ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#PTTEP


PTTEP บวกนำกลุ่มพลังงาน รับทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีฯ หนุนราคาน้ำมันพุ่ง

PTTEP บวกนำกลุ่มพลังงาน รับทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีฯ หนุนราคาน้ำมันพุ่ง

           หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) ปรับตัวขึ้น 3.86% มาอยู่ที่ 121.00 บาท นำกลุ่มพลังงานเช้านี้ หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี 20-50% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย หากไม่ยุติสงครามในยูเครน            บล.ธนชาต ระบุ ทรัมป์ขู่เก็บภาษี 25-50% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย หากรัสเซียไม่ยุติสงครามในยูเครน ส่งผลให้ตลาดกังวล supply ตึงตัว หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent +1.5% เมื่อคืนนี้ ปิดที่ 74.74 USD/bbl แนะนำ “เก็งกำไร” กลุ่มพลังงาน อย่าง PTTEP (TradeCode แนะนำวันนี้) PTT            บล.กรุงศรี ระบุ คาดกำไรปกติไตรมาส 1/68 ราว 1.9 หมื่นล้านบาท ทรงตัว y-y แต่ฟื้น q-q แม้ปริมาณขายคาดราว 475KBOED (flat y-y, -5% q-q) ลดลงจากมีปิดซ่อมแหล่งบงกช และไม่มีเร่งโหลดสินค้าของแหล่งในตะวันออกกลางเหมือนไตรมาส 4/68 แต่ได้ ASP ที่เพิ่มขึ้นตามราคาขายก๊าซฯ (ปรับตามสัญญาฯ) และค่าใช้จ่ายที่ลดลงตามฤดูกาล - Valuation: ซื้อขาย PBV25F ต่ำกว่า 1.0 เท่า - Catalyst: : ราคาน้ำมันปรับขึ้นเฉลี่ย +2.0% หลังสหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษี 25%-50% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันกับรัสเซียและขู่อิหร่าน, PTTEP เป็นหนึ่งในหุ้นที่ KSS ประเมินมีฐานะทางการเงินสามารถดำเนินโครงการซื้อคืนหุ้น (Treasury Stock) ได้

PTTEP จับมือม.เกษตรศาสตร์ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมฯ

PTTEP จับมือม.เกษตรศาสตร์ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมฯ

          หุ้นวิชั่น - บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง ต่อยอดองค์ความรู้ รวมทั้ง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อตอบโจทย์    ความต้องการของอุตสาหกรรมพลังงาน ภาคการศึกษา และการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานให้กับประเทศไทย           ปตท.สผ. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ การพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี รวมทั้ง การสร้างองค์ความรู้เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นอีกด้านหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ บริษัทเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้และนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และบุคลากรต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต

US หยุดช่วยยูเครน เขย่าน้ำมัน-PTTEPแกร่ง

US หยุดช่วยยูเครน เขย่าน้ำมัน-PTTEPแกร่ง

               หุ้นวิชั่น- บทวิเคราะห์ บล. ดาโอระบุว่า วานนี้ กลุ่มประเทศสมาชิก OPEC+ 8 ประเทศ (รวมถึง ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน) ในการประชุมออนไลน์ ยืนยันว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันตั้งแต่เดือน เม.ย.2025 เป็นต้นไป โดยจะทยอยปรับเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 138 พันบาร์เรลต่อวัน (kbd) จนกว่าจะครบกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจ 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) ทั้งนี้ คณะกรรมการร่วมด้านการตรวจสอบระดับรัฐมนตรี (JMMC) ของกลุ่ม OPEC+ จะมีการประชุมครั้งที่ 59 ในวันที่ 5 เม.ย.2025 นอกจากนี้ มีรายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (US) ได้สั่งให้หยุดให้การช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนสำหรับอุปกรณ์ทางทหารที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในยูเครนจนกว่าประธานาธิบดียูเครนจะแสดงความมุ่งมั่นสู่สันติภาพ (ที่มา: Reuters, Bloomberg) มีมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นซึ่งเชื่อว่าจะยังคงมีความผันผวนสูงอยู่ วานนี้ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปิดลบเล็กน้อย 1.6% เป็น USD71.6/bbl ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2025E ที่ USD73.0/bbl ลดลงจาก USD79.8/bbl ในปี 2024 และคงน้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" โดยเชื่อว่าหุ้นกลุ่มน้ำมันต้นน้ำยังคงมีความน่าสนใจจากความผันผวนของกำไรที่ต่ำกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มพลังงานและ valuation ที่ไม่แพง โดยแนะนำ PTTEP (ซื้อ/เป้า 160.00 บาท)

USคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่ม จับตา PTTEP ขึ้น XD วันนี้

USคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่ม จับตา PTTEP ขึ้น XD วันนี้

         หุ้นวิชั่น - บทวิเคราะห์ บล. ดาโอระบุว่า วานนี้ สหรัฐอเมริกา (US) ประกาศคว่ำบาตร (sanction) อุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่านเพิ่มเติม หลังจากมีการออกมาตรการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2024 โดยพุ่งเป้าความกดดันเพื่อให้อิหร่านส่งออกน้ำมันเหลือศูนย์ โดย sanctions ครั้งนี้รวมถึง นายหน้าซื้อขายน้ำมันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และฮ่องกง ผู้ดำเนินการเรือบรรทุกน้ำมันและผู้จัดการในอินเดียและจีน ทั้งนี้ ในปัจจุบัน อิหร่านมีปริมาณการผลิตน้ำมันที่ประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) และมีการส่งออกน้ำมันอยู่ประมาณ 1.6 mbd (คิดเป็นประมาณ 2% ของอุปทานน้ำมันโลก) (ที่มา: Reuters, Bloomberg)          มีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อข่าวนี้บนแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นปัจจัยที่กดดันอุปทานน้ำมันโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ วานนี้ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปิดบวกเล็กน้อย 0.5% เป็น USD74.8/bbl เรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2025E ที่ USD73.0/bbl ลดลงจาก USD79.8/bbl ในปี 2024 และคงน้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" โดยเชื่อว่าหุ้นกลุ่มน้ำมันต้นน้ำมีความน่าสนใจ แม้อาจจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผันผวนสูงของราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น แต่เรามองว่า PTTEP (ซื้อ/เป้า 160.00 บาท) มี valuation ที่ไม่แพงและมีอัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูง (ประมาณ 4.1%) โดยจะขึ้น XD ในวันนี้

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

PTTEP ตั้ง 2 บ.ย่อยใหม่ รองรับลงทุนในอนาคต

PTTEP ตั้ง 2 บ.ย่อยใหม่ รองรับลงทุนในอนาคต

            หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน นางชนมาศ ศาสนนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สํารวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อยจำนวน 2 บริษัท เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต โดยมีรายละเอียดดังนี้ บริษัท เดลต้า เอ็นเนอร์ยี่ ทรานสปอร์เตชั่น โฮลดิ้ง จำกัด (Delta Energy Transportation Holding Pte. Ltd.) จัดตั้งด้วยทุนจดทะเบียน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 50,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมี บริษัท พีทีทีอีพี ออฟชอร์ อินเวสท์เมนต์ จำกัด (บริษัทย่อยของ ปตท.สผ.) ถือหุ้นในสัดส่วน 100% บริษัท เดลต้า ปิโตรเลียม โปรเซสซิ่ง แอนด์ ทรานสปอร์เตชั่น จำกัด (Delta Petroleum Processing & Transportation Pte. Ltd.) จัดตั้งด้วยทุนจดทะเบียน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 50,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมี บริษัท เดลต้า เอ็นเนอร์ยี่ ทรานสปอร์เตชั่น โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ดังนั้น บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ทั้งสองแห่งนี้จึงถือเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ.

จีนตอบโต้ US เก็บภาษี15% ทำไม PTTEP น่าสนใจ เช็กได้!

จีนตอบโต้ US เก็บภาษี15% ทำไม PTTEP น่าสนใจ เช็กได้!

          หุ้นวิชั่น - บล.ดาโอระบุว่า หลังจากการประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า (tariff) ของสหรัฐอเมริกา (US) บนสินค้านำเข้าจากจีนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 4 ก.พ.2025 กระทรวงการคลังของจีนกล่าวว่าจะเรียกเก็บ tariff 15% สำหรับถ่านหินและก๊าซ LNG ที่นำเข้าจาก US และ 10% สำหรับน้ำมันดิบ อุปกรณ์การเกษตร และรถยนต์บางประเภท           ทั้งนี้ อัตราภาษีใหม่สำหรับการส่งออกจาก US จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.2025 นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานศุลกากรของจีน ระบุว่า กำลังกำหนดการควบคุมการส่งออกทังสเตน เทลลูเรียม รูทีเนียม โมลิบดีนัม และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรูทีเนียม เพื่อ "ปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ" ทั้งนี้ จีนควบคุมปริมาณแร่หายากในโลกส่วนใหญ่ซึ่งมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่พลังงานสะอาด           อย่างไรก็ดี วานนี้ ก่อนการพบปะกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงของประธานาธิบดีซึ่งกำหนดนโยบายที่เข้มงวดต่ออิหร่านซึ่งรวมถึงความพยายามในการผลักดันการส่งออกน้ำมันให้เหลือศูนย์เพื่อหยุดยั้งอิหร่านจากการได้รับอาวุธนิวเคลียร์ (ที่มา: Reuters, Bloomberg)           มีมุมมองเป็นกลางจากข่าวข้างต้นต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ ซึ่งน่าจะมีความผันผวนสูงในระยะสั้นจากความเสี่ยงด้านสงครามการค้า (trade war) ที่สูงขึ้นซึ่งอาจส่งผลต่ออุปสงค์การใช้พลังงาน ในขณะที่ ความกดดันต่ออิหร่านอาจส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกตึงตัวมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน อิหร่านมีการส่งออกน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) (คิดเป็นประมาณ 2% ของอุปทานน้ำมันโลก)           อย่างไรก็ดี การลดลงที่เป็นไปได้ของการส่งออกน้ำมันของอิหร่านอาจถูกชดเชยได้ด้วยปริมาณการผลิตน้ำมันที่สูงขึ้นของกลุ่ม OPEC+ และสหรัฐอเมริกา (US) ทั้งนี้ วานนี้ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปิดบวกเล็กน้อย 0.3% เป็น USD76.2/bbl เรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2025E ที่ USD73.0/bbl ลดลงจาก USD79.8/bbl ในปี 2024 และคงน้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด"           โดยเชื่อว่าหุ้นกลุ่มน้ำมันต้นน้ำมีความน่าสนใจ แม้อาจจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผันผวนสูงของราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น แต่เรามองว่า PTTEP (ซื้อ/เป้า 160.00 บาท) มี valuation ที่ไม่แพงและมีอัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูง (ประมาณ 4.1%) โดยจะขึ้น XD ในวันที่ 25 ก.พ.2025

PTTEP คาดกำไรสูง มีปันผล 5.125 บาท แหล่งผลิตใหม่หนุน เคาะเป้า 140.0 บาท

PTTEP คาดกำไรสูง มีปันผล 5.125 บาท แหล่งผลิตใหม่หนุน เคาะเป้า 140.0 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล. กรุงศรี คงคำแนะนำ Trading Buy ต่อ PTTEP ที่ TP25F = 140.0 บาท กลยุทธ์ของผู้บริหารสร้างความมั่นคงของกระแสเงินสดได้ในสภาวะที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สูง ทั้งการหาแหล่งผลิตใหม่เข้ามาหนุนการเติบโตของปริมาณขายต่อเนื่องในระยะยาว +3% CAGR 2025-29F และอยู่ในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า ระยะสั้นมีปัจจัยบวกหนุนจาก div. yield ราว 4% และแนวโน้มราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว h-h ใน 1H25F ประเด็นจากที่ประชุมนักวิเคราะห์ • ระยะยาวมีโอกาสหาแหล่งทรัพยากรหนุนปริมาณขายได้ต่อเนื่อง i) แหล่งในอ่าวไทยมุ่งรักษาระดับการผลิตทั้งแหล่งเอราวัณ บงกช และอาทิตย์ มองยังมีโอกาสสำรวจพบแหล่งทรัพยากรเพิ่มหากเทคโนโลยีขุดเจาะแนวลึกเอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น ii) แหล่งยานาดามีโอกาสสูงที่จะต่อสัมปทานได้หลังสิ้นอายุปี 2028 iii) แหล่ง Malaysia Greenfield (SK405B/ 417/ 410B) ตั้งเป้า FID ปี 2025 และเริ่มผลิต 2028 iv) Abu Dhabi Offshore 2 (Waset) ตั้งเป้า FID 2025 เริ่มผลิต 2027 v) Mozambique คงมุมมองเริ่มผลิต 4Q28-1H29 (ดู fig 1) ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติเงินกู้ • ผู้บริหารมองยังลดต้นทุนการผลิตแหล่งในอ่าวไทยได้ อาศัยการลดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ทั้งการใช้วัสดุร่วมกันระหว่างแหล่งผลิต, การย้ายศูนย์ควบคุม และลดการสร้าง Well Head Platform/WHP (ใช้ WHP บางส่วนจากแท่นเดิม) เป็นต้น • แหล่ง Lang Lebah ในมาเลเซียอยู่ระหว่างประเมินใหม่ คาดคืบหน้าภายใน 1H25 โดยผู้บริหารคาดหวังการปรับแผนใหม่จะส่งให้ต้นทุนในการพัฒนาหลุมผลิตลดลง และสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้น • ตั้งเป้าปริมาณขาย 2025 ที่ 500-510 KBOED (+2-4% y-y)หนุนจากแหล่งในประเทศและตะวันออกกลาง แหล่งเอราวัณผลิตเต็มที่เต็มปี และช่วงปลายปีได้แหล่ง Ghasha มาหนุน มองราคาขายก๊าซฯ อยู่ในระดับสูง 5.8 $/mmbtu เทียบกับ 2024 ราว 5.9 $/mmbtu (อิงน้ำมันดิบดูไบ 75-80 $/bbl) จากประโยชน์ของการทยอยปรับราคาตามน้ำมันดิบย้อนหลัง 6-12 เดือน และคาดรักษาระดับ unit cost ได้ที่ 29-30 $BOE ความเห็นและคำแนะนำ • มอง Positive ต่อข้อมูลในที่ประชุมนักวิเคราะห์กลยุทธ์ของบริษัทเอื้อต่อการแข่งขันในสภาวะที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์มีความไม่แน่นอน โดยมีฐานการผลิตไม่ต่ำกว่า 70% มีราคาขายไม่ผันผวนเร็วตามตลาด และมีความต้องการใช้แน่นอน (ขายภายในประเทศ ซึ่งยังมีความต้องการนำเข้า LNG อีก 30%) ทำให้ในสภาวะที่ demand โลกมีความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ (ขา downside) บริษัทจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า รวมถึงกระจายการเติบโตไปในภูมิภาคที่มีโอกาสด้านแหล่งทรัพยากร/มีความต้องการใช้ภายในประเทศ อย่างมาเลเซียและตะวันออกกลาง หนุนโอกาสหาแหล่งใหม่หนุนการผลิตในระยะยาว • คงคำแนะนำ Trading Buy ที่ TP25F = 140.0 บาท เป็นตัวเลือกเก็งกำไรราคาน้ำมันดิบที่คาดฟื้นตัว h-h ใน 1H25F จาก supply ที่ตึงตัวขึ้น เพราะการใช้น้ำมันจีนฟื้นตัว, การคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียฯ และ supply ของ U.S. และ OPEC+ เพิ่มไม่เร็ว รวมถึงมีปัจจัยหนุนจาก dividend yield ที่อยู่ในระดับสูง ปันผล 5.125 บาท/หุ้น คิดเป็น yield 4% ขึ้น XD 25 ก.พ. 2025 และกำไรที่คาดทรงตัวอยู่ในระดับสูงช่วง 4Q24-2Q25F

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

สงครามการค้าประทุ น้ำมันดีด-โฟกัส PTTEP

สงครามการค้าประทุ น้ำมันดีด-โฟกัส PTTEP

          หุ้นวิชั่น - บล. ดาโอระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า (tariff) สินค้าจากประเทศคู่ค้าหลัก คือ แคนาดา เม็กซิโกและจีน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บ tariff 10% และ 25% จากผลิตภัณฑ์พลังงานที่นำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโก ตามลำดับ เทียบกับ 25% ของผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่นำเข้าจากสองประเทศ ทั้งนี้สหรัฐอเมริกา (US) มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากแคนาดาและเม็กซิโกประมาณ 3.8 และ 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) ตามลำดับ นอกจากนี้ US จะเรียกเก็บ tafiff บนสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 10% โดยการประกาศขึ้น tariff ครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.2025 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ในภายหลัง แคนาดาประกาศจะตอบโต้โดยการเก็บ tariff 25% บนผลิตภัณฑ์นำเข้าจาก US ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ USD155bn ขณะที่ เม็กซิโกเตรียมที่จะเก็บ tariff ตอบโต้เช่นกัน ซึ่งอาจอยู่ในช่วง 5%-20% นอกจากนี้ แคนาดาและจีนเตรียมที่จะฟ้ององค์การการค้าโลก (WTO) เกี่ยวกับมาตรการรีดภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ (ที่มา: Reuters, Bloomberg)           มุมมองเป็นบวกต่อข่าวดังกล่าวต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นจากผลกระทบต่อกระแสการค้าน้ำมันโลก ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปิดทรงตัว DoD ที่ USD76.8/bbl           ทั้งนี้ ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2025E ที่ USD73.0/bbl ลดลงจาก USD79.8/bbl ในปี 2024 และคงน้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" ทั้งนี้ ตอนนี้เราเชื่อว่าหุ้นกลุ่มน้ำมันต้นน้ำกลับมาน่าสนจาก valuation ที่ไม่แพงและเงินปันผลที่สูง           โดยแนะนำ PTTEP (ซื้อ/เป้า 160.00 บาท) ซึ่งเงินปันผล 2H24 คิดเป็นอัตราตอบแทนที่ 4.0% โดยจะขึ้น XD ในวันที่ 25 ก.พ.2025

PTTEP ดีตามคาด! เช็กปัจจัยบวกปี68 แนะ “ซื้อ”

PTTEP ดีตามคาด! เช็กปัจจัยบวกปี68 แนะ “ซื้อ”

          หุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้า ประเมินหุ้น PTTEP แนวโน้ม 1Q25 ชะลอตัว เบื้องต้นคาดทำได้ระดับ ±1.6 หมื่นล้านบาท ลดลง QoQ และ YoY เนื่องจากปริมาณขายจะลดลง QoQ เพราะเข้าสู่ช่วงปิดซ่อมบำรุงแหล่งปิโตรเลียม G2 ในอ่าวไทย และปริมาณส่งมอบน้ำมันโครงการโอมาน – แอลจีเรียกลับสู่ระดับปกติ ขณะที่ YoY จะลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก           ฝ่ายวิจัยคงประมาณการปี2025 ที่ 6.6 หมื่นล้านบาท -16% YoY ตามทิศทางราคาน้ำมัน (สมมติฐานน้ำมันดิบดูไบที่ US$75/bbl vs ปี2024 ที่ US$80/bbl)           อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมอง เป็นการชะลอตัวจากฐานสูง โดยภาพรวมกำไรยังแข็งแกร่ง และ ROE ยังสูง 11-12% เพราะ คาดปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 500-510 kboed ทำสถิติสูงสุดใหม่ และราคาขายก๊าซจะ ลดลงเพียงเล็กน้อย YoY เนื่องจากได้ประโยชน์จากโครงสร้างสัญญาราคาขายที่มีLag-time 6-12 เดือน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 158.00 บาท           เพราะ 1) เป็นหุ้นพลังงานที่ผลประกอบการแข็งแกร่งไว้ใจได้ 2)ฐานะการเงินมั่นคงด้วยสถานะ Net Cash Company 3) ราคาปัจจุบัน มีDividend Yield ปี2025 สูง 6% ต่อปี4) เป็นหุ้นพลังงานที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากนโยบายแทรกแซงพลังงานจำกัด นอกจากนี้บริษัทฯ ยังประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H24 สูง (Yield 4.1%) ขึ้น XD 25 ก.พ.ช่วยจำกัด Downside ระยะสั้นให้แก่หุ้นช่วงตลาดหุ้นผันผวน

PTTEPปริมาณขาย Q4 ทำสถิติ จับตา Q1 ทรงตัว-เป้า 160 บ.

PTTEPปริมาณขาย Q4 ทำสถิติ จับตา Q1 ทรงตัว-เป้า 160 บ.

หุ้นวิชั่น - บทวิเคราะห์ บล.ดาโอ ระบุ ว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” PTTEP ที่ราคาเป้าหมายปี 2025E ที่ 160.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC 6.7%, TG 0%) และราคาน้ำมันดิบระยะยาวที่ USD65.0/bbl PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 4Q24 ที่ 1.83 หมื่นล้านบาท (ทรงตัว YoY, +2% QoQ) สอดคล้องกับประมาณการของเราและ consensus โดยดีขึ้น QoQ ตามปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นแตะระดับสถิติสูงสุดใหม่จากแรงหนุนของรอบโหลดน้ำมันที่สูงขึ้นของโครงการในแอฟริกาและมาเลเซีย และต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) ที่ต่ำลงชดเชยราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่อ่อนตัวตามราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ลดลง ทั้งนี้ เชื่อว่าผลประกอบการจะทรงตัว QoQ ใน 1Q25E ซึ่งน่าจะเห็นราคาขายเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติ (gas ASP) ที่สูงขึ้นช่วยชดเชยปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลง QoQ ได้ นอกจากนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการ 2H24 ที่ 5.125 บาทต่อหุ้น สะท้อนอัตราตอบแทนที่ 4.1% โดยจะขึ้น XD ในวันที่ 25 ก.พ.2025เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2025E ขึ้น 4% เป็น 7.15 หมื่นล้านบาท หลักๆเพื่อสะท้อนสมมติฐาน gas ASP ที่สูงขึ้นและ unit cost ที่ต่ำลง ทั้งนี้ เราเชื่อว่ากำไรจะทรงตัวสูงในปี 2026E แม้จะลดลง 12% YoY ตาม blended ASP ที่ลดลงจาก gas ASP และ liquid ASPราคาหุ้นปรับตัวลง 12% และ underperform SET 14% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับระดับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงตามความกังวลต่อภาพรวมอุปสงค์การใช้น้ำมันโลก ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ 2025E PBV ที่น่าดึงดูดที่ 0.87x (ประมาณ -1.65SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) และอัตราตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 7.5%-7.7% ในปี 2024-2025E

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

PTTEP ปี67 กำไร 7.8 หมื่นล้าน! ปี68 ทุ่มงบ 2.61 แสนล้าน นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 50,450 ล.

PTTEP ปี67 กำไร 7.8 หมื่นล้าน! ปี68 ทุ่มงบ 2.61 แสนล้าน นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 50,450 ล.

           หุ้นวิชั่น - กรุงเทพฯ, 30 มกราคม 2568 – ปตท.สผ. แจ้งผลการดำเนินงานปี 2567 ประสบความสำเร็จในการเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการ G1/61 ในอ่าวไทย และการขยายการลงทุนในสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์และแอลจีเรีย นำส่งรายได้ให้รัฐเพื่อการพัฒนาประเทศไทยกว่า 50,450 ล้านบาท อนุมัติจ่ายเงินปันผลปี 2567 ที่ 9.625 บาทต่อหุ้น ปี 2568 ตั้งงบประมาณ 2.61 แสนล้านบาท มุ่งเพิ่มการผลิตและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมในไทย รองรับการใช้พลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ            นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีความก้าวหน้าสำคัญในการดำเนินธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยสามารถเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยในโครงการ G1/61 (แหล่งเอราวัณ ปลาทอง สตูล และฟูนาน) ขึ้นมาสู่ระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และยังคงรักษากำลังการผลิตของโครงการอย่างต่อเนื่อง            สำหรับการขยายการลงทุนในต่างประเทศ ปตท.สผ. ได้เข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 10 ในโครงการสัมปทานกาชา (Ghasha Concession Project) ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยมีแผนจะเริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในปี 2568 นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับอนุมัติแผนพัฒนาโครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 เมื่อเดือนกันยายนในปีที่ผ่านมา จากหน่วยงานรัฐของอาบูดาบีแล้ว โดยคาดว่าจะตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ในปีนี้            ปตท.สผ. ยังได้เข้าซื้อหุ้นทุน (Share Capital) ในสัดส่วนร้อยละ 34 ในบริษัท E&E Algeria Touat B.V. คาดว่าการซื้อขายจะเสร็จสิ้นในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ ปตท.สผ. ถือสัดส่วนการลงทุนทางอ้อมในโครงการทูอัท (Touat Project) ที่ร้อยละ 22.1 โครงการนี้เป็นโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติบนบกในประเทศแอลจีเรีย มีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 435 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจะสามารถเพิ่มรายได้ ปริมาณการขาย และปริมาณสำรองปิโตรเลียมให้กับบริษัทได้ทันทีเมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้น            ด้านการขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ปตท.สผ. ได้พัฒนาโครงการ DigitalX ซึ่งเป็นการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัล (Digital Solutions) เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning (ML) ที่มีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลของห่วงโซ่ธุรกิจอย่างครบวงจร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้ง บริษัทยังได้เริ่มพัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูล (Data Foundation) ให้สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ทั้งองค์กร โดยมีมาตรฐานเดียวกัน พร้อมกับได้พัฒนา X.brain ซึ่งเป็น AI Engine ที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ เพื่อนำมาช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานของบุคลากรให้สำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทุกระดับชั้นภายในองค์กรให้มีความพร้อมและมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ (Digital Citizens) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านต่างๆ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และลดระยะเวลาการทำงานลงอย่างมีนัยสำคัญ            ในด้านการดำเนินงานเพื่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (Net Zero Greenhouse Gas Emissions by 2050) นั้น ปตท.สผ. สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมตั้งแต่ปี 2563 ได้ประมาณ 4.08 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ผ่านการจัดทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจกต่าง ๆ เช่น การนำก๊าซส่วนเกินจากกระบวนการผลิตปิโตรเลียมกลับมาใช้ใหม่ การปรับปรุงกระบวนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการคัดเลือกโครงการที่มีความเข้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำเข้ามาใน Portfolio เป็นต้น รวมทั้ง ยังได้ร่วมฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่า 200,000 ไร่ ภายในปี 2573 เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์            ในปี 2567 ที่ผ่านมา ปตท.สผ. ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ จำนวน 50,450 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐยังได้รับส่วนแบ่งของผลผลิตปิโตรเลียมจากโครงการ G1/61 และ G2/61 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) เป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่รัฐนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย            สำหรับผลประกอบการในปี 2567 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 327,415 ล้านบาท (เทียบเท่า 9,273 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สรอ.)) โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 488,794 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มกำลังการผลิตปิโตรเลียมของโครงการ G1/61 ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 46.78 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ 78,824 ล้านบาท (เทียบเท่า 2,227 ล้านดอลลาร์ สรอ.) โดยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญที่บริษัทจะนำมาใช้ในการพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมจากโครงการต่าง ๆ ตามแผนงานปี 2568 รองรับความต้องการการใช้พลังงานในประเทศต่อไป อนุมัติเสนอจ่ายเงินปันผลปี 2567 ที่ 9.625 บาทต่อหุ้น            จากผลการดำเนินการในปี 2567 คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้น ที่ 9.625 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิที่ร้อยละ 49 รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 38,211 ล้านบาท ได้จ่ายสำหรับงวด 6 เดือนแรกไปแล้วในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2567 ส่วนที่เหลืออีก 5.125 บาทต่อหุ้น จะจ่ายในวันที่ 22 เมษายน 2568 ภายหลังได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2568 ซึ่งส่วนหนึ่งของเงินปันผลดังกล่าว จะถูกนำส่งให้กระทรวงการคลังผ่านการถือหุ้นในบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ปตท.สผ. เพื่อการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน ปี 2568 ลงทุนกว่า 2.61 แสนล้านบาท สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง            ปตท.สผ. ได้ตั้งประมาณการดำเนินงานปี 2568 ไว้ที่ 261,940 ล้านบาท (เทียบเท่า 7,819 ล้านดอลลาร์ สรอ.) ซึ่งงบประมาณดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากกระแสเงินสดตามผลกำไรในปีที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนกิจกรรมการสำรวจ พัฒนา และเพิ่มอัตราการผลิตปิโตรเลียม รองรับความต้องการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน รวมทั้ง ลดภาระการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดย ปตท.สผ. จะนำงบประมาณไปใช้ในการดำเนินแผนงานในการรักษาและการเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยจากโครงการ G1/61 โครงการ G2/61 โครงการอาทิตย์ โครงการเอส 1 โครงการคอนแทร็ค 4 และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเร่งพัฒนากลุ่มโครงการสำรวจในประเทศมาเลเซีย (Malaysia Greenfields) โครงการในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโมซัมบิก ให้สามารถเริ่มการผลิตได้ตามแผน ไปพร้อมกับแผนงานเร่งการสำรวจในประเทศไทย และมาเลเซีย รวมถึงการดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังได้สำรองงบประมาณสำหรับการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เช่น พลังงานลมนอกชายฝั่ง และเชื้อเพลิงไฮโดรเจน เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ และสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในระยะยาว

PTTEP ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หนุน มีปันผล 7.8% โบรกแนะซื้อ เป้า 153.5 บ.

PTTEP ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หนุน มีปันผล 7.8% โบรกแนะซื้อ เป้า 153.5 บ.

หุ้นวิชั่น – บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า PTTEP รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่า BV และให้เงินปันผลสูงถึง 7.8% FY67F คาดกำไร +2%yoy ดีกว่าประมาณเดิม แม้ราคาขายเฉลี่ยลดลงแต่ได้ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นชดเชย ประเมินราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 153.5 บ. เทียบเท่า FY68F P/E=6x และ D/P=7.8%

ราคาน้ำมันดิบปิดบวกต่อ หนุนหุ้นพลังงาน เน้น PTTEP-PTT

ราคาน้ำมันดิบปิดบวกต่อ หนุนหุ้นพลังงาน เน้น PTTEP-PTT

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) น้ำมันดิบ Brent +2.7%d-d ปิดที่ USD 82.5 /barrel. น้ำมันดิบ West Texas + 3.28%d-d ปิดที่ USD 80.0/barrel แรงหนุนจาก ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และอุปทานน้ำมันที่จะหายไปหลังสหรัฐคว่ำบาตรรัสเซียล่าสุด และล่าสุด EIA รายงานคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังส่งออกเพิ่มขึ้นและนำเข้าน้อยลง มองเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำ เน้น PTTEP, PTT

abs

SSP : ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน ทางเลือกใหม่เพื่ออนาคต

PTTEP คาดกำไร Q4/67 ที่ 1.75 หมื่นลบ.  โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 141.00 บาท

PTTEP คาดกำไร Q4/67 ที่ 1.75 หมื่นลบ. โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 141.00 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.พาย คาดกำไรสุทธิ 4Q24 ที่ 1.75 หมื่นล้านบาท (-5%YoY, -2%QoQ) ชะลอตัวลงตามราคาน้ำมันดิบเป็นหลัก โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยประจำไตรมาส 4 ที่ 73.6 US$/bbl (-10%YoY, -4%QoQ) หลักจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของจีนชะลอตัว ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 45.6 US$/BOE (-6%YoY, -3%QoQ) แม้ว่าปริมาณการขายอยู่ที่ 506 KBOED (+7%YoY, +7%QoQ) เพิ่มขึ้นเนื่องจากกลับมาดำเนินการขุดเจาะหลังจากมีการปิดซ่อมบำรุงหลุมในอ่าวไทย แนวโน้มปี 2025 เราคาดว่าราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในกรอบ 65 – 75 US$/bbl โดยอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากทั้ง OPEC+ และ Non-OPEC เป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน PTTEP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 141.00 บาท)

PTTEP คาดกำไรQ4ฟื้น เช็กเลย! มูลค่าหุ้นปีนี้

PTTEP คาดกำไรQ4ฟื้น เช็กเลย! มูลค่าหุ้นปีนี้

           หุ้นวิชั่น- บทวิเคราะห์ บล.ดาโอระบุว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” PTTEP ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2025E ที่ 160.00 บาท (เดิม 180.00 บาท) อิงวิธี DCF (WACC 6.7%, TG 0%) และราคาน้ำมันดิบระยะยาวที่ USD65.0/bbl โดยเราปรับราคาเป้าหมายลงจากการปรับเงินลงทุน (CAPEX) ในอนาคตขึ้นเพื่อสะท้อนแผนธุรกิจใหม่ของบริษัท ทั้งนี้ เราประเมินว่า PTTEP จะรายงานกำไรสุทธิ 4Q24E ที่ 1.83 หมื่นล้านบาท (ทรงตัว YoY, +3% QoQ) โดยดีขึ้น QoQ ตามปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นแตะระดับสถิติสูงสุดใหม่ (แม้ว่าจะต่ำกว่าที่เราคาดก่อนหน้านี้) จากแรงหนุน ของรอบโหลดน้ำมันที่สูงขึ้นของโครงการในแอฟริกาและมาเลเซีย และต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) ที่ต่ำลงชดเชยราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่อ่อนตัวตามราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ลดลง  นอกจากนี้ เชื่อว่าบริษัทจะไม่ต้องบันทึกการตั้งสำรองด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เป็นไปได้ (loss on impairment of assets) ของโครงการโมซัมบิก (Mozambique) เพิ่มเติมในไตรมาสนี้ เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2024E ขึ้น 12% เป็น 7.88 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนอัตราภาษีเงินได้ที่ต่ำกว่าคาดใน 9M24 อย่างไรก็ดี เราได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2025E ลง 4% เป็น 6.86 หมื่นล้านบาท เพื่อรวมผลกระทบของ 1) แผนเงินธุรกิจ 5 ปีใหม่ของบริษัท (ปริมาณขายเฉลี่ยลดลงและ CAPEX สูงขึ้น) 2) สมมติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ลดลง ASP ที่ต่ำลง และ 3) สมมติฐาน unit cost ที่สูงขึ้น ราคาหุ้นปรับตัวลง 20% และ underperform SET 26% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับระดับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงตามความกังวลต่อภาพรวมอุปสงค์การใช้น้ำมันโลก ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ 2025E PBV ที่น่าดึงดูดที่ 0.90x (ประมาณ -1.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) และอัตราตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 7.3%-8.2% ในปี 2024E-2025E

ส่องประเด็น เฟ้นหุ้นเด็ด PTTEP ซ่อนมูลค่าแค่ไหน?

ส่องประเด็น เฟ้นหุ้นเด็ด PTTEP ซ่อนมูลค่าแค่ไหน?

          หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  คาดการณ์ PTTEP ปริมาณขายปีนี้ 507 พันบาร์เรล/วัน +3% YoY และคาดเติบโต +3.4% CAGR ใน 5 ปีข้างหน้า หนุนโดยการผลิตจากแหล่งต่างประเทศ           ฐานะการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง หนุนโอกาสลงทุนใหม่ต่อเนื่องทั้งธุรกิจแหล่งก๊าซและ Offshore Wind           ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี และให้เงินปันผลสูงถึง 7.6%           แนวรับ = 120.5/122 แนวต้าน = 127/128.5           PTTEP | ซื้อ | TP=169 บ.

abs

ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร

ส่องหุ้น PTTEP เพิ่มแผนลงทุนห้าปี โบรกชูปันผลน่าสน?

ส่องหุ้น PTTEP เพิ่มแผนลงทุนห้าปี โบรกชูปันผลน่าสน?

            หุ้นวิชั่น - บล.เคจึไอ ส่องหุ้น PTTEP คาดว่าปริมาณยอดขายในอีกห้าปีข้างหน้า (2568F- 2572F) จะโต 3.4% CAGR นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่าปริมาณยอดขายจะเพิ่มขึ้น 3% YoY เป็น 507 KBOED ในปี 2568F เพราะจะเป็นปีแรกที่รับรู้ผลการดําเนินงานเต็มปีจากโครงการเอราวัณ ซึ่งเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ด้วยปริมาณการผลิต 800 mmscfd เมื่อวันที่20 มีนาคม 2567 แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยปรับลดราคาเป้าหมาย DCF ปี2568F เหลือ140.0 บาท จากเดิม 142.00 บาท โดยใช้WACC ที่8.8% และ terminal growth ที่ 1.0% เพื่อสะท้อนถึงงบลงทุนห้าปี(ทั้งCAPEX และ OPEX) สําหรับปี2568F-2572F ที่เพิ่มขึ้น 3% หรือ 1.0 พันล้านดอลลาร์ฯ เป็น 3.36 หมื่นล้านดอลลาร์ฯจากแผนลงทุนห้าปีของเดิมสําหรับปี 2567F-2571F ทั้งนี้ แม้ว่าคาดราคาน้ำมันดิบดูไบมีแนวโน้มลดลงเหลือ US$75/bbl ในปี2568F และ US$70/bbl ในปี2569F แต่เรายังคงคําแนะนําถือ PTTEP เพราะคาดว่าอัตราผลตอบแทน จากเงินปันผลในปี2567F-2569F จะน่าสนใจที่ 8.1%, 7.1% และ6.9% ตามลําดับ เมื่อคํานวณจากราคาหุ้นในปัจจุบัน

ปตท.สผ. รักษามาตรฐานการดำเนินงานด้านความยั่งยืนระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

ปตท.สผ. รักษามาตรฐานการดำเนินงานด้านความยั่งยืนระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

         หุ้นวิชั่น - บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) ยังคงรักษามาตรฐานความยั่งยืนตามแนวทางสากลมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นครอบคลุมมิติด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) โดยบริษัทได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) เป็นครั้งที่ 10 ในกลุ่มดัชนีโลก (World Index) ประเภทอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซขั้นต้นและครบวงจร (Oil & Gas Upstream & Integrated) รวมทั้งได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน The Sustainability Yearbook 2024 จาก S&P Global ติดต่อกันเป็นปีที่ 11 และเป็นสมาชิกของ FTSE4Good Index Series จาก FTSE Russell ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9          นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้รับการจัดอันดับจากสถาบันการประเมินต่าง ๆ ได้แก่ ระดับ BBB โดย MSCI ESG Ratings, ระดับ C+ โดย ISS ESG Ratings, ระดับ AA โดย SET ESG Ratings และได้รับการประเมินเป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงด้าน ESG ต่ำ เป็นอันดับที่ 30 จากทั้งหมด 301 บริษัทในกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซ (Oil & Gas Producers) โดย Morningstar Sustainalytics’ ESG Risk Ratings อีกด้วย          ปตท.สผ. ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืน โดยมี 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การพัฒนาสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศ (High Performance Organization – HPO), การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Governance, Risk Management, and Compliance – GRC), และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน (Sustainable Value Creation – SVC) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs)

PTT-PTTEP ลุยลงทุน5ปี ปักธงพลังงานสะอาด

PTT-PTTEP ลุยลงทุน5ปี ปักธงพลังงานสะอาด

           หุ้นวิชั่น - PTT อัดงบ 54,463 ล้านบาท 5 ปี! เดินหน้าขยายท่อก๊าซ  เสริมแกร่งความมั่นคงพลังงาน ศึกษาและแสวงหาโอกาสในการขยายการลงทุน ด้าน  PTTEP ประกาศแผนลงทุน 5 ปี (2568-2572) วงเงินรวม 1.74 พันล้านดอลลาร์ สรอ. เน้นขยายธุรกิจพลังงานสะอาด พลังงานลมนอกชายฝั่ง ไฮโดรเจน และเทคโนโลยี CCS มุ่งสู่เป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593            นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)หรือ PTT รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (“ปตท.”) ขอเรียนให้ทราบว่า คณะกรรมการ ปตท. ในการประชุมครั้งที่ 12/2567 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ได้มีมติอนุมัติงบลงทุน 5 ปี (ปี 2568 - 2572) ของ ปตท. และบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น ร้อยละ 100 วงเงินรวม 54,463 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้            ปตท. มีการลงทุนในธุรกิจหลัก (Core Business) เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ปตท. “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” โดยเงินลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 64 ของงบลงทุน 5 ปี            โครงการหลักที่สำคัญ ได้แก่ โครงการท่อส่งก๊าซฯ บางปะกง – โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 7รวมถึงการลงทุนเพื่อแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน            ขณะเดียวกัน ปตท. ยังมีการลงทุนผ่านบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น ร้อยละ 100 เช่นการลงทุนของบริษัทในกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ การลงทุนในธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย เช่น โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3            นอกจากนี้ ปตท. ยังคงศึกษาและแสวงหาโอกาสในการขยายการลงทุนในอนาคต เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันตามวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท.            ด้านนางชนมาศ ศาสนนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สํารวจและผลิตปิโตรเลียม จํากัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ขอแจ้งแผนการดําเนินงานประจําปี 2568 ของ ปตท.สผ. และบริษัทย่อย (ปตท.สผ.) ภายใต้แผนกลยุทธ์ Drive-Decarbonize-Diversify เพื่อขับเคลื่อนและเพิ่มมูลค่าธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียม และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 รวมถึงขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) โดยจัดสรรงบประมาณประจําปี 2568 รวมทั้งสิ้น 7,819 ล้านดอลลาร์ สรอ. ประกอบด้วยรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) จํานวน 5,299 ล้านดอลลาร์ สรอ. และรายจ่ายดําเนินงาน (Operating Expenditure) จํานวน 2,520 ล้านดอลลาร์ สรอ.            เป้าหมายการดําเนินงานของบริษัทในปี 2568 ยังคงมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งและขยายการลงทุนในธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียมในต่างประเทศ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยให้ความสําคัญกับแผนงานหลัก ดังนี้ 1.เพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมจากโครงการปัจจุบัน โครงการผลิตหลักที่สําคัญเพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ได้แก่ โครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ) โครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) โครงการอาทิตย์ โครงการเอส 1 โครงการคอนแทร็ค 4 โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โครงการซอติก้า และ โครงการยาดานา ในประเทศเมียนมา ที่มีการนําก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้เข้ามาใช้ในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีโครงการผลิตหลักในต่างประเทศที่สําคัญ เช่น โครงการในประเทศมาเลเซีย โครงการในประเทศโอมาน โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนจํานวน 3,676 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว            นอกจากนี้ ยังมีแผนงานสําหรับกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยครอบคลุม Scope 1 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง) และ Scope 2 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน) ในธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียมที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดําเนินการ (Operational Control) พร้อมทั้งกําหนดเป้าหมายระหว่างทาง (Interim Target) ในการลดปริมาณความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission Intensity) จากปีฐาน 2563 ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และร้อยละ 50 ภายในปี 2573 และ 2583 ตามลําดับ โดยได้ตั้งงบประมาณสําหรับกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2568 ทั้งสิ้นจํานวน 77 ล้านดอลลาร์ สรอ. 2.เร่งผลักดันโครงการหลักที่อยู่ในระยะพัฒนา (Development Phase) โครงการหลักที่อยู่ในระยะพัฒนา ได้แก่ โครงการสัมปทานกาชา โครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 โครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 รวมถึงโครงการพัฒนาในประเทศมาเลเซีย เช่น โครงการมาเลเซีย เอสเค405บี โครงการมาเลเซีย เอสเค417 โครงการมาเลเซีย เอสเค438 โดยจัดสรรรายจ่ายลงทุนเป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น 1,464 ล้านดอลลาร์ สรอ. 3.เร่งดำเนินการสำรวจในโครงการปัจจุบัน ทั้งโครงการที่อยู่ในระยะสำรวจ โครงการในระยะพัฒนา รวมถึงโครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยจัดสรรรายจ่ายลงทุนจำนวน 127 ล้านดอลลาร์ สรอ. สำหรับการเจาะหลุมสำรวจและประเมินผลของโครงการในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศเมียนมา            ปตท.สผ. ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้เริ่มดำเนินการขยายไปสู่ธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จึงได้สำรองงบประมาณ 5 ปี (2568-2572) เพิ่มเติมจากงบประมาณข้างต้นอีกจำนวน 1,747 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจ พลังงานลมนอกชายฝั่ง, ธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS as a Service), ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน และการลงทุนในธุรกิจและเทคโนโลยีผ่านบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานในรูปแบบ Corporate Venture Capital (CVC)            ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมขององค์กรในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำในอนาคต พร้อมกับการดูแลสังคมและชุมชนโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท เพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายต่อไป

abs

Hoonvision

PTTEP รุกแอลจีเรีย! ทุ่มซื้อหุ้น 34% โครงการ Touat

PTTEP รุกแอลจีเรีย! ทุ่มซื้อหุ้น 34% โครงการ Touat

        หุ้นวิชั่น - บริษัท ปตท.สํารวจและผลิตปิโตรเลียม จํากัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ขอแจ้งว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 บริษัท PTTEP SG Holding Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ลงนามในสัญญาซื้อขาย (Sale and Purchase Agreement: SPA) เพื่อเข้าซื้อหุ้นทุนในสัดส่วนร้อยละ 34 ในบริษัท E&E Algeria Touat B.V. จากบริษัท ENGIE International Corporation B.V. (ENGIE) ทั้งนี้ การซื้อขายจะมีผลสมบูรณ์เมื่อบรรลุเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญาครบถ้วน รวมถึงการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะมีผลสมบูรณ์ภายในไตรมาส 2 ปี 2568 ซึ่งจะส่งผลให้ ปตท.สผ. ถือสัดส่วนการลงทุนทางอ้อมในโครงการ Touat ที่ร้อยละ 22.1 ทั้งนี้ ผู้ร่วมทุนอื่นในโครงการประกอบด้วยบริษัท Eni Energy Touat Holding B.V. (บริษัทย่อยของ ENI) และบริษัท SONATRACH S.P.A. (บริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศแอลจีเรีย) ซึ่งถือสัดส่วนร้อยละ 42.9 และ 35 ตามลำดับ โครงการ Touat เป็นโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract: PSC) ตั้งอยู่ในแหล่งปิโตรเลียมบนบก Timimoun ในประเทศแอลจีเรีย โดยมีประมาณการปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติคงเหลือ 1.92 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate) คงเหลือ 5.4 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ณ วันที่ 1 มกราคม 2567) โครงการดังกล่าวได้เข้าสู่ระยะการผลิตแล้วตั้งแต่ปี 2562 และปัจจุบันมีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติที่ประมาณ 435 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน พร้อมทั้งมีโอกาสในการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต การเข้าลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ ปตท.สผ. ในการขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยประเทศแอลจีเรียเป็นประเทศที่มีศักยภาพปิโตรเลียมสูง รวมถึงมีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและตลาดรองรับการส่งออกก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งโครงการยังมีความเสี่ยงในระดับต่ำ เนื่องจากอยู่ในระยะผลิตแล้ว เมื่อการซื้อขายมีผลสมบูรณ์ จะสามารถเพิ่มรายได้ ปริมาณการผลิต และปริมาณสำรองปิโตรเลียม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้กับ ปตท.สผ. ได้ทันที เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการเติบโตของบริษัทต่อไป

ปตท.สผ. ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับ “ดีเลิศ” จาก CGR 2024

ปตท.สผ. ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับ “ดีเลิศ” จาก CGR 2024

          หุ้นวิชั่น - บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent) หรือ 5 สัญลักษณ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 และได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Top Quartile ของบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าทางการตลาดไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท จากการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2567 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR 2024) ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การจัดอันดับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ปตท.สผ. ในการพัฒนามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

บล.กรุงศรี พลิกขึ้นแรง ต้นน้ำรับอานิสงส์ ชู PTT, PTTEP เด่น

บล.กรุงศรี พลิกขึ้นแรง ต้นน้ำรับอานิสงส์ ชู PTT, PTTEP เด่น

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) มองราคาน้ำมันดิบพลิกขึ้นแรง อิงน้ำมันดิบ Brent +2.91%d-d ปิดที่ USD 73.11/barrel น้ำมันดิบ West Texas +3.19%d-d ปิดที่ USD 69.16/barrel แรงหนุนมาจากข่าว Supply น้ำมันลดลง คือ รายงานการผลิตน้ำมันดิบที่บ่อน้ำมัน Johan Sverdrup ของ Norway ได้หยุดลง ผสานกับล่าสุดความตึงเครียดของงงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนกลับมาอีกครั้ง            โดยรัสเซียได้ทำการโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 3 เดือนต่อยูเครน มองระยะสั้นเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำ อาทิ PTT, PTTEP

PTTEP เดินหน้าลงทุนโครงการ CCS Hub เร่งกักเก็บคาร์บอน-ขยายธุรกิจพลังงานสะอาด

PTTEP เดินหน้าลงทุนโครงการ CCS Hub เร่งกักเก็บคาร์บอน-ขยายธุรกิจพลังงานสะอาด

            ปตท.สผ. เผยแผนการลงทุนเชิงรุกในโครงการ Carbon Capture and Storage (CCS Hub) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างยั่งยืน พร้อมวางแผนตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายในปี 2568 ควบคู่กับการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน พร้อมคงปริมาณขายทั้งปีที่ 5.01 แสนบาร์เรล/วัน ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่บริเวณ 75-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล             นายเสริมศักดิ์ สัจจะวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า ภารกิจของ ปตท.สผ. คือการส่งเสริมความมั่นคงของพลังงานในประเทศและการลงทุนไปยังต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) โดยเฉพาะแหล่งอาทิตย์ ซึ่งคาดว่าจะมีการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายในปี 2568 และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปี 2027 รวมถึงการดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเติบโตในธุรกิจใหม่ (Diversify) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงาน พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และเร่งสร้างการเติบโตให้กับบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV)             นางสาวอารดา วิชญวาณิช ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ PTTEP เปิดเผยถึงโครงการ Carbon Capture and Storage: CCS Hub โดยจะมีการทำงานร่วมกันทั้งกลุ่ม ปตท. โดยลูกค้ากลุ่มแรกคือเครือ ปตท. ซึ่ง ปตท. แม่ จะเป็นผู้ลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และทำงานร่วมกับรัฐบาลในการผลักดันกฎระเบียบหรือกฎหมายรองรับ ส่วนบริษัทในเครือที่ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จากกระบวนการทำงานของตนเอง เช่น GPSC, TOP, GC, IRPC และ PTT จะนับเป็นผู้ผลิตต้นน้ำ สำหรับ PTTEP จะรับหน้าที่เป็นปลายน้ำในการรับผิดชอบการลงทุนพัฒนา offshore storage facility ในอ่าวไทย โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการขุดสำรวจและการจัดเก็บเพื่อสนับสนุนการกักเก็บคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ             สำหรับภาพรวมปริมาณขายปิโตรเลียมทั้งปี 2567 คาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 501,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากปีก่อนที่ 462,007 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โดยมีการเติบโตขึ้น 40,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากการเพิ่มกำลังการผลิตของโครงการจี 1/61 (เอราวัณ) สู่ระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 ซึ่งเร็วกว่าแผนงาน รวมถึงปริมาณขายตามสัดส่วนการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้นของโครงการยาดานาหลังจากผู้ร่วมทุนยุติการลงทุน             สำหรับราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทนั้นมีโครงสร้างราคาส่วนหนึ่งผูกกับราคาน้ำมันย้อนหลัง 6 – 24 เดือน บริษัทคาดว่าราคาขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยสำหรับปี 2567 จะอยู่ที่ประมาณ 5.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ส่วนต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) คาดว่าจะอยู่ที่ 29-30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยคาดว่าไตรมาส 4/2567 จะลดลงจากไตรมาส 3/2567 รวมถึงคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เฉลี่ยจะอยู่ที่ 70-75%             ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/2567 คาดว่าปริมาณขายปิโตรเลียมจะอยู่ที่ระดับ 520,000-530,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงวดไตรมาส 3/2567 ที่อยู่ระดับ 475,078 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โดยในไตรมาส 4 ปี 2567 อุปสงค์และอุปทานอยู่ในระดับสมดุล โดยมีความกังวลด้านเศรษฐกิจ การควบคุมการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบเคลื่อนไหวในกรอบราคา 75 - 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศจีนฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ส่งผลให้มีการปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันดิบปีนี้ลงเหลือ 900,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ด้านอุปทานแนวโน้มน้ำมันมีความตึงตัวมากขึ้น และยังมีปัจจัยอื่นทั้งการเลือกตั้งของสหรัฐและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง             สำหรับแผนธุรกิจปี 2568 อยู่ระหว่างการวางแผน โดยคาดว่าจะสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดได้ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2567 นี้ โดยเบื้องต้นบริษัทจะพยายามรักษาการผลิตทั้งในไทย เมียนมาร์ มาเลเซีย รวมไปถึงตะวันออกกลาง และเร่งรัดการพัฒนา ซึ่งจะใช้เงินลงทุนพอสมควร โดยในแต่ละปีวางเป้าหมายการลงทุนไว้ที่ประมาณ 6,000-7,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

KSS ชี้น้ำมันดิบพุ่งแรง OPEC เลื่อนเพิ่มกำลังผลิต มองบอกต่อ PTT, PTTEP

KSS ชี้น้ำมันดิบพุ่งแรง OPEC เลื่อนเพิ่มกำลังผลิต มองบอกต่อ PTT, PTTEP

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) น้ำมันดิบปรับขึ้นแรง และปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 อิง Brent +2.74%d-d ปิดที่ USD 75.1/barrel, น้ำมันดิบ West Texas +2.85%d-d ปิดที่ USD 71.4/barrel           แรงหนุนระยะสั้นมาจากกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน OPEC+ ประกาศเลื่อนการเพิ่มการผลิตน้ำมันที่วางแผนไว้ในเดือน ธ.ค.ออกไป 1 เดือน โดยรวมที่ตลาดคาด โดยรวมมองบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ PTT, PTTEP

PTTEP เผย9 เดือนแรก 2567 แตะ 247,119 ลบ. ส่งรายได้รัฐกว่า 43,300 ลบ.

PTTEP เผย9 เดือนแรก 2567 แตะ 247,119 ลบ. ส่งรายได้รัฐกว่า 43,300 ลบ.

          หุ้นวิชั่น - กรุงเทพฯ, 28 ตุลาคม 2567 – ปตท.สผ. เผยผลการการดำเนินงานรอบ 9 เดือน ปี 2567 การขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลมีความก้าวหน้าขึ้นมาก ซึ่งจะช่วยขยายขีดความสามารถด้านต่าง ๆ ของบริษัททั้งปัจจุบันและอนาคต สำหรับ 9 เดือนแรกนี้ บริษัทสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินธุรกิจให้กับรัฐประมาณ 43,300 ล้านบาท เพื่อการพัฒนาประเทศ           นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 นี้ บริษัทมีความคืบหน้าในการดำเนินงานโครงการในต่างประเทศ โดยโครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รับการอนุมัติแผนพัฒนาโครงการจากหน่วยงานรัฐบาลของอาบูดาบีแล้ว โดยคาดว่าจะตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ได้ในปี 2568 เพื่อเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมและอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติให้บริษัทในอนาคต           ส่วนด้านการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital-Driven Organization) ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ รวมทั้ง ช่วยลดระยะเวลาและลดค่าใช้จ่าย โดยในช่วงที่ผ่านมา ปตท.สผ. ได้พัฒนาโครงการ DigitalX ขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาและประยุกต์ใช้โครงการนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Solutions) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างครบวงจร เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ที่ช่วยวิเคราะห์และประมวลข้อมูลทั่วทั้งห่วงโซ่ธุรกิจของ ปตท.สผ. ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เช่น ช่วยการเจาะหลุมปิโตรเลียม กระบวนการผลิต การบริหารจัดหาจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ โดยมีการเชื่อมฐานข้อมูล (Data Foundation) ที่เชื่อถือได้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีระบบบริหารจัดการทรัพยากร (ERP System) ที่ทันสมัย ภายใต้มาตรการความปลอดภัยเชิงรุก           นอกจากนี้ ปตท.สผ. กำลังพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยี หุ่นยนต์และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานที่แท่นผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ลดความเสี่ยง ลดระยะเวลาในการทำงาน เช่น โดรนสำหรับขนส่งอุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น (Delivery Drone) ระหว่างแท่นผลิตในอ่าวไทย ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนย้ายเครื่องมือ อุปกรณ์การผลิต และอื่น ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และโดรนสำหรับตรวจสอบสภาพภายนอกของแท่นผลิตและตรวจการ (Inspection Drone) เพื่อยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างแท่นผลิตรวมถึงป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที           นายมนตรี กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา ปตท.สผ. ได้พัฒนาและนำนวัตกรรม เทคโนโลยี หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ เช่น โครงการ DigitalX หุ่นยนต์ที่ปฏิบัติงานใต้ทะเล และเทคโนโลยีอื่น ๆ ผ่านบริษัทในเครือ และ ปตท.สผ. เอง การพัฒนาดังกล่าว ดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยการเรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้ ประยุกต์ใช้ ทดลอง และต่อยอด ตามแนวทางการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อขยายขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการดำเนินงานทั้งด้านการสำรวจและการพัฒนาแหล่งพลังงานในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรและประเทศ”           จากการให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการดำเนินงาน ส่งผลให้ ปตท.สผ. ได้รับรางวัลจากสถาบันหรือองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น รางวัล Thailand Technology Excellence Awards for AI – Oil & Gas จากนิตยสาร Asian Business Review จากผลงาน “AI Innovation ภายใต้โครงการ Digital Transformation" ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และ Machine Learning รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2567 ด้านองค์กรนวัตกรรม ประเภทองค์กรวิสาหกิจขนาดใหญ่ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับรางวัลด้านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ได้แก่ รางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 จากการประกาศรางวัล Money & Banking 2024 และรางวัล Best CEO และ Best IR ในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค จากเวที IAA Awards for Listed Companies 2024 และรางวัล Sustainability Award 2024 ประเภท “Sustainability Initiative of the Year” จากโครงการ Ocean for Life จาก Business Intelligence Group ซึ่งเป็นองค์กรอิสระจากสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล           สำหรับผลประกอบการในรอบ 9 เดือนของปี 2567 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 247,119 ล้านบาท (เทียบเท่า 6,912 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สรอ.)) โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอัตราการผลิตปิโตรเลียมของโครงการ G1/61 ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 47.11 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จากการปรับตัวลดลงของราคาก๊าซธรรมชาติ จึงส่งผลให้รอบ 9 เดือนของปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 60,517 ล้านบาท (เทียบเท่า 1,688 ล้านดอลลาร์ สรอ.)           นำส่งรายได้ให้กับรัฐ กว่า 43,300 ล้านบาท เพื่อการพัฒนาประเทศ           ในรอบ 9 เดือนของปี 2567 ปตท.สผ. ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ จำนวนกว่า 43,300 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น นอกจากนี้ ส่วนแบ่งผลผลิตปิโตรเลียมจากโครงการ G1/61 และ G2/61 ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ยังเป็นรายได้อีกส่วนหนึ่งที่รัฐได้รับโดยตรงจากการผลิตปิโตรเลียมของบริษัท เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศอีกด้วย -------------------------------------------

จับตา SET ลุ้นฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน - แนะเก็บ PTTEP, BBL เป็นหุ้นเด่น

จับตา SET ลุ้นฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน - แนะเก็บ PTTEP, BBL เป็นหุ้นเด่น

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า แม้ SET ได้รับ sentiment ลบ หลัง bond yield สหรัฐปรับขึ้น จากที่ตลาดคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% ในเดือนพ.ย. อย่างไรก็ตาม ลุ้นจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเป็นปัจจัยหนุนตลาด ทำให้ยังมองแนวรับบริเวณ 1435-1440 จุดยังรองรับได้ และมีโอกาสฟื้นตัวได้ต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1460 และ 1470 จุดตามลำดับ สำหรับหุ้นเด่นวันนี้           PTTEP: มองว่าราคาน้ำมันที่แข็งแกร่งในระยะสั้นจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น อีกทั้งราคาหุ้นยังคงปรับขึ้นช้ากว่าราคาน้ำมัน และเป็นหุ้นที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากกรณีกังวลความไม่สงบในตะวันออกกลาง ขณะที่ผลการดำเนินงานและงบดุลของบริษัทยังแข็งแกร่ง โดยในปี 2567 คาดมีกำไรปกติ 8.27 หมื่นล้านบาท เติบโต 5% YoY ทั้งนี้แนะนำราคาเข้าซื้อวันนี้ไม่เกิน 137.50 บาท           BBL: เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร เนื่องจาก Valuation ในแง่ PBV/ROE น่าสนใจที่สุด และความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่น ๆ ขณะที่คาดว่าในไตรมาส 3/2567 กำไรปกติจะเติบโต 5% YoY และ 1% QoQ โดยมีแรงหนุนจากการตั้งสำรอง (Credit Cost) ที่ลดลง รวมทั้งสินเชื่อและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) เช่น กำไรจากเครื่องมือทางการเงินยังมีการเติบโต

SET มีแรงกดดัน จับตาแนวรับ 1445-1470 จุด มอง PTTEP และ GULF เด่น

SET มีแรงกดดัน จับตาแนวรับ 1445-1470 จุด มอง PTTEP และ GULF เด่น

          หุ้นวิชั่น- คาด SET ได้รับ sentiment ลบ จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังอิหร่านโจมตีอิสราเอล ทําให้มองกรอบบนยังถูกจํากัดที่แนวต้าน 1470 จุด อย่างไรก็ตาม คาดเม็ดเงินจากกองทุนวายุภักษ์ช่วยประคองดัชนี ทําให้มองกรอบล่างบริเวณแนวรับ 1445-1450 จุด ยังรองรับได้ ทั้งนี้ คาดดัชนีจะ เคลื่อนไหวระหว่างกรอบ 1445-1470 จุด หุ้นเด่นวันนี้ PTTEP: มองราคาน้ำมันที่แข็งแกร่งในระยะสั้นจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น อีกทั้งราคาหุ้นยังคงปรับขึ้นช้ากว่าราคาน้ำมัน และเป็นหุ้นที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากกรณีกังวลความไม่สงบในตะวันออกกลาง ขณะที่ผลการดำเนินงานและงบดุลของบริษัทยังแข็งแกร่ง โดยปี 2567 คาดมีกำไรปกติ 8.27 หมื่นล้านบาท เติบโต 5% YoY ทั้งนี้ แนะนำราคาเข้าซื้อวันนี้ไม่เกิน 132.50 บาท GULF: ครึ่งหลังปี 2567 คาดกำไรปกติจะเติบโตแกร่งจากกำลังผลิตใหม่ที่เข้ามาเพิ่ม อาทิ โรงไฟฟ้า IPP ใหม่ GDP หน่วยที่ 4 (662.5 MW) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลายโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา อีกทั้งยังมองบวกต่อดีลควบรวมระหว่าง GULF และ INTUCH นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่เข้าสู่ขาลง และ Valuation น่าสนใจ โดยซื้อขายที่ PER ปี 2567 ที่ 33 เท่า (-1.0 SD) ที่มา:บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด

โผหุ้นรับกระตุ้นศก.จีน

โผหุ้นรับกระตุ้นศก.จีน

          หุ้นวิชั่น รายงานว่า บล. DAOL เผยว่า จีนเปิดตัวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2024 ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) ได้ประกาศใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงินและมาตรการสนับสนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ครงั้ ใหญ่ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กา ลังเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเงินฝืด และมีความเสี่ยงที่จะไม่บรรลุเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ โดย PBOC ประกาศปรับลดปริมาณการตงั้ เงินสา รองไว้ที่อัตราที่ต่า ที่สุดตงั้ แต่ปี 2020 และปรับลดอัตราดอกเบ้ยี นโยบาย ซึ่งถือเป็นครงั้ แรกในรอบทศวรรษที่มาตรการทงั้ สองถูกปรับลดในวันเดียวกัน นอกจากนี้ผู้ว่าการธนาคารกลางยังประกาศมาตรการสนับสนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ โดยมีรายละเอียดมาตรการของ PBOC ไว้ดังนี้ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย Reverse Repo Rate ระยะ 7 วัน ลงจาก 1.7% เป็น 1.5% ปรับลดอัตราส่วนการตั้ง เงินสำรอง (Reserve Require Ratio) ลง 0.50% ปล่อยสภาพคล่องจำนวน 1 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 142 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ปรับลดอัตราดอกเบ้ยี ระยะกลาง (Medium-Term Lending Facility) ลง 0.3% ปรับลดอัตราเงินดาวน์ขนั้ ต่า สา หรับผ้ซู ื้อบ้านหลังที่ 2 ลงจาก 25% เป็น 15%           การผ่อนคลายนโยบายการเงินในครั้ง นี้มากกว่าทนีั่กเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาด และมีโอกาสในการผ่อนคลายเพิ่มเติมในไตรมาสต่อๆ ไป หลังจากที่ Fed ปรับลดอัตราดอกเบ้ยี ลงมามากกว่าคาด DAOL มองเป็น sentiment เชิงบวกระยะสั้นต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจจีน เช่น กลุ่มปิโตรเคมีและแพ็กเกจจิ้ง, พลังงานต้นน้ำ , โลจิสติกส์, ยางพารา และส่งออกอาหารไปจีน กลุ่มปิโตรเคมีและแพ็คเกจจิ้ง (PTTGC, IVL, IRPC, SCC, SCGP) เนื่องจากอา นาจในการซื้อของผู้บริโภคที่สูงขึ้นเสริมให้มีการอุปโภคบริโภคภายในประเทศสูงขึ้น ทงั้ นี้ เราเชื่อว่า SCGP จะได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีรายได้โดยตรงจากส่งออกไปจีน พลังงานต้นนา้ (PTTEP, BANPU) เนื่องจากอา นาจในการซื้อของผู้บริโภคที่สูงขึ้นจะส่งผลบวกต่อความต้องการใช้พลังงานต้นนา้ ทงั้ นี้ เราเชื่อว่า PTTEP จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการที่จีนเป็นผู้นา เข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก โลจิสติกส์ (RCL, PSL, WICE, LEO, SJWD) เนื่องจากจะส่งผลบวกต่อกิจกรรมการขนส่งดีขึ้น จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดย RCL และ PSL จะได้ประโยชน์มากกว่าจากอัตราค่าระวางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ยางพารา (STA, TEGH, NER) เนื่องจากจีนเป็นตลาดส่งออกยางสา คัญของไทย โดยเฉพาะยางแท่ง ซึ่งตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนราว 40-50% ของส่งออกยางแท่งรวม ทงั้ น้เี ราคาด STA จะได้ประโยชน์มากสุด เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากจีนสูงถึง 50% ส่งออกอาหารไปจีน (TKN, COCOCO, PLUS) เนื่องจากจีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่ของผู้ประกอบการหลายราย โดย COCOCO มีสัดส่วนรายได้จากจีนประมาณ 28% ของรายได้รวม ส่วน PLUS มีสัดส่วนมากกว่า 20% ขณะที่ TKN มีสัดส่วนรายได้จากจีนที่ 22-24% ของรายได้รวม Top picks เราเลือก SCGP, PTTEP, NER, COCOCO

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011