ้อและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.54% การปรับขึ้นภาษีกดดันอุปสงค์

วันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯได้รายงานเงินเฟ้อ (PCE) พบว่าขยายตัว 2.5%YoY ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตามเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ขยายตัว 2.8%YoY มากกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 2.7%YoY ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับฐานในวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามพบว่า US Bond Yield ปรับลงสะท้อนว่านักลงทุนกำลังกังวลกับสถานการณ์อย่างและสอดคล้องกับราคาทองคำที่ปรับขึ้น ปัจจัยที่นักลงทุนกำลังให้ความสำคัญและมีความกังวลได้แก่การปรับขึ้นภาษีของนำเข้าของสหรัฐฯกับนานาประเทศ ซึ่งสัปดาห์นี้คาดการณ์กันว่าสหรัฐฯจะประกาศขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศต่างๆรวมกัน 15 ประเทศ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในนั้นจึงถือเป็นอีกความเสี่ยงที่รออยู่ในสัปดาห์นี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่าไทยได้ส่งออกสินค้าหลักไปยังสหรัฐฯได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ (สัดส่วน 30-35% ของมูลค่าส่งออกไปยังสหรัฐฯ) ยานยนต์และชิ้นส่วน (15-20%) ผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร (10-15%) ซึ่งหากสหรัฐฯตัดสินใจขึ้นภาษีนำเข้าอาจกระทบกับหุ้น (DELTA HANA TU ITC AH SAT) สำหรับปัจจัยด้านตัวแผ่นดินไหวของประเทศไทยในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมาเบื้องต้นประเมินผลกระทบยังจำกัดเนื่องด้วยเหตุการณ์เป็นเพียงระยะสั้นและไม่พบการพังทลายของสิ่งปลูกสร้าง แต่อย่างไรก็ตามสร้างแรงกดดันต่อกลุ่มอสังหาฯ ท่องเที่ยว แต่ก็เชื่อว่าผลต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจะมิได้สูงมากนักด้วยสัดส่วนอสังหาฯกับเศรษฐกิจไทยคิดเป็นเพียง 8% ของ GDP และหากเทียบกับตลาดหุ้นไทยก็คิดเป็นเพียง 5% ของ Market Capitalization ปัจจัยรอติดตามสัปดาห์นี้ได้แก่ตลาดแรงงานสหรัฐฯประกอบไปด้วย (1) การจ้างงานภาคเอกชนจากสถาบัน ADP ในวันพุธ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 1.18 แสนราย (2) ตำแหน่งเปิดรับสมัครงานและดัชนี ISM PMI ในวันอังคาร Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 7.7 ล้านตำแหน่งและ 49.6 (3) ตัวเลขสำคัญอย่างการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานในวันศุกร์ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 1.39 แสนรายและ 4.1% ตามลำดับ สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1140 – 1180 ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนกับความกังวลเรื่องแผ่นดินไหวระยะสั้นอาจเลือกหุ้นในกลุ่มซ่อมแซมบ้านและค้าปลีก (BJC CRC CPALL DOHOME GLOBAL HMPRO) กลุ่ม Defensive (BDMS) สื่อสาร (ADVANC TRUE) โดยอสังหาฯและท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบ

BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 28.00 บาท)
ประกาศกำไรสุทธิที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (+11% YoY) ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด จาก 1) ความซับซ้อนของโรคที่เพิ่มขึ้น หนุนรายได้ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยที่สูงขึ้น (+7% YoY) โดยเฉพาะในผู้ป่วยต่างชาติ (+11% YoY) 2) จำนวนผู้ป่วยที่เติบโต ประกอบกับสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติที่สูงขึ้นอยู่ที่ 28% (+1 ppts YoY) และ 3) สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับจากมาตราการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อนปรับปรุงประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน

HMPRO (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 11.00 บาท)
ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวจากการเข้าถึงลูกค้าแบบเชิงรุกผ่านการบริการ Home Service และการใช้โมเดล Hybrid store ที่สามารถสร้างการเติบโตและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีในเวลาเดียวกัน แม้ว่าระยะสั้นการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ HomePro และ Mega Home ช่วง QTD ของ 1Q25 ที่ -2% ถึง -4% YoY ผลจากการได้รับประโยชน์จากมาตรการ Easy E-Receipt ที่ลดลง และจำนวนวันของเดือนก.พ. 2025 ที่น้อยกว่าปีก่อน 1 วัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

[Vision Exclusive] WHA เชื่อลูกค้ายังอยู่ Q1 ขายแล้วพันไร่

[Vision Exclusive] WHA เชื่อลูกค้ายังอยู่ Q1 ขายแล้วพันไร่

OR แกร่ง! คงเครดิต

OR แกร่ง! คงเครดิต "AA+" หัวหอกผู้นำค้าปลีกน้ำมัน

PLUS แจงภาษีทรัมป์ ยันข้อมูลไม่ชัดเจน

PLUS แจงภาษีทรัมป์ ยันข้อมูลไม่ชัดเจน

ชำแหละ 8 หุ้นแบงก์ แผ่นดินไหวดันหนี้สูญ

ชำแหละ 8 หุ้นแบงก์ แผ่นดินไหวดันหนี้สูญ

ข่าวล่าสุด

ทั้งหมด