หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างตัวอากคาร 30 ชั้นถล่มลงมา และนักลงทุนต่างจับตามาที่ ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการดังกล่าว นั่นก็คือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ITD) ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี รวมถึงบริษัทประกันภัย ที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด
ทั้งนี้ ITD ได้ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เช้าวันนี้ว่า กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ได้ทำประกันภัยเต็มมูลค่างานตามสัญญา จำนวน 2,136 ล้านบาท และ ครอบคลุมอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติรวมถึงการคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก อีกจำนวน 100 ล้านบาท บริษัทฯ จึงมีความมั่นใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างโครงการอื่นๆ ของบริษัทฯ
สำหรับ ITD ได้มีการทำประกันภัย ไว้กับ 4 บริษัทประกันภัย ประกอบด้วย ทิพยประกันภัย คิดเป็นสัดส่วน 40%, กรุงเทพประกันภัย 25%, อินทรประกันภัย 25% และวิริยะประกันภัย 10%
บ.ประกันภัย แจงไร้ผลกระทบ แม้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TIPH) ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งส์ ที่ถือหุ้นในบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (ทิพยประกันภัย) ในสัดส่วน 99.05% และทิพยประกันภัยเป็นบริษัท แกนของกลุ่มบริษัทฯ ขอชี้แจงว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยในเหตุการณ์ครั้งนี้มีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้ ถล่มลงมาทั้งหลัง
โครงการก่อสร้างนี้ได้มีการทำประกันภัยไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัยร่วมจำนวน 4 บริษัท ทิพยประกันภัย ในสัดส่วน40% บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 25% บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 25% และบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 10% ซึ่งการร่วมรับประกันภัยในโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. ดังกล่าว มีทุนประกันภัย แบ่งเป็น 3 หมวด ประกอบด้วย 1) มูลค่างานก่อสร้างตามสัญญา 2,136 ล้านบาท 2) ทรัพย์สินเดิมของผู้ว่าจ้าง 5 ล้านบาท และ 3) ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก 30 ล้านบาทต่อครั้ง และ 100 ล้านบาท ระยะเวลาเอาประกันภัย โดยมีเงื่อนไขความรับผิดส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง 20% ของความเสียหายสำหรับแต่ละเหตุการณ์
การร่วมรับประกันภัยในสัดส่วน 40% ของทิพยประกันภัยตามที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น ทิพยประกันภัยได้มีการจัดทำประกันภัยต่อในสัดส่วน 95% ของทุนเอาประกันภัย กับบริษัทประกันภัยต่อ ชั้นนำของโลกที่มีระดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Credit Rating) ไม่ต่ำกว่า A นอกจากนี้ ทิพยประกันภัยยังได้จัดทำสัญญาประกันภัยต่อเพื่อความเสียหายส่วนเกินสำหรับความเสียหายจากภัยพิบัติหรือมหันตภัย Excess of Loss (XOL) ไว้อีกด้วย ดังนั้น บริษัทฯ ยืนยันว่า แม้จะมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ ทิพยประกันภัยยังคงมีความมันคงทางการเงิน และไม่มีผลกระพบต่อฐานะทางการเงินของทิพยประกันภัย อย่างมีนัยสำคัญ
อนึ่งในการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีอาคาร สตง. นั้น จะต้องพิจารณาถึงมูลค่าของ อาคาร ณ เวลาที่เกิดเหตุ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการพิจารณาว่าอาคารดังกล่าว ได้มีการดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว เป็นร้อยละเท่าไรของมูลค่าโครงการทั้งหมด เช่น หากการก่อสร้างแล้วเสร็จ 50% ความเสียหายที่จะได้รับ ความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยก็จะเป็นเพียง 50% ของทุนเอาประกันภัยเท่านั้น ทั้งนี้ มูลค่าของ โครงการนี้ ณ วันเวลาที่เกิดเหตุจะถูกประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญต่อไป
บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BKIH) ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งส์ที่ถือหุ้นในบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนร้อยละ 97.72 ขอชี้แจงว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้พังถล่มลงมา ซึ่งบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับประกันภัยโครงการก่อสร้างดังกล่าวในสัดส่วนเพียง 25%
นอกจากนี้ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยังได้จัดทำสัญญาประกันภัยต่อเพื่อความเสียหายส่วนเกิน สำหรับความเสียหายจากภัยพิบัติหรือมหันภัย Excess of Loss (XOL) ไว้อีกด้วย ดังนั้น บริษัทฯ ขอยืนยันว่าแม้จะมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยังคงมีความมั่นคงทางการเงิน และไม่ได้รับผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) (INSURE) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 13.20 น. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ซึ่งเป็นอาคารสูง 30 ชั้น อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ณ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พังถล่มลงมา มีรายงานผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญหายจำนวนมาก บริษัทรับประกันภัยการก่อสร้างอาคารดังกล่าวร่วมกับบริษัทประกันภัยอื่น ๆ โดยบริษัทมีสัดส่วนการรับประกันภัยอยู่ที่ 25% ของมูลค่าความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัย
บริษัทขอเรียนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานะทางการเงินหรือการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัทมีการดำรงเงินกองทุนที่เพียงพอและแข็งแกร่ง เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยจัดทำประกันภัยต่อกับผู้รับประกันภัยต่อที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ตามนโยบายการประกันภัยต่อของบริษัท พร้อมทั้งเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ เพื่อบรรเทาความเสียหายและสนับสนุนให้ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการให้บริการอย่างมืออาชีพแก่ผู้เอาประกันภัยทุกท่าน ด้วยการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ยึดถือหลักธรรมาภิบาล พร้อมรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทอย่างยั่งยืน