ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#WHA


[Vision Exclusive] WHA เชื่อลูกค้ายังอยู่ Q1 ขายแล้วพันไร่

[Vision Exclusive] WHA เชื่อลูกค้ายังอยู่ Q1 ขายแล้วพันไร่

           หุ้นวิชั่น - ผู้บริหารชี้  WHA ระยะสั้นไร้ผลกระทบ   หลังทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้าไทยสูง 36% มองยังปรับขึ้นน้อยกว่าประเทศอื่นในอาเซียน ขณะที่ในไตรมาสแรก 2568 เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน (LOI) ไปแล้วกว่า 1,000 ไร่ และเตรียมรอโอนกรรมสิทธิ์อีกหลายราย  มั่นใจรายได้และส่วนแบ่งกำไรปีนี้มาตามนัด ขณะที่ บล.หยวนต้ามอง ไทยจะเสียภาษีเป็นสูงกว่าอินโดนีเซีย 4% และ มาเลเซีย 12%  ทำให้แรงดึงดูดการตั้งฐานการผลิตในไทยลดลง                 นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) เปิดเผยว่า  ยังไม่เห็นถึงผลกระทบที่จะมีลูกค้าชะลอย้ายฐานการผลิตในระยะสั้นนี้ จากกรณีที่ประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่ระดับ 36% จากสหรัฐฯ เนื่องด้วยในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการเจรจากับทางลูกค้าถึงเรื่องดังกล่าวไปพอสมควร ซึ่งลูกค้าให้ข้อมูลว่า หากมีการเรียกเก็บภาษีไทยสูงกว่าประเทศอื่น ก็อาจไม่ย้ายฐานการผลิตมา แต่ผลที่ออกมา ไทยถือว่ายังน้อยกว่าประเทศอื่นในอาเซียน            “ไทยถือว่ายังโดนเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐน้อยกว่าประเทศอื่น อย่าง จีน โดนรวม 54%, เวียดนาม 46% ส่วนไทย โดน 36% ส่วนตัวมองว่า ยังโอเคอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการคุยกับลูกค้าตลอดถึงประเด็นการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐ ถ้าหากไทยโดนสูงกว่าคนอื่น เขาก็อาจไม่ย้ายฐานการผลิตมา” นางสาวจรีพร กล่าว            อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยืนยันว่า ไม่กระทบกับธุรกิจ โดยที่ผ่านมามีการเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน (LOI) ไปแล้วรวมกว่า 1,000 ไร่ และเตรียมรอการโอนกรรมสิทธิ์อีกหลายราย แต่ระยะยาวยังต้องรอติดตามกันต่อ โดยหลังจากนี้ WHA  ก็เตรียมทยอยเจรจากับลูกค้าเพิ่มเติม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อไป            ทั้งนี้ WHA มั่นใจรายได้และส่วนแบ่งกำไรในปี 2568 ยังเติบโตกว่า 2 หมื่นล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ และคงอัตรากำไร EBITDA Margin มากกว่า 45% โดยมองแนวโน้มไตรมาส 1/2568 เติบโตต่อ จากความสามารถเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินไปแล้วหลายไร่ และเตรียมรอโอนกรรมสิทธิ์            ด้านบล.หยวนต้า มองกลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จะได้รับกระทบจากรัฐบาลสหรัฐ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยเป็น 36% แม้ว่าภาษีนำเข้าของไทยจะน้อยกว่าเวียดนาม 10% แต่อย่างไรก็ตาม ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ของไทยจะกลายเป็นสูงกว่าอินโดนีเซีย 4% และมาเลเซีย 12%  คาดจะเห็นลูกค้าชะลอการทำสัญญาซื้อขาย เพื่อดูความชัดเจนอีกที หลังการเจรจาก่อนที่จะเริ่มบังคับใช้ ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อดีมานด์ที่ดินนิคมฯ ในไทย  ทั้งนี้ แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมไปก่อน     รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision

WHA-AMATA กอดคอดิ่ง หวั่นลูกค้าชะลอซื้อที่ดิน รับทรัมป์ขึ้นภาษีโหด

WHA-AMATA กอดคอดิ่ง หวั่นลูกค้าชะลอซื้อที่ดิน รับทรัมป์ขึ้นภาษีโหด

          หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุ จากผลกระทบมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ คาดกระทบต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากนโยบายครั้งนี้อาจส่งผลกระทบให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อที่ดิน ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดอาจส่งผลกระทบต่อ Backlog บางส่วน หุ้นที่เกี่ยวข้อง AMATA WHA FTREI           ทั้งนี้ประเทศในอาเซียน ที่โดนภาษีตอบโต้ ได้แก่ กัมพูชา 49%, ลาว 48%, เวียดนาม 46%, เมียนมา 44%, ไทย 36%, อินโดนีเซีย 32%, บรูไน , มาเลเซีย 24%, ฟิลิปปินส์ 17% และ สิงคโปร์ 10% โดย WHA และ AMATA มีนิคมอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม

WHA เลื่อนแยก WHAID ความเชื่อมั่นฟู โบรกแนะ ซื้อ ปรับเป้าที่ 4.50 บาท

WHA เลื่อนแยก WHAID ความเชื่อมั่นฟู โบรกแนะ ซื้อ ปรับเป้าที่ 4.50 บาท

                หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.เคจีไอ ระบุ WHA ปรับเพิ่มคำแนะนำกับราคาเป้าหมายและปรับประมาณการกำไรใหม่ เลื่อนแผนการ spin-off ธุรกิจ WHAID ออกไปก่อน ราคาหุ้น WHA Corp (WHA.BK/WHA TB)* ทรุดลงหนักทีเดียวถึง 30% หลังได้ประกาศเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ว่าจะ spin-off ธุรกิจ WHAID ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่มีกำไรสูงโดยดำเนินธุรกิจนิคมฯ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม รวมถึงการปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน WHA Utilities & Power (WHAUP.BK/WHAUP TB) อีกด้วย ต่อมา เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 68 WHA ได้ตัดสินใจที่จะเลื่อนแผนดังกล่าวนี้ออกไปก่อนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุนท่ามกลางแนวโน้มตลาดหลักทรัพย์ที่อ่อนแอ แม้ว่าขณะนี้ WHA มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ/ส่วนของผู้ถือหุ้น (net IBD/equity) ที่ 1.2x แต่ WHA ก็ยังคงมั่นใจว่าจะสามารถหาแหล่งเงินทุนเพื่อลงทุนใน CAPEX ปีนี้มูลค่า 2 หมื่นล้านบาทได้ อัปเดตธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมอย่างสั้น ๆ                 WHA ตระหนักว่าอุปสงค์ที่ดินนิคม ฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในประเทศไทย ขณะที่ ยอดขายที่ดินนิคมฯ 1Q68 น่าจะเกินกว่า 700 ไร่ เทียบกับ 749 ไร่ ใน 3Q67 และ 774 ไร่ ใน 4Q67 ในอีกด้านหนึ่ง ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินก็น่าจะแข็งแกร่งเกินกว่า 500 ไร่ด้วย เทียบกับ 450 ไร่ใน 4Q67 และ 581 ไร่ใน 1Q67 ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2567 WHA มียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ ( backlog) สูงที่ 1.535 พันไร่ (70% ของประมาณการยอดโอนที่ดินปี 2568F ของเรา) ที่จะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ อีกทั้งยังมีหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) และความร่วมมือเบื้องต้น (MOU) โดดเด่นที่ 716 ไร่ (30% ของประมาณการยอดขายที่ดินปี 2568F ของเรา) ที่รอการลงนามในปีนี้ ขณะนี้ WHA ได้ให้ guidance ว่าราคาขายที่ดินนิคม ฯ ในประเทศไทยเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ 5 ล้านบาท/ไร่ เพิ่มจาก 4 ล้านบาท/ไร่ ในปี 2567 ปรับประมาณการกำไรใหม่                 เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568F ขึ้น 7% อยู่ที่ 4.86 พันล้านบาท (+11.5% YoY) เพื่อสะท้อนสมมติฐานของเราบนราคาขายที่ดินเฉลี่ยสูงขึ้น ส่วนปี 2569F เราประเมินกำไรสุทธิชะลอลงที่ 4.47 พันล้านบาท (-8% YoY) จากยอดขายและโอนที่ดินลดลง อย่างไรก็ดี เราคงยอดขายและโอนที่ดินของเราปี 2568F ไว้ที่ 2.500/2.200 พันไร่ และปี 2569F ที่ 2.250/1.875 พันไร่ (Figure 1) Valuation & Action                 เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย SOTP ขึ้นที่ 4.50 บาท จากเดิม 3.4 บาท (Figure 2) และปรับเพิ่มคำแนะนำ WHA ขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิมถือ ส่วน valuation ของธุรกิจที่ดินนิคมอุตสาหกรรม (IE) และธุรกิจธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้า เราก็ปรับเพิ่มจากประมาณการครั้งก่อน บนสมมติฐานการถือหุ้น WHAIDเพิ่มขึ้นเป็น 100% (จาก 76% ตามแผนการ spin-off ก่อนหน้า) และการถือหุ้น WHAUP เพิ่มเป็น 72% (จาก 57% ตามแผนการปรับโครงสร้างก่อนหน้า) อีกทั้งมีการปรับกำไรขึ้นจากการเพิ่มของราคาเฉลี่ยค่าที่ดิน แต่อย่างไรก็ดี เรายังคงใช้ PE ที่ -1SD ในธุรกิจหลักเพื่อสะท้อนโมเมนตัมการเติบโตที่ชะลอตัวในอนาคต ปัจจุบัน WHA เทรดที่ -2SD จากระดับค่าเฉลี่ย Risks ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP, การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสาธารณูปโภคและค่าแรงงานขั้นต่ำ, ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ภูมิรัฐศาสตร์โลกและเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

WHA นักวิเคราะห์ตัดสินแล้ว! เลื่อน IPO คลายกังวลแค่ไหน?

WHA นักวิเคราะห์ตัดสินแล้ว! เลื่อน IPO คลายกังวลแค่ไหน?

             หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง WHA ว่า เลื่อน IPO ธุรกิจนิคมฯ และการปรับโครงสร้าง              บริษัทฯ เลื่อนการเสนอขายหุ้น IPO ของกลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (WHAID) และการปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน WHAUP หลังจากประเมินสภาวะเศรษฐกิจ ความผันผวนของตลาดทุน และการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยคาดว่าจะไม่มีการกำหนดใหม่ในระยะ 2 ปีข้างหน้า เพื่อคลายความกังวลและเร่งพิสูจน์ศักยภาพการเติบโตของธุรกิจใหม่อย่าง Mobilix              แผนการลงทุนปี 2025 ยังคงเดิมที่มูลค่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงแผนการขายสินทรัพย์ประจำปีที่ 70,000 ตร.ม. มูลค่า 1,500 ล้านบาท (ลดลงจากค่าเฉลี่ยย้อนหลังที่ 2,000-3,000 ล้านบาท/ปี) โดยยืนยันว่ามีแหล่งเงินทุนเพียงพอต่อการลงทุน และในปัจจุบันธุรกิจนิคมฯ มีการรับรู้รายได้ที่เร็วขึ้น (Cash Cycle สั้นลง) นอกจากนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราส่วน Net IBD/Equity ปี 2025 ที่ 1.2 เท่า (จาก 1.04 เท่าในปี 2024)              บริษัทฯ คาดยอดขายที่ดินในไตรมาส 1 ปี 2025 จะมากกว่า 700 ไร่ โดยอุปสงค์ที่ดินปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับสูงจากลูกค้ากลุ่ม Electronics, Data center และ ยานยนต์ นอกจากนี้ กำลังเจรจากับลูกค้า High Potential ขนาดที่ดินรวมมากกว่า 1,000 ไร่ หากสำเร็จ คาดว่าจะบันทึกในไตรมาส 2 ปี 2025 และมีโอกาสปรับเป้าขายที่ดินในปี 2025 ขึ้นเป็น 3,000 ไร่ (จากเป้าต้นปี 2025 ที่ 2,350 ไร่ / ปี 2024 ทำได้ 2,565 ไร่) ธุรกิจในเวียดนามเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยลูกค้าติดต่อเข้ามาเพิ่มขึ้น และกำลังเจรจากับลูกค้ากว่า 1,200 ไร่ มุมมองของเรา              การเลื่อน IPO ของกลุ่มธุรกิจนิคม (WHAID) เป็น Sentiment บวกต่อหุ้นจากการคลายความกังวลในตลาดก่อนหน้า เช่น 1) สัดส่วนการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจนิคมที่เป็นธุรกิจหลักลดลง กดดันแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2026 เป็นต้นไป และ 2) ค่าใช้จ่ายทางภาษีจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้น WHAUP ที่เป็นรายการพิเศษกดดันการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2025 นอกจากนี้ หากบริษัทฯ สามารถสร้างความเชื่อมั่นในธุรกิจใหม่ Mobilix ได้ในระยะเวลา 2 ปี จะช่วยหนุนการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของ WHA ได้อย่างมีนัยสำคัญ              แนวโน้มในไตรมาส 1 ปี 2025 เราคาดว่ายอดขายที่ดินจะเติบโต QoQ และ YoY ตามความต้องการที่ดินจากลูกค้ากลุ่ม Electronics และ Data Center ขณะที่คาดผลประกอบการทรงตัว QoQ จาก GPM ที่สูงกว่าปกติ และทรงตัว YoY จากฐานสูงของการโอนที่ดิน              เราคงประมาณการปี 2025 คาดกำไรปกติที่ 4,908 ล้านบาท (+14% YoY) จาก 1) Backlog แข็งแกร่ง 1,535 ไร่ (+48% YoY) โอนส่งมอบทั้งหมดภายในปี 2) GPM ของธุรกิจนิคมฯ ยังคงอยู่ในระดับสูงจากการปรับราคาขายที่ดินขึ้น 3) รายได้ธุรกิจสาธารณูปโภคเติบโตตามลูกค้านิคมที่เพิ่มขึ้น และ 3) แผนขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT มูลค่า 1,500 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 1,100 ล้านบาทในปี 2024)              ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ราคาหุ้นปรับตัวลง 23% จากความกังวลเกี่ยวกับการเตรียม IPO ธุรกิจนิคมฯ (WHAID) เราจึงมองว่าราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวจากการคลายความกังวลนี้ คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยตั้งราคาเป้าหมายที่ 5.65 บาท ส่วนระยะสั้นต้องติดตามความผันผวนจากมาตรการการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

WHA เลื่อน IPO WHAID  สบช่องเข้าตลาดหุ้นเวียดนาม

WHA เลื่อน IPO WHAID สบช่องเข้าตลาดหุ้นเวียดนาม

                 หุ้นวิชั่น - นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้มีการประกาศเลื่อนแผนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก และการนำหุ้นสามัญของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WHAID) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  โดยจะเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด จากเดิมที่จะยื่นไฟลิ่ง หรือแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในช่วงเดือนเม.ย.นี้ และนำ WHAID เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลายปีนี้ ซึ่งรวมไปถึงการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP) ด้วย                  ทั้งนี้เนื่องด้วยสภาวการณ์ตลาดทุนที่มีความผันผวนมาก การตัดสินใจเดินหน้าธุรกรรมตามแผน IPO ในสถานการณ์เช่นนี้ อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเชื่อมั่นในแผนการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน                  “เราได้มีการเลื่อนแผนการนำ WHAID เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกไปก่อน หลังสภาพตลาดไม่ดี โดยนับตั้งแต่ต้นปีจะเห็นได้ว่า SET ปรับตัวลงไปกว่า 240 จุดแล้ว และยังไม่เห็นมาตรการของตลาดที่จะเข้าช่วยพยุงตลาดหุ้นไทยได้ ซึ่งก็มีการสอบถามกันมาอย่างมากว่า ถ้าตลาดไม่ดีเราจะยัง IPO อีกไหม และเราได้เรียนเสมอว่า ถ้าตลาดไม่ปกติเราไม่ IPO แน่นอน แต่เรายังยืนยันว่าการ Spin-Off เป็นผลดี แต่ด้วยตลาดไม่ดี ทำให้ต้องชะลอแผนดังกล่าวออกไปก่อน รวมถึงการยกเลิกการปรับโครงสร้าง WHAUP ด้วย อย่างไรก็ตาม เรายังบอกไม่ได้ว่าจะกลับมา IPO ได้เมื่อไหร่ แต่ภายใน 2 ปีนี้ คงไม่มีแน่นอน ขณะเดียวกันเราก็มองโอกาสนำ WHAID เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งเราก็ยอมรับว่าตลาดหุ้นเวียดนามดี” นางสาวจรีพร กล่าว                  บริษัทฯ ยังคงวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้และส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 2.9 เท่าภายในปี 2573 จากการเติบโตของทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจโมบิลิตี้ ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน และธุรกิจดิจิทัล โดยยังคงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรายได้และส่วนแบ่งกำไรกว่า 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน และคงอัตรากำไร EBITDA Margin มากกว่า 45%                  ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2568 คาดว่าจะยังเติบโตดี จากปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) 1,535 ไร่ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ และได้เซ็นสัญญาขายที่ดินให้ลูกค้ารายใหญ่กว่า 1,000 ไร่ โดยรับรู้รายได้ไปแล้ว 600 ไร่ ในปี 2567 ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ภายในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีอยู่ระหว่างเจรจาเพิ่มอีกกว่า 1,000 ไร่ โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังมีจากกลุ่มยานยนต์ คอนซูเมอร์ ไฮเทค เป็นต้น                  บริษัทฯ คงงบลงทุนรวมปีนี้ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.ธุรกิจโลจิสติกส์ 4,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจโมบิลิตี้ 1,500 ล้านบาท 3.ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 9,900 ล้านบาท 4.ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน 4,500 ล้านบาท และ 5.ธุรกิจดิจิทัล จำนวน 450 ล้านบาท บริษัทฯ มองเห็นโอกาสการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ และได้วางเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ ดังนี้                  1)    ธุรกิจโลจิสติกส์ เตรียมขยายธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งในไทยและเวียดนาม โดยมุ่งเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น สมุทรปราการ EEC และเมืองรองของประเทศไทย รวมทั้งขยายคลังสินค้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและอุตสาหกรรมส่งออก ตั้งเป้าสร้างโครงการใหม่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร ภายในปี 2568 ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเพิ่มเป็นประมาณ 3,309,000 ตารางเมตร และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4,297,000 ตารางเมตร ในอีก 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ สำหรับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด (WGCL) มุ่งเป้าสู่การยกระดับจากการให้บริการการจัดการขนส่งและคลังสินค้า (3PL) ไปสู่การวางแผน ออกแบบ และบูรณาการระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับบริษัทและลูกค้า (4PL) โดยอาศัยจุดแข็ง และความเชี่ยวชาญร่วมของ WHA และ PTTGC เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจโลจิสติกส์                  2)    ธุรกิจโมบิลิตี้ (ภายใต้แบรนด์ Mobilix) อีกหนึ่งธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ซึ่งในปัจจุบันประกอบไปด้วย 3 บริการหลัก ได้แก่ บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (On Premise & Public EV Charging Solution) และโมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution) ซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการกลุ่มลูกค้า B2B โดยตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้บริการรถเช่าสะสมจำนวน 1,700 คันภายในปี 2568 และเป็น 20,000 คัน ภายในปี 2572                  3)  ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ยังเติบโตต่อในฐานะผู้นำในตลาดนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทย และเร่งขยายการเติบโตในประเทศเวียดนาม เพื่อดึงดูดนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มดาต้าเซนเตอร์ และกลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น โดยตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมในประเทศไทยและประเทศเวียดนามจากทั้งหมด 15 แห่งเป็น 17 แห่งภายในปี 2568 นอกจากนี้ WHAID ตั้งเป้าที่จะพัฒนาที่ดินอุตสาหกรรมในอีก 5 ปีข้างหน้า เพิ่มอีก 12,700 ไร่ รวมเป็น 88,000 ไร่                  ล่าสุด WHAID ประกาศเดินหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE 5) เฟสที่ 1 บนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง พร้อมให้นักลงทุนเริ่มเข้าก่อสร้างได้ปลายปี 2568 โดยมุ่งเน้นรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งจะช่วยผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระดับโลก                  4)  ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน สำหรับธุรกิจสาธารณูปโภค มุ่งขยายธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสียทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม โดยจะเดินหน้าพัฒนา Smart Water Solutions เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายน้ำและบำบัดน้ำเสียรวมประมาณ 173 ล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2568 และเพิ่มเป็นประมาณ 280 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2572 สำหรับธุรกิจพลังงาน มุ่งขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ควบคู่ไปกับการเดินหน้าพัฒนาโซลูชันพลังงานใหม่ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเป็น 1,185 เมกะวัตต์ภายในปี 2568 และเพิ่มเป็นประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ในปี 2572                  5)    ธุรกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นธุรกิจที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI และ IoT  มาประยุกต์ใช้ในแต่ละธุรกิจภายในกลุ่มบริษัทฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าหมายพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่ ภายในปี 2568                  บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความเติบโตของธุรกิจ ตลอดจนการสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียในทุกส่วน สอดคล้องกับพันธกิจ “WHA: WE SHAPE THE FUTURE” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับผู้คน สังคม และประเทศไทยต่อไป ซึ่งบริษัทสามารถใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และการจัดหาแหล่งเงินทุนต่างๆ มาลงทุนตามแผนธุรกิจและงบลงทุน โดยยังคงรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนในระดับต่ำกว่า 1.20 เท่า แม้จะชะลอแผน IPO ของ WHAID                  นางสาวจรีพร  กล่าวถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ปรับตัวลดลงนั้น เป็นผลจากสภาพของตลาด โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด โดยบริษัทมองว่าหน่วยงานกำกับดูแล ควรพิจารณา ยกเลิกการ Short Sell  เนื่องจากเป็นตัวการที่ทำให้หุ้น WHA ร่วงในรอบนี้ ขณะเดียวกันอยากให้คำนึงถึงเรื่องธรรมาภิบาลด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับหลาย กองทุน และหลังจากนี้จะมีการพูดคุยเพิ่มเติม ภายหลังจากที่มีการเลื่อนแผนการ Spin Off WHAID ออกไป ส่วนการออกกองทุน THAI ESGX คาดว่าจะชะลอการขายได้บ้าง ขณะที่บริษัท จัดอยู่ในบริษัทที่เป็น ESG ซึ่งเป็นอีกบริษัทที่กองทุนจะซื้อได้

WHA ยอมถอยแล้ว ชะลอแผน WHAID เข้าตลาดหุ้น

WHA ยอมถอยแล้ว ชะลอแผน WHAID เข้าตลาดหุ้น

                หุ้นวิชั่น – WHA มีมติอนุมัติการชะลอแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ WHAID สาเหตุมาจาก สถานการณ์สภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศไทยที่มีความผันผวนมากในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ และจากการรับฟังข้อคิดเห็นที่บริษัทฯ ได้รับจากนักวิเคราะห์ นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ทำให้เห็นว่า  อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท WHAID และผู้ถือหุ้นของบริษัท  หากบริษัทพิจารณาจะดำเนินการตามแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการปรับโครงสร้าง WHAUP ในอนาคต บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไป                 นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม WHA ระบุว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัท) ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีมติอนุมัติแผนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และการนำหุ้นสามัญของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WHAID) เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) และการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ WHAID ให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือ พนักงานของ WHAID และบริษัทย่อยของ WHAID (แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ) รวมถึงอนุมัติการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP) (การปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน WHAUP)                 บริษัทขอเรียนว่า ในการพิจารณาแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการได้พิจารณารายละเอียดของธุรกรรมอย่างรอบคอบ และเชื่อมั่นว่าธุรกรรมดังกล่าวจะสามารถสร้างโอกาสในการเติบโตของกลุ่ม WHA อย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้                 อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงสถานการณ์สภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศไทยที่มีความผันผวนมากในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ และจากการรับฟังข้อคิดเห็นที่บริษัทฯ ได้รับจากนักวิเคราะห์ นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการเห็นว่า การดำเนินการตามแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในสภาวะตลาดท่ามกลางความผันผวนนี้ อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท WHAID และผู้ถือหุ้นของบริษัท                 ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินธุรกรรมดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดและมีความชัดเจนต่อผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 ได้มีมติอนุมัติการชะลอแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ WHAID  และให้ถอนวาระการพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ WHAID ให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือ พนักงานของ WHAID และบริษัทย่อยของ WHAID (ESOP) ออกจากระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ของบริษัท ตลอดจนให้ชะลอแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน WHAUP โดยสัดส่วนการถือหุ้นใน WHAUP ของกลุ่มบริษัท รวมร้อยละ 71.59 จะยังคงเป็นการถือหุ้นผ่านทาง WHAID และ WHA Industrial Development International (SG) Pte. Ltd. (WHA IDISG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ในสัดส่วนร้อยละ 70.45 และร้อยละ 1.14 ตามลำดับ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง                 บริษัทยังคงเชื่อมั่นในแผนการเติบโตธุรกิจและผลประกอบการของบริษัท และความสามารถในการดำเนินการตามแผนการลงทุนจากกระแสเงินสดจากผลการดำเนินธุรกิจ และความสามารถในการจัดหาแหล่งเงินทุนต่างๆ ของบริษัทโดยยังคงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง                 ทั้งนี้ บริษัทจะประเมินปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ในอนาคตอย่างรอบด้าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศต่อตลาดเงินและตลาดทุน ผลการดำเนินงานและโอกาสการเติบโตของแต่ละกลุ่มธุรกิจของบริษัท โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ                 โดยหากบริษัทพิจารณาจะดำเนินการตามแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการปรับโครงสร้าง WHAUP ในอนาคต บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไป

[ภาพข่าว] WHA Group พบนักวิเคราะห์ ประกาศความสำเร็จ สร้าง New Record High

[ภาพข่าว] WHA Group พบนักวิเคราะห์ ประกาศความสำเร็จ สร้าง New Record High

           หุ้นวิชั่น - นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และนายณัฐพรรษ ตันบุญเอก  ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA Group) ร่วมนำเสนอข้อมูลโอกาส และทิศทางการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ ให้กับนักวิเคราะห์ชั้นนำภายในงาน “WHA Group Analyst Meeting” โดยมี นายไกรลักขณ์ อัศวฉัตรโรจน์  ประธานเจ้าหน้าที่ กลยุทธ์กลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น และนางสาวบุญเพ็ญ ลิขิตวารินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บมจ. ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพ             นางสาวจรีพร ได้นำเสนอข้อมูลโอกาส และทิศทางการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ พร้อมประกาศการสร้าง New Record High อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมีกำไรปกติแตะ 4,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% (Y-Y) และมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 14,303 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าผลักดันดับบลิวเอชเอ โมบิลิตี้ "WHA Mobility" ภายใต้แบรนด์ "Mobilix" นำเสนอโซลูชันกรีนโลจิสติกส์แบบครบวงจร พร้อมให้บริการระบบนิเวศโลจิสติกส์ยานยนต์ไฟฟ้า (Built-to-Suit EV Ecosystem of Logistics) ที่ครอบคลุมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) และบริการแบบครบวงจรโดยตั้งเป้ามีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใต้การบริการเช่ารถรวม 1,700 คันภายในปี 2025 และเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 คัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า            WHA Group พร้อมเดินหน้าขยายศักยภาพ และสร้างความแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตและความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และเศรษฐกิจโลกที่มีความท้าทาย

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

WHA ทวนแผน IPO WHAID เหตุตลาดหุ้นไทยผันผวนหนัก  

WHA ทวนแผน IPO WHAID เหตุตลาดหุ้นไทยผันผวนหนัก  

           หุ้นวิชั่น - บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) เผยเนื่องจากปัจจุบันสภาวะของตลาดทุนไทยมีความผันผวนอย่างมาก บริษัทฯ จึงอยู่ระหว่างพิจารณาแผนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และการนำหุ้นสามัญของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WHAID) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างรอบคอบ             นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากข่าวที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์และหนังสือพิมพ์ที่กล่าวอ้างเกี่ยวกับการปรับแแผนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และการนําหุ้นสามัญของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) (WHAID) เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นั้น             บริษัทฯ ได้เฝ้าติดตามและทราบถึงสภาวะของตลาดทุนไทย ซึ่งมีความผันผวนเป็นอย่างมากในปัจจุบัน และขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อที่จะดําเนินการตามแนวทางที่เหมาะสม โดยคํานึงถึงสภาวการณ์ตลาดทุนและประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นเป็นสําคัญ             ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวเป็นประการใด บริษัทจะแจ้งให้ทราบต่อไป             อนึ่งเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติแผนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญของ WHAID ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และการนําหุ้น สามัญของ WHAID เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจํานวนหุ้นสามัญที่จะเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก เป็นจํานวนไม่เกิน 970,518,600 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท มูลค่าที่ตราไว้ภายหลังการเปลี่ยนแปลง คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 22.73% ของทุนจดทะเบียนชําระแล้วของ WHAID ซึ่งประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนของ WHAID ที่จะเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก เป็นจํานวนไม่เกิน 388,207,422 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท (เป็นมูลค่าที่ตราไว้ภายหลังการเปลี่ยนแปลง มูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของ WHAID) คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 09 ของทุนจดทะเบียนชําระ แล้วของ WHAID ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) (ภายใต้สมมติฐานว่า WHAID สามารถขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนได้หมดทั้งจํานวน) หุ้นสามัญเดิมของ WHAID ที่บริษัทฯ และ WHAVH ถืออยู่ ที่จะเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก เป็นจํานวนไม่เกิน 485,259,310 หุ้น และ 97,051,868 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท (เป็นมูลค่าที่ตราไว้ภายหลังการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของ WHAID) ตามลําดับ (เป็นจํานวนรวมกันไม่เกิน 582,311,178 หุ้น) รวมคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 64% ของทุน จดทะเบียนชําระแล้วของ WHAID ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็น ครั้งแรก (IPO) (ภายใต้สมมติฐานว่า WHAID สามารถขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนได้หมดทั้งจํานวน) *โบรกฯ มอง WHA เลื่อนแผน IPO WHAID ส่งผลให้ตลาดคลายกังวล             ด้านนายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัท ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทาง WHA ได้มีการออกมาเผยว่าจะเลื่อนแผนการนำ WHAID เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกไปก่อน เนื่องจากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยนัก ทำให้ตลาดค่อนข้างที่จะคลายความกังวลต่อประเด็นดังกล่าวลง ซึ่งหลักๆ จะมีด้วยกันอยู่ 2 เรื่อง คือ คลายกังวลต่อการรับรู้กำไรจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมฯ หรือ WHAID ที่จะลดลงตามสัดส่วนการถือหุ้น ภายหลังการ Spin off WHAID และลดความกังวลเรื่องสภาพคล่องทางการเงินของ WHA เนื่องจากก่อนหน้านี้นักลงทุนมองว่า WHA ต้องการเงินทุน จึงมีการขายสินทรัพย์ออกมา             ทั้งนี้เมื่อ WHA มีแผนเลื่อนการ IPO WHAID ออกไปก่อน ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น ตอบรับกับประเด็นดังกล่าวทันที และมองว่าราคาหุ้นก็น่าจะกลับเข้าสู่โหมดปกติ โดยบล.ดาโอ ยังคงแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 6 บาท

WHA พุ่ง 5.11% คลายกังวล หลังจ่อยกเลิกนำ WHAID เข้าตลาด

WHA พุ่ง 5.11% คลายกังวล หลังจ่อยกเลิกนำ WHAID เข้าตลาด

           หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี ระบุ ตามที่หนังสือพิมพ์ได้มีการรายงานว่า บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) มีแผนจะยกเลิกการนำ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHAID) เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากสภาพแวดล้อมตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตามจะมีการตัดสินใจจากคณะกรรมการบริษัทอีกครั้ง โดยการยกเลิกครั้งนี้น่าจะช่วยคลายความกังวลออกไปได้ คงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับหุ้น WHA (ราคาเป้าหมาย 6.4 บาท)

WHA ทุ่ม 2 หมื่นล้าน ลุยลงทุนปี 2568 รอจังหวะ Spin-off ‘WHAID’ เข้าตลาดหุ้น

WHA ทุ่ม 2 หมื่นล้าน ลุยลงทุนปี 2568 รอจังหวะ Spin-off ‘WHAID’ เข้าตลาดหุ้น

          หุ้นวิชั่น - WHA เติบโตต่อตั้งงบลงทุนปี 68 ที่ 20,000 ล้านบาท ขยายทุกธุรกิจ สำแผน Spin-off ‘WHAID’ เข้าตลาดหลักทรัพย์ รอจังหวะเหมาะสม หากสถานการณ์ตลาดหุ้นยังไม่ปกติจะเลื่อน IPO ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะปกติ นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่ารายงานผลประกอบการของปี 2567 รายได้รวม 14,303 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,526 ล้านบาท ทำ สถิติสูงสุดใหม่(All time high) เป็นปีที่ 3 และยังคงอัตรากำไร EBITDA Margin มากกว่า 58%           โดยแบ่งรายได้จากผลประกอบการ 5 กลุ่ม คือ ธุรกิจโลจิสติกส์ : เป็นมีที่ผลประกอบการที่ดีโดยปิด Project ได้มากกว่า 100,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) และจะเติบโตได้ในระยะยาว โดยมีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารทั้งหมด 3,108,190 ตร.ม. และมี New Project 162,177 ตร.ม. แบ่งเป็น WHAID 162,177 ตร.ม. Short-Term Contracts 115,511 ตร.ม. ธุรกิจโมบิลิตี้: ธุรกิจใหม่เปิดตัวเมื่อ พฤศจิกายน 2567 เปิดตัวเป็นปีแรก โดยได้มีการปล่อยรถเช่าทั้งหมด 330 คัน ติดตั้งเครื่องชาร์ต 38 เครื่อง ซึ่งมีรายได้ทั้งหมดจากการให้เช่ารถและค่าไฟจากเครื่องชาร์ตทั้งหมด 132 ล้านบาท มีกำไร 17 % ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ยังคงเป็นธุรกิจที่โดดเด่น โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 2,565 ไร่ ในไทย 2,453 ไร่ เวียดนาม 112 ไร่ ยอดโอน 2,020 ไร่ ในไทย 1,677 ไร่ เวียดนาม 343 ไร่ ธุรกิจสาธารณูปโภค(น้ำ) และไฟฟ้า โดยมีปริมาณยอดขายและบริหารน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับปี 2567 เท่ากับ 166 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนไฟฟ้า 965 เมกะวัตต์ (MW) ธุรกิจดิจิทัล มีมากกว่า 40 โครงการ           “ความเข้าในผิดเกี่ยวกับปี 2023 ที่มีรายได้ 17,003 ล้านบาท และปี 2024 ได้ 14,303 ล้านบาท ที่มีการเข้าใจผิดว่ารายได้ลดลงนั้นแจ้งว่า เนื่องจากปีที่แล้วมีขายโปรเจ็คนิคม WHAIER ที่ได้ร่วมกับ Joint venture ซึ่งทาง Joint venture มีหุ้นส่วน 35% ซึ่งมียอดขายมาก แต่ไม่ได้รับรู้รายได้ในส่วนตรงนี้ แต่หากทราบยอดรายได้จะมีรายได้โดยประมาณการณ์ประมาณ 1,415 ล้านบาท รวมแล้วจะประมาณ 15,718 ล้านบาท โดยรวมลดลงจากปีที่แล้ว แต่กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 2 % จากเดิมปี 2023 รายได้ 4,420 เป็น 4,526 ล้านบาท ซึ่งทำได้ดีกว่าที่คิดคาดไว้ และเพิ่มเติมว่าเวลาดูกำไรของ WHA Group ให้ดูเป็นรายปี สรุปแล้ว Total Asset 101,541 ล้านบาท ” นางสาวจรีพร กล่าว เป้าหมายของปี 2568           แผนการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2568 ตั้งงบลงทุนรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท สำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์ จำนวน 4,000 ล้านบาท ธุรกิจโมบิลิตี้ จำนวน 1,500 ล้านบาท ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 9,900 ล้านบาท ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน จำนวน 4,500 ล้านบาท และธุรกิจดิจิทัล จำนวน 450 ล้านบาท ซึ่งงบดังกล่าว สอดรับกับแผนการลงทุน 5 ปี ( 2568-2572 ) ของ WHA Group ที่วางยุทธ์ศาสตร์การลงทุน ใน 5 โดยปีหน้าการลงทุนในธุรกิจโมบิลิตี้ ตั้งเป้าหมาย ปล่อยเช่ารถยนต์ 1,700 คัน และตั้งเป้า 20,000 คันในปี 2572 มองภาพธุรกิจรถเช่าจะเติบโตขึ้น           ในส่วนประเด็นที่จะนำ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (“WHAID”) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET”) เพื่อนำเงินที่ได้จากขายหุ้นเก่าและเพิ่มทุนขายหุ้นให้จะนำมาลงทุนขยายธุรกิจในส่วนอื่นๆ รองรับเติบโตอย่างยั่งยืน และเงินที่ได้จากการขายหุ้นเก่า ในช่วงแรกจะเป็นลดหนี้จากในส่วนของที่ลงทุนในธุรกิจโมบิลิตี้ที่ลงทุนไปและคาดว่าจะสามารถทำกำไรกลับมาเกือบ 100 ล้านบาทในระยะถัดไป ส่วนการกำหนดราคา IPO ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้ แต่ให้เทียบกับ WHA เมื่อปี 2015 โดยไม่ขายต่ำกว่าราคานี้ และในส่วน P/E ยังไม่สามารถตอบได้เพราะสถานการณ์ตลาดหุ้นไม่ปกติ และหากสถานการณ์ตลาดหุ้นยังไม่ปกติจะเลื่อน IPO ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะปกติ

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

WHA วิตก WHAID ลดเป้าเหลือ 4.76บ. ยังแนะซื้อ

WHA วิตก WHAID ลดเป้าเหลือ 4.76บ. ยังแนะซื้อ

          หุ้นวิชั่น - ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ประเมินว่ามูลค่ายุติธรรมของ WHA หลัง spin-off WHAID แล้วน่าจะอยู่ที่ 4.39 บาท เท่ากับ P/E 12.4 เท่า ซึ่งสะท้อนส่วนลดจากการถือหุ้น 20% และผลกระทบสุทธิจากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจาก WHAID           นอกจากนี้คาดว่า WHA จะจ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.29 บาท/หุ้นจากการ spin-off ในปี 68 ภายใต้สมมติฐานที่บริษัทนำเงินจาก IPO ครึ่งหนึ่ง มาจ่ายเป็นเงินปันผลพิเศษ           ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ปรับประมาณการ EPS ปี 68-69 ลง 6.1-6.8% หลังปรับสมมติฐานส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและรายได้หลัง WHA รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/67 ซึ่งประมาณการยังไม่สะท้อนส่วนแบ่งกำไรจาก WHAID ที่จะลดลง เนื่องจากยังต้องรอให้ก.ล.ต. อนุมัติแผน IPO           ส่วน ราคาเป้าหมาย WHA ลดลงมาที่ 4.76 บาท จากเดิม 6.35 บาท เท่ากับ P/E 12.4 เท่าในปี 69 หรือมีส่วนลด 20% จาก P/E 15.5 เท่า โดยมองว่า WHA ควรซื้อขายที่ P/E ลดลงจาก earnings dilution           แต่ยังแนะนำ “ซื้อ” เพราะมองธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมยังมีอุปสงค์แข็งแกร่งและกำไรสุทธิน่าจะเติบโตสูงขึ้นในปี 68 แต่จะมี downside risk หากมีการขายสินทรัพย์ให้กับ REIT และการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินล่าช้า           ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์ของ WHA เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 68 ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการของ WHA ได้อนุมัติแผนขายหุ้นสามัญของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHAID, WHA ถือหุ้น 98.5%) ต่อประชาชนทั่วไป (IPO) และนำ WHAID เข้าจดทะเบียนใน SET โดย WHA จะขายหุ้นไม่เกิน 970.52 ล้านหุ้นหรือ 22.73% หลัง IPO แล้ว WHA จะยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ WHAID สัดส่วนอย่างน้อย 75.95%           นอกจากนี้ WHA และ WHAID ยังจะปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์(WHAUP) โดย WHAID และบริษัทย่อยจะขายหุ้นที่ถืออยู่ใน WHAUP รวมกัน 10% ให้กับ WHA ซึ่งจะทำให้ WHA ถือหุ้นใน WHAUP เพิ่มเป็น 56.78% ทั้งนี้ WHA เผยว่าแผนแยก (spin-off) WHAID ก็เพื่อส่งเสริมแผนขยายธุรกิจของ WHAID, เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงเงินทุนจากหลายแหล่งโดยตรง รวมทั้งเพื่อชำระหนี้ โดย WHA จะยื่น filing ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อแยก WHAID เดือนเม.ย. 68 และจะขายหุ้น IPOได้ในไตรมาส 4/68           ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า หลังแยก WHAID แล้ว คาดว่า WHA จะมีกำไรจากการแยกประมาณ 3.59 พันล้านบาท จะบันทึกเป็นกำไรสะสมในงบดุล ส่วนเงินที่ได้จากการขายหุ้น WHAID น่าจะอยู่ที่ประมาณ 8.72 พันล้านบาท ซึ่ง WHA จะนำมาจ่ายเป็นเงินปันผลพิเศษและชำระหนี้ จึงคาดว่าหลัง spin-off แล้ว WHA จะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงจาก 1.26 เท่าในสิ้นปี 67 เป็น 0.83 เท่าในสิ้นปี 68           ขณะที่ WHA จ่ายเงินปันผลรวม 0.1906 บาท/หุ้นในปี 67 หรือเท่ากับอัตราการจ่ายเงินปันผล 62.9% จากกำไรปกติ 4.5 พันล้านบาท นอกจากนี้ WHA จะนำภาษีจ่ายที่รับรู้ครั้งเดียวจากกำไรจากการ spin-off WHAID และการปรับโครงสร้าง WHAUP ในปี 68 มารวมในกำไรสุทธิที่จะนำมาคำนวณเงินปันผลจ่ายในปีนี้           ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า สาเหตุที่ราคาหุ้น WHA ปรับตัวลง 19.6% เมื่อวันที่ 24 ก.พ. เกิดจากความกังวลว่าการแยก WHAID อาจทำให้ WHA มีส่วนแบ่งกำไรลดลงประมาณ 22% และการสร้างรายได้จากสินทรัพย์อาจ ลดลงเหลือ 1.5 พันล้านบาทในปี 68 เทียบจากค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 2.5-3.0 พันล้านบาทต่อปี ขณะที่ Mobilix (ธุรกิจ EV ใหม่) และการเติบโตของธุรกิจในปัจจุบันอาจไม่พอชดเชยกำไรที่หายไปจากการแยกธุรกิจของ WHAID

สรุปประเด็น WHA ลงทุนอย่างไร เช็กได้เลย!

สรุปประเด็น WHA ลงทุนอย่างไร เช็กได้เลย!

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า ระบุ WHA ประกาศแผนการออกและเสนอขายหุ้น IPO ของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (WHAID - WHA Industrial Development) ซึ่งจะมีการจำหน่ายหุ้น IPO ไม่เกิน 970.5 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 22.73% (แบ่งเป็นหุ้นออกใหม่ 9.09% และหุ้นเดิมจาก WHAID และ WHA Venture Holding (WHAVH) 13.64%) และหลัง IPO เสร็จสิ้นทาง WHA จะถือสัดส่วน 75.95% (เดิมถือ 98.54%)           ► เหตุผลการ IPO เพื่อให้สามารถขยายธุรกิจตามแผนที่วางไว้, ชำระหนี้ และเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน รวมถึงสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้คล่องตัวขึ้น           ► กำหนดการเบื้องต้น : ยื่น Filing ภายในเดือนเม.ย. 25 และคาดดำเนินการเสร็จสิ้นเข้า IPO 4Q25 เป็นต้นไป           ► แผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้น WHAUP ภายใน 3Q25 : เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการ Spin-off ทาง WHA จะซื้อหุ้น WHAUP จำนวน 382.5 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 10% จาก 1) WHAID 8.86% และ 2) WHA Industrial Development International (WHA IDISG) 1.14% ส่งผลให้หลังปรับโครงสร้าง WHAID จะถือหุ้น WHAUP 61.59% (จากเดิม 71.59%), WHA IDISG จะถือ 0% (จากเดิม 1.14%) และหลังการทำ IPO เสร็จสิ้น WHA จะถือหุ้น WHAUP 56.78% (WHA ถือโดยตรง 10% และถือผ่าน WHAID 46.78%) Our Take           ► นักวิเคราะห์มองเป็นกลางต่อประเด็นดังกล่าว แม้การปรับโครงสร้างและ Spin-off จะช่วยสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจนิคมฯ เสริมฐานะทางการเงินของ WHA ให้แข็งแกร่งขึ้น และคาดจะมีการจ่ายปันผลพิเศษหลังการ IPO เสร็จสิ้น อย่างไรก็ดี อาจทำให้คนหันไปเลือกลงทุนหุ้นที่ดำเนินธุรกิจโดยตรง อย่าง WHAID (หน่วยธุรกิจหลักที่หนุนการเติบโตของรายได้และกำไร) นอกจากนี้ มีประเด็นที่ต้องติดตาม ดังนี้           ► ประเด็น 1 : การเสนอขายหุ้น IPO ของ WHAID จะส่งผลให้การรับรู้กำไรจากธุรกิจนิคมฯ ที่ปัจจุบันเป็นหน่วยธุรกิจหลัก (สัดส่วนรายได้และกำไรมากกว่า 50% ของยอดรวม) ลดลงเป็น 75.95% (จากเดิม 98.54%) และกดดันแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2026 เป็นต้นไปราว 10%+- อย่างไรก็ดี กำไรอาจจะน้อยกว่าสมมติฐาน จากการนำเงินที่ได้จาก IPO ไปชำระคืนหนี้ ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง           ► ประเด็น 2 : การปรับโครงสร้างการถือหุ้น WHAUP จะส่งผลให้ Capital gain ที่เกิดขึ้นจะบันทึกเข้ากำไรสะสมในส่วนของผู้ถือหุ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางภาษีคาดจะบันทึกเข้ามาในงบกำไรขาดทุนราว 200 ลบ. แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพียงรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ที่เป็นแรงกดดันการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2025 อย่างไรก็ดี คงประมาณการกำไรปกติปี 2025 ที่ 4,908 ลบ. เติบโต 14% YoY หนุนจาก 1) ยอด Backlog แข็งแกร่ง 1,535 ไร่ (+48% YoY) 2) การรักษาระดับ GPM ของธุรกิจนิคมฯ จากการปรับราคาขายที่ดินขึ้น และ 3) แผนขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT มูลค่า 1.5 พันลบ. (เพิ่มขึ้นจาก 1.1 พันลบ. ในปี 2024) นอกจากนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าธุรกิจ Green Logistics (Mobilix) รับรู้รายได้เต็มปี 2025 เติบโต 20% YoY (2H24 รับรู้รายได้ 128 ลบ.) เพิ่มจำนวนรถจาก 330 คัน เป็น 1,700 คันจากการล่าช้าเพราะปัญหา Supplier ในปี 2024           ► วานนี้ราคาหุ้นปรับตัวลง 20% จากผลประกอบการ 4Q24 ออกมาต่ำกว่าคาด และความกังวลต่อการเตรียม Spin-off ธุรกิจนิคมฯ (WHAID) อย่างไรก็ดี มองราคาหุ้นตอบรับปัจจัยลบไปแล้ว และคงมุมมองภาพทางพื้นฐาน คาดผลประกอบการปี 2025 เติบโต 14% ทำ New High คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.65 บาท

โบรกแนะระยะสั้น เลี่ยงลงทุน WHA ขอทบทวนราคาเหมาะสม

โบรกแนะระยะสั้น เลี่ยงลงทุน WHA ขอทบทวนราคาเหมาะสม

           หุ้นวิชั่น - ราคา WHA เช้านี้ปรับลดลง 15% เป็นผลมาจากผลประกอบการ 4Q67 รายงานกำไรสุทธิ 1,247 ล้านบาท (+171%QoQ, -47%YoY) แต่ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาดการณ์ไปถึง 10% และ 16% ตามลำดับ โดยมีสาเหตุมาจาก1) ธุรกิจนิคมฯ ในงวด 4Q67 ที่มียอดโอนเข้ามา 449 ไร่ จากเดิมที่บริษัทเคยรายงานในวันแถลงแผนธุรกิจช่วงเดือน ม.ค. ที่ 499 ไร่ 2) fx loss จากโรงไฟฟ้าเนื่องจากช่วง 4Q67 อ่อนค่า 3) effective tax rate 24.4% เนื่องจาก WHA กำลังวางแผนที่จะ spin-off WHAID (ธุรกิจนิคมฯ) เข้า IPO โดยต้องการลดผลกระทบทางภาษีย้อนหลัง หลังจากที่ WHAID เข้า trade ในตลาดหุ้นแล้ว            เช้านี้ WHA แจ้งข่าวกับตลาดฯ ถึงแผนที่จะ spin-off WHAID (ธุรกิจนิคมฯ) เข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยเป็นการเพิ่มทุนสำหรับการเสนอขาย IPO จำนวนหุ้นสูงสุด 388,207,422 หุ้น ส่งผลให้หลัง IPO มีจำนวนหุ้นสูงสุด 4,270,281,900 หุ้น โดยแบ่งเป็นการขายหุ้นเดิม 13.64% และขายหุ้นใหม่ 9.09% โดย timeline คาดว่าจะส่ง filing ให้กับทาง กลต. ช่วง เม.ย. และหากเป็นไปตามแผน WHAID จะเข้าซื้อ-ขายในตลาดหุ้นช่วง ปลายปีนี้ – ต้นปีหน้า ในปัจจุบัน WHA มีสัดส่วนการถือหุ้น WHAID ที่ 98.5% และหลังจาก IPO สำเร็จ สัดส่วนการถือหุ้นจะลดลงเหลือ 75.9%            แม้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงลบในระยะสั้นต่อข่าวนี้ เนื่องจากจะเกิดผลกระทบในแง่ของ Dilution Effect จากสัดส่วนการถือหุ้นที่ลดลง และมีโอกาสกระทบต่อกำไรปีหน้า แต่มีมุมมองบวกในระยะยาว เนื่องจาก WHAID จะได้รับเงินลงทุนที่ได้จาก IPO เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการ Pure Play ธุรกิจนิคมฯ สามารถลงทุนในหุ้น WHAID ได้โดยที่ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากธุรกิจอื่นๆ ใน WHA ขณะที่ WHA จะ Focus ในการขยายธุรกิจอื่นมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจ Mobility นอกจากนี้เงินที่ได้จากการขายหุ้นของ WHAID มีแผนจะนำไปลดภาระหนี้ และบางส่วนมีโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษให้กับผู้ถือหุ้น            ฝ่ายวิจัยอยู่ระหว่างการพิจาณาปรับประมาณการและ Fair Value อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นในระยะสั้นเลี่ยงการลงทุนออกไปก่อน #ASPSResearch

abs

SSP : ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน ทางเลือกใหม่เพื่ออนาคต

WHA ยันผลงานแข็งแกร่ง ปี 68 โตต่อ-IPO WHAID ส่งผลดี

WHA ยันผลงานแข็งแกร่ง ปี 68 โตต่อ-IPO WHAID ส่งผลดี

          นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) ชี้แจงหลังราคาหุ้น WHA วันนี้ร่วงแรงไปกว่า 20% บริษัทฯ ไม่ทราบสาเหตุเกิดจากอะไร           บริษัทฯ ยืนยันผลการดำเนินงานในปี 2567 ยังมีกำไรปกติเติบโต 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่ก็ยังสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง และยังมีการจ่ายเงินปันผล  ส่วนประเด็นการขายสินทรัพย์เข้ากองฯ ที่มีมูลค่าน้อยกว่าปีก่อน ได้มีการชี้แจงข้อมูลให้ทราบล่วงหน้า มองว่าตลาดน่าจะรับข่าวไปพอสมควรแล้วตั้งแต่กลางปี 2567           ขณะที่ในปี 2568 คาดผลการดำเนินงานทั้งรายได้และส่วนแบ่งกำไรยังเห็นการเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน และคงอัตรากำไร EBITDA Margin มากกว่า 45% ณ ไตรมาส 4/2567 บริษัทมี Backlog ในมืออยู่ราว 1,535 ไร่ ซึ่งจะเข้ามาเป็นยอดโอนกรรมสิทธิ์ ในปีนี้ เมื่อต้นปี 2568 มีการปรับราคาขายที่ดินในนิคมฯ อีก 10-15% แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2568 คาดยอดขายที่ดินยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แผนการดำเนินงานในช่วง 5 ปี (2568-2572)           บริษัทฯ ยังคงเป้าหมาย 5 ปี โดยจะมีรายได้เติบโต 2.9 เท่า แตะ 41,900 ล้านบาท โดยจะมีสัดส่วนรายได้มาจาก Recurring เพิ่มเป็น 54% และ Non Recurring ที่ 46% ผ่านการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน และการขยายธุรกิจทั้ง in organic และ Organic รวมถึงแผนการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติม อีกทั้งธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้น           ส่วนงบลงทุน 5 ปี รวม 119,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจโลจิสติกส์ จำนวน 19,000 ล้านบาท, Mobility จำนวน 30,000 ล้านบาท, Industrial Davel จำนวน 37,000 ล้านบาท, Utility จำนวน 29,000 ล้านบาท และ Utility 4,000 ล้านบาท           พร้อมทั้งตั้งเป้า Net IBD/Equity Ratio ก่อน IPO of WHAID น้อยกว่า 1.2 เท่า และคาดว่าหลัง IPO จะน้อยกว่า 0.7 เท่า           สำหรับการ IPO WHAID บริษัทฯ มองว่า WHAID มีอนาคตในการเติบโตค่อนข้างมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มองว่ากลุ่มนิคมฯ น่าจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ระดมทุนเพิ่มเติม เนื่องจากบริษัทฯ ก็มีความต้องการเงิน เพื่อมาขยายธุรกิจ ในขณะเดียวกันในกลุ่มนิคมฯ เอง ก็สามารถออกเงินทุนด้วยตัวเองได้           “WHA Group ก็มีการขยายธุรกิจด้วยเช่นกัน โดยตอนนี้บริษัทที่อยู่ภายใต้เรามีทั้งสิ้น 3 ธุรกิจ ได้แก่ โลจิสติกส์, Mobility และ Digital ซึ่ง WHA Group จะเป็นบริษัทหลักในการขยายธุรกิจใหม่ๆ เราไม่ได้เป็น Holding Company ทำให้เราก็มีความต้องการระดมทุนเช่นกัน จึงมีการขายหุ้นเก่าบางส่วนที่ WHA ถือในนิคมฯ ไว้ด้วย ซึ่งเรามองภาพว่า จากการขายหุ้นเก่า และออกหุ้นใหม่ จะทำให้ภาพการเติบโตทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจ มีความชัดเจนมากขึ้น” นางสาวจรีพร กล่าว           ทั้งนี้ความกังวลว่า หาก Spin off WHAID แล้วจะเกิด Dilution Effect เนื่องจากรายได้หลักมาจากกลุ่มนิคมฯ นั้น บริษัทฯ มองว่า แต่ละปีรายได้ไม่เหมือนกัน เช่น ตอนโควิด-19 รายได้กลุ่มนิคมฯ ปรับตัวลง ซึ่งการบริหาร 5 กลุ่มธุรกิจแบบนี้ คือสิ่งที่ดีที่สุด ทำให้บาลานซ์ความเสี่ยงในแต่ละช่วงได้ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงถือหุ้นในสัดส่วน 75.95% ใน WHAID อยู่ แม้จะโดน Dilution ไปเล็กน้อย แต่ยังมีรายได้จากส่วนอื่นเข้ามา ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระยะยาวของกลุ่มบริษัทฯ           “มองการ Spin off ในครั้งนี้ ผลประกอบการรวมจะต้องดีขึ้น ถ้าไม่ดีขึ้น WHA ไม่ทำ และจะต้องมีการเติบโตอย่างมั่นคงด้วย” นางสาวจรีพร กล่าว

WHA ร่วง 13% ผิดหวังกำไร Q4/67 ต่ำคาด

WHA ร่วง 13% ผิดหวังกำไร Q4/67 ต่ำคาด

          หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บล.กรุงศรี ระบุ  บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) รายงานกำไรไตรมาส 4/67 ตํ่ากว่าคาด 21% เนื่องจากอัตราภาษีที่แท้จริงสูงกว่าคาด อย่างไรก็ตามกำไรหลักทั้งปีอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท (+2% yoy) ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเราประมาณ 2%           กำไรหลักลดลง 50% yoy ในไตรมาส 4/67 เนื่องจาก 1. ยอดโอนน้อยลงที่ 449 ไร่ (ที่ดินของบริษัท 351 ไร่และ 98 ไร่ภายใต้ JV (สัดส่วนการถือหุ้น 60%)) ในไตรมาส 4/67 เทียบกับที่ดินของบริษัททั้งหมด 1,190 ไร่ในไตรมาส 4/66 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 58.4% เป็น 66.2% หลังจากปรับราคาขายขึ้น 2.กำไรจากการขายสินทรัพย์ลดลง (1.1 พันล้านบาทในไตรมาส 4/67 (GPM 61.9%) เทียบกับ 3.6 พันล้านบาทในไตรมาส 4/66 (GPM 26.4%), 3. ส่วนแบ่งรายได้จากโรงไฟฟ้าลดลงเนื่องจาก Gheco-One ขาดทุน และ 4. อัตราภาษีที่แท้จริงสูงขึ้น (30.5% เทียบกับ 14.3%)           แต่เพิ่มขึ้น 61% qoq สนับสนุนจากยอดโอนสูงขึ้นและการขายสินทรัพย์ (1.1 พันล้านบาทในไตรมาส 4/67 เทียบกับไม่มีการขายสินทรัพย์ในไตรมาสไตรมาส 3/67) แม้ว่าจะอัตราภาษีที่แท้จริงจะเพิ่มขึ้นเป็น 31% จาก 16% และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าลดลง (174 ล้านบาท เทียบกับ 218 ล้านบาท) เนื่องจากผลขาดทุนที่มากขึ้นที่ Gheco-One (31 ล้านบาท เทียบกับ 14 ล้านบาท) และกำไรจาก SPP ลดลง (198 ล้านบาท เทียบกับ 224 ล้านบาท) คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท           คาดว่ากำไรหลักจะเติบโต 10% yoy ในปี 68 สนับสนุนจากยอดขายที่ดินที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง (2,700 ไร่, +5% yoy สำหรับประมาณการของเรา เทียบกับเป้าหมายของบริษัทที่ 2,350 ไร่) สนับสนุนจาก 800+ ไร่ LOI/MOU และยอดโอน (2,239 ไร่) โดยมี Backlog 1,535 ไร่ โดยสัดส่วนยอดโอนของ WHA จะสูงขึ้น (JV น้อยลง) ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น (ราคาปรับขึ้น 20% ในปี 67 และตั้งเป้าที่จะปรับขึ้นราคาอีก 10% ปีนี้) หุ้นซื้อขายที่ 13.8x PER ปี FY25F หรือประมาณ -1SD ของ PER เฉลี่ย ยอดขายที่ดินจำนวนมากในไตรมาส 1/68 (>500 ไร่) จะเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น ส่วนในระยะยาว ธุรกิจโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะเป็นอัพไซด์           นอกจากนี้ WHA มีแผนเสนอขายหุ้น IPO WHAID - IE และถือหุ้น 60% ใน WHAUP ภายในสิ้นปี 68 หลัง IPO WHA จะถือหุ้น WHAID 75.9% จากเดิม 100% ธุรกิจหลักของ WHA คือโลจิสติกส์ การคมนาคม ดิจิทัล และถือหุ้น >70% ใน WHAUP และ WHAID

WHA คาดปี68 กำไรพุ่ง 14% ขายที่ดิน Data Center 400 ไร่ หนุน

WHA คาดปี68 กำไรพุ่ง 14% ขายที่ดิน Data Center 400 ไร่ หนุน

            หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า ระบุบ WHA รายงานกำไรปกติ 4Q24 อยู่ที่ 1,163 ลบ. (+68% QoQ, -55% YoY) ต่ำกว่าที่เราคาด 20% จากรายได้การโอนที่ดิน และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในธุรกิจนิคมฯ และธุรกิจโรงไฟฟ้าทำได้น้อยกว่าเราประเมิน โดยกำไรปกติเพิ่มขึ้นเด่น QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ลดลง YoY จาก 1. การโอนที่ดินลดลงอยู่ที่ 449 ไร่ (+21% QoQ, -62% YoY) 2. รายได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากอง WHAIR ลดลง 64% YoY อยู่ที่ 1.1 พันลบ. 3. ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 183 ลบ. (-76% QoQ, -74% YoY) ลดลงจากธุรกิจไฟฟ้า ที่โรงไฟฟ้า Gheco-One รับรู้ค่าเชื้อเพลิงส่วนต่างลดลง เนื่องจากต้นทุนถ่านหินคงคลังสูงกว่ารายได้ที่เรียกเก็บจากทาง กฟผ.             ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 56.7% (+820 bps QoQ, +1148 bps YoY) เพิ่มขึ้น QoQ ตามสัดส่วนรายได้การโอน และเพิ่มขึ้น YoY ตามการปรับราคาขายที่ดินขึ้น ภาพรวมกำไรปกติปี 2024 อยู่ที่ 4,314 ลบ. (-2% YoY) ชะลอตัว YoY โดยมีสาเหตุสำคัญ ได้แก่ การขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT ลดลง 64% YoY และการโอนที่ดินลดลง รายได้จากการโอนที่ดิน (รวมส่วนแบ่งกำไรนิคม JV) อยู่ที่ 7.1 พันลบ. (-33% YoY) คาดยอดขายที่ดิน 1Q25 ทรงตัว YoY สิ้นปี 2024 บริษัทฯ มีที่ดินรอเซ็นสัญญาซื้อขาย (LOI) จำนวน 716 ไร่ (ไทย 696 ไร่, เวียดนาม 20 ไร่) ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่มลูกค้า Data Center จากจีน ญี่ปุ่น และยุโรป จำนวนหลายราย ใน 1Q25 คาดเห็นการบันทึกยอดขายของลูกค้ารายใหญ่ระดับโลกที่ต้องการพื้นที่สร้าง Data Center ขนาดราว 400 ไร่เข้ามา ส่งผลให้เราคาดยอดขายที่ดิน 1Q25 ทรงตัว YoY แม้ฐานสูง และลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล ปี 2025 คาดกำไรปกติใหม่เติบโต 14% YoY           เราปรับประมาณการปี 2025 ให้มีความรัดกุมและอนุรักษ์นิยมมากขึ้น โดยปรับสมมติฐานรายได้และ GPM จากการขายสินทรัพย์ประจำปีลง ส่งผลให้คาดการณ์กำไรปกติใหม่ปี 2025 ลดลง 10% เป็น 4,908 ลบ. (+14% YoY) โดยการเติบโต YoY หนุนจาก 1. ยอด Backlog แข็งแกร่ง 1,535 ไร่ (+48% YoY) คาดโอนส่งมอบได้ทั้งหมดภายในปี 2. การรักษาระดับ GPM ของธุรกิจนิคมฯ ยังอยู่ระดับสูงจากการปรับราคาขายที่ดินขึ้น 3. รายได้ธุรกิจสาธารณูปโภคเติบโตตามลูกค้านิคมที่เพิ่มขึ้น 4. แผนขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT มูลค่า 1.5 พันลบ. (เพิ่มขึ้นจาก 1.1 พันลบ. ในปี 2024) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมใหม่ 5.65 บาท แม้แนวโน้มผลประกอบการ 1Q25 ไม่เด่น คาดลดลง YoY จากฐานสูง อย่างไรก็ตาม YTD ราคาหุ้น -16% YoY คาดสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว Valuation ราคาปัจจุบันอยู่บน PER25 14.0 เท่า (-0.75 SD) นอกจากนี้ คาดผลประกอบการเร่งตัวขึ้นเติบโต YoY ใน 2H25 และทั้งปี 2025 ทำ New High จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเหมาะสมใหม่สิ้นปี 2025 ที่ 5.65 บาท ความเสี่ยง – ความผันผวนจากการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ, การส่งออกไทยเริ่มชะลอตัว

abs

ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร

WHA เตรียม Spin-off 'WHAID' เข้าตลาดหลักทรัพย์

WHA เตรียม Spin-off 'WHAID' เข้าตลาดหลักทรัพย์

          หุ้นวิชั่น - บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“WHA” หรือ “บริษัทฯ”) แจ้งมติคณะกรรมการบริษัทฯ เดินหน้าแผนเตรียมการออกและเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (“WHAID”) ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (“IPO”) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET”) โดยจำนวนหุ้นสามัญที่จะเสนอขายในครั้งนี้คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 22.73 (ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ WHAID ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO) ซึ่ง บริษัทฯ จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ WHAID โดยจะถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75.95 (ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ WHAID ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO)           กลุ่มบริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผ่านแผนการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นในระยะยาวสำหรับทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ซึ่งได้แก่ 1) ธุรกิจโลจิสติกส์ 2) ธุรกิจโมบิลิตี้ (ภายใต้แบรนด์ Mobilix) 3) ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 4) ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน และ 5) ธุรกิจดิจิทัล โดยแผนการเสนอขายหุ้น IPO ของ WHAID จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงโอกาสในการสร้างการเติบโตของทุกธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต           นอกจากนี้ คณะกรรมการของบริษัทฯ และของ WHAID ยังมีมติอนุมัติการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (“WHAUP”) ผ่านการขายหุ้น WHAUP ในสัดส่วนร้อยละ 10.00 โดย WHAID และบริษัทย่อยของ WHAID ให้แก่ WHA เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเพิ่มความยืดหยุ่นและเสริมสร้างความสามารถเชิงกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจของ WHAUP และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นของทั้ง WHA, WHAID และ WHAUP โดยภายหลังการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ WHA และ WHAID จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน WHAUP ที่ร้อยละ 10.00 และร้อยละ 61.59 ตามลำดับ ทั้งนี้ คาดว่าธุรกรรมการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะแล้วเสร็จก่อนการเสนอขายหุ้น IPO ของ WHAID           นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า WHAID ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม โดยปัจจุบัน WHAID มีนิคมอุตสาหกรรมกว่า 15 แห่ง และมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกว่า 78,500 ไร่ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ประกอบด้วยนิคมอุตสาหกรรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 13 แห่ง และนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 2 แห่ง (และส่วนขยายของนิคมอุตสาหกรรมเดิมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 2 แห่ง) นอกจากนี้ ยังมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมใหม่และส่วนขยายของนิคมอุตสาหกรรมเดิมที่รอการพัฒนาอีกจำนวน 7 โครงการ โดย WHAID ได้มุ่งมั่นพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) อย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นพันธมิตรที่ให้บริการโซลูชั่นแบบครบวงจรแก่ลูกค้า           กลุ่มบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตของธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมจากแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตจากผู้ลงทุนต่างชาติ โดยทั้งประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ถือเป็นพื้นที่ตั้งยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์รวมของห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร อีกทั้งมีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภค และมีความมั่นคงด้านพลังงาน ด้วยเหตุนี้ กลุ่มบริษัทฯ จึงได้พิจารณาให้ WHAID ซึ่งประกอบธุรกิจหลักในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เตรียมความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รองรับการเติบโตของธุรกิจด้วยโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสม รวมถึงจะช่วยเพิ่มช่องทางการระดมทุนให้ WHAID สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ด้วยตนเองมากขึ้นในอนาคต การระดมทุนของ WHAID ครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงของธุรกิจพัฒนานิคมและที่ดินอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทฯ ในระยะยาว ทั้งจากการเติบโตจากภายใน (Organic Growth) และการสร้างความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสจากการเติบโตจากภายนอกผ่านการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ (Inorganic Growth) ในอนาคต           ในการ IPO ของ WHAID ในครั้งนี้ WHAID และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ร่วมเสนอขายหุ้น จะเสนอขายหุ้นสามัญรวมเป็นจำนวนไม่เกิน 970,518,600 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 22.73 (ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ WHAID ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO) ซึ่งจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน ได้แก่ 1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนของ WHAID คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 9.09 (ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ WHAID ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO) และ 2) หุ้นสามัญเดิมของ WHAID คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 13.64 (ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ WHAID ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO) ทั้งนี้ ภายหลังการ IPO WHAID ยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะถือหุ้นใน WHAID ทั้งทางตรงและทางอ้อมในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75.95 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ WHAID ภายหลังการ IPO ทั้งนี้ WHAID ร่วมกับคณะที่ปรึกษาอยู่ระหว่างการจัดเตรียมแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนเพื่อยื่นให้แก่สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ พิจารณาต่อไป           นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีแผนที่จะปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน WHAUP โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสามารถเชิงกลยุทธ์ของ WHAUP ในการขยายธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนสูง โดยการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะส่งผลให้ ทั้งบริษัทฯ และ WHAID เป็นผู้ถือหุ้นโดยตรงของ WHAUP  จะเพิ่มความยืดหยุ่นสำหรับ WHAUP ในกรณีที่จำเป็นต้องจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต           การเดินหน้าแผน Spin-off WHAID และปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน WHAUP ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขับเคลื่อนทุกธุรกิจหลักของบริษัทฯ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยแต่ละธุรกิจจะมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง และสามารถนำเงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญเดิมของ WHAID ไปสนับสนุนแผนการเติบโตเพื่อสร้างมูลค่าระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีเป้าหมายและงบประมาณการลงทุนในระยะ 5 ปี (2568-2572) สำหรับแต่ละธุรกิจ ดังนี้ ธุรกิจโลจิสติกส์ บริษัทฯ มีเป้าหมายภายในปี 2568 ที่จะเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ 3,309,000 ตารางเมตร มีโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร โดยคาดการณ์งบลงทุนภายใน 5 ปีที่ 19,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมขยายธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งในไทยและเวียดนาม ธุรกิจโมบิลิตี้ (ภายใต้แบรนด์ Mobilix) ตั้งเป้าหมายให้มีผู้ใช้บริการเช่าแล้ว 1,700 คันภายในปี 2568 และ 20,000 คัน ภายในปี 2572 โดยบริษัทฯ ได้กำหนดงบลงทุนภายใน 5 ปี ที่ 30,000 ล้านบาท ธุรกิจโมบิลิตี้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ซึ่งในปัจจุบันประกอบไปด้วย 3 บริการหลัก ได้แก่ บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (On Premise & Public EV Charging Solution) และโมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution) ซึ่งตั้งเป้าให้บริการทั้งในกลุ่ม B2B และ B2C ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ตั้งเป้าหมายยอดขายที่ดินเป็นจำนวน 2,350 ไร่ ในปี 2568 และคาดการณ์งบลงทุนภายใน 5 ปี ที่ 37,000 ล้านบาท โดยธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจะมุ่งรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทย และการเร่งขยายการเติบโตในประเทศเวียดนาม เพื่อเน้นดึงดูดนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซนเตอร์ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ คลาวด์เซอร์วิส ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน สำหรับธุรกิจสาธารณูปโภค ตั้งเป้าการจำหน่ายน้ำในปี 2568 ที่ 173 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านการขยายธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสียทั้งในไทยและเวียดนาม สำหรับธุรกิจพลังงานจะขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งในไทยและเวียดนาม โดยตั้งเป้าหมายสำหรับปี 2568 ในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเป็น 1,185 เมกะวัตต์ โดยคาดการณ์งบลงทุนภายใน 5 ปีที่ 29,000 ล้านบาท ธุรกิจดิจิทัล ตั้งเป้าหมายพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่ ภายในปี 2568 และคาดการณ์งบลงทุนภายใน 5 ปี ที่ 4,000 ล้านบาท สำหรับการวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ โดยธุรกิจดิจิทัลนั้นเป็นแกนกลางในการช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI และ IoT มาประยุกต์ใช้ในแต่ละธุรกิจภายในกลุ่มบริษัทฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน           สุดท้ายนี้ กลุ่มบริษัทฯ ขอตอกย้ำความมั่นใจ ว่าการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับการขยายการลงทุนในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดจนสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียในทุกส่วน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจ “WHA: WE SHAPE THE FUTURE” ในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับผู้คน สังคม และประเทศไทยต่อไป เอกสารและสารสนเทศฉบับนี้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อแจ้งข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการเสนอขายหรือการชักชวนให้เข้าซื้อหลักทรัพย์ใด ๆ และไม่มีการเสนอขาย หรือการชักชวนให้เข้าซื้อ หรือการเสนอซื้อ หรือการขายหลักทรัพย์ในประเทศหรือเขตอำนาจรัฐใดที่การเสนอขาย การชักชวนให้เข้าซื้อ การเสนอซื้อ หรือการขายหลักทรัพย์นั้นขัดต่อกฎหมาย หลักทรัพย์ที่กล่าวถึงในสารสนเทศฉบับนี้ยังไม่ได้และจะไม่ได้นำไปจดทะเบียนภายใต้กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1933 รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม (“กฎหมายหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา”) หรือกฎหมายของรัฐใด ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา และจะไม่มีการเสนอขายหรือการขายหลักทรัพย์ดังกล่าวในประเทศสหรัฐอเมริกา เว้นแต่จะได้มีการจดทะเบียนหรือได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา และกฎหมายของรัฐที่เกี่ยวข้อง เอกสารและสารสนเทศฉบับนี้ไม่ได้ถูกจัดทำเพื่อการเผยแพร่ การตีพิมพ์ หรือการแจกจ่าย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในหรือไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย การแจกจ่ายเอกสารฉบับนี้และสารสนเทศที่แนบมาด้วยไปยังประเทศหรือเขตอำนาจรัฐอื่น ๆ นอกจากประเทศไทยอาจเป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย การแจกจ่ายเอกสารฉบับนี้ไปยังประเทศหรือเขตอำนาจรัฐอื่น ๆ นอกจากประเทศไทย อาจเป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย ผู้ที่ได้รับเอกสารฉบับนี้ควรศึกษาและปฏิบัติตามข้อจำกัดทางกฎหมายนั้น ๆ ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ไม่ได้ถูกจัดทำเพื่อการเผยแพร่ การตีพิมพ์ หรือการแจกจ่าย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในหรือไปยังสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)  ไม่มีความประสงค์ที่จะจดทะเบียนไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดหรือว่าทั้งหมดของการเสนอขายหรือหลักทรัพย์ใด ๆ ที่กล่าวถึงในเอกสารฉบับนี้ในสหรัฐอเมริกา หรือดำเนินการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในสหรัฐอเมริกา

WHA ปี 67 กำไรปกติพุ่ง 4.5 พันลบ. อัดงบลงทุนปี 68 กว่า 2 หมื่นลบ.

WHA ปี 67 กำไรปกติพุ่ง 4.5 พันลบ. อัดงบลงทุนปี 68 กว่า 2 หมื่นลบ.

          กรุงเทพฯ - บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA Group) ท็อปฟอร์มหลังโชว์งบปี 2567 กำไรปกติพุ่งแตะ 4,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% (Y-Y) สร้าง New Record High ต่อเนื่อง และมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 14,342 ล้านบาท โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 14,303 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติ 4,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% (Y-Y)  ด้าน Group CEO “จรีพร จารุกรสกุล” ประกาศ ชู “ดับบลิวเอชเอ โมบิลิตี้” “(WHA Mobility)” ภายใต้แบรนด์ โมบิลิกส์ “Mobilix” ธุรกิจใหม่ล่าสุดเป็น Hub ที่ 5 ของ WHA Group พร้อมอัดงบลงทุนปี 2568 กว่า 20,000 ล้านบาท ใน 5 กลุ่มธุรกิจ รองรับการย้ายฐานการลงทุน การผลิต ของอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง             นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WHA Group เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 14,342 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,359 ล้านบาท โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 14,303 ล้านบาท และกำไรปกติ 4,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% (Y-Y) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยที่ทำให้กำไรปกติ สร้างสถิติใหม่ New Record High เป็นผลมาจากการดำเนินงานที่เติบโตเพิ่มขึ้นของ 5 กลุ่มธุรกิจ ทั้ง โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและไฟฟ้า ดิจิทัล และ ล่าสุดโมบิลิตี้ โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์โมบิลิกส์ (Mobilix) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการขายทรัพย์สิน และ/หรือ สิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHAIR มูลค่ารวม 1,065 ล้านบาท ธุรกิจโลจิสติกส์ ในปี 2567 มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยได้ลงนามสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มรวม 162,177 ตร.ม. และมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง 115,511 ตร.ม. ส่งผลให้มีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารทั้งหมด 3,108,190 ตร.ม. โดยในปี 2567 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น 1,633 ล้านบาท ด้วยความต้องการพื้นที่เช่าที่ยังสูงต่อเนื่อง ในปี 2568 บริษัทฯ จึงเร่งพัฒนาโครงการใหม่ สำหรับประเทศไทย บริษัทฯ มีแผนขยายโครงการสำคัญในทำเลที่มีศักยภาพ รวมพื้นที่กว่า 380,000 ตร.ม. สำหรับการลงทุนที่ประเทศเวียดนาม โครงการคลังสินค้าโลจิสติกส์แห่งแรกขนาด 37,000 ตร.ม. ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการต้นปี 2568  นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัด Thanh Hoa เพื่อศึกษาการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ในพื้นที่ 300 ไร่           ในส่วนของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด (WGCL) บริษัทฯ ประกาศมุ่งสู่การยกระดับ จาก 3PL เป็น 4PL โดยอาศัยจุดแข็งและความเชี่ยวชาญร่วมของ WHA และ GC เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจโลจิสติกส์ ในการขยายขอบเขตการให้บริการสู่การวางแผน ออกแบบ และบูรณาการระบบโลจิสติกส์ อย่างครบวงจร           สำหรับ Office Solutions ปัจจุบัน มี 6 โครงการในกรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 120,000 ตร.ม. โดยล่าสุดเปิดให้บริการแล้วในปี 2567 ได้แก่ โครงการ Qube ไลฟ์สไตล์ รีเทลสเปซ พื้นที่ 3,000 ตร.ม. อยู่ติดสถานี BTS สุรศักดิ์ และยังมีโครงการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางในย่านสาทร พื้นที่ 6,900 ตร.ม. คาดว่าแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2568 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้ากลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ในปีนี้ โดยการเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ 3,309,000 ตร.ม. โดยมีโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ประมาณ 200,000 ตร.ม.(ไทย 163,000 ตร.ม./ เวียดนาม 37,000 ตร.ม.) ขณะที่กองทรัสต์ บริษัทฯ มีแผนการขายทรัพย์สินและ/หรือสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART รวมประมาณ 70,000 ตร.ม. มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท ธุรกิจโมบิลิตี้ ในปี 2567 บริษัทฯ เปิดตัวโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Mobilix ภายใต้ 3 บริการหลัก ได้แก่ บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) เป็นบริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (On Premise & Public EV Charging Solution) บริการเครื่องชาร์จและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution) แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะ โดย ณ สิ้นปี 2567 มียอดการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวม 330 คัน           และในปี 2568 นี้ บริษัทฯ มุ่งสร้าง Built-to-Suit EV ecosystem of Logistics ที่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem)  และการให้บริการอย่างครบวงจร โดยตั้งเป้ามีรถ EV ภายใต้การบริการเช่ารถรวม 1,700 คัน และเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 คัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ในปี 2567 บริษัทฯ มียอดขายที่ดินสูงต่อเนื่องรวม 2,565 ไร่ (ไทย 2,453 ไร่ / เวียดนาม 112  ไร่) และยอด MOU รวม 716 ไร่ (ไทย 696  ไร่ / เวียดนาม 20  ไร่) และสามารถรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในปี 2567 จำนวน 6,187 ล้านบาท ซึ่งยังคงได้รับปัจจัยบวกจากราคาขายที่ดินที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงอานิสงส์จากการย้ายฐานการลงทุน / การผลิต (Relocation) และการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ใกล้กับตลาด (Nearshoring) ที่ยังคงมีเข้ามาต่อเนื่อง ภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ โดย ณ สิ้นปี 2567 บริษัทฯ มียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ให้กับลูกค้ากว่า 1,535 ไร่ (ไทย 1,530 ไร่ / เวียดนาม 5 ไร่)           โดยในปี 2567 บริษัทฯ มีลูกค้ารายสำคัญ อย่าง Google ได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินเพื่อสร้าง Data Center แห่งแรกในประเทศไทย และ Haier ได้สร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศครบวงจรแห่งใหม่ อีกทั้งใน   ไตรมาส 4/2567 ที่ผ่านมา มีการลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ที่มีแผนสร้าง Data Center ในประเทศไทยเพิ่มอีก 1 โครงการ รวมทั้งบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์จากประเทศจีน ญี่ปุ่น และยุโรป อีกหลายโครงการ           ณ สิ้นปี 2567 บริษัทฯ มีทั้งหมด 15 นิคมอุตสาหกรรม (ไทย 14 แห่ง / เวียดนาม 1 แห่ง) ทั้งนี้ บริษัทฯ มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่กำลังก่อสร้างและรอการพัฒนารวม 7 โครงการ บนพื้นที่ 8,810 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการที่ดินจากนักลงทุนที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนโครงการในประเทศเวียดนาม ขณะนี้มี 2 โครงการ ขนาดพื้นที่รวม 2,297 ไร่ (368 เฮกตาร์) ที่ได้รับการอนุมัติใบอนุญาตลงทุน (Investment Registration Certificate, IRC) เรียบร้อยแล้ว และ 1 โครงการ ขนาด 1,094 ไร่ (175 เฮกตาร์) อยู่ระหว่างการขออนุมัติใบอนุญาตลงทุน ล่าสุดช่วงเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัด Thanh Hoa เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม 2 แห่ง พื้นที่รวม 4,000 ไร่ (640 เฮกตาร์)            สำหรับกลุ่มธุรกิจดังกล่าวในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวมไว้ที่ 2,350 ไร่ (ไทย 1,700  ไร่ / เวียดนาม 650 ไร่) โดยมุ่งเน้นการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เป็นต้น ธุรกิจสาธารณูปโภค(น้ำ) บริษัทฯ รับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจสาธารณูปโภครวมในปี 2567 เท่ากับ 3,040 ล้านบาท โดยมีปริมาณยอดขายและบริหารน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับปี 2567 เท่ากับ 166 ล้านลูกบาศก์เมตร ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากยอดขายและบริหารน้ำที่เติบโตขึ้นทุกผลิตภัณฑ์จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะปริมาณยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม (Value-added product) ซึ่งมีปริมาณความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณการจำหน่ายน้ำในเวียดนามของโครงการ Doung River ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายพื้นที่การให้บริการให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่           ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมที่ 173 ล้านลูกบาศก์เมตร (ไทย 132 ล้านลูกบาศก์เมตร / เวียดนาม 41 ล้านลูกบาศก์เมตร) และยังมุ่งเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ธุรกิจไฟฟ้า  ในปี 2567 บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์เท่ากับ 494 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้าเท่ากับ 841 ล้านบาท           ด้านธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2567 บริษัทฯ มีจำนวนเซ็นสัญญาโครงการ Private PPA สะสมจำนวน 290 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 965 เมกะวัตต์  ซึ่งแบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วจำนวน 701 เมกะวัตต์ (เป็นพลังงานหมุนเวียนจำนวน 173 เมกะวัตต์) และที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 264 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด           ในปี 2567 บริษัทฯ มีปริมาณขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 158 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้นกว่า 35% จากปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มีโครงการก่อสร้างซึ่งคาดจะแล้วเสร็จภายในปี 2568 นี้ จำนวนกว่า 100 เมกะวัตต์           สำหรับเป้าหมายปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA) ที่ลงนามแล้วจำนวน 1,185 เมกะวัตต์ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าเป็นพลังงานหมุนเวียนจำนวน 657 เมกะวัตต์  ซึ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ ถึง 635 เมกะวัตต์ ธุรกิจดิจิทัล จากความมุ่งมั่นในการยกระดับองค์กรในทุกมิติ บรรลุเป้าหมายการเป็น Technology Company ในปี 2567 บริษัทฯ ยังมุ่งผลักดันไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) พร้อมมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อาทิ การพัฒนา โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม สำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ ส่งผลให้ตั้งเป้ายอดการใช้งานแพลตฟอร์มที่ 900 คัน ในปี 2568 และเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 คัน ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า และล่าสุด บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการ WHASApp อย่างเป็นทางการ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างลูกค้าและทีมงาน WHA ได้แบบ real-time           สำหรับปี 2568 WHA Digital เร่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจต่างๆ ใน WHA Group ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่าง AI และ IoT ซึ่งปัจจุบันมีโครงการ AI Transformation ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 12           โครงการ พร้อมตั้งเป้าหมายในการพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่สำหรับให้บริการภายใน WHA Group ภายใน                ปี 2568           จากแผนการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2568 ส่งผลให้บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท สำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์ จำนวน 4,000 ล้านบาท ธุรกิจโมบิลิตี้ จำนวน 1,500 ล้านบาท ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 9,900 ล้านบาท ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน จำนวน 4,500 ล้านบาท และธุรกิจดิจิทัล จำนวน 450 ล้านบาท ซึ่งงบดังกล่าว สอดรับกับแผนการลงทุน 5 ปี ( 2568-2572 ) ของ WHA Group ที่วางยุทธ์ศาสตร์การลงทุน ใน 5 กลุ่มธุรกิจภายใต้งบลงทุนรวม 119,000 ล้านบาท           “จากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของ WHA Group ที่ยึดหลัก ESG และการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ล่าสุดนี้ บริษัทฯ ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และได้รับคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ตามการจัดอันดับความยั่งยืนของ S&P Global หรือ Top 1% S&P Global CSA Score ปี 2567 ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Management & Development)”  คุณจรีพร กล่าวทิ้งท้าย

WHA คาดกำไร Q4 นิวไฮ  ตั้งเป้าโตต่อ Mobility – WHAUP หนุน

WHA คาดกำไร Q4 นิวไฮ ตั้งเป้าโตต่อ Mobility – WHAUP หนุน

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาด WHA กำไร 4Q67F ทำสถิติสูงสุดในปีนี้ หนุนโดยยอดโอนที่ดินเพิ่มขึ้น GPM เพิ่มขึ้น และกำไรจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHAIR หนุนให้กำไรทั้งปีคาดทำสถิติสูงสุดใหม่          แนวโน้มปีนี้ยังแข็งแกร่ง ตั้งเป้ารายได้เติบโต +39%YoY ตาม Backlog ที่ดินเพิ่มขึ้นมาก          เติบโตต่อเนื่องในห้าปีข้างหน้า โดย Drivers ของกำไรจะเปลี่ยนจากธุรกิจนิคมฯ เป็น Mobility และ WHAUP          แนวรับ = 4.56/4.60 แนวต้าน = 4.8/4.98          WHA | ซื้อ | TP=6.6 บ.

abs

Hoonvision

WHA Group องค์กรยั่งยืนระดับโลก “Top 1%” จาก S&P Global

WHA Group องค์กรยั่งยืนระดับโลก “Top 1%” จาก S&P Global

           หุ้นวิชั่น - 17 กุมภาพันธ์ 2568 บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group เป็นสมาชิกของ S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1 ในการจัดอันดับความยั่งยืนของ S&P Global หรือ Top 1% S&P Global CSA Score ปี 2567 เป็นปีแรกในกลุ่มอุตสาหกรรมบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Management & Development)            นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group เปิดเผยว่า “รู้สึกภาคภูมิใจกับความสำเร็จในครั้งนี้ ด้วยเป็นเครื่องยืนยันให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ WHA Group ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลัก สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG : Environmental, Social, Governance) พร้อมตอกย้ำให้เห็นถึงบทบาทขององค์กรที่พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล”            นอกจากนี้ WHA Group ยังให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่การเป็น “Tech Driven Organization” โดยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจได้แก่ ธุรกิจพัฒนาและบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ (Logistics Business) ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม (Industrial Development Business) ธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคและพลังงาน (Utilities & Power Business) ธุรกิจดิจิทัล (Digital Business)            และธุรกิจโมบิลิตี้ (Mobility) โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Mobilix นอกจากนี้ยังได้ยกระดับศักยภาพขององค์กรให้มีโอกาสเติบโต ผ่านการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-Curve บริษัทฯ ยังมีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรในทุกด้าน เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงทุกมิติ (High Performance Organization) สอดคล้องกับการสร้างสังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันตามพันธกิจ “WHA: We Shape the Future” และความตั้งใจในการเป็น The Ultimate Solution for Sustainable Growth [PR News]

9 หุ้นแกร่ง ลุ้นรีบาวน์แรง รับ Cover Short

9 หุ้นแกร่ง ลุ้นรีบาวน์แรง รับ Cover Short

หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บล.กรุงศรี ระบุ บรรยากาศลงทุน SET ที่เริ่มฟื้นตัวจากโซนลงทุน จากความคาดหวังเชิงบวกการกลับมาDomestic Long Term Fund ประเมินมีหุ้นอีกชุด Underperform SET และถูก Short สูงมีโอกาสรีบาวน์แรงจากการเร่ง Cover Short ภายใต้เกณฑ์ ผลตอบแทน YTD เคลื่อนไหว Underperform SET100 ที่ YTD ให้ผลตอบแทน -7.3% ยอด Short Sales สูงกว่าค่าเฉลี่ยหุ้นใน SET100 ที่ 0.64% ของทุนชำระแล้ว อิงเกณฑ์ดังกล่าว ผสาน องค์ประกอบที่เป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งระดับหนึ่งในทางพื้นฐานและมีปัจจัยหนุนรออยู่ ได้ 9 บริษัทที่เหมาะกับการลงทุนลุ้นรีบาวน์แรงดังนี้           BGRIM (YTD -32.8%, Short Sales 1.19%) กระแสเทคโนโลยีระยะนี้กลับมาเด่น คาดมีโอกาสหนุนหุ้นโรงไฟฟ้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก           OSP (YTD -27.9%, Short Sales 1.51%) เตรียมรับช่วงหน้าร้อน มี.ค.- เม.ย.68           SPRC (YTD -22.9%, Short Sales 1.59%) ค่าการกลั่นเช้าวันนี้เร่งขึ้นสู่ 4.07 เหรียญฯ +22.6%d-d           JMT (YTD -21.98%, Short Sales 0.97%) งบ 4Q24 มีสัญญาณ Cash Collection ฟื้นตัว q-q           BANPU (YTD -21.7%, Short Sales 1.26%) มีโอกาสได้รับประโยชน์ทางบวกธุรกิจในสหรัฐฯ           COM7 (YTD -17.3%, Short Sales 0.78%) คาดยอดจับจ่ายปลายปี-ต้นปีคึกคักต่อเนื่องตามฤดูกาล + มาตรการกระตุ้นรัฐฯ           WHA (YTD -16%, Short Sales 1.13%) หุ้นนิคมมีสัญญาณบวก FDI เร่งต่อเนื่อง ผสาน จิตวิทยาบวก Trade Tension เข้ามาเป็นระยะๆ           BH(YTD -12.3%, Short Sales 1.1%) ภาพใหญ่สังคมสูงวัยไม่เปลี่ยน ขณะที่หุ้นถูกกดันจากปัจจัยลบชั่วคราว           KCE (YTD -11.8%, Short Sales 2.15%) แรงกดดันอุตสาหกรรมยานยนต์บรรเทาลง โดยเฉพาะล่าสุดภาษีเท่าเทียม เตรียมยกเว้นสินค้ายา+ยานยนต์ เชิงกลยุทธ์ แนะนำเก็งกำไรหุ้นชุดดังกล่าว BGRIM, OSP, SPRC, JMT, BANPU, COM7, WHA ,BH, KCE ลุ้นรีบาวน์แรงจากการเร่ง Cover Short

WHA คาดกำไร Q4 พุ่ง 264%  ยอดขายที่ดินทะลุเป้า เคาะเป้า 6.60 บาท

WHA คาดกำไร Q4 พุ่ง 264% ยอดขายที่ดินทะลุเป้า เคาะเป้า 6.60 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.แลนด์แอนด์เฮาส์ คาด WHA กำไร 4Q67F เพิ่มขึ้นเด่น +264% QoQ เป็นจุดสูงสุดของปี แต่ลดลง -31% YoY จากฐานสูง ตามยอดโอนที่ดินแข็งแกร่ง GP ของการโอนที่ดินเพิ่มขึ้นมาก และกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ ส่งผลให้คาดกำไรทั้งปี FY67F +8% YoY ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4           ยอดขายที่ดินปีที่แล้วทะลุเป้า หนุนโดยการขายที่ดินแปลงใหญ่ ขณะที่ปีนี้ยังตั้งเป้า Conservative แต่ยอดโอนที่ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างมากตาม Backlog ที่เพิ่มขึ้นราว +50%           แนวโน้มกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยกำไรมีโอกาสทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องทั้งปีที่แล้วและปีนี้; คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเด็นการลงทุน คาดกำไร 4Q67F เพิ่มขึ้นเด่น +264% QoQ และเป็นจุดสูงสุดของปี เราคาดว่า WHA จะรายงานกำไร 4Q67F (21 ก.พ.) 1.67 พันลบ. (+264% QoQ, -31% YoY) เป็นจุดสูงสุดของปี การลดลง YoY เกิดจากฐานสูงในปีก่อน ทั้งยอดโอนที่ดินและการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ การเพิ่มขึ้น QoQ นอกเหนือจากฐานต่ำตามรายได้อื่นที่ต่ำกว่าปกติและค่าใช้จ่ายภาษีก้อนใหญ่แล้ว ยังเกิดจาก: ยอดโอนที่ดิน 500 ไร่ (+35% QoQ) แบ่งเป็นของ WHA 402 ไร่ และ WHA IER (WHA ถือหุ้น 60%, IRPC 40%) ต่อเนื่อง 98 ไร่ (vs. 199 ไร่ใน 3Q67 ปีที่แล้วไม่มี) GP ของการโอนที่ดินเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 63% (3Q67: 51.1%, 4Q66: 58.4%) รายได้ธุรกิจโลจิสติกส์ +34% YoY ตามพื้นที่ให้เช่าใหม่ทั้งปี 167,000 ตร.ม. การปรับขึ้นค่าเช่า และรายได้จากธุรกิจ Mobility (ธุรกิจให้เช่ารถ EV) ซึ่งเริ่มธุรกิจเป็นปีแรก รายได้สาธารณูปโภค (WHAUP) +6% YoY ตามปริมาณใช้น้ำเพิ่มขึ้นทั้งปี +7% YoY (ไทย +5% YoY, เวียดนาม +11% YoY) แต่ Excessive charge ลดลง ส่วนแบ่งกำไร (ปกติ) รวม 471 ลบ. โดย WHA IER ลดลงมากตามยอดโอนที่ดินที่ลดลง แต่ส่วนแบ่งกำไรจาก SPP เพิ่มขึ้นตามต้นทุนก๊าซลดลง กำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHA IER มูลค่าราว 1 พันลบ. ซึ่งให้มาร์จิ้นสูงราว 50% เนื่องจากเป็นการขายแบบ Leasehold           ทั้งนี้ หากคาดการณ์ถูกต้อง กำไรทั้งปี FY67F 4.79 พันลบ. (+8% YoY) ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ยอดขายที่ดินปีที่แล้วทะลุเป้า ปีนี้ยังตั้งเป้า Conservative WHA ทำยอดขายที่ดินปีที่แล้ว 2,565 ไร่ (-7% YoY) แต่ดีกว่าเป้าหมาย 2,500 ไร่ แบ่งเป็นไทย 2,453 ไร่ และเวียดนาม 112 ไร่ หนุนโดยแปลงใหญ่ 2 แปลงของ Google และ Haier ขณะที่มียอดโอนที่ดิน (รวม บ.ร่วม-WHA IER) 2,070 ไร่ (ไทย 1,727 ไร่, เวียดนาม 343 ไร่) ยอดโอนที่ดินที่ต่ำกว่ายอดขายใหม่ ส่งผลให้ Backlog เพิ่มขึ้นราว 500 ไร่ +50% YoY เป็น 1,538 ไร่ (ของ WHA IER 385 ไร่) ทำให้ยอดโอนที่ดินปีนี้ (FY68F) เฉพาะของไทยอาจทำได้ถึง 2,000-2,100 ไร่ ปีนี้ WHA ยังตั้งเป้ายอดขายที่ดิน Conservative 2,350 ไร่ แบ่งเป็นไทย 1,700 ไร่ เวียดนาม 650 ไร่ แต่เดือน ม.ค. เดือนเดียว ก็ทำยอดขายในไทยไปแล้ว 500 ไร่ ความต้องการที่ดินของลูกค้าที่ต้องการย้ายฐานการผลิตมาไทยและเวียดนามแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าจีนและไต้หวัน ธุรกิจที่จะรุกหนักในปีนี้คือ ธุรกิจ Mobility ตั้งเป้าลูกค้าเซ็นต์สัญญาใหม่ 1,370 คัน สะสม 1,700 คัน และมีเป้าหมายเชิงรุก 20,000 คันในห้าปีข้างหน้า คำแนะนำ แนวโน้มกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง; คงคำแนะนำ “ซื้อ” เรามองบวกต่อ WHA จากแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยปีที่แล้วคาดกำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ตาม Backlog ที่เพิ่มขึ้นมาก กำไรระยะถัดไปถูกหนุนด้วยธุรกิจ Mobility ทำให้ Drivers ของกำไรจะเปลี่ยนไปเป็น Recurring income มากขึ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปัจจัยเสี่ยง ความเสี่ยงด้านการลงทุนในไทยและต่างประเทศซึ่งมีผลต่อความต้องการที่ดิน ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย กฎระเบียบ และนโยบายของลูกค้าซึ่งมีผลต่อความต้องการที่ดินและบริการสาธารณูปโภค

WHA คาดปีนี้รายได้แกร่งโต 39%  Backlog ที่ดินเพิ่มหนุน โบรกเคาะเป้า 6.6 บ.

WHA คาดปีนี้รายได้แกร่งโต 39% Backlog ที่ดินเพิ่มหนุน โบรกเคาะเป้า 6.6 บ.

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาด WHA กำไร 4Q67F กลับมาเพิ่มขึ้น QoQ หนุนโดยยอดโอนที่ดินเพิ่มขึ้น GPM เพิ่มขึ้น และกำไรจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHAIR หนุนให้กำไรทั้งปีคาดทำสถิติสูงสุดใหม่           แนวโน้มปีนี้ยังแข็งแกร่ง ตั้งเป้ารายได้เติบโต +39% YoY ตาม Backlog ที่ดินเพิ่มขึ้นและการเติบโตต่อเนื่องของทุกธุรกิจ           เติบโตต่อเนื่องในห้าปีข้างหน้า โดย drivers ของกำไรจะเปลี่ยนจากธุรกิจนิคมฯ เป็น Mobility และ WHAUP           แนวรับ = 4.88/4.94 แนวต้าน = 5.1/5.2 WHA | ซื้อ | TP = 6.6 บ.

WHA อุปสงค์ที่ดินแกร่ง กำไรโตสูง-เป้า 6.65บ.

WHA อุปสงค์ที่ดินแกร่ง กำไรโตสูง-เป้า 6.65บ.

           หุ้นวิชั่น - ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่แนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ได้เข้าร่วมการประชุมประกาศแผนธุรกิจปี 68 ของ WHA เมื่อวันที่ 28 ม.ค. โดย WHA ตั้งเป้ายอดขายที่ดินใหม่ที่ 2,350 ไร่ในปี 68 นี้ ประกอบด้วยที่ดินในไทย 1,700 ไร่และที่ดินในเวียดนาม 650 ไร่ ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯมองว่าเป้าหมายยอดขายที่ดินปีนี้อาจมี upside จากการขายที่ดินราว 500 ไร่ให้กับบริษัท Data centre ของสหรัฐฯในไตรมาส 1/68 ส่วนปี 67 WHA ขายที่ดินได้ 2,565 ไร่ สูงกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดที่ 2,500 ไร่เล็กน้อย            ปี 67 ที่ผ่านมา WHA ขายที่ดินให้บริษัท Data centre ของสหรัฐฯ 500-600 ไร่ ขณะที่ WHA เล็งเห็นความต้องการที่ดินจากบริษัท Data centre ของจีนที่จะเข้ามาขยายธุรกิจในไทย แต่อุปสงค์ของที่ดินและพลังงาน รวมถึงปริมาณการใช้น้ำน่าจะน้อยกว่าบริษัท Data centre ของสหรัฐฯ ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงคาดว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินปี 68 จะเพิ่มเป็น 2,394 ไร่ โดยมีปัจจัยหนุนจาก backlog 1,534 ไร่สิ้นปี 67, ยอดขายที่ดินล็อตใหญ่ 500 ไร่และยอดขายที่ดินเพิ่มขึ้นในเวียดนาม            นอกจากนี้ WHA ให้แนวทางว่าราคาที่ดินในไทยและเวียดนามจะเพิ่มขึ้น 10% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการขายที่ดินจะอยู่ที่ 55% ในปี 68 เทียบจาก 60% ในปี 67            ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า WHA ตั้งเป้าโครงการใหม่/new builds ของธุรกิจโลจิกสติกส์ปี 68 อยู่ที่ 200k ตรม. ส่วนปี 67 บริษัทมีโครงการใหม่ 167k ตรม. หรือต่ำกว่าเป้าหมายที่ 200k ตรม. หลังเลื่อนเปิดโครงการคลังสินค้าในภาคเหนือของเวียดนามขนาด 37k ตรม.มาเป็นปีนี้ ขณะเดียวกันมีแผนจะขายสินทรัพย์ให้กับ WHART เพียง 70k ตรม. มูลค่ารวม 1.5 พันล้านบาทในปีนี้ ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดไว้ที่ 150k ตรม. เนื่องจากขณะนี้ WHA ไม่มีแผนขายโครงการคลังสินค้า WGCL และ WHA            WHA ยังให้แนวทางว่า GPM จากการขายสินทรัพย์ให้กับ REIT ในปีนี้จะอยู่ที่ 25% ลดลงจาก 50% ในปีก่อน เนื่องจากสินทรัพย์ที่ขายปีที่แล้วเป็นสินทรัพย์แบบ leasehold (ไม่มีค่าที่ดิน) WHA มีแผนค่อยๆลดมูลค่าสินทรัพย์ที่ขายให้กับ REIT ตั้งแต่ปี 68 เพราะอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย/ทุนน่าจะต่ำกว่า 1.2 เท่าในช่วงปี 67-72 เทียบกับช่วงปี 57-58 ซึ่งสูงกว่า 2 เท่า            ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ปีนี้ WHA ตั้งเป้าเชิงรุกในธุรกิจให้เช่ายานยนต์ไฟฟ้าหรือ Mobilix ที่ 1,700 คันและเพิ่มเป็น 20,000 คันภายในปี 72 จาก 330 คันปี 67 ส่วนธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ตั้งเป้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวม 1,185 equity MW ภายในสิ้นปีนี้ เพิ่มจาก 965 MW ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าปริมาณยอดขายและบริหารน้ำที่ 173 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 4.2% yoy ดังนั้น WHA จึงคาดรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและบริษัทร่วมทุน (JV) จะเติบโต 35% yoy เป็น 2 หมื่นล้านบาทในปี 68 จาก 1.44 หมื่นล้านบาทในปี 67 ขณะที่คาดอัตราส่วน EBITDA จะกลับมาอยู่ระดับปกติที่ 45% ในปี 68 เทียบกับ 55% ในปี 67            ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังคงประมาณการกำไรปกติต่อหุ้นในปี 67-69 และราคาเป้าหมายที่ 6.65 บาท ซึ่งจะเท่ากับ P/E 16.1 เท่าในปี 69 หรือ +0.37SD ของ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนเฉลี่ยห้าปีย้อนหลัง ขณะที่ยังแนะนำ “ซื้อ” WHA เพราะธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมยังมีอุปสงค์แข็งแกร่งและกำไรสุทธิน่าจะเติบโตสูงขึ้นในปี 68            อย่างไรก็ตาม WHA อาจมี downside risk หากการขายสินทรัพย์ให้กับ REIT และการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินล่าช้

WHA เล็งโกยกำไรนิวไฮต่อ Mobilix สร้าง S-Curve ใหม่หนุน

WHA เล็งโกยกำไรนิวไฮต่อ Mobilix สร้าง S-Curve ใหม่หนุน

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี ระบุ WHA กำไรธุรกิจหลักจะทำสถิติสูงสุดในปี 2024 และ 2025 หลัง WHA จัดงานแถลงข่าวประกาศแผนธุรกิจ บริษัทความมั่นใจว่ากำไรธุรกิจหลักจะทำสถิติสูงสุดในปี 2024/2025 ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญปี 2025 ได้แก่ ยอดโอนทรัพย์ขาย และอัตรากำไรที่สูงขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้ำรายใหญ่, S-Curve ใหม่ (Mobilix) และรายได้จากการขายสินทรัพย์ (1.5 พันล้านบาท) บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินแบบอนุรักษ์นิยมที่ 2,350 ไร่ (ขายได้แล้ว 38%) แต่เราเชื่อว่ายังมีอัพไซด์ ราคา หุ้นปรับลดลงไม่สอดคล้องกับกำไรที่จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ผลการดำเนินงานผสมผสานในปี 2024 ผลการดำเนินงานที่ดี ได้แก่ (i) ยอดขายที่ดิน 2,565 ไร่ในปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าเป้าของบริษัทที่ 2,500 ไร่ แต่จะลดลง 7% YoY และต่ำกว่าประมาณการ 2,700 ไร่ของเรา เนื่องจากยอดขายน้อยในเวียดนาม ยอดขายที่ดินในประเทศไทยทำสถิติสูงสุดที่ 2,453 ไร่ (ii) กำไรธุรกิจหลักของบริษัทจะทำสถิติสูงสุด ซึ่งหมายถึงกำไร 1.2 พันล้านบาทใน 4Q24F (ลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด QoQ) และมากกว่า 4.4 พันล้านบาทสำหรับทั้งปี สอดคล้องกับประมาณการ FY24F ของเรา ส่วนผลการดำเนินงานที่พลาดเป้า ได้แก่ (i) ยอดเซ็นสัญญาโลจิสติกส์ 167,000 ตร.ม. (เทียบกับเป้าหมาย 200,000 ตร.ม.) สูงกว่าประมาณการของเราที่ 165,000 ตร.ม. (ii) ยอดขายน้ำเพิ่มขึ้น 37% YoY เป็น 166 ล้าน ลบ.ม. (เทียบกับเป้าหมาย 178 ลบ.ม.) (iii) กำลังการผลิตไฟฟ้า 965 MWe ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 1,000 MWe เล็กน้อยเนื่องจากการเซ็นสัญญา 39 MW ล่าช้า บริษัทตั้งเป้ากำไรธุรกิจหลักจะทำสถิติสูงสุดอีกครั้งในปี 2025 สนับสนุนจาก (i) ยอดโอนที่ดิน 2,070 ไร่ประกอบกับราคาขายและอัตรากำไรสูงขึ้น (ราคาขายปรับขึ้น 18%) สนับสนุนจาก Backlog จำนวน 1,533 ไร่ ณ สิ้นปี 2024 (ii) ค่าธรรมเนียมผู้ใช้รายใหญ่ (ศูนย์ข้อมูล) เราคาดหลายร้อยล้านบาท (ยังไม่รวมในประมาณการของเรา) (iii) รายได้หลายร้อยล้านบาทจาก Mobilix (กลุ่มธุรกิจใหม่) ซึ่งมี EBITDA Margin สูงถึง 80% บริษัทตั้งเป้าปล่อยเช่ารถบรรทุก EV เพิ่มขึ้น 1,370 คันในปี 2025 เทียบกับ 330 คันในปี 2024 (iv) กำไรจากการขายสินทรัพย์ให้ WHART (มูลค่าขาย 1.5 พันล้านบาท) โดย WHART จะใช้เงินกู้ทั้งหมด (ไม่ต้องขออนุมัติจากผู้ถือหน่วย)           นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าขายที่ดิน 2,350 ไร่ ลดลง 8% YoY แต่ก็มีอัพไซด์ที่จะปรับขึ้น บริษัทเซ็นสัญญาแล้ว 500 ไร่ในเดือนมกราคม และได้ยอดจองจากศูนย์ข้อมูลอีก 400 ไร่ (คาดว่าจะเซ็นสัญญาในเดือนมีนาคม-เมษายน) คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 6.4 บาท           เราเชื่อว่าภาวะอุตสาหกรรมขาขึ้นจะต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยหนึ่งหรือสองปี และ S-Curve (Mobilix) ใหม่ของ WHA จะสนับสนุนกำไรเติบโต เราคงประมาณการกำไรเติบโต 13% สำหรับ FY25F และ 11% สำหรับ FY26F ราคาหุ้นที่ปรับลดลง 10% YTD นั้นไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทจะทำสถิติสูงสุดในปีนี้และปีหน้า

WHA ชู 5ปี 1.5แสนล. 68 ขายที่ดิน 2.3พันไร่

WHA ชู 5ปี 1.5แสนล. 68 ขายที่ดิน 2.3พันไร่

          หุ้นวิชั่น - WHA Group ประกาศแผนธุรกิจ รายได้รวม 5 ปีแตะ 150,000 ล้านบาทอัดงบลงทุนกว่า 119,000 ล้านบาท เป้าหมายสำหรับปี 2568 ตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวม 2,350 ไร่ ทั้งในไทยและเวียดนาม WHA Mobility คาดการณ์กำไรสูงต่อเนื่องในปี 2567 มีรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มบริษัทฯ 14,400 ล้านบาท อัตรากำไร EBITDA มากกว่า 55% และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนน้อยกว่า 1.2 เท่า           นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวว่า  บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวม 5 ปีที่ 150,000 ล้านบาท โดยวางกลยุทธ์หลักในการขยายความเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจร นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลโซลูชัน ด้วยการส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ครบวงจร ก้าวสู่การเป็นการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Tech-Driven Organization)  ตลอดจนการนำศักยภาพขององค์กรไปสร้างการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน และเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงทุกมิติ (High Performance Organization) สอดคล้องกับพันธกิจ “WHA: We Shape the Future”           แผนการดำเนินงานในปี 2568 WHA Group คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้และส่วนแบ่งกำไรกว่า 20,000 ล้านบาท และคงอัตรากำไร EBITDA Margin มากกว่า 45% สำหรับแผนการดำเนินงานใน 5 ปี (2568-2572) WHA Group เตรียมความพร้อมเพื่อการขยายและสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว ด้วยการอัดงบลงทุนกว่า 119,000 ล้านบาท วางแผนสร้างรายได้ให้เติบโตประมาณ 2.9 เท่าจากปี 2567 และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนน้อยกว่า 1.2 เท่า           สำหรับ ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการลงทุนขยายธุรกิจที่สำคัญของ WHA Group จากปัจจัยหนุนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) ที่อาจจะยิ่งทวีความเข้มข้น หลังจากการกลับมาของประธานาธิปดีทรัมป์ที่อาจจะช่วยสร้างโอกาสการลงทุนให้เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยด้วยพื้นที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ การเป็นศูนย์รวม Supply Chain ที่ครบวงจร  ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค ความมั่นคงทางด้านพลังงาน รวมถึงพลังงานหมุนเวียน แรงงานที่มีคุณภาพ นโยบายการส่งเสริมจากภาครัฐ ที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนในภาคอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ คลาวด์เซอร์วิส  ซึ่ง WHA Group มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจรที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความพร้อมในการรองรับการลงทุน อีกทั้ง บริษัทฯ ยังต่อยอดสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และประโยชน์ต่อลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน และมีผู้ส่วนได้เสียทุกฝ่าย”           สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2568 WHA Group ยังคงดำเนินงานตาม 4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย Extend Leadership เร่งขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดภูมิภาค Embrace Innovation and Technology นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-Curve ให้กับองค์กร Enhance the Prominence on Green and Sustainability มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม และ Build High Performance Organization ด้วยการพัฒนา ยกระดับองค์กรในทุกด้านให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง           1.ธุรกิจโลจิสติกส์: ในปี 2567 มีการเติบโตอย่างโดดเด่นด้วยพื้นที่รวมทั้งสิ้น 3,109,000 ตารางเมตร เป็นโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 167,000 ตารางเมตร สำหรับปี 2568 บริษัทฯ วางกลยุทธ์ในการขยายการเติบโตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม           ในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมทำเลยุทธศาสตร์ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พื้นที่ EEC และเมืองรอง โดยในปี 2568 มีแผนขยายโครงการสำคัญในทำเลศักยภาพ ได้แก่ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2   WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 เฟส 3 และ WHA Mega Logistics Center บางนาตราด กม. 23 Inbound รวมพื้นที่กว่า 380,000 ตารางเมตร สำหรับประเทศเวียดนาม เน้นรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น อีคอมเมิร์ซ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก โดยโครงการคลังสินค้าโลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนามขนาด 37,000 ตารางเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้บริการต้นปีนี้ อีกทั้ง ในเดือน มกราคม 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เพื่อศึกษาการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ในพื้นที่ 300 ไร่ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับตัวเมืองหลักของจังหวัดและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ           สำหรับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด (WGCL) มุ่งเป้าสู่การยกระดับจาก 3PL เป็น 4PL (Fourth-Party Logistics Provider) โดยอาศัยจุดแข็ง และความเชี่ยวชาญร่วมของ WHA และ GC เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจโลจิสติกส์ โดยการเปลี่ยนผ่านสู่ 4PL เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยขยายขอบเขตการให้บริการจากการจัดการขนส่งและคลังสินค้า (3PL) ไปสู่การวางแผน ออกแบบ และบูรณาการระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับบริษัทและลูกค้า           ในส่วน Office Solutions บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายโครงการอาคารสำนักงานบนทำเลที่ดีเยี่ยมของกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 6 โครงการ บนพื้นที่รวมมากกว่า 120,000 ตารางเมตร โครงการล่าสุดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้วในปี 2567 ได้แก่ โครงการ Qube ไลฟ์สไตล์ รีเทลสเปซ บนพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร อยู่ติดสถานี BTS สุรศักดิ์ สำหรับ   ปี 2568 มีโครงการใหม่ที่พร้อมให้บริการ ได้แก่ โครงการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางใน        ย่านสาทร พื้นที่กว่า 6,900 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2568           เป้าหมายปี 2568 คือการเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ 3,309,000 ตารางเมตร มีโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร และมีแผนการขายสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART รวมทั้งสิ้นประมาณ 70,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท           2.ธุรกิจโมบิลิตี้ (Mobility) โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Mobilix ซึ่งได้เปิดตัวในปี 2567 ประกอบด้วย 3 บริการหลัก คือ บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) เป็นบริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (On Premise & Public EV Charging Solution) บริการเครื่องชาร์จและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution) แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะอันทันสมัยสำหรับจัดการรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่           ความสำเร็จในปี 2567 มีการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าอีก 318 คัน โดยสร้างความแข็งแกร่งพร้อมผนึกกำลังกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของธุรกิจอย่าง Voltality EVMe Grab และเริ่มความร่วมมือการให้บริการเชิงพาณิชย์กับ SHARGE ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem และมีการก่อสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าด้วยกำลังการผลิต 5,400 กิโลวัตต์           โมบิลิกส์ตั้งเป้าให้บริการเช่ารถ EV จำนวนทั้งหมด 20,000 คัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า จากกลยุทธ์การสร้างความแข็งแกร่ง ร่วมกับพันธมิตรทั้งระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ การเป็นเลิศในการให้บริการอย่างครบวงจรพร้อมความยืดหยุ่นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยในปี 2568 คาดว่าจะมีรถ EV ภายใต้การบริการเช่ารถมากกว่า 1,700 คัน           3.ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม: ในปี 2567 บริษัทฯ มียอดขายที่ดินรวม 2,565 ไร่ แบ่งเป็นในประเทศไทย 2,453 ไร่ และประเทศเวียดนาม 112 ไร่ และมียอดโอนที่ดินรวม 2,070 ไร่ แบ่งเป็นในประเทศไทย 1,727 ไร่ และประเทศเวียดนาม 343 ไร่ โดยลูกค้ารายสำคัญคือ Google ได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินเพื่อสร้าง Data Center แห่งแรกในประเทศไทย และ Haier เพื่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศครบวงจรแห่งใหม่  โดย ณ สิ้นปี 2567 บริษัทฯ มีทั้งหมด 15 นิคมอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ในประเทศไทย 14 แห่ง และประเทศเวียดนาม 1 แห่ง ทั้งนี้ บริษัทฯ มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่กำลังก่อสร้างและรอการพัฒนารวม 7 โครงการ บนพื้นที่ 8,810 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการที่ดินจากนักลงทุนที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการในประเทศเวียดนามยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมี 2 โครงการ ขนาดพื้นที่รวม 2,297 ไร่ ที่ได้รับการอนุมัติใบอนุญาตลงทุน (Investment Registration Certificate, IRC) เรียบร้อยแล้ว และ 1 โครงการ ขนาด 1,094 ไร่ อยู่ระหว่างการขออนุมัติใบอนุญาตลงทุน นอกจากนี้ในเดือนมกราคม 2568 บริษัทฯ ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม 2 แห่ง พื้นที่รวมประมาณ 4,000 ไร่           สำหรับปี 2568 บริษัทฯ มุ่งรักษาความเป็นผู้นำในประเทศไทย และขยายธุรกิจในประเทศเวียดนาม รวมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวม 2,350 ไร่ ทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม เน้นการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart Industrial Estates) อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเป็นพันธมิตรที่ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น           4.ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ): ในปี 2567 บริษัทฯ มีปริมาณยอดขายน้ำและบำบัดน้ำเสียรวมที่ 166 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณยอดขายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม 8 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโตจากปีที่ผ่านมาถึง 25% โดยโครงการที่ประสบความสำเร็จคือ โครงการซื้อ-ขายน้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูงกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)(GC) ปริมาณ 3.5 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี           สำหรับปี 2568 ในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายตัวตามการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม โดยการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในการหาแหล่งน้ำดิบอย่างต่อเนื่อง ขยายการผลิตน้ำที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value-Added Water) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พร้อมหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจในพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรม WHA รวมไปถึงการเข้าร่วมโครงการสาธารณูปโภคน้ำประปาและน้ำเสียในพื้นที่ใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายที่จะทำสัญญาซื้อ-ขายน้ำกับการประปาส่วนภูมิภาค ปริมาณสูงสุด 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี นอกจากนี้ยังคงเดินหน้าพัฒนา Smart Water Solutions  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ ลดต้นทุน และลดน้ำสูญเสีย สำหรับเวียดนาม    บริษัทฯ วางแผนขยายธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสียเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม และใช้ความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ในการพัฒนาประสิทธิภาพโครงการสาธารณูปโภคด้านน้ำที่ได้เข้าไปลงทุน           โดยในปีนี้ ได้ตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมที่ประมาณ 173 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นภายในประเทศประมาณ 132 ล้านลูกบาศก์เมตร และในเวียดนามประมาณ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม โดยตั้งเป้าที่ประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนปัญหาการคลาดแคลนน้ำ WHA มองว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราได้วางแผนการจัดการได้ดี และร่วมวางแผนกับรัฐบาลเพื่อบริหารจัดการน้ำสำหรับภาคธุรกิจ มองว่าไม่มีปัญหากระทบสำหรับประเทศไทย            5. ธุรกิจไฟฟ้า: ในปี 2567 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้ว 965 เมกะวัตต์ ซึ่งมาจากพลังงานสะอาดทั้งหมด 437 เมกะวัตต์ สำหรับปี 2568 บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในไทยและนอกประเทศ โดยในไทยมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการโซลาร์รูฟท็อป โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in-Tariff และโครงการ Direct PPA เป็นต้น สำหรับประเทศเวียดนาม บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการศึกษาและพัฒนาโครงการไมโครกริด ที่นิคมเขตอุตสาหกรรม WHA Smart Technology Zone 1 ในจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เฟส 1 ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2569 และมุ่งเน้นต่อยอดการขยายธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปอีกด้วย           นอกจากนี้  บริษัทฯ ยังดำเนินการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันพลังงานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ แพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) และการซื้อขายใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (I-REC) รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve เช่น เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) เป็นต้น พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วเป็น 1,185 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมาจากพลังงานหมุนเวียน 657 เมกะวัตต์           6. ธุรกิจดิจิทัล:ในปี 2567 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการยกระดับองค์กรในทุกมิติ บรรลุเป้าหมายการเป็น Technology Company และผลักดันอย่างต่อเนื่องเพื่อการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) จากการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรในด้านนวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และการทำโครงการ Digital Transformation ต่างๆ ตลอดช่วงเวลา 3 – 4 ปี         ที่ผ่านมา สำหรับปี 2568 WHA Digital ยังคงเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจต่างๆ ใน WHA Group  ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น Artificial Intelligence, Internet-of-Thing โดยในปัจจุบันมีโครงการ AI Transformation ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 12 โครงการ ได้แก่ Drone Inspection Solution และ IoX Platform for Solar อีกทั้ง WHA Digital พร้อมหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม ได้แก่ โมบิลิกส์ แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ โดยได้ตั้งเป้าหมายสำหรับยอดการใช้งานโมบิลิกส์ แพลตฟอร์มที่ประมาณ 900 คัน ภายในปี 2568 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6,000 คัน ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายในการพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่พร้อมให้บริการภายใน WHA Group ภายในปี 2568           WHA Group ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2572 อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าให้บริการประมาณ 20,000 คัน  การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประมาณ 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 683,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี การลดการใช้น้ำจากธรรมชาติลงประมาณ 25,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี เทียบเท่ากับปริมาณการใช้น้ำของภาคครัวเรือนกว่า 685,000 คน และการจัดการขยะแบบ Zero Waste ที่จะไม่มีการฝังกลบหรือเผาทำลาย เพื่อขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง           บทพิสูจน์ความสำเร็จของ WHA Group ในปี 2567 ที่ผ่านมา เห็นได้จากรางวัลต่าง ๆ เช่น รางวัล  Best Sustainability Awards ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence  จากงาน SET Awards 2024 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับสูงสุด “AAA” รางวัลนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Estate) จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 และรางวัล HR Asia: Sustainable Workplace Awards จาก HR Asia เป็นต้น

เปิดแผน WHA 5 ปี  ตั้งเป้ารายได้แตะ 150,000 ลบ.

เปิดแผน WHA 5 ปี ตั้งเป้ารายได้แตะ 150,000 ลบ.

          หุ้นวิชั่น - บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) ประกาศทิศทางธุรกิจและเป้าหมายสำหรับปี 2568 มุ่งเน้นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งใน 5 กลุ่มธุรกิจหลักครอบคลุมธุรกิจล่าสุด WHA Mobility คาดการณ์กำไรสูงต่อเนื่องในปี 2567 มีรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มบริษัทฯ 14,400 ล้านบาท อัตรากำไร EBITDA มากกว่า 55% และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนน้อยกว่า 1.2 เท่า           ตั้งเป้าหมายรายได้รวม 5 ปีที่ 150,000 ล้านบาท โดยวางกลยุทธ์หลักในการขยายความเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจร นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลโซลูชัน ด้วยการส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ครบวงจร ก้าวสู่การเป็นการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Tech-Driven Organization)  ตลอดจนการนำศักยภาพขององค์กรไปสร้างการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน และเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงทุกมิติ (High Performance Organization) สอดคล้องกับพันธกิจ “WHA: We Shape the Future”           แผนการดำเนินงานในปี 2568 WHA Group คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้และส่วนแบ่งกำไรกว่า 20,000 ล้านบาท และคงอัตรากำไร EBITDA Margin มากกว่า 45% สำหรับแผนการดำเนินงานใน 5 ปี (2568-2572) WHA Group เตรียมความพร้อมเพื่อการขยายและสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว ด้วยการอัดงบลงทุนกว่า 119,000 ล้านบาท วางแผนสร้างรายได้ให้เติบโตประมาณ 2.9 เท่าจากปี 2567 และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนน้อยกว่า 1.2 เท่า           นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการลงทุนขยายธุรกิจที่สำคัญของ WHA Group จากปัจจัยหนุนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) ที่อาจจะยิ่งทวีความเข้มข้น หลังจากการกลับมาของประธานาธิปดีทรัมป์ที่อาจจะช่วยสร้างโอกาสการลงทุนให้เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยด้วยพื้นที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ การเป็นศูนย์รวม Supply Chain ที่ครบวงจร  ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค ความมั่นคงทางด้านพลังงาน รวมถึงพลังงานหมุนเวียน แรงงานที่มีคุณภาพ นโยบายการส่งเสริมจากภาครัฐ ที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนในภาคอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ คลาวด์เซอร์วิส  ซึ่ง WHA Group มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจรที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความพร้อมในการรองรับการลงทุน อีกทั้ง บริษัทฯ ยังต่อยอดสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และประโยชน์ต่อลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน และมีผู้ส่วนได้เสียทุกฝ่าย”           สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2568 WHA Group ยังคงดำเนินงานตาม 4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย Extend Leadership เร่งขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดภูมิภาค Embrace Innovation and Technology นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-Curve ให้กับองค์กร Enhance the Prominence on Green and Sustainability มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม และ Build High Performance Organization ด้วยการพัฒนา ยกระดับองค์กรในทุกด้านให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง           1. ธุรกิจโลจิสติกส์: ในปี 2567 มีการเติบโตอย่างโดดเด่นด้วยพื้นที่รวมทั้งสิ้น 3,109,000 ตารางเมตร เป็นโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 167,000 ตารางเมตร สำหรับปี 2568 บริษัทฯ วางกลยุทธ์ในการขยายการเติบโตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมทำเลยุทธศาสตร์ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พื้นที่ EEC และเมืองรอง โดยในปี 2568 มีแผนขยายโครงการสำคัญในทำเลศักยภาพ ได้แก่ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 เฟส 3 และ WHA Mega Logistics Center บางนาตราด กม. 23 Inbound รวมพื้นที่กว่า 380,000 ตารางเมตร สำหรับประเทศเวียดนาม เน้นรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น อีคอมเมิร์ซ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก โดยโครงการคลังสินค้าโลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนามขนาด 37,000 ตารางเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้บริการต้นปีนี้ อีกทั้ง ในเดือน มกราคม 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เพื่อศึกษาการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ในพื้นที่ 300 ไร่ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับตัวเมืองหลักของจังหวัดและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ สำหรับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด (WGCL) มุ่งเป้าสู่การยกระดับจาก 3PL เป็น 4PL (Fourth-Party Logistics Provider) โดยอาศัยจุดแข็ง และความเชี่ยวชาญร่วมของ WHA และ GC เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจโลจิสติกส์ โดยการเปลี่ยนผ่านสู่ 4PL เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยขยายขอบเขตการให้บริการจากการจัดการขนส่งและคลังสินค้า (3PL) ไปสู่การวางแผน ออกแบบ และบูรณาการระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับบริษัทและลูกค้า ในส่วน Office Solutions บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายโครงการอาคารสำนักงานบนทำเลที่ดีเยี่ยมของกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 6 โครงการ บนพื้นที่รวมมากกว่า 120,000 ตารางเมตร โครงการล่าสุดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้วในปี 2567 ได้แก่ โครงการ Qube ไลฟ์สไตล์ รีเทลสเปซ บนพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร อยู่ติดสถานี BTS สุรศักดิ์ สำหรับ ปี 2568 มีโครงการใหม่ที่พร้อมให้บริการ ได้แก่ โครงการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางใน        ย่านสาทร พื้นที่กว่า 6,900 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2568           เป้าหมายปี 2568 คือการเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ 3,309,000 ตารางเมตร มีโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร และมีแผนการขายสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART รวมทั้งสิ้นประมาณ 70,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท           2. ธุรกิจโมบิลิตี้ (Mobility) โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Mobilix ซึ่งได้เปิดตัวในปี 2567 ประกอบด้วย 3 บริการหลัก คือ บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) เป็นบริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (On Premise & Public EV Charging Solution) บริการเครื่องชาร์จและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution) แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะอันทันสมัยสำหรับจัดการรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่           ความสำเร็จในปี 2567 มีการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าอีก 318 คัน โดยสร้างความแข็งแกร่งพร้อมผนึกกำลังกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของธุรกิจอย่าง Voltality EVMe Grab และเริ่มความร่วมมือการให้บริการเชิงพาณิชย์กับ SHARGE ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem และมีการก่อสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าด้วยกำลังการผลิต 5,400 กิโลวัตต์           โมบิลิกส์ตั้งเป้าให้บริการเช่ารถ EV จำนวนทั้งหมด 20,000 คัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า จากกลยุทธ์การสร้างความแข็งแกร่ง ร่วมกับพันธมิตรทั้งระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ การเป็นเลิศในการให้บริการอย่างครบวงจรพร้อมความยืดหยุ่นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยในปี 2568 คาดว่าจะมีรถ EV ภายใต้การบริการเช่ารถมากกว่า 1,700 คัน              3. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:ในปี 2567 บริษัทฯ มียอดขายที่ดินรวม 2,565 ไร่ แบ่งเป็นในประเทศไทย 2,453 ไร่ และประเทศเวียดนาม 112 ไร่ และมียอดโอนที่ดินรวม 2,070 ไร่ แบ่งเป็นในประเทศไทย 1,727 ไร่ และประเทศเวียดนาม 343 ไร่ โดยลูกค้ารายสำคัญคือ Google ได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินเพื่อสร้าง Data Center แห่งแรกในประเทศไทย และ Haier เพื่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศครบวงจรแห่งใหม่  โดย ณ สิ้นปี 2567 บริษัทฯ มีทั้งหมด 15 นิคมอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ในประเทศไทย 14 แห่ง และประเทศเวียดนาม 1 แห่ง ทั้งนี้ บริษัทฯ มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่กำลังก่อสร้างและรอการพัฒนารวม 7 โครงการ บนพื้นที่ 8,810 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการที่ดินจากนักลงทุนที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการในประเทศเวียดนามยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมี 2 โครงการ ขนาดพื้นที่รวม 2,297 ไร่ ที่ได้รับการอนุมัติใบอนุญาตลงทุน (Investment Registration Certificate, IRC) เรียบร้อยแล้ว และ 1 โครงการ ขนาด 1,094 ไร่ อยู่ระหว่างการขออนุมัติใบอนุญาตลงทุน นอกจากนี้ในเดือนมกราคม 2568 บริษัทฯ ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม 2 แห่ง พื้นที่รวมประมาณ 4,000 ไร่           สำหรับปี 2568 บริษัทฯ มุ่งรักษาความเป็นผู้นำในประเทศไทย และขยายธุรกิจในประเทศเวียดนาม รวมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวม 2,350 ไร่ ทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม เน้นการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart Industrial Estates) อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเป็นพันธมิตรที่ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น           4. ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ):ในปี 2567 บริษัทฯ มีปริมาณยอดขายน้ำและบำบัดน้ำเสียรวมที่ 166 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณยอดขายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม 8 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโตจากปีที่ผ่านมาถึง 25% โดยโครงการที่ประสบความสำเร็จคือ โครงการซื้อ-ขายน้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูงกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)(GC) ปริมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี สำหรับปี 2568 ในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายตัวตามการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม โดยการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในการหาแหล่งน้ำดิบอย่างต่อเนื่อง ขยายการผลิตน้ำที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value-Added Water) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พร้อมหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจในพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรม WHA รวมไปถึงการเข้าร่วมโครงการสาธารณูปโภคน้ำประปาและน้ำเสียในพื้นที่ใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายที่จะทำสัญญาซื้อ-ขายน้ำกับการประปาส่วนภูมิภาค ปริมาณสูงสุด 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี นอกจากนี้ยังคงเดินหน้าพัฒนา Smart Water Solutions  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ ลดต้นทุน และลดน้ำสูญเสีย สำหรับเวียดนาม    บริษัทฯ วางแผนขยายธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสียเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม และใช้ความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ในการพัฒนาประสิทธิภาพโครงการสาธารณูปโภคด้านน้ำที่ได้เข้าไปลงทุน           โดยในปีนี้ ได้ตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมที่ประมาณ 173 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นภายในประเทศประมาณ 132 ล้านลูกบาศก์เมตร และในเวียดนามประมาณ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม โดยตั้งเป้าที่ประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนปัญหาการคลาดแคลนน้ำ WHA มองว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราได้วางแผนการจัดการได้ดี และร่วมวางแผนกับรัฐบาลเพื่อบริหารจัดการน้ำสำหรับภาคธุรกิจ มองว่าไม่มีปัญหากระทบสำหรับประเทศไทย          5. ธุรกิจไฟฟ้า: ในปี 2567 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้ว 965 เมกะวัตต์ ซึ่งมาจากพลังงานสะอาดทั้งหมด 437 เมกะวัตต์ สำหรับปี 2568 บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในไทยและนอกประเทศ โดยในไทยมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการโซลาร์รูฟท็อป โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in-Tariff และโครงการ Direct PPA เป็นต้น สำหรับประเทศเวียดนาม บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการศึกษาและพัฒนาโครงการไมโครกริด ที่นิคมเขตอุตสาหกรรม WHA Smart Technology Zone 1 ในจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เฟส 1 ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2569 และมุ่งเน้นต่อยอดการขยายธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปอีกด้วย           นอกจากนี้  บริษัทฯ ยังดำเนินการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันพลังงานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ แพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) และการซื้อขายใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (I-REC) รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve เช่น เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) เป็นต้น พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วเป็น 1,185 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมาจากพลังงานหมุนเวียน 657 เมกะวัตต์           6. ธุรกิจดิจิทัล:ในปี 2567 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการยกระดับองค์กรในทุกมิติ บรรลุเป้าหมายการเป็น Technology Company และผลักดันอย่างต่อเนื่องเพื่อการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) จากการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรในด้านนวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และการทำโครงการ Digital Transformation ต่างๆ ตลอดช่วงเวลา 3 - 4 ปี         ที่ผ่านมา สำหรับปี 2568 WHA Digital ยังคงเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจต่างๆ ใน WHA Group  ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น Artificial Intelligence, Internet-of-Thing โดยในปัจจุบันมีโครงการ AI Transformation ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 12 โครงการ ได้แก่ Drone Inspection Solution และ IoX Platform for Solar อีกทั้ง WHA Digital พร้อมหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม ได้แก่ โมบิลิกส์ แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ โดยได้ตั้งเป้าหมายสำหรับยอดการใช้งานโมบิลิกส์ แพลตฟอร์มที่ประมาณ 900 คัน ภายในปี 2568 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6,000 คัน ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายในการพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่พร้อมให้บริการภายใน WHA Group ภายในปี 2568           WHA Group ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2572 อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าให้บริการประมาณ 20,000 คัน  การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประมาณ 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 683,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี การลดการใช้น้ำจากธรรมชาติลงประมาณ 25,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี เทียบเท่ากับปริมาณการใช้น้ำของภาคครัวเรือนกว่า 685,000 คน และการจัดการขยะแบบ Zero Waste ที่จะไม่มีการฝังกลบหรือเผาทำลาย เพื่อขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง           บทพิสูจน์ความสำเร็จของ WHA Group ในปี 2567 ที่ผ่านมา เห็นได้จากรางวัลต่าง ๆ เช่น รางวัล  Best Sustainability Awards ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence  จากงาน SET Awards 2024 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับสูงสุด “AAA” รางวัลนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Estate) จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 และรางวัล HR Asia: Sustainable Workplace Awards จาก HR Asia เป็นต้น

[Vision Exclusive] WHA ดาต้าเซ็นเตอร์ดีลซื้อที่ ปรับราคาขายที่ดินขึ้น 10-20%

[Vision Exclusive] WHA ดาต้าเซ็นเตอร์ดีลซื้อที่ ปรับราคาขายที่ดินขึ้น 10-20%

           หุ้นวิชั่น -  WHA ย้ำความร้อนแรงของนิคมอุตสาหกรรม ดึงดูดนักลงทุนระดับโลก ลูกค้าเจรจาซื้อที่ดินต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ที่เป็น ไฮเปอร์สเกลเลอร์ มีดีลกว่า 10 ราย พร้อมชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า มีทั้งจีน ใต้หวัน สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่นเป็นต้น ตุนที่ดินในมือรอขายกว่า 10,000 ไร่ เดือนม.ค. 68 นี้ จ่ออัพราคาขายที่ดินกว่า 10-20% พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เจรจากับภาครัฐในการบริหารจัดการน้ำ รองรับการลงทุนอย่างยั่งยืน            นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ เช่น จีน ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งมองว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐที่ส่งเสริมการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ            ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจในขณะนี้ ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึง อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาเจรจาซื้อที่ดิน โดยปัจจุบัน WHA มีการเจรจากับลูกค้ากว่า 10 ราย และลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ไปแล้วหลายราย            กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็น ไฮเปอร์สเกลเลอร์ (Hyperscaler) หรือองค์กรที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีในขนาดใหญ่ โดยมีความต้องการที่ดินขนาด 300-400 ไร่ต่อราย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วง 4-5 ปีก่อน ที่ลูกค้าต้องการที่ดินเพียง 30-40 ไร่ต่อราย สะท้อนความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย            นางสาวจรีพรกล่าวเพิ่มเติมว่า ความต้องการที่ดินขนาดใหญ่จากนักลงทุนในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และไฮเปอร์สเกลเลอร์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีในภูมิภาค พร้อมช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งประเทศไทยยังมีความก้าวหน้าในด้านดิจิทัลอย่างมาก โดยมีการใช้งานไอทีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตของอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในภาคเทคโนโลยีของประเทศ            นอกจากนี้ ปัจจัยด้านน้ำถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนิคมอุตสาหกรรม ทั้งในกระบวนการผลิตและการดำเนินงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไอทีที่มีความต้องการใช้น้ำในปริมาณมาก ปัจจุบัน WHA ได้มีการเจรจากับภาครัฐในการบริหารจัดการแหล่งน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่านิคมอุตสาหกรรมสามารถรองรับความต้องการน้ำในทุกอุตสาหกรรมได้อย่างเพียงพอและยั่งยืน ทั้งนี้ ความร่วมมือจากภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการวางแผนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อรองรับการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมในระยะยาว            อย่างไรก็ดี บริษัทจะมีการแถลงแผนธุรกิจ และเป้าหมายการเติบโตของปี 2568 รวมไปถึงเป้าหมายการขายที่ดินด้วย ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2568 นี้            บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุถึง WHA ว่า WHA ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Bank of China (Thailand) ซึ่งเป็นสาขาของธนาคารชั้นนำของประเทศจีน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA ในพื้นที่ EEC และสระบุรี โดยธนาคารแห่งประเทศจีนจะให้บริการคำปรึกษาทางการเงินและการลงทุน และนำเสนอบริการทางการเงินแบบครบวงจรแก่นักลงทุนชาวจีน            การพัฒนาเชิงบวกเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า WHA จะมีอุปทานใหม่และทำเลใหม่พร้อมขายในปีนี้และปีหน้า ซึ่งจะสนับสนุนประมาณการยอดขายที่ดิน 2,500 ไร่ของเราในปีนี้ บริษัทฯ ขายที่ดินใน WHA Industrial Zone 1 (Phase 1 และ 2) แล้ว 58% และไม่มีที่ดินผืนใหญ่สำหรับขาย เราคาดว่า WHA จะขายที่ดินได้ 2,500+ ไร่ในปี 2024 ซึ่งรวมที่ดินกว่า 100 ไร่ในเวียดนามด้วย            ดังนั้น อุปทานใหม่จาก WHA Industrial Zone 2 – Nghe An (Phase 1) ซึ่งจะทำให้บริษัทมีที่ดินผืนใหญ่พร้อมขาย และ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 – Thanh Hoa (Phase 1) จะช่วยสนับสนุนยอดขายที่ดินในปีนี้และการโอนในปีหน้า การสนับสนุนบริการทางการเงินแบบครบวงจรจาก Bank of China (Thailand) จะช่วยอำนวยความสะดวกและดึงดูดนักลงทุนชาวจีนให้ลงทุนในนิคมของ WHA มากขึ้น รายงานโดย : นางสาวณัฏฐ์ชญา ปุริมปรัชญ์ภัทร บรรณาธิการข่าว Hoonvision

WHA คาดยอดขายที่ดินหนุนปี 68 แกร่ง อานิสงส์ย้ายฐานการผลิต - Data Center เป้า 6.6 บ.

WHA คาดยอดขายที่ดินหนุนปี 68 แกร่ง อานิสงส์ย้ายฐานการผลิต - Data Center เป้า 6.6 บ.

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาด WHA จะมีกำไร 4Q67F กลับมาเพิ่มขึ้น QoQ หนุนโดยยอดโอนที่ดินเพิ่มขึ้นจาก Backlog ระดับสูง GPM เพิ่มขึ้น และกำไรจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHAIR           แนวโน้มปีหน้ายังแข็งแกร่ง ตามยอดขายที่ดินที่ได้แรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตและกลุ่มลูกค้า Data Center การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ตามการเพิ่มพื้นที่ให้เช่าใหม่และปรับขึ้นค่าเช่า และ WHAUP ตามความต้องการเพิ่มขึ้นของลูกค้านิคมฯ           แนวรับ = 5.05/5.1 แนวต้าน = 5.3/5.4           WHA | ซื้อ | TP=6.6 บ.

WHA เช็กปัจจัยบวกแน่น! โบรกแนะ ซื้อ เป้า 6.40 บ.

WHA เช็กปัจจัยบวกแน่น! โบรกแนะ ซื้อ เป้า 6.40 บ.

          หุ้นวิชั่น - บล.เคจีไอ ส่องหุ้น WHA จะได้รับการสนับสนุนจาก Bank of China (Thailand) เพื่อให้บริการทางการเงินแบบครบวงจรแก่นักลงทุนชาวจีนในประเทศไทย บริษัทฯ ได้รับ IRC จำนวน 2 โครงการสำหรับ WHA Industrial Zone 2 – Nghe An (phase 1) และ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 Phase 1 ใน Thanh Hoa รวมพื้นที่ 361.5 เฮกตาร์/2,259 ไร่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายที่ดินในปีนี้และการโอนในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีโครงการเพิ่มเติมอีก 4 โครงการใน Thanh Hoa ได้แก่ WHA Smart Technology Industrial Zone 2, Long Duy Giang Industrial Zone, Long Cong Thanh Industrial Zone และ Logistics Service Zone พื้นที่ทั้งหมด 950-1,050 เฮกตาร์ / 5,938-6,563 ไร่ โครงการเหล่านี้จะสนับสนุนยอดขาย ที่ดินให้บรรลุเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ที่2,500 ไร่ในปีนี้ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท การพัฒนาเชิงบวกเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า WHA จะมีอุปทานใหม่และทำเลใหม่พร้อมขายในปีนี้และปีหน้า ซึ่งจะสนับสนุนประมาณการยอดขายที่ดิน 2,500 ไร่ของฝ่ายวิจัยในปีนี้ บริษัทฯ ขายที่ดินใน WHA Industrial Zone 1 (Phase 1 และ2)แล้ว 58% และไม่มีที่ดินผืนใหญ่สำหรับขาย ฝ่ายวิจัยมองว่า WHA จะขายที่ดินได้ได้ 2,500+ ไร่ในปี 2024 ซึ่งรวม 100+ ไร่ในเวียดนามด้วย ดังนั้นอุปทานใหม่จาก WHA Industrial Zone 2 - Nghe

WHA รุกเพิ่มลงทุนเวียดนาม ธุรกิจโตควบคู่สังคมยั่งยืน

WHA รุกเพิ่มลงทุนเวียดนาม ธุรกิจโตควบคู่สังคมยั่งยืน

          บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(WHA Group) ผู้นำธุรกิจด้านการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัล โซลูชัน เดินหน้าแผนขยายการลงทุนในประเทศเวียดนามอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับกระแสการย้ายฐานการลงทุนและฐานการผลิตที่ดึงดูดการลงทุนสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากหลายภาคอุตสาหกรรมที่มองหาโอกาสในระยะยาว พร้อมกับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมตามพันธกิจ WHA: WE SHAPE THE FUTURE โดยมุ่งเน้นสร้างอนาคตที่ยั่งยืน           คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า WHA Group มีความคืบหน้าสำคัญพร้อมยืนยันแผนการพัฒนาโครงการลงทุนในประเทศเวียดนามใน 2 จังหวัด ได้แก่ เหงะอาน (Nghe An) และทัญฮว้า (Thanh Hoa)           โครงการลงทุนในจังหวัดเหงะอาน บริษัทฯ ได้มีการลงทุนผ่าน WHA Vietnam ขยายพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรม WHA Industrial Zone 2 – Nghe An (Phase 1) โครงการใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่ 183 เฮกตาร์ (1,144 ไร่) เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนซึ่งมองเห็นว่าจังหวัดเหงะอานเป็นศูนย์กลางการผลิตที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อรวมกับโครงการนี้ WHA Group จะมีการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดเหงะอานเป็นจำนวนทั้งสิ้น 680 เฮกตาร์ (4,250 ไร่) และยังมีแผนขยายพื้นที่เพิ่มเติมในอนาคต เขตอุตสาหกรรม WHA Industrial Zone 2 – Nghe An ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้เมืองวิญห์ (Vinh City) เชื่อมต่อกับเครือข่ายคมนาคมสำคัญ เช่น ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายใหม่เหนือ-ใต้ของประเทศเวียดนาม CT01 (Vietnam New North-South Expressway) ถนนหลวงสายหลัก Asian Highway 1 และ Highway 7C ท่าเรือกัวลอ (Cualo) และสนามบินนานาชาติวิญห์ ทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างสะดวกสบายในการเดินทางและขนส่งสินค้า อีกทั้งมีความพร้อมด้านแรงงานคุณภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรคมนาคม ยานยนต์ บรรจุภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม WHA Group ได้สนับสนุนชุมชนผู้ด้อยโอกาส โดยได้ร่วมมือกับสำนักงานเขตเศรษฐกิจดงนาม (Dong Nam Economic Zone Authority) มอบเงินจำนวน 300 ล้านเวียดนามดอง เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างบ้านที่มั่นคงและปลอดภัยสำหรับครอบครัวผู้ด้อยโอกาสในอำเภอนงีล็อก (Nghi Loc) เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ ยังได้มอบชุดของขวัญเทศกาลตรุษจีน มูลค่ากว่า 200 ล้านเวียดนามดองให้กับครอบครัวที่ขาดแคลน เพื่อสร้างความสุขในช่วงปีใหม่ตามประเพณี และสนับสนุนความเป็นอยู่ของชุมชน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ WHA ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง           โครงการสำคัญในจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) ประกอบด้วยเขตอุตสาหกรรม WHA Smart Technology Zone 1 ขนาด 540 เฮกตาร์ (3,375 ไร่) โดยเฟส 1 ขนาด 178.5 เฮกตาร์ (1,116 ไร่) ได้รับใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน (IRC) ตามกฏหมายการลงทุนในประเทศเวียดนามเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนภายในกลางปี 2568 และเขตอุตสาหกรรม WHA Smart Technology Zone 2 ขนาด 174.9 เฮกตาร์ (1,093 ไร่) ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุมัติ พร้อมนี้ยังได้มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการประชาชนประจำจังหวัดทัญฮว้า (People’s Committee of Thanh Hoa Province) ในการพัฒนาโครงการเพิ่มเติมในเขตเทียวฮวา (Thieu Hoa) ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรม Long Duy Giang ขนาด 300-400 เฮกตาร์ (1,875-2,500 ไร่) นิคมอุตสาหกรรม Long Cong Thanh ขนาด 300 เฮกตาร์ (1,875 ไร่) และโครงการโลจิสติกส์ ขนาด 50 เฮกตาร์ (313 ไร่) พร้อมกันนี้ WHA Group ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมพร้อมมอบเงินจำนวน 500 ล้านเวียดนามดอง ให้แก่เขตฮวางฮวา (Hoang Hoa) และเขตเทียวฮวา (Thieu Hoa) เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างบ้านให้กับครอบครัวผู้ด้อยโอกาส สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น           ปัจจุบัน WHA Group มีลูกค้ามากกว่า 1,000 รายทั่วโลก และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการในเวียดนามให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอุตสาหกรรมชั้นนำของภูมิภาค พร้อมส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการริเริ่มด้านพลังงานหมุนเวียน และการพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน สอดคล้องกับพันธกิจ WHA: WE SHAPE THE FUTURE ในการร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วนต่อไป [PR News]

WHA ขานรับ Data Center  กำไรแกร่ง เป้า 6.60 บ.

WHA ขานรับ Data Center กำไรแกร่ง เป้า 6.60 บ.

          หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  คาด WHA กำไร 4Q67F กลับมาเพิ่มขึ้น QoQ หนุนโดยยอดโอนที่ดินเพิ่มขึ้นจาก Backlog ระดับสูง GPM เพิ่มขึ้น และกำไรจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHAIR           แนวโน้มปีหน้ายังแข็งแกร่ง ตามยอดขายที่ดินที่ได้แรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตและกลุ่มลูกค้า Data Center การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ตามการเพิ่มพื้นที่ให้เช่าใหม่และปรับขึ้นค่าเช่า และ WHAUP ตามความต้องการเพิ่มขึ้นของลูกค้านิคมฯ           แนวรับ=5.4/5.45 แนวต้าน=5.7/5.8           WHA | ซื้อ | TP=6.6 บ.

WHA ผลงานขยายตัวแรง ยอดรอโอน 1,259 ไร่

WHA ผลงานขยายตัวแรง ยอดรอโอน 1,259 ไร่

 หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุถึง WHA ว่า คาดแนวโน้มผลประกอบการ 4Q67F คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง QoQ โดยคาดว่าจะเห็นยอดขายที่ดินเร่งตัวขึ้นและอาจเกินเป้าหมายทั้งปีที่ 2,500 ไร่ (เทียบกับ 9M67 ที่ 1,791 ไร่) ดังนี้ 1. **Backlog รอโอนกว่า 1,259 ไร่** ซึ่งมียอดขายที่ดินให้กับ Google ราว 400 ไร่ 2. ลูกค้าเริ่มย้ายฐานการผลิตเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของทรัมป์ 3. รับรู้ที่ดินร่วมทุนกับ WHAIER เฟส 2 4. รับรู้รายได้จากสิทธิการให้เช่าทรัพย์สินแก่ WHAIR โดยภาพรวมคาดว่าแนวโน้ม GPM รวมของงวดนี้จะปรับตัวดีขึ้นจาก 3Q ที่ 48.5% สู่ระดับ 49-50% รวมถึงแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าหนุนการบันทึกกำไรจาก FX ด้าน Bloomberg Consensus ประเมินกำไรสุทธิ 4Q67F เท่ากับ 1.42 พันล้านบาท +150% QoQ, -28% YoY ส่วนภาพทั้งปี 67-68F เท่ากับ 4.85 พันล้านบาท +24.5% YoY และ 5.62 พันล้านบาท +15.3% YoY โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยเท่ากับ 6.43 บาท ซึ่งราคาในปัจจุบันซื้อขายบน FWD PE 12m เท่ากับ 14.5 เท่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 12.7 เท่า มองว่าเหมาะสมเพราะได้สะท้อนความเป็นผู้นำของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่มีที่ดินจำนวนมากและรับ sentiment เชิงบวกจากกระแส

WHA ย้ำศักยภาพนิคมฯ ไทย ลุยกรีนโลจิสติกส์-อุตสาหกรรมใหม่ปี 68

WHA ย้ำศักยภาพนิคมฯ ไทย ลุยกรีนโลจิสติกส์-อุตสาหกรรมใหม่ปี 68

          หุ้นวิชั่น-WHA ย้ำไทยยังเนื้อหอม ชูจุดเด่นโครงสร้างพื้นฐานครบครัน แรงงานฝีมือ และซัพพลายเชนแข็งแกร่ง ดันยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมพุ่งกว่า 2,500 ไร่ในปีนี้ พร้อมลุยพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ อาทิ EV และดาต้าเซ็นเตอร์ เดินหน้าผลักดันกรีนโลจิสติกส์ ยกระดับ ESG รับมือเมกะเทรนด์และดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกในปี 2568          นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ปิดเผยว่าภาพรวมธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมไทยก็มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง หากเปรียบเทียบยประเทศไทยและเวียดนามถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในด้านนิคมอุตสาหกรรม แต่ต่างก็มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าคนละกลุ่ม โดยประเทศไทยมีความได้เปรียบในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำ ไฟฟ้า ขนส่ง โทรคมนาคม รวมถึงระบบซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง ตลอดจนแรงงานฝีมือ (Skill Labor) ที่ได้รับการยอมรับ อีกทั้งกฎเกณฑ์ทางกฎหมายยังมีความมั่นคงและเสถียรภาพ ในขณะเดียวกัน เวียดนามมีจุดเด่นในเรื่องของแรงงานที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมต้นทุนต่ำ จึงจับกลุ่มลูกค้าต่างกลุ่มกัน อุตสาหกรรมที่ได้รับความนิยมมาลงทึนในไทย ได้แก่ ยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของฐานอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ขยายฐานอุตสาหกรรมใหม่: โอกาสการเติบโตในไทย          ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ต้อนรับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมและศักยภาพในการรองรับการลงทุนใหม่ๆ ด้านราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่ม WHA Corporation มีการขายที่ดินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากก่อนช่วงโควิด-19 ที่ขายได้ประมาณ 1,000 ไร่ หรือมีการเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เพื่อรองรับดีมานด์จากนักลงทุนหลากหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น และยุโรป โครงสร้างธุรกิจ WHA และเป้าหมายการเติบโต          WHA Corporation มีโครงสร้างธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจโลจิสติกส์: ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 ล้านตารางเมตร 2. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม: ดำเนินงานในนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 12 แห่ง 3. ธุรกิจน้ำและไฟฟ้า: มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเกือบ 1,000 เมกะวัตต์ 4. ธุรกิจดิจิทัล: มุ่งเน้นนำ AI มาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสรายได้ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล          รายได้ของ WHA แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ รายได้จากการขาย และรายได้ประจำ โดยสัดส่วนอยู่ที่ 50:50 แต่ในบางช่วงรายได้จากการขายที่ดินอาจสูงขึ้นตามยอดขายที่ดินที่เพิ่มขึ้น ผลประกอบการและทิศทางอนาคต          ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ธุรกิจโลจิสติกส์มีการเติบโตต่อเนื่อง และยอดขายที่ดินปีนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 ไร่ ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง          สำหรับปี 2568 บริษัทคาดการณ์ว่าภาพรวมจะดีต่อเนื่อง พร้อมผลักดันแนวคิดกรีนโลจิสติกส์ (Green Logistics) และยกระดับมาตรฐาน ESG ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก

โบรกแนะหุ้นอะไร?  หลัง กนง. คงอัตราดอกเบี้ย 2.25% 

โบรกแนะหุ้นอะไร? หลัง กนง. คงอัตราดอกเบี้ย 2.25% 

          หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.เอเซีย พลัส เผยแม้ FED จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ตามคาด แต่มุมมองที่ดูระมัดระวังมากขึ้นในการปรับลดดอกเบี้ยทำให้ FEDWATCH TOOL แสดงถึงโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยปี 2568 มีเพียง 2 ครั้ง ส่งผลทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐซึ่งมี VALUATION ที่แพงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมีแรงขายทำกำไรออกมา โดยดัชนีราคาหุ้นหลักปรับลดตั้งแต่ 2.58% จนถึง 3.6% และ หนุนให้ BOND YIELD ปรับสูงขึ้น           กลับมาที่บ้านเรา กนง. วานนี้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ตามคาด แต่เริ่มสะท้อนมุมมองเชิงกังวลต่อภาพเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี 2568 ซึ่งหากมีสัญญาณไม่ดีก็พร้อมจะพิจารณาดอกเบี้ย โดยภาพรวมเชื่อว่าจากนี้ไป ดอกเบี้ยจะอยู่ในภาวะลงช้าและลงน้อย ส่วนเรื่องอื่นที่อยู่ในความสนใจคือ การเมืองในประเทศที่คาดว่าจะมีแนวโน้มร้อนแรงขึ้นตามลำดับ ในปี 2568 ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับลงแรง น่าจะส่ง SENTIMENT เชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยในเช้าวันนี้ ในทาง TECHNICAL ดูแนวรับแรกที่ 1390 จุด ถัดไปที่ 1384 จุด แนวต้าน 1410 จุด TOP PICK เลือก CK, PTTGC และ WHA

“โครงการ WeCYCLE” ผนึกความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

“โครงการ WeCYCLE” ผนึกความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

          บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) ผนึกกำลังกับองค์กรชั้นนำ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) และบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) จัดกิจกรรม “WE CYCLE DAY 2024” ภายใต้โครงการ WeCYCLE ด้วยการจัดการและสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ ได้แก่ ขวดพลาสติก กระดาษ และน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ในรูปแบบของการรีไซเคิล (Recycling) และอัพไซเคิล (Upcycling) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมตอบโจทย์การดำเนินงานตามเป้าหมายนำองค์กรสู่ Net Zero ลดภาวะโลกร้อนภายในปี 2050 และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนพื้นที่คลังสินค้า นิคมอุตสาหกรรมของ WHA ด้วยความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนทั้งต่อชุมชน และเศรษฐกิจ เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีการมอบเกียรติบัตร WeCYCLE และโล่รางวัล WeCYCLE ให้พันธมิตรที่มีผลงานโดดเด่น และการแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ Upcycling เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน ณ ห้อง Convention Hall พัฒนากอล์ฟ สปอร์ต รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี           กิจกรรม WeCYCLE DAY 2024 ภายใต้โครงการ WeCYCLE จัดตั้งในปี 2565 จนถึงปี 2567 นับเป็นการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน เพื่อยกระดับความตระหนักรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งได้รับบริจาควัสดุใช้แล้วจากสมาชิกโครงการ ได้แก่ ขวดพลาสติกใช้แล้ว เป็นจำนวน 58 ตัน กระดาษใช้แล้ว 67 ตัน น้ำมันทอดใช้แล้ว 1.1 ตัน จากปริมาณวัสดุใช้แล้วทั้งหมดเทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ GHG ของปริมาณขยะฝังกลบ จำนวน 259 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 28,700 ต้น ภายใต้โครงการ WeCYCLE มีการนำไปผลิตผลิตภัณฑ์อัพไซเคิล ได้แก่ ชุดต้นไม้และเบาะนั่งอ่านหนังสือแห่งการเรียนรู้ ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล และผ้าอัพไซเคิลที่ทอจากขวดพลาสติกใช้แล้วและเส้นใยผักตบชวา เพื่อมอบให้กับโรงเรียนรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ กระเป๋าผ้าอัพไซเคิลปันสุข ผลิตจากผ้าอัพไซเคิลที่ทอจากขวดพลาสติกใช้แล้วและเส้นใยผักตบชวา นำมาทำเป็นกระเป๋าผ้าใส่สิ่งของจำเป็นเพื่อมอบให้กับผู้ป่วยยากไร้และกลุ่มเปราะบางรอบนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ผ้าปูเตียงผู้ป่วยผลิตจากขวดพลาสติกใช้แล้วผสมสารฆ่าไวรัส เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลรอบนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ และเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน ตอบโจทย์พลังงานสะอาดจากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว           ความสำเร็จของโครงการ WeCYCLE ในปี 2567 นี้ เกิดจากความร่วมมือของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) และพันธมิตรที่เข้มแข็ง ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) และบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) รวมถึงความร่วมมือจากลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมาโครงการ หน่วยงานส่วนท้องถิ่น โรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โดย WHA จะใช้รถกระบะไฟฟ้าตอบโจทย์การลดปริมาณการผลิตก๊าซ CO2 เพื่อเข้าไปรับขวดพลาสติก กระดาษ และน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากสมาชิกที่ร่วมโครงการ เพื่อรวบรวมไว้ยังศูนย์ WeCYCLE ของ WHA ก่อนให้รถ YOUเทิร์น ของ GC เข้ามารับขวดพลาสติก รถของ SCGP เข้ามารับกระดาษ และรถของบริษัท BGCP มารับน้ำมันทอด เพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และอัพไซเคิล และนำไปเป็นประโยชน์เพื่อสังคม ชุมชม และตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

WHA จัดตั้งบริษัทย่อยเวียดนาม ลุยโครงการนิคมอุตสาหกรรม

WHA จัดตั้งบริษัทย่อยเวียดนาม ลุยโครงการนิคมอุตสาหกรรม

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) ขอเรียนให้ทราบว่า WHA Industrial Development 2 (SG) Pte. Ltd. (“WHA IDSG2”) (บริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ที่บริษัทถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)) ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ขึ้นในประเทศเวียดนามเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 สรุปสาระสำคัญของบริษัทย่อยแห่งใหม่มีดังนี้ ชื่อบริษทั WHA Industrial Zone Thanh Hoa Joint Stock Company วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม WHA (WHA Industrial Zone) ในจังหวัด Thanh Hoa ประเทศเวียดนาม ทุนจดทะเบียน 216,000,000,000 เวียดนามดอง (VND) สัดส่วนการถือหุ้น WHA IDSG2 ถือหุ้นประมาณร้อยละ 99.9 แหล่งที่มาของเงินลงทุน เงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

FDI หนุนนิคมอุตสาหกรรม โบรกแนะซื้อ AMATA และ WHA

FDI หนุนนิคมอุตสาหกรรม โบรกแนะซื้อ AMATA และ WHA

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล. เคจีไอ ระบุ AMATA และ WHA มีผลการดำเนินงาน 9M67 ที่โดดเด่นในด้านยอดขายที่ดินแข็งแกร่ง (+18% YoY) การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนิคม ฯ (+57% YoY) และกำไร (+42 YoY) โดยปกติธุรกิจไตรมาสที่สี่เป็นช่วงพีคสุดของปี ดังนั้นคาดผลการดำเนินงานเข้าสู่ช่วงที่แข็งแกร่ง ขณะที่ ประมาณการของเราค่อนข้างอนุรักษ์นิยม โดยคาดยอดขายที่ดินปี 2568F ทรงตัว แต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนิคม ฯ น่าจะยังคงแข็งแกร่งด้วยอัตราการเติบโตรายปีเป็นเลขสิบกลาง ๆ ช่วงปี 2567F-68F เนื่องจากมียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (backlog) จำนวนมากรอรับรู้เป็นรายได้ในปีถัดไป อย่างไรก็ดี เราคาด upside น่าจะมาจากการฟื้นตัวของยอดขายที่ดินนิคม ฯ จากเวียดนามหลังจากที่มีผู้นำรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารแล้ว ในท่ามกลางกระแสการลงทุนที่เป็นใจและอัตราการเติบโตกำไรดี เราแนะนำซื้อทั้ง AMATA และ WHA ประเมินราคาเป้าหมาย SOTP ที่ 34.00 บาทและ 6.60 บาท ตามลำดับ การยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง          การยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI พุ่งขึ้น 42% YoY อยู่ที่ 7.22 แสนล้านบาทในช่วง 9M67 เทียบกับค่าเฉลี่ย 28% ต่อปีในช่วง 2564-66 โดยที่ อุตสาหกรรมลำดับต้น ๆ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีดิจิทัล ขณะที่ นักลงทุนกลุ่มหลัก ๆ มาจากประเทศที่พูดภาษาจีนสื่อสาร อย่างเช่น จีน สิงคโปร์ และฮ่องกง ยอดขายและโอนที่ดินแข็งแกร่งจนถึงปัจจุบัน          ยอดขายที่ดินนิคม ฯ ของ Amata Corp (AMATA.BK, AMATA TB)* ถึงเป้าหมายปีนี้ไปแล้วที่ 2.018 พันไร่ (+68% YoY) ในช่วง 9M67 โดยปัจจุบัน ฝ่ายบริหารคาดยอดขายที่ดินทั้งปี 2567F จะอยู่ที่ 2.500 พันไร่ต่อปี ขณะที่ ยอดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนิคม ฯ ของ AMATA เติบโตถึง 58% YoY ในช่วง 9M67 ส่วน WHA Group (WHA.BK, WHA TB)* มียอดขายที่ดินสูงเกือบ 1.800 ไร่ในช่วง 9M67 และยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 1.570 พันไร่ (+56% YoY) ทั้งนี้ ยอดขายและโอนที่ดินนิคม ฯ รวมใน 9M67 เติบโต 18% และ 57% YoY ตามลำดับ เราคาดยอดขายที่ดินปี 2568F ทรงตัวแต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินน่าจะยังแข็งแกร่งต่อ          เราประเมินยอดขายที่ดินนิคม ฯ ในปี 2567F-68F ที่ 2.50 พันไร่ต่อปีสำหรับ AMATA และ 2.50-2.60 พันไร่ต่อปีสำหรับ WHA โดยที่ upside น่าจะมาจากการฟื้นตัวของยอดขายที่ดินนิคม ฯ จากเวียดนามหลังจากที่ผู้นำของเวียดนามและสหรัฐอเมริกาได้รับการเลือกแล้ว ส่วนยอดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรวมอาจโต 14% ในปี 2567F และ 12% ในปี 2568 เนื่องจากมี backlog อยู่สูงมาก อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะขายสินทรัพย์เข้า REITs มากขึ้น หรือเอาบริษัทฯลูกเข้าตลาดในปีหน้า ในขณะที่ backlog ของ AMATA อยู่ที่ 1.96 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 50% จะถูกบันทึกในปี 2568F) ส่วน WHA มี backlog ที่ 1.259 พันไร่ (ราว 4-5 พันล้านบาท) พร้อมอีก 904 ไร่อยู่ระหว่างทำหนังสือแสดงเจตจำนง (Letters of intent) กรณีนี้น่าจะทำให้อัตราการเติบโตกำไรรวมเป็นเลขสองหลักที่ 18-20% ต่อปีในช่วงปี 2567F-68F เร่งการลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่ ๆ          AMATA อยู่ระหว่างพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่ 2 แห่งที่เพิ่งได้ซื้อมา ได้แก่ อมตะซิตี้ ระยอง 2 (หนองละลอก) พื้นที่ 1.547 พันไร่ และ อมตะซิตี้ ชลบุรี 2 (บ้านบึง) พื้นที่ 2.213 พันไร่ (ขายได้แล้ว 40%) นอกจากนี้ AMATA วางแผนที่จะเริ่มพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่แขวง Namor ในสปป.ลาว โดยเน้นลูกค้าหลักชาวจีน ทางด้าน WHA กำลังพัฒนา 6 นิคม ฯ โดยมีพื้นที่รวม 9.19 พันไร่ (6.79 พันไร่อยู่ในพื้นที่ EEC) ส่วนที่เวียดนาม WHA มีนิคม ฯ ในจังหวัด เหงะอาน (Nghe An) และอีก 3 แห่ง (2 แห่งในจังหวัด ทัญฮว้า (Thanh Hoa) และ 1 แห่งในจังหวัดกว่างนาม (Quang Nam)) ที่จะเปิดตัวในปีหน้า ทั้งนี้ บริษัทฯ แต่ละรายตั้งเป้าที่จะใช้จ่ายราว 5-6 พันล้านบาทต่อปีเพื่อการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในอีก5ปีข้างหน้า กำไรรวม 9M67 โตถึง 42% YoY          กำไรรวม 3Q67 ที่ลดลง 19% เนื่องจากบริษัทย่อยของ WHA มีผลการดำเนินงานอ่อนแอคือ WHA Utilities & Power (WHAUP.BK, WHAUP TB) ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและอีกทั้งมีต้นทุนภาษีพิเศษ สวนทางกับ AMATA ที่รายงานการฟื้นตัวแข็งแกร่งใน 3Q67 จากฐานต่ำ อย่างไรก็ดี รายได้และกำไรใน 9M67 เติบโตแข็งแกร่ง 25% YoY และ 42% YoY ตามลำดับ สอดคล้องกับการโอนที่ดินพุ่งขึ้น 57% YoY ในระหว่างสองบริษัทดังกล่าวข้างต้น WHA รายงานกำไรสุทธิแข็งแกร่งขึ้น 55% YoY เป็นเพราะยอดโอนที่ดินมากขึ้นด้วยอัตรากำไรที่สูงขึ้น ในขณะที่ไตรมาส 4 โดยปกติเป็นไตรมาสที่พีคสุดของปี ดังนั้นเราคาดผลการดำเนินงานที่กำลังจะถึงนี้แข็งแกร่ง Valuation & Action          ท่ามกลางกระแสการลงทุนที่เป็นใจและอัตราการเติบโตกำไรดี เราแนะนำซื้อทั้ง AMATA และ WHA ประเมินราคาเป้าหมาย SOTP ที่ 34.00 บาทและ 6.60 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ เราคงให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มนี้ที่ “มากกว่าตลาด ฯ” (Overweight) Risks          ความรวดเร็วในอัตราการเติบโต GDP, การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสาธารณูปโภคและค่าแรงงานขั้นต่ำ, ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ความรวดเร็วในการโอนที่ดินนิคม ฯและเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI)

WHA  เผยวิสัยทัศน์สู่เส้นทางแห่งความยั่งยืน

WHA เผยวิสัยทัศน์สู่เส้นทางแห่งความยั่งยืน

          หุ้นวิชั่น - WHA Group เปิดบ้านเป็นครั้งแรกต้อนรับพันธมิตรและผู้สนใจในงาน WHA Open House 2024 ภายใต้ธีม "Explore - Discover - Shape the Future" เพื่อมาเดินทางสำรวจ ค้นพบ และร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมล้ำสมัยจาก 4 กลุ่มธุรกิจหลักของ WHA ได้แก่ โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลโซลูชัน พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการทดลองใช้งาน  Mobilix โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกของไทย ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญภายในงานนี้  เมื่อวันที่ 20-22 พฤศจิกายน  ที่ผ่านมา ที่ WHA Tower สำนักงานใหญ่ บางนา-ตราด กม. 7 งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจมากมาย มาร่วมแบ่งปันแนวคิด วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืน เริ่มต้นวันแรกด้วยจรีพร   จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “How We're Shaping a Sustainable Future” เผยเส้นทางการเติบโตของ WHA Group  ในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจหลักด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับการให้บริการที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ายิ่งขึ้น พร้อมภาพความสำเร็จในวันนี้ ด้วยพื้นที่คลังสินค้ากว่า 3,100,000 ตารางเมตร นิคมอุตสาหกรรมกว่า 78,000 ไร่ พร้อมตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ การพัฒนาบุคลากร การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าให้กับชุมชน โดยมีเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี 2029 และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต่อเนื่องมาในวันที่สองเป็นเวทีของ โมบิลิกส์ (Mobilix) และนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ เริ่มด้วยการบรรยายหัวข้อ “Mobilix: Driving Sustainable Supply Chains” โดยชัยรินทร์ เนติพีระพงศ์ Managing Director บริษัท โมบิลิกส์ จำกัด ที่มาเจาะลึกถึงโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ และโมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการขนส่ง พร้อมต่อยอดสู่การเสวนา “Pioneering Thailand's fully integrated green logistics solution” ร่วมกับอภิชาติ เพียรเจริญ กรรมการบริษัท King Gen ผู้ประกอบธุรกิจขนส่งสินค้า ซึ่งมาบอกเล่าประสบการณ์จริง และปัจจัยที่หันมาใช้บริการ Mobilix ในธุรกิจ ตลอดจนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร และชี้ให้เห็นโอกาสในการเติบโตของEV ในอุตสาหกรรมขนส่งในประเทศไทย ขณะที่ คณิสสร์ ศรีวชิระประภา Chairman of Executive Committee จาก Nexpoint มาร่วมเสริมเกี่ยวกับโอกาสและการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการ  EV Fleets เพื่อตอบโจทย์ สอดคล้องกับกระแสโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืนและการลดการปล่อยคาร์บอน และเชื่อมั่นว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่เนิ่นๆ จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และดึงดูดการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศ ในช่วงถัดมา ปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้มาบรรยายในหัวข้อ “Smart Eco-Industrial Estates: Shaping the Future of Industrial Development” เผยวิสัยทัศน์ของ WHA Groupในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะโดยผสานรวมแนวคิดริเริ่มสีเขียวหลากหลายรูปแบบตามกรอบของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาโซลูชันที่ยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ระบบโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค การสื่อสาร การใช้พลังงานและน้ำ จนถึงการจัดการของเสีย ตามด้วยการเสวนา "Driving Smart Eco-Industrial Estates Towards Sustainability: The Role of Government, Private Sector, and Innovation" ร่วมกับบุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการ สายงานพัฒนาที่ยั่งยืน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน ตอบโจทย์นักลงทุนที่ใส่ใจ ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล (ESG) ในส่วนของบรรยายพิเศษ นันท์ศิลป์ เจนวารินทร์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ดับบลิวเอชเอ ดิจิทัล จำกัด และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอในหัวข้อ “Powering Innovation and Transformation” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเพื่อรับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการสร้างนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ โดย WHA Group ได้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี 2560 และประสบความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มและโซลูชันต่างๆ เช่น WHAPPY, WHASApp, และโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืน ต่อด้วย ณัฐภัทร ธเนศวรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ และธุรกิจให้คำปรึกษา RISE  บรรยายในหัวข้อ “Corporate Innovation” โดยได้แบ่งปันแนวคิดและกรณีศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมองค์กร พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการปรับโครงสร้างองค์กร การสร้างแรงจูงใจ และการมองข้ามขอบเขตอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร ปิดท้ายด้วย ดิสพงศ์ พรชนกนาถ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ดับบลิวเอชเอ  คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในหัวข้อ “Pioneering Generation” เผยกลยุทธ์ของ WHA ในการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และการปลูกฝังค่านิยม เช่น ความเคารพ ความไว้วางใจ และการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ และในวันสุดท้าย เวทีเสวนาได้เจาะลึกถึง 3 ประเด็นสำคัญ เริ่มต้นด้วย “Innovations in Utilities and Renewable Energy: Collaborative Efforts for Sustainable Industrial Development” โดยสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอนโยบายและเป้าหมายของบริษัทในการมุ่งสู่ Net Zero ผ่านการใช้บริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค พลังงานหมุนเวียน การมองหาโอกาสสำหรับธุรกิจพลังงานทดแทนใหม่   โดยมี อัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์  พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเสริมรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภคสำหรับภาคอุตสาหกรรม การนำ AI มาใช้ในในการบริหารจัดการสาธารณูปโภคและพลังงาน การคาดการณ์ปริมาณการใช้พลังงาน และการตรวจจับความผิดปกติของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสีย ขณะที่ไพโรจน์ สัตยสัณห์สกุล กรรมการใน กนช. และกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำภาคอุตสาหกรรม ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ได้มาให้มุมมองเกี่ยวกับความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC และความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ปิดท้ายด้วย พิเชษฐ์ พรรณเชษฐ์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสาธารณูปโภค บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ที่มาเผยแนวทางของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในการใช้น้ำอย่างยั่งยืนและเตรียมรับภัยแล้ง เช่น ลดใช้น้ำ หาน้ำจากแหล่งอื่นรวมทั้งการร่วมมือกับ WHAUP ในการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่อย่างระบบ Reclaimed Water เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืนมากขึ้น ถัดมาเป็นเวที “ESG: Shape the Future with Sustainability Growth and Circularity ” โดย ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความยั่งยืนที่ธุรกิจต้องใส่ใจ และผลกระทบของกฎระเบียบใหม่ๆ เช่น EU Green Deal ต่อธุรกิจไทย ตามด้วยประสิทธิ์ ไวยาวัจมัย พาร์ทเนอร์และกรรมการ บริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด (ERM) ได้เน้นย้ำถึงความคาดหวังของนักลงทุนด้าน ESG และแนะนำกรอบการดำเนินงาน รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น EU Taxonomy และ EPR Law ด้านไกรลักขณ์ อัศวฉัตรโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้อธิบายถึงกลยุทธ์ความยั่งยืนของ WHA ตามแนวคิด "WHA Circular Innovation โดยให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Process Improvement) เช่น การปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน การนำวัสดุเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์  เป็นต้น และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เช่น ธุรกิจ Reclamation Water  Mobilix  และการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนขยะวัสดุเหลือใช้ในนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น  และ ณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เสริมว่า WHA ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างผลประกอบการและความยั่งยืน การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนแนวทางในการการลดคาร์บอน โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าระยะยาว และการลงทุนในด้านความยั่งยืนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และตอบสนองความต้องการของลูกค้า ปิดท้ายด้วยหัวข้อเสวนา “Co-Creating the Future: WHA's Mission for Sustainable Community Development” โดยรักษ์พล กังน้อย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการนิคมอุตสาหกรรม บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้อธิบายถึงกระบวนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยนุชนาถ กองสูงเนิน ผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) เสริมถึงบทบาทของ กนอ. ในการสนับสนุนความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ผ่านแนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ซึ่งครอบคลุม 5 มิติ คือ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม และกายภาพ ขณะที่ ประทีป จุฬาเลิศ รองผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษาภาคตะวันออก ได้นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมใน EEC และความร่วมมือกับ WHA ในโครงการ EEC Model Type A จากนั้น ในด้านของผู้แทนชุมชน พันจ่าเอกมนตรี ม่วงทำ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต. เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กล่าวถึงความร่วมมือกับ WHA พัฒนาชุมชนด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม เช่น สนับสนุนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จัดหาเครื่องมือแพทย์ พัฒนา อสม. และใช้นวัตกรรมแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม ส่วนวิไลวรรณ พรายเพชร ตัวแทนกลุ่มสัมมาชีพชุมชนบ้านชากมะหาด อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้มาบอกเล่าถึงประโยชน์ที่ชุมชนได้รับจาก WHA เช่น การจัดหาผักตบชวาเป็นวัตถุดิบผลิตสินค้า รับซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชน สนับสนุนทุนการศึกษา และพัฒนาหมู่บ้าน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ WHA ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน และการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง WHA Open House 2024: Explore – Discover – Shape the Future ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดบ้านโชว์ศักยภาพ แต่เป็นการจุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมไทย ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน งานนี้จึงเป็นมากกว่า Open House แต่เป็นการร่วมกันสร้างอนาคต “Shape the Future” ที่เราต้องการอย่างแท้จริง

KSS คาด SET วันนี้ “แกว่งขึ้น” ส่องต้าน 1470 จุด AOT, SCB, WHA เด่น

KSS คาด SET วันนี้ “แกว่งขึ้น” ส่องต้าน 1470 จุด AOT, SCB, WHA เด่น

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “แกว่งขึ้น” ต้าน 1463/1470 จุด รับ 1442/1436 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดสั้นๆ ดัชนีS&P500 ปิด +0.39%           กลุ่มพลังงานขยับขึ้นนำตลาด ราคาน้ำมันดีดเฉลี่ย 3.18% รับบ่อผลิตน้ำมันนอร์เวย์ Johan Sverdrup หยุดผลิต น้ำมัน (กำลังผลิต 7.5 แสนบาร์เรลต่อวัน) และจิตวิทยาลบสถานการณ์ยูเครน - รัสเซีย กลับมาตึงขึ้น ภาพใหญ่ US Bond Yield 10 ปีติดแนวต้าน 4.5% และเริ่มนิ่งรอติดตามรายงานเศรษฐกิจเพิ่มเติม คลายแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น ผสานภาพบวกพัฒนาการเศรษฐกิจภายใน ทั้ง GDP 3Q24 เติบโต 3%y-y ดีกว่าตลาดคาด และมีสัญญาณเร่งต่อทั้งการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐ+ท่องเที่ยวที่ยังน่าจะขยายตัวสูงต่อเนื่องในระดับ 20%y-y +/-           ขณะที่วันนี้น่าจะมีความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจเสริม บวกต่อค่าเงินบาทเช้านี้แกว่งแข็งค่า 34.6 +/- บาท หนุน SET แกว่งขึ้น หุ้นนำ คือ Domestic (ค้าปลีก ท่องเที่ยว ธนาคาร เช่าซื้อ นิคม) กลุ่ม Yield นิ่ง+เงินบาทแข็ง (โรงไฟฟ้า) กลุ่มน้ำมันดีดแรงหนุนฝั่งพลังงานต้นน้ำ และปิโตรเคมี Spread สัปดาห์ล่าสุดเด่น +6-10% w-w วันนี้แนะ AOT, SCB, WHA

WHA Group โชว์กำไรปกติ 9 เดือน67 ที่ 3,312 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติปันผลระหว่างกาล 0.0669 บาทต่อหุ้น

WHA Group โชว์กำไรปกติ 9 เดือน67 ที่ 3,312 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติปันผลระหว่างกาล 0.0669 บาทต่อหุ้น

           หุ้นวิชั่น - กรุงเทพฯ - บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA Group) แจ้งงบผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก ปี 2567 ฟอร์มเด่น หนุนรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 9,954 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% (Y-Y) แบ่งเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 10,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติ 3,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% (Y-Y) ล่าสุดบอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลงวด 9 เดือน หุ้นละ 0.0669 บาท เตรียมขึ้น XD วันที่ 21 พ.ย. และกำหนดการจ่ายเงินปันผลวันที่ 6 ธ.ค. 2567 ด้าน Group CEO “จรีพร จารุกรสกุล” เผยกำลังเจรจาลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์อีกหลายโครงการ ประกาศปักหมุดประเทศไทยเป็นเป้าหมายการลงทุนอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมเตรียมรับรู้รายได้การขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHAIR ประกาศการันตีความสำเร็จจากเวที SET Awards 2024 หลังคว้ารางวัล Best Sustainability Awards โดยเป็นการได้รางวัลในกลุ่ม Sustainability Excellence 4 ปีซ้อน ตอกย้ำการเป็นองค์กรต้นแบบที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศทางธุรกิจในทุกมิติ            บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2567 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 2,681 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 459 ล้านบาท โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 2,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และกำไรปกติ 757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% (Y-Y) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน            ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 9,954 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,113 ล้านบาท โดยหากพิจารณาถึงผลประกอบการปกติ บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% และกำไรปกติ 3,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% (Y-Y) จากงวดเดียวกันของปีก่อน            ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงิน ส่งผลให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 9 เดือนปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.0669 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 21 พฤศจิกายน และกำหนดการจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 6 ธันวาคม 2567 สอดคล้องกับการจัดอันดับเครดิตองค์กรโดยทริสเรทติ้งที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “คงที่” สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน และแข็งแกร่ง ของ 4 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ รวมถึงการขายทรัพย์สินเข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล (WHAIR)            นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิว เอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WHA Group เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2567 เติบโตอย่างโดดเด่น เป็นผลจากการขับเคลื่อนของทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ ทั้งโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค (น้ำและไฟฟ้า) และธุรกิจดิจิทัล สอดรับกับกระแสการย้ายฐานการลงทุนและฐานการผลิตที่ดึงดูดการเข้ามาลงทุนแบบระยะยาวจากหลายภาคอุตสาหกรรมให้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง            ธุรกิจโลจิสติกส์ มีผลงานการดำเนินงานเติบโตอย่างโดดเด่น โดยงวด 9 เดือนแรกมีการลงนามสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน / คลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 84,658 ตร.ม. และมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง จำนวน 100,520 ตร.ม. โดยมีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารรวม 3,010,488 ตร.ม. ส่งผลให้ไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2567 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจให้เช่ายานยนต์ไฟฟ้ารวม 404 ล้านบาท และ 1,123 ล้านบาท ตามลำดับ            ล่าสุดโครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม. 21 ได้มีการเซ็นสัญญาเช่ากับบริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิต/จัดจำหน่ายสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน พื้นที่ราว 16,000 ตร.ม. และเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทดังกล่าวยังเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่คลังสินค้าเพิ่มอีกราว 17,000 ตร.ม. ส่วนโครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ บางนา-ตราด กม. 23 โปรเจกต์ที่ 3 ล่าสุดมีลูกค้ากลุ่มผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ลงนามในสัญญาเช่าพื้นที่เพิ่มประมาณ 25,000 ตร.ม. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าที่สนใจเช่าพื้นที่อีกหลายราย โดยมียอดเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ (pre-signed) ล่วงหน้า รวมถึงโครงการที่ได้รับการคัดเลือก (award) จากกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเช่าคลังสินค้าคุณภาพสูงเพิ่มเติมเป็นพื้นที่รวมกว่า 60,000 ตร.ม.            ส่วนธุรกิจให้เช่ายานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ “โมบิลิกส์ “(Mobilix)” โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรแห่งแรกของไทยที่ครอบคลุมตั้งแต่การให้บริการรถขนส่งไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ บริการติดตั้งระบบชาร์จ สถานีชาร์จ พร้อมด้วย Mobilix Software Solution ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากลูกค้าภาคธุรกิจ และหลังจากที่ได้เปิดให้ทดลองใช้งาน Mobilix Software Solution ไปก็ได้รับผลตอบรับที่ดี โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 มีลูกค้าภาคธุรกิจเซ็นสัญญาเช่าซื้อยานยนต์ไฟฟ้าแล้วทั้งสิ้น 281 คัน            “สำหรับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด “WGCL” ล่าสุดได้มีการจัดงานเปิดตัว WGCL Grand Opening ณ ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ จังหวัดระยอง เป็นการสะท้อนสถานะสู่การเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ WHA เพื่อตอกย้ำการพัฒนาธุรกิจมุ่งสู่การสร้างความแข็งแกร่งให้กับ WGCL ทั้งด้านความเชี่ยวชาญ จุดแข็ง และความเป็นผู้นำในตลาดโลจิสติกส์และปิโตรเคมีของทั้งสองบริษัท”            ส่วนแผนการขายทรัพย์สิน และ/หรือ สิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHAIR ในปี 2567 ล่าสุดผู้ถือหน่วยกองทรัสต์ WHAIR มีมติอนุมัติให้ทำการลงทุนทรัพย์สินเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทฯ มีแผนจำหน่ายทรัพย์สินประเภทคลังสินค้าพื้นที่เช่ารวม 40,172 ตร.ม. เป็นมูลค่าราว 1,065 ล้านบาท และคาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/2567            ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม บริษัทฯ ปรับเป้าหมายยอดขายที่ดินปี 2567 เป็น 2,500 ไร่ โดย 9 เดือนแรกของปี 2567 บริษัทฯ มียอดขายที่ดินรวม 1,791 ไร่ (ไทย 1,695 ไร่ / เวียดนาม 96 ไร่) และยอดเซ็น MOU คงค้างรวม 904 ไร่ (ไทย 872 ไร่ / เวียดนาม 31 ไร่) โดยในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2567 บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 974 ล้านบาท และ 4,565 ล้านบาท โดยช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ จำนวนยอดการโอนที่ดินเติบโตกว่า 56% จาก 9 เดือนแรกของปีก่อน ประกอบกับราคาขายที่ดินมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น สอดคล้องกับภาวะการลงทุนที่ได้รับปัจจัยบวกจากกระแสการย้ายฐานการลงทุน/ การผลิตมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 บริษัทฯ มียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ให้กับลูกค้ากว่า 1,259 ไร่ (ไทย 1,225 ไร่ / เวียดนาม 33 ไร่)            โดยในไตรมาส 3/2567 บริษัทฯ มีการลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินให้กับ Google บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีแผนสร้าง Data Center และ Cloud Region ในประเทศไทย และบริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความต้องการใช้พื้นที่อุตสาหกรรมอีกหลายโครงการ สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์            โดย ณ ไตรมาส 3/2567 บริษัทฯ มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งประเทศไทยและเวียดนามทั้งหมด 78,000 ไร่ สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบัน WHA Group มีนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 12 แห่งและยังมีโครงการขยาย/พัฒนานิคมฯ ใหม่ 6 โครงการ บนพื้นที่รวมกว่า 10,000 ไร่ ส่งผลให้ในอีก 3 ปีข้างหน้าบริษัทฯ จะมีพื้นที่นิคมฯ รวมกว่า 52,390 ไร่            ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนาม ปัจจุบันมีเขตอุตสาหกรรมที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างกำลังพัฒนารวม 22,815 ไร่ (3,650 เฮกตาร์) ประกอบด้วยเขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอาน เฟส 1 และเฟส 2 พื้นที่รวม 3,125 ไร่ (500 เฮกตาร์) ซึ่งได้เปิดดำเนินการแล้ว และเขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 2 – เหงะอาน โดยเฟส 1 มีพื้นที่ 1,181 ไร่ (189 เฮกตาร์) คาดว่าจะได้รับอนุมัติใบอนุญาตโครงการภายในปีนี้ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมุ่งขยายเขตอุตสาหกรรมใหม่อีก 3 โครงการในจังหวัด Thanh Hoa และ Quang Nam บนพื้นที่รวม 9,690 ไร่ (1,550 เฮกตาร์)            ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) มีการเติบโตต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจสาธารณูปโภครวมในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2567 เท่ากับ 812 ล้านบาท และ 2,343 ล้านบาท โดยมีปริมาณยอดขายและบริหารน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม สำหรับไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2567 รวมเท่ากับ 42.0 ล้านลูกบาศก์เมตร และ 125.8 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ            ด้านปริมาณการจำหน่ายน้ำภายในประเทศไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2567 จำนวน 32.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และ 99.0 ล้านลูกบาศก์เมตรตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่มจากปริมาณความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น โดยรวมนั้นมียอดขายและบริหารน้ำที่เติบโตขึ้นเกือบทุกผลิตภัณฑ์ ขณะที่ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำดิบในไตรมาส 3/2567 มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากกลุ่มลูกค้าพลังงานที่มีการผลิตลดลง            “โดยบริษัทฯ มีปัจจัยบวกจากปริมาณความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งได้มีการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมา อาทิ โครงการซื้อขายน้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูง (Premium Clarified Water) กับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ปริมาณ 3.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อใช้ภายในโรงงาน GC ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ตะวันออก (มาบตาพุด) เป็นต้น”            ขณะที่ปริมาณยอดขายและบริหารน้ำในประเทศเวียดนาม ปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2567 บริษัทฯ มียอดจำหน่ายน้ำรวมตามสัดส่วนการถือหุ้นเท่ากับ 9.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และ 26.8 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากปริมาณการจำหน่ายน้ำของโครงการ Doung River ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่การให้บริการ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำเพิ่มขึ้นทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยบริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 จำนวน 72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจำนวน 2 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า            ธุรกิจไฟฟ้า บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรปกติจากการดำเนินงานจากการลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้าไม่นับรวมกำไร/ ขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายได้จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2567 เท่ากับ 357 ล้านบาท และ 1,063 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้ารวมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรปกติของโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ลดลงจากการรับรู้การบันทึกต้นทุนถ่านหินที่สูงในช่วงก่อนหน้า และการแข็งค่าของเงินบาททำให้ได้รับค่า energy payment ลดลง            สำหรับธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไตรมาส 3/2567 บริษัทฯ ลงนามในสัญญาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Rooftop เพิ่ม 24 สัญญา กำลังการผลิตรวม 13 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 บริษัทฯ มีจำนวนเซ็นสัญญาโครงการ Private PPA สะสม 269 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 944 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้ว 697 เมกะวัตต์ และที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 247 เมกะวัตต์            “บริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานให้ได้สิทธิ์เป็นผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed in Tariff เฟส 1 รวม 5 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 125.4 เมกะวัตต์ ซึ่งได้มีการลงนามในสัญญาเสร็จสิ้นแล้ว 4 โครงการ จำนวน 85 เมกะวัต [PR News]

WHA ชี้โอกาสทอง! นักลงทุนต่างชาติจ่อย้ายฐานผลิตเข้าไทย

WHA ชี้โอกาสทอง! นักลงทุนต่างชาติจ่อย้ายฐานผลิตเข้าไทย

           WHA เผยเผยนโยบายกีดกันการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์ หนุนโอกาสการย้ายฐานการผลิตจากจีนเข้าสู่ไทยเพิ่ม เผยประเทศไทยศักยภาพสูง EEC โอกาสเติบโต แย้มมีเจรจาขายที่หลายราย ตั้งแต่ 300-400 ไร่ต่อราย หวังปีนี้ตามเป้าที่ 2,500 ไร่ แย้มมีปรับขึ้นราคาขายที่ 20% มอง AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทำงาน            นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า ภายหลังจากผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2024 ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 มีแนวโน้มที่นักลงทุนจะสนใจย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากนโยบายของทรัมป์ที่มุ่งเน้นการกีดกันการค้า เช่น การปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนถึง 60% ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนจากจีนและชาติอื่น ๆ พิจารณาการลงทุนในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์หรือเซมิคอนดักเตอร์ และกลุ่มคอนซูเมอร์ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า            ประเทศไทยได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งข้อมูลระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 2567 พบว่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนโครงการและมูลค่าการลงทุน แสดงถึงศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย รวมถึงความเชื่อมั่นในนโยบายและมาตรการสนับสนุนการลงทุนของรัฐ            นางสาวจรีพรเผยเพิ่มเติมว่าปัจจุบันมีการเจรจากับลูกค้าหลายราย โดยมีความต้องการที่ดินตั้งแต่ 300-400 ไร่ต่อราย และคาดว่าดีลการซื้อขายจะสามารถปิดได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายยอดขายที่ดินของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 2,500 ไร่ ที่ผ่านมามีการปรับขึ้นราคาขายที่ดินไปกว่า 20% สอดคล้องกับสภาวะตลาดและราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้น            เดินหน้าพัฒนาธุรกิจดิจิทัล ตั้งเป้ายกระดับองค์กรสู่การเป็น Technology Company และก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Tech-Driven Organization) ในปี 2568 เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจภายในกลุ่มและสร้างรายได้ใหม่จากแพลตฟอร์มดิจิทัล ล่าสุด WHA กำลังพิจารณานำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในหลายด้าน อาทิ Solar Anomaly Detection เพื่อตรวจจับและแก้ปัญหาของแผงโซลาร์อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงโครงการ Green Logistics เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ

WHA คว้ารางวัล Best Sustainability Awards

WHA คว้ารางวัล Best Sustainability Awards

          นางสาวจรีพร จารุกรสกุล (กลาง) ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) รับรางวัล Best Sustainability Awards กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ในงาน SET Awards 2024 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับนิตยสารการเงินการธนาคาร ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมนี้ นายไกรลักขณ์ อัศวฉัตรโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ และนายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน WHA Group ให้เกียรติเข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ปีนี้นับเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันที่ WHA Group ได้รับรางวัลในกลุ่ม Sustainability Excellence           กลุ่มรางวัลประเภท Sustainability Excellence นี้ มอบให้กับบริษัทจดทะเบียนที่มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรตามแนวทางความยั่งยืน โดยดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาล ใส่ใจในประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน รวมถึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการสร้างผลประกอบการที่มั่นคงและยั่งยืน [PR News]

Data Center หนุน WHA - WHAUP รับประโยชน์ BBIK คลาวด์โตก้าวกระโดด

Data Center หนุน WHA - WHAUP รับประโยชน์ BBIK คลาวด์โตก้าวกระโดด

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ได้จัดงาน KSS Cloud Connect : Data Center Day เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการบรรยายจากวิทยากรที่มีชื่อเสียงสามท่าน ได้แก่ คุณวสุพล ธารกกาญจน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย), คุณณัฐพรรษ ตันบุญเอก CFO ของ WHA และคุณพชร อารยะการกุล CEO ของ BBIK จากข้อมูลที่ได้รับ ได้ข้อสรุปสำคัญดังนี้ เริ่มต้นด้วย Data Center แห่งแรกของไมโครซอฟท์ในประเทศไทยจะทำให้มีความต้องการฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนโมเดล AI ที่ถูกลงและการสนับสนุนจากภาครัฐ           บริษัทจะใช้โมเดลการลงทุนแบบ partnership และเช่า (leased model) พร้อมไปกับการพัฒนาทักษะ IT โดยตั้งเป้าหมายพลังงานสีเขียว 100% ภายในปี 2568 โครงการเหล่านี้เน้นความจำเป็นที่ภาคพลังงานของไทยต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า WHA และ WHAUP จะได้ประโยชน์จากการขายที่ดินและสาธารณูปโภค ขณะที่ BBIK ยังคงเติบโตผ่านความก้าวหน้าของระบบคลาวด์และ AI

ก.ล.ต. นับ 1 Filing กองทรัสต์ WHAIR เพิ่มทุนครั้งที่ 4 มูลค่าไม่เกิน 1,118 ล้านบาท

ก.ล.ต. นับ 1 Filing กองทรัสต์ WHAIR เพิ่มทุนครั้งที่ 4 มูลค่าไม่เกิน 1,118 ล้านบาท

          กรุงเทพฯ - สำนักงาน ก.ล.ต เริ่มนับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ แบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) สำหรับการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม จำนวนไม่เกิน 120 ล้านหน่วย เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารโรงงาน คลังสินค้า พื้นที่อาคารรวมทั้งสิ้น 40,172 ตารางเมตร ในนิคมอุตสาหกรรม WHA Group มูลค่าการลงทุนเพิ่มเติมไม่เกิน 1,118 ล้านบาท   พร้อมชูศักยภาพจุดยุทธศาสตร์โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าชั้นนำของไทย ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พื้นที่นำร่องในเฟสแรกเป็นต้นแบบ “สมาร์ท ซิตี้” หนุนมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์ฯ สูงกว่า 14,000 ล้านบาท หลังลงทุนแล้วเสร็จปลายปี 2567           นางสาวจารุชา สติมานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHAIR เปิดเผยว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล หรือ WHAIR  เป็นกองรีทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันลงทุนในทรัพย์สินประเภทโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า โดยทรัพย์สินตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ณ สิ้นไตรมาส 2 ของปี 2567 WHAIR มีพื้นที่ทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการในปัจจุบัน 428,818 ตารางเมตร มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 13,121.56 ล้านบาท และทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการในปัจจุบันมีอัตราการเช่าสูงถึง 93.5%           สำหรับทรัพย์สินที่กองทรัสต์ WHAIR จะเข้าลงทุนในครั้งนี้ เป็นการลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพสูง ของกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี เป็นจุดเชื่อมต่อด้านการขนส่งสินค้าของประเทศในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือแหลมฉบัง และถนนสายหลัก ทำให้การขนส่งและการกระจายสินค้ามีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านของระยะเวลาในการเดินทางและต้นทุน           โดยทรัพย์สินที่กองทรัสต์ WHAIR จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ เป็นการลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารโรงงาน คลังสินค้า จำนวน 10 ยูนิต ใน 4 โครงการ พื้นที่รวมทั้งหมด 40,172 ตารางเมตร โดยสรุปข้อมูลแยกตามที่ตั้งของทรัพย์สินได้ ดังต่อไปนี้ สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารประเภทโรงงานจำนวน 6 ยูนิต ประกอบด้วยโรงงานแบบ Detached Building จำนวน 3 ยูนิต และโรงงานแบบ Attached Building จำนวน 3 ยูนิต ในโครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารประเภทโรงงานแบบ Detached Building จำนวน 1 ยูนิต ในโครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารประเภทโรงงานแบบ Attached Building จำนวน 1 ยูนิต ในโครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 1 สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารประเภทคลังสินค้าจำนวน 2 ยูนิต ในโครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 3           “ความโดดเด่นของกองทรัสต์ WHAIR คือสัดส่วนทรัพย์สินภายหลังการลงทุนเพิ่มเติมกว่า 90% ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนผลักดันให้เป็นพื้นที่นำร่องในเฟสแรกเป็นต้นแบบ “สมาร์ท ซิตี้” ส่งผลให้กลุ่มนักลงทุนทั้งคนไทย และต่างชาติ ให้ความสนใจเช่าทั้งโรงงาน และคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในระยะยาว นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่จุดยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจซึ่งเป็นหัวใจหลักด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย” อีกทั้งนิคมอุตสาหกรรมของ WHA ใน Eastern Seaboard เป็นพื้นที่ลงทุนของกลุ่มคลัสเตอร์ยานยนต์และชิ้นส่วน และเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของประเทศไทย อาทิเช่น BYD, Changan, Mazda, Ford, Isuzu, Great Wall Motor และ MG เป็นต้น ซึ่งการเติบโตขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV Cars) ในทำเลนี้ทำให้โรงงานและคลังสินค้าของ WHAIR ได้รับอานิสงค์จากความต้องการพื้นที่เช่าโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า จากธุรกิจที่เป็น Supply Chain ของ ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ           ด้าน นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินแและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ WHAIR เปิดเผยว่า การเพิ่มทุนของกองทรัสต์ WHAIR ในครั้งนี้ เป็นการลงทุนในจังหวะที่มีสัญญาณเชิงบวกจากการปรับลดของอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลก ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวในดัชนีราคาของกลุ่ม Property Fund & REIT ที่ทยอยปรับตัวในช่วงที่ผ่านมา โดยทรัพย์สินที่กองทรัสต์ WHAIR ลงทุนเพิ่มเติมในครั้งที่ 5 เป็นโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าสำเร็จรูป ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ปัจจุบันได้รับอานิสงค์จากการย้ายฐานการผลิต และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เป็นอานิสงค์บวกโดยตรงต่อทรัพย์สินประเภทโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าของ WHAIR โดยจะเห็นได้จากทรัพย์สินหลักที่ลงทุนในปัจจุบันที่มีอัตราการเช่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมาที่ 93.5% และทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 5 มีอัตราการเช่าเต็มพื้นที่ 100% สะท้อนถึงทรัพย์สินที่ดีมีคุณภาพ และศักยภาพในการสร้างรายได้ ทั้งนี้ ภายหลังการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินครั้งนี้ จะส่งผลให้กองทรัสต์ WHAIR มีมูลค่าทรัพย์สินรวมสูงกว่า 14,000 ล้านบาท และมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 468,990 ตารางเมตร  โดยการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินครั้งนี้จะเพิ่มรายได้ให้แก่กองทรัสต์ และโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวให้แก่ผู้ลงทุน           ปัจจุบัน สำนักงาน ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ แบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) แล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมสำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 4 ให้มีผลบังคับใช้ และคาดว่าจะสามารถเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนได้ภายในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2567 [PR News]

บล.ดาโอ แนะหุ้นควรมี

บล.ดาโอ แนะหุ้นควรมี "BDMS,SCB,AOT,WHA"

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มอง ตลาดหุ้นไทย มีแรงซื้อเข้ามาเรื่อยๆ อาจได้อานิสงค์จากการซื้อของกองทุน วายุภักษ์ด้วย หากดัชนีฯ ผ่าน 1470 จุดไปได้ จะยืนยันการปรับฐานจบ            กลยุทธ์ ภาพรวมเป็น “ถือ” ควรพร้อมหรือเลือกซื้อหุ้นที่แข็งแกร่งเหนือตลาด หรือจะเป็นกลุ่มที่เป็น high dividend yield หากตลาดมีสัญญาณกลับตัว(ขึ้น) ด้วยเหตุผลใดก็ตาม หุ้น 3 ตัว ที่ควรมี BDMS, SCB , AOT และ WHA หุ้นในพอร์ตวันนี้ BDMS, TRUE*, CPALL เข้ามาใหม่ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย BDMS (1 5 %) , TRUE*(1 0 %) , CPALL(1 5 %) , SISB (10%) , WHA(10%) , GULF (20%)

SET ลุ้นดัชนี 1,470 จุด เงินบาทชะลออ่อนค่า หนุนแรงขายต่างชาติลด

SET ลุ้นดัชนี 1,470 จุด เงินบาทชะลออ่อนค่า หนุนแรงขายต่างชาติลด

           หุ้นวิชั่น - ทีมช่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า SET ยังรอปัจจัยหนุนใหม่ ซึ่งคาดหวังจากมาตรการด้านการคลังของจีนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในวันเสาร์นี้ ขณะที่เงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่า ส่งผลดีให้แรงขายต่างชาติลดลง ทำให้คาดดัชนีมีโอกาสขึ้นทดสอบจุดสูงเดิมบริเวณ 1470 จุด ส่วนกรอบล่างคาดแนวรับ 1450 และ 1440 จุด ยังรองรับได้ ประเด็นสำคัญ วันนี้ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ เลือกหุ้นเด่น            WHA: มีมุมมองบวกต่อ backlog จนถึงปี 2568 โดยคาดกำไรจะเติบโต 12.7% ในปี 2567 และ 16.2% ในปี 2568 ด้วย FDI และการออกบัตรส่งเสริมที่ยังเติบโตต่อเนื่องในปี 2567 อีกทั้งเชื่อว่า WHA อยู่ในตำแหน่งที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดรายหนึ่งเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในกลุ่มนิคมฯ            DELTA: 2H67 คาดกำไรจะเพิ่มขึ้น HoH และ YoY จากยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ยังคงเติบโตดี อีกทั้งยังมี upside จากการพัฒนาและการขายผลิตภัณฑ์ power supply ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่พัฒนาโดย DELTA Thailand เอง ซึ่งจะทำให้บริษัทไม่ต้องจ่ายค่า technical fee ให้กับทาง DELTA Taiwan ทั้งนี้แนะนำราคาเข้าซื้อวันนี้ไม่เกิน 112 บาท

“โกลเบล็ก” คัดหุ้นธีมลงทุน Data Center

“โกลเบล็ก” คัดหุ้นธีมลงทุน Data Center

          กรุงเทพฯ - บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทย Sideway Up จากแรงหนุนเม็ดเงินกองทุนวายุภักษ์ 1 เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 1 ต.ค. และเริ่มซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 7 ต.ค. และล่าสุด Google ประกาศแผนลงทุน Data Center ในไทย หนุนดัชนีในเดือนตุลาคมเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,480 จุด และกลยุทธ์ลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center ได้แก่ WHA, ADVANC, GULF, TRUE และ INSET           นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนตุลาคม 2567 มีโอกาสปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินกองทุนวายุภักษ์ 1 เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 1 ต.ค. และเริ่มซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 7 ต.ค.ประกอบกับมีแรงหนุนจาก Google ประกาศแผนลงทุน Data Center ในประเทศไทย 3.6 หมื่นล้านบาทภายในปี 2572 จึงให้กรอบดัชนีที่ 1,400-1,480 จุด           นอกจากนี้ทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. 2567 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดในวันชาติจีน (Golden Week) จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยประมาณ 1.32-1.83 แสนคน เพิ่มขึ้น 57-144% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 คาดว่าจะสร้างรายได้ทาง การท่องเที่ยวประมาณ 3,710-5,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 58-121%           ขณะที่ทางธนาคารกลางจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ทั้งลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีน ลง 0.30% สู่ระดับ 2.00% ลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.50% สู่ระดับ 6.6% ซื้อคืนพันธบัตร (reverse repo) ระยะ 7 วัน มูลค่า 1.82 แสนล้านหยวน (ราว 2.596 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่อัตราดอกเบี้ย 1.5% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงิน  รวมทั้งสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเดิมที่ยังผ่อนไม่หมด (existing home loan) ก่อนวันที่ 31 ต.ค. เพื่อฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์           ด้านปัจจัยในประเทศที่ยังคงต้องจับตาต่อ ได้แก่ วันนี้ (2 ต.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.), วันที่ 7 ต.ค. กองทุนวายุภักษ์ เริ่มซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์, สัปดาห์ที่ 2 กระทรวงพาณิชย์แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า  สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน, สัปดาห์ที่ 2 หอการค้าไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, สัปดาห์ที่ 3 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 16 ต.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2567, สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์, กระทรวงพาณิชย์แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย, สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค  ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรม, วันที่ 30 ต.ค.รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ และวันที่ 31 ต.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย           ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตาวันที่ 1-7 ต.ค. ตลาดหุ้นจีนปิดทำการเนื่องในวันชาติจีน,วันนี้ (2 ต.ค.) อียู รายงานอัตราว่างงานเดือนส.ค., สหรัฐ รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, วันที่ 3 ต.ค. สหรัฐ รายงานดัชนีภาคบริการเดือนก.ย., วันที่ 4 ต.ค. สหรัฐ รายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย., วันที่ 23 ต.ค. สำนักข่าว CNN จัดโต้วาทีครั้งที่ 2 สำหรับผู้เข้าชิงตำแหน่งปธน.สหรัฐ, วันที่ 5 พ.ย. วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและ วันที่ 6-7 พ.ย. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ           ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center  ได้แก่ WHA, ADVANC, GULF, TRUE และ INSET           ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก ประเมินแนวโน้มราคาทองคำในเดือนตุลาคมว่า ราคาทองคำมีโอกาสพักตัว โดยให้ระวังแรงขายทำกำไรหลังประธานเฟดส่งสัญญาณไม่รีบร้อนในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง  ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมครั้งต่อไป อย่างไรก็ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง และปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนทองคำ มองกรอบทองคำเดือนนี้ 2,530 – 2,700 $/Oz คาดว่ามีโอกาสทดสอบแนวรับ

[PR News] WHA คว้ารางวัล Best Companies to work for in Asia 2024

[PR News] WHA คว้ารางวัล Best Companies to work for in Asia 2024

          กรุงเทพฯ 2 ตุลาคม 2567  คุณณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และคุณดิสพงศ์ พรชนกนาถ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) รับมอบ 2 รางวัลระดับสากลได้แก่  “HR Asia: Best Companies to Work for in Asia” และรางวัล “HR Asia: Sustainable Workplace Awards”  จัดโดย HR Asia นิตยสารชั้นนำด้านทรัพยากรบุคคลของภูมิภาคเอเชีย ตอกย้ำการเป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วย และการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจตอบโจทย์ความยั่งยืนในระดับสากล ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม           โดย รางวัล “HR Asia: Best Companies to Work for in Asia” เป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรที่โดดเด่นในฐานะนายจ้างชั้นนำจากการเป็นบริษัทที่มีแนวปฏิบัติด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านการดูแลพนักงาน การสร้างความพึงพอใจในการทำงาน และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการเติบโตและการมีส่วนร่วมของพนักงาน และรางวัล “HR Asia: Sustainable Workplace Awards” เป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรที่มีความโดดเด่นในด้านการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืน ครอบคลุมการรักษาความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืนให้เกิดขึ้นภายในองค์กร           องค์กรที่ได้รับรางวัลนี้ต้องผ่านการประเมินจากเครื่องมือ Total Engagement Assessment Model (TEAM) ซึ่งช่วยให้องค์กรเข้าใจความต้องการของพนักงาน อีกทั้งยังต้องผ่านการประเมินและสัมภาษณ์ผู้บริหารและตัวแทนองค์กรจากคณะกรรมการของ HR Asia โดย WHA เป็นหนึ่งในองค์กรของไทยที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงาน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมตามพันธกิจ WHA: WE SHAPE THE FUTURE

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011