ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#PR9


PR9 ร.พ.ผลงานแกร่ง เอเอสแอล ให้เป้า 29.50 บ.

PR9 ร.พ.ผลงานแกร่ง เอเอสแอล ให้เป้า 29.50 บ.

             หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุว่า แนวโน้ม SET Index ประเมินแกว่งตัว Sideway ในกรอบ 1,178–1,200 จุด จากแรงหนุนการคาดการณ์ว่า มาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์อาจไม่เข้มงวดอย่างที่ตลาดวิตก โดยคาดว่าจะครอบคลุมเพียงบางรายการสินค้าเท่านั้น อีกทั้งทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่าอาจมีความยืดหยุ่นในแผนภาษีตอบโต้กับประเทศคู่ค้า อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า จีนยังคงเป็นภัยคุกคามทางทหารที่ครอบคลุมที่สุดต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และตั้งเป้าที่จะแซงหน้าสหรัฐฯ ในฐานะผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าน้ำมันจากจีนได้ระงับการซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาแล้ว หลังจากทรัมป์ประกาศขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากเวเนซุเอลา ซึ่งจะมีผลในวันที่ 2 เม.ย. นี้              ในด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลง 7.2 จุด สู่ระดับ 92.9 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2021 และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 1.8% สู่ระดับ 676,000 ยูนิต แม้จะยังต่ำกว่าคาดการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่วนดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 0.1% MoM ในเดือนมกราคม              Market Reaction: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังมีรายงานว่ารัสเซียและยูเครนตกลงยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่ Dollar Index อ่อนค่าลงเล็กน้อย              ด้านปัจจัยในประเทศ ยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่ส่งผลต่อดัชนีโดยตรง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากประเด็นสงครามการค้า แม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณผ่อนคลายหรือมีความยืดหยุ่นในมาตรการ แต่ไทยอาจได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีตอบโต้ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความหวังต่อการทำ Window Dressing ก่อนปิดไตรมาส 1 แนะนำทยอยสะสมหุ้น Big Cap ที่มี Valuation น่าสนใจ และหุ้นที่กองทุนวายุภักษ์ถืออยู่ เช่น ADVANC, AOT, BDMS, CPALL, CRC, MTC เป็นต้น ติดตาม: ตัวเลข Core PCE เดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐฯ และการอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเทศ Stock Pick: PR9 แนวโน้มยังเติบโตทั้งรายได้และกำไร ราคาเป้าเชิงกลยุทธ์ที่ 22.00 บาท              แนวโน้มของบริษัทฯ ยังคงเติบโตได้ทั้งในด้านรายได้และกำไร โดยบริษัทได้รายงานงบการเงินปี 2567 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 713 ล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ 729 ล้านบาท หรือคิดเป็นต่ำกว่าคาดราว 2.2% แต่ยังคงเติบโตจากปีก่อนถึง 27.8% ขณะที่รายได้จากกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 4,635 ล้านบาท ใกล้เคียงกับประมาณการที่ 4,643 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 10.3% โดยแบ่งเป็นการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) 11.3% และผู้ป่วยนอก (OPD) 9.6% ซึ่งจำนวนผู้ป่วยชาวไทยเพิ่มขึ้น 6.1% ขณะที่ผู้ป่วยชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 36.3% โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV ที่เป็นฐานลูกค้าเดิม ประกอบกับการทำการตลาดในกลุ่มตะวันออกกลางที่เริ่มเห็นผล ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 34.3% จากปีก่อนที่ 32.9% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลงเหลือ 17.8% จากเดิม 18.2% ซึ่งสะท้อนถึงการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale)              สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปี 2568–2569 เรายังคงมีมุมมองเชิงบวก โดยคาดว่ารายได้ในช่วง 3 ปีถัดไปจะอยู่ที่ 4,922 ล้านบาท, 5,168 ล้านบาท และ 5,426 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโต 6.2%, 5% และ 5% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มจำนวนผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ OPD ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ IPD ที่มีสัดส่วนผู้ป่วยโรคซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้ GPM ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 35% อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการทำการตลาดในกลุ่มตะวันออกกลางเต็มปีในปีนี้ ด้านกำไรสุทธิ คาดว่าจะอยู่ที่ 764 ล้านบาท, 801 ล้านบาท และ 841 ล้านบาท ตามลำดับ              ในเชิงพื้นฐาน แนะนำ “ซื้อ” โดยคงราคาเหมาะสมปี 2568 ที่ 29.50 บาท อิงจากวิธี Discounted Cash Flow โดยใช้ WACC ที่ 7.7% และอัตราการเติบโตต่อเนื่อง (Terminal Growth) ที่ 3% ทั้งนี้ยังคงประมาณการเดิมจากครั้งก่อนหน้า โดยบริษัทมีแนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังมีศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าชาวต่างชาติได้อีกมากในอนาคต ระดับแนวรับอยู่ที่ 20.50–20.20 บาท ซึ่งไม่ควรปรับตัวต่ำกว่านี้ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 21.00 / 21.50 / 22.00 บาท

PR9 ทุบสถิติรายได้ปี 67 All Time High 4.6 พันล้านบาท

PR9 ทุบสถิติรายได้ปี 67 All Time High 4.6 พันล้านบาท

            หุ้นวิชั่น - PR9 รายงานผลประกอบการปี 67 ทำนิวไฮต่อเนื่อง กวาดรายได้รวม 4,690.5 ล้านบาท เติบโต 10.3% กำไรสุทธิพุ่งแรง 712.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% ตอกย้ำความสำเร็จจากการขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มตะวันออกกลางและกลุ่ม CLMV พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และนำเทคโนโลยีทันสมัยมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาอย่างต่อเนื่อง            นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 เปิดเผยว่า การเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2567 เป็นผลมาจากการมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ ทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยี โดยผลประกอบการที่เติบโตมาจากทั้งรายได้กลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เพิ่มขึ้น 9.6% และรายได้กลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่เพิ่มขึ้น 6.1% ขณะที่รายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติเติบโตโดดเด่นถึง 36.3% จากการทำการตลาดเชิงรุกในกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางและกลุ่ม CLMV รวมถึงการขยายความร่วมมือกับบริษัทประกันและคู่สัญญาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 17% จากเดิม 14% ในปี 2566 “ปัจจุบันโรงพยาบาลพระรามเก้าได้รับความเชื่อมั่น และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สะท้อนผ่านผลประกอบการที่ทำนิวไฮในทุกมิติ ทั้งรายได้รวมที่ทะลุ 4,690.5 ล้านบาท และกำไรที่แตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 712.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับกลยุทธ์องค์กรที่ชัดเจน ทั้งการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา โดยเฉพาะความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าต่างชาติที่เติบโตอย่างโดดเด่น ส่งผลให้เรามีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพ" นพ.เสถียร กล่าว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง คือการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการรักษาและความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพระรามเก้า “ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งและผลงานที่โดดเด่นในปีนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้โรงพยาบาลพระรามเก้า ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ชั้นนำของภูมิภาค ผ่านการพัฒนานวัตกรรมการรักษาและการบริการที่เป็นเลิศ ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าในตลาดที่มีศักยภาพสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว” นพ.เสถียร กล่าวปิดท้าย [PR News]

PR9 คว้า SET ESG Ratings กลุ่ม AAA สองปีซ้อน   

PR9 คว้า SET ESG Ratings กลุ่ม AAA สองปีซ้อน  

          บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ให้ความสำคัญกับการนำหลักการและแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) มาบูรณาการในทุกมิติของการดำเนินงาน  เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาองค์กรและการดูแลชุมชน รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม           ล่าสุด คว้ารางวัลหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings 2567 จัดอยู่ในระดับ AAA ต่อเนื่องสองปีซ้อนในกลุ่มบริษัทบริการ (Service) โดยได้รับคะแนนสูงสุดในการประเมินการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจใน 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) ถือเป็นการตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของโรงพยาบาลพระรามเก้า           นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า เรามุ่งมั่นเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เมื่อนำแนวคิด ESG มาผนวกเข้ากับการดำเนินธุรกิจ และวัฒนธรรมองค์กร โดยผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญและขับเคลื่อน จึงทำให้เกิดแนวทางการดำเนินงานอย่างชัดเจน  เพราะเราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพสูงนั้นไม่เพียงแต่หมายถึงการรักษาผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมด้วย           ไม่ว่าจะเป็น ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental)  เน้นการลดผลกระทบจากการดำเนินงาน โดยได้ริเริ่มโครงการลดการใช้พลังงาน การลดการใช้ทรัพยากร และ ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การใช้พลังงานทดแทน Solar Roof และ การรีไซเคิลขยะในโรงพยาบาล รวมไปถึง การจัดการขยะติดเชื้อ เป็นต้น ด้านสังคม (Social) ส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม โรงพยาบาลมีความมุ่งมั่นในการให้บริการที่มีคุณภาพแก่ผู้ป่วยทุกคน รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพในชุมชน และ มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้พร้อมดูแลผู้ป่วยในทุกมิติ ตลอดจน ด้านการกำกับดูแล (Governance) มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อช่วยให้ระบบการบริการ มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การทำ SMART Hospital , มีระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และ มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โดยนำ ESG มาเป็นกรอบการตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของเราสอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมและกฎหมาย           “แม้ ESG จะมีความท้าทายในหลากหลายมิติ แต่เรามองว่านี่คือ โอกาสในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน เช่น เรื่องการลงทุนในเทคโนโลยีก็เป็นการสร้างศักยภาพให้องค์กรเติบโตไปพร้อมกับการตอบโจทย์ความท้าทายในการให้บริการ รวมถึง เป็นการดึงดูดนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน สำหรับการจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องการลดขยะติดเชื้อ และ การใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในระดับองค์กรและชุมชน” กรรมการผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าว           ทั้งนี้ การดำเนินงานด้าน ESG ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้ป่วยและสังคม และช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วย นักลงทุน และคู่ค้า โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับองค์กรที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนการลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบพลังงานทดแทนและ Digital Transformation ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ยังสร้างความแตกต่างในตลาด และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว รวมไปถึงการพัฒนาโครงการด้านสุขภาพชุมชน เช่น โครงการมีสุขสงฆ์ ,การสอนฟื้นคืนชีพให้กับชุมชนต่างๆ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลในฐานะผู้ดูแลสุขภาพของประชาชน เป็นการสร้างความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งจะส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรในอนาคต           นอกจากนี้ ปรับโครงสร้างพื้นฐานความจำเป็นในการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทาง ESG เช่น การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือการจัดการขยะที่ได้มาตรฐาน อาจต้องใช้ทรัพยากรและเวลา รวมทั้งปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG อาจต้องใช้เวลาและความพยายามในการฝึกอบรมบุคลากรเพื่อให้พนักงานทุกระดับเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทาง ESG อย่างจริงจัง ขณะเดียวกันติดตามและประเมินผลกระทบจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการภายใต้แนวทาง ESG           ทั้งนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวคิด ESG หลายโครงการ เช่น โครงการจัดการพลังงาน เป็นการใช้พลังงานทดแทน เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ พลังงานสะอาดเพื่อช่วยลดการใช้พลังงานจากแหล่งฟอสซิล  และติดตั้งหลอดไฟ LED ทั่วโรงพยาบาลเพื่อลดการใช้พลังงาน โครงการจัดการของเสีย จัดระบบแยกขยะติดเชื้อและขยะทั่วไปเพื่อการกำจัดอย่างถูกวิธี , รีไซเคิลขยะภายในองค์กร , ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว , ลดการใช้โฟม , การนำน้ำเสียมาบำบัดเพื่อใช้ใหม่ โครงการพัฒนาสุขภาพชุมชน อาทิ จัดสัมมนาและกิจกรรมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพแก่ประชาชนในชุมชน เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี และ สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคต่าง ๆ จัดอบรม การช่วยฟื้นคืนชีพ ให้กับประชาชนในชุมชน และ บริษัท ใกล้เคียง จัด Mobile Clinic ให้บริการตรวจสุขภาพคนในชุมชน เช่น บริษัท , คอนโด , วัด ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง และโครงการสนับสนุนบุคลากร ได้แก่ จัดโครงการสร้างเสริมสุขภาพให้กับพนักงาน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านความรู้ในการทำงาน จัดโครงการพัฒนาทักษะและความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้พนักงาน ESG DNA

PR9 เจาะลูกค้าตะวันออกกลาง แนวโน้ม OPD หนุนกำไรโต

PR9 เจาะลูกค้าตะวันออกกลาง แนวโน้ม OPD หนุนกำไรโต

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.ฟิลลิป คาด PR9 กำไร 4Q67 โต y-y จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของ OPD Visits หนุนจากจุดเด่นเรื่องความเชี่ยวชาญและใช้เทคโนโลยีในการรักษาและดูแลสุขภาพขั้นสูง และแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นมากของลูกค้าตะวันออกกลางหลังเจาะตลาดได้สำเร็จ           Copay หนุนคนไข้เพิ่ม : จากประเด็นเรื่อง Copayment ในประกันสุขภาพปี 68 ทางฝ่ายมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อ PR9 จากแนวโน้มจำนวนคนไข้เข้าแอดมิตใน รพ.ระดับพรีเมี่ยม น้อยลง หันมาใช้บริการ รพ. ระดับ Mid-to-High-End อย่าง PR9 เพิ่มขึ้น โดยเน้นการให้บริการคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

PR9 คาด Q4 รายได้โตจากผู้ป่วยไทย-ต่างชาติ โบรกแนะ “ซื้อ” ขยับเป้าที่ 29.50 บาท

PR9 คาด Q4 รายได้โตจากผู้ป่วยไทย-ต่างชาติ โบรกแนะ “ซื้อ” ขยับเป้าที่ 29.50 บาท

           หุ้นวิชั่น - บล.เอเอสแอล ระบุ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 รายงานกำไรสุทธิสำหรับงวด 3Q67 ที่ 208.0 ล้านบาท (+48.5%YoY) ตามการเข้าสู่ช่วง high season ของธุรกิจ โดยเป็นรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 1,225.6 ล้านบาท (+15.0%YoY) เมื่อแบ่งพิจารณารายได้จาก OPD +10.9%YoY โดยเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของจำนวนผู้เข้ารับบริการและรายได้เฉลี่ยต่อครั้ง และ IPD +20.9%YoY เพิ่มขึ้นจากรายได้เฉลี่ยต่อวันสูงขึ้น และจำนวนวันนอนที่สูงขึ้น ในส่วนของสัดส่วนต้นทุนกิจการโรงพยาบาลในงวด เท่ากับ 63.7% ลดลงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 67.0% โดยหลักสัดส่วนลดลงเนื่องมาจากการประหยัดจากขนาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ เท่ากับ 17.1% ลดลงเมื่อเที่ยบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 18.3%            แนวโน้ม 4Q67 มองว่ายังสามารถปรับตัวขึ้นได้ทั้ง QoQ และ YoY ทั้งนี้มองรายได้เติบโต ทั้งจากคนไทยและต่างชาติ เนื่องจากฐานคนไข้ยังคงต่ำอยู่ทั้งจากกลุ่มกัมพูชา เมียนมา จีน และตะวันออกกลาง แต่ growth มองจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากฐานที่สูง และปีนี้มีการกระจายรายได้ check up ไปตลอดทั้งปี ส่งผลให้เราคาดการณ์รายได้ที่ 1,256.6 ล้านบาท (+7.0YoY, +2.3QoQ) GPM เท่ากับ 35.3% (ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน/ย่อตัวลงจาก 3Q67 ที่ 36.5%) และคาดกำไรสุทธิที่ 222.8 ล้านบาท (+18.5YoY, +7.1QoQ)            สำหรับแนวโน้มผลประกอบการณ์ในปี 67-69 เรามีมุมมองเป็นบวก คาดการณ์รายได้ตลอดช่วง 3 ปี เท่ากับ 4,643.2 ล้านบาท 4,921.8 ล้านบาท และ 5,167.9 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโต 5.5%CAGR ตามแนวโน้มของจำนวนผู้มาเข้ารับบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการประหยัดจากขนาด ทำให้แนวโน้มของ GPM ดีขึ้น มาอยู่ที่ระดับ 34.5% 35.0% และ35.0% ตามลำดับ (โดยปี 67 ปรับขึ้นจากประมาณครั้งก่อนที่ 34.4%) โดยแนวโน้ม OPD visit เพิ่มขึ้น และ IPD มีการรักษาโรคยากซับซ้อนมากขึ้น อีกทั้งได้ปัจจัยหนุนจากการทำตลาดตะวันออกกลางตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ด้านกำไรสุทธิคาด เท่ากับ 728.9 ล้านบาท 763.7 ล้านบาท และ 801.4 ล้านบาท ตามลำดับ ขยับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 68 ที่ 29.50 บาท            แนะนำ “ซื้อ” และขยับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 68 ที่ 29.50 บาท/หุ้น (ปรับราคาขึ้นจากปี 67 ที่ 24.00 บาท) ด้วยวิธี Discounted Cash Flow ที่ WACC เท่ากับ 7.7% และมี Terminal growth 3% ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโรงพยาบาลยังมีโอกาสอีกมากในการทำการตลาดในกลุ่มคนไข้ต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยง: ภาวะเศรษฐกิจ และการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม

PR9 โตเด่นกว่ากลุ่ม แถมฐานทุนแกร่ง เคาะพื้นฐาน 26.45 บ.

PR9 โตเด่นกว่ากลุ่ม แถมฐานทุนแกร่ง เคาะพื้นฐาน 26.45 บ.

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองแนวโน้ม บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR 9 คาดก าไร 4Q67 แผ่วเล็กน้อย...ทั้งปียังโตเด่นกว่ากลุ่ม ► บริษัท ให้ข้อมูลแนวโน้ม 4Q67 คาดชะลอตัว QoQ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าปกติ เนื่องจากในไตรมาส 4 เป็น High Season ของ PR9 ที่จะมีรายได้จากบริการตรวจสุขภาพประจำปีเข้ามา แต่เนื่องจากการระบาดของโรคที่ลดลงเมื่อเทียบไตรมาสก่อน ขณะที่สถานการณ์แข่งขันในกลุ่มโรงพยาบาลรุนแรงขึ้น จากโรงพยาบาลหลายแห่งจัดโปรโมชั่นลดราคา ทำให้รายได้ของ PR9 อ่อนตัวลง QoQ ขณะที่เทียบ YoY คาดยังเห็นการเติบโตจากทั้งคนไข้ไทยและต่างชาติ ► แนวโน้มการเติบโตของคนไข้ต่างชาติเติบโตดีและเร็วกว่าที่คาดไว้ จากข้อมูลล่าสุดใน 3Q67 สัดส่วนรายได้จากต่างชาติเพิ่มเป็น 18% จาก 14% ในปีก่อน โดยมาจากกลุ่มตะวันออกกลางและ CLMV (เมียนมา, กัมพูชา, เวียดนาม) ที่เติบโตดี บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากต่างชาติจะเพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวมภายในปี 2569 ส่วนประเด็นกลุ่มลูกค้าคูเวตที่หายไปจากการปรับนโยบายการส่งต่อ บริษัทแจงว่าไม่มีข่าวคืบหน้า แต่ได้รับการตอบรับที่ดีจากรัฐบาลคูเวตที่มาสำรวจ ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าจะเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่รัฐบาลคูเวตเลือก ► ปี 2568 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตแบบ Double Digit จาก 1) การขยาย Capacity มากขึ้น โดยตึก B มีการปรับปรุงศูนย์เลสิก ย้ายออกมาขยายห้องผ่าตัดได้ 3 ห้องและขยายศูนย์เช็กอัพเพิ่มขึ้น 2) กลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติมากขึ้น ► แผนการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า (2567-2569) บริษัทเน้นกลยุทธ์ 4 ด้าน 1) Global Standard ยกระดับคุณภาพสู่มาตรฐานสากล 2) World-class hospital ขยายฐานลูกค้าต่างชาติ 3) Efficiency with collaboration ควบคุมต้นทุนและผสานความร่วมมือในองค์กร และ 4) Digital transformation เดินหน้าสู่การเป็นโรงพยาบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ ► แนวโน้ม 4Q67 คาดผลประกอบการอ่อนตัวเล็กน้อย QoQ แต่ยังเติบโต YoY คงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 706 ล้านบาท (+27% YoY) ถือว่าเติบโตได้ดีและ outperform กลุ่ม โดยปัจจัยสนับสนุนมีดังนี้: 1) กลยุทธ์เพิ่มรายได้จากศูนย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์โรคไต, โรคหัวใจ, ศูนย์กระดูกสันหลัง, ศูนย์มะเร็งและข้อเข่าสำหรับผู้สูงอายุ และศูนย์ IVF 2) คาดรายได้จากลูกค้าต่างชาติจะเติบโต Double Digit จากการเปิดประเทศและมาตรการฟรีวีซ่า รวมถึงกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าจาก CLMV, ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางที่มีการเซ็นสัญญากับเอเจนซี่ในการส่งต่อผู้ป่วยมา 3) ผลบวกจากการปรับขึ้นค่าบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย IPD ที่ 10% และ OPD จาก 250 บาทเป็น 350 บาท ตั้งแต่ ก.พ. 2567 4) กลยุทธ์เพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพจากความร่วมมือกับพันธมิตรหลายแห่ง 5) ประสิทธิภาพในการทำกำไรดีขึ้นจากรายได้จากโรคซับซ้อนและศูนย์รักษาเฉพาะทางที่มีอัตรากำไรสูง ► คงคำแนะนำ “Trading” แม้เรายังมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการปี 2567-2568 ที่คาดเติบโตโดดเด่นกว่ากลุ่ม ด้านสถานการณ์การเงินยังมีความแข็งแกร่งเป็น Net Cash Company ไม่มีภาระหนี้สิน อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น PR9 ปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปแล้วพอสมควร คงมูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 26.45 บาท อิงวิธี DCF โดยใช้ WACC ที่ 7.6% และ Terminal Growth ที่ 3%

ธนาคารไทยพาณิชย์ มุ่ง Net Zero  ร่วม รพ.พระรามเก้าจัดเงินฝากยั่งยืน

ธนาคารไทยพาณิชย์ มุ่ง Net Zero ร่วม รพ.พระรามเก้าจัดเงินฝากยั่งยืน

หุ้นวิชั่น - ธนาคารไทยพาณิชย์ และ โรงพยาบาลพระรามเก้า ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่เข้าร่วมโครงการ “เงินฝากเพื่อความยั่งยืน” (Sustainability Deposit) เพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050             นายรังสรรค์ องค์สรณะคม รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Corporate Banking 3 ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เงินฝากเพื่อความยั่งยืน เป็นบัญชีเงินฝากประจำหลากหลายสกุล เช่น เงินไทยบาท, เงินสหรัฐดอลลาร์ และเงินยูโร ซึ่งเป็นหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ธนาคารจะนำไปสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่มีการลงทุนเพื่อลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ในการเป็นผู้นำด้านการให้สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย ด้วยเป้าหมายสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน 1.5 แสนล้านในปี 2025 สอดรับกับพันธกิจในการเป็น Net Zero ในปี 2050 โดยมีความพร้อมในการเป็นพันธมิตรที่สนับสนุนลูกค้าทุกกลุ่มไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน             นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน โดยโรงพยาบาลพระรามเก้า ได้มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม            โดยการสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financing) ในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในด้านสุขภาพ การเงิน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดรับกับกรอบนโยบายการในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม สะท้อนให้เห็นว่า นอกจากการมุ่งมั่นยกระดับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพแล้ว โรงพยาบาลพระรามเก้ายังมุ่งให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย            ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลพระรามเก้า และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสานพลังระหว่างองค์กรธุรกิจและสถาบันการเงินในการสนับสนุนความยั่งยืนระยะยาวให้กับประเทศไทย โดยโรงพยาบาลจะได้รับข้อมูลรายงานประจำปีเกี่ยวกับโครงการเหล่านี้             ทั้งนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้า มุ่งหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตามแนวทาง ESG คือ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และหลักธรรมาภิบาล (Governance) ผ่านกระบวนการดำเนินธุรกิจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

PR9 ไตรมาส 3/67 กำไร 208.0 ล้านบาท โต 48.5%

PR9 ไตรมาส 3/67 กำไร 208.0 ล้านบาท โต 48.5%

           PR9 มีกำไรไตรมาส 3 ปี 2567 จำนวน 208.0 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 48.5% รายได้เติบโตดี โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้รับบริการชาวต่างชาติ โดยเฉพาะตะวันออกกลางและ CLMV โบรกคาดแนวโน้มผล Q4/67 เติบโตต่อ มีแผนเปิดศูนย์การแพทย์แผนจีน PR9 มีศักยภาพการเติบโตสูงจากการขยายฐานผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลาง            บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 รายงานผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3 โดยไตรมาส 3 ของทุกปี มักจะมีการระบาดของหลายโรคเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเข้าสู่ฤดูฝน นอกจากนี้ในปีนี้การระบาดตามฤดูกาลเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2567 ซึ่งเร็วกว่าปี 2566 ส่งผลให้มีผู้เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งโรงพยาบาลได้ขยายการตลาดไปยังกลุ่มผู้รับบริการชาวตะวันออกกลาง ประกอบกับชื่อเสียงในมาตรฐานการรักษาพยาบาลและการให้บริการที่มีคุณภาพของโรงพยาบาล จึงทำให้มีผู้รับบริการชาวตะวันออกกลางเข้ามารับบริการอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ในไตรมาส 3 ปี 2567 นี้ การเติบโตหลักของรายได้มาจากกลุ่มผู้รับบริการชาวต่างชาติ ในขณะที่อัตราการเติบโตของผู้รับบริการชาวไทยยังคงอยู่ในระดับที่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงเติบโตในเกณฑ์ต่ำ            ผลประกอบการสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 1,235.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.6 จาก 1,078.2 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 และมีกำไรสำหรับงวดสามเดือนในไตรมาส 3 ปี 2567 จำนวน 208.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรร้อยละ 16.8 จากรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 48.5 จาก 140.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรร้อยละ 13.0 จากรายได้รวมของไตรมาส 3 ปี 2566            ผลประกอบการสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 3,414.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 จาก 3,061.7 ล้านบาทในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 และมีกำไรสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 จำนวน 506.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรร้อยละ 14.8 จากรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.9 จาก 369.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรร้อยละ 12.1 จากรายได้รวมของงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566            ทั้งนี้ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการปรับเพิ่มขึ้นทั้งจากจำนวนผู้รับบริการ (No. of Visits) และรายได้เฉลี่ยของการรักษาต่อครั้ง (OPD revenue per visit) ในส่วนของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นทั้งในด้านรายได้เฉลี่ยของการรักษาต่อวันนอน (IPD revenue per patient day) รวมถึงจำนวนวันนอน (Patient days) และระยะเวลาการเข้าพัก (Length of Stay) ที่เพิ่มขึ้น            การเปลี่ยนแปลงของรายได้ทั้ง 2 ส่วน เป็นผลจากการขยายการประชาสัมพันธ์ทั้งในกลุ่มผู้รับบริการชาวไทยและกลุ่มผู้รับบริการชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มตะวันออกกลางและกลุ่ม CLMV รวมถึงการทำการตลาดร่วมกับบริษัทประกันและบริษัทคู่สัญญาต่างๆ            อีกทั้ง คณะกรรมการบริษัท ได้มีการอนุมัติการจ่ายปันผล อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด  0.15 บาทต่อหุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 22 พฤศจิกายน 2567 และวันที่จ่ายปันผล : 06 ธันวาคม 2567            บล.เอเชียพลัส ระบุถึง  ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ PR9 ในงวด Q4/67 โดย คาดว่าจะเติบโตได้ในระดับ YoY และ QoQ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากปัจจัยเชิงฤดูกาลที่มักส่งผลให้มีผู้เข้ารับบริการตรวจสุขภาพจำนวนมาก โดยในอดีตเคยมี ผู้ใช้บริการสูงถึง 400-500 คน/วัน นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการในศูนย์ศัลยกรรมความงามและศูนย์เลสิค ควบคู่กับการขยายตัวอย่าง ต่อเนื่องของกลุ่มผู้ป่วยโรคยากซับซ้อนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในด้านการพัฒนา ศักยภาพการให้บริการ PR9 มีแผนเปิดศูนย์การแพทย์แผนจีนภายในงวด Q4/67 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการขอใบอนุญาตและได้เตรียมความพร้อมด้าน บุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง            ขณะเดียวกัน PR9 ได้มีการประชาสัมพันธ์ศูนย์ผ่าตัดหัวใจที่มีจุดเด่นด้านทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบัน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี สะท้อนจากจำนวนผู้เข้ารับการผ่าตัดที่เพิ่มขึ้นในงวด Q3/67 ทั้งนี้การพัฒนาศักยภาพการให้บริการดังกล่าว คาดว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยและเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ            ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่า PR9 มีศักยภาพการเติบโตสูงจากการขยายฐานผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีค่ารักษาพยาบาลต่อหัวสูงประกอบกับการมีมาตรฐานการรักษาในระดับสากลและอัตราค่าบริการที่ สมเหตุสมผล คาดว่าจะสามารถดึงดูดผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติให้เพิ่มขึ้นเป็น 19-20% จากปัจจุบันที่ 18% ตามเป้าหมายของบริษัท ประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ 28.40 บาท ให้น้ำหนักการลงทุน "Outperform"

เจาะ “PR9” หลัง Q3 กำไรโต โบรกฯมอง Q4 มีลุ้นไฮซีซั่น

เจาะ “PR9” หลัง Q3 กำไรโต โบรกฯมอง Q4 มีลุ้นไฮซีซั่น

 หุ้นวิชั่น - บล.เอเชียพลัส เจาะหุ้น PR9  ประเมินจากการรายงานกำไรสุทธิงวด Q3/67 อยู่ที่ 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49%YOY โดยมี ปัจจัยหนุนจากโรคระบาดตามฤดูกาล และการเพิ่มขึ้นของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ อย่างมีนัยสำคัญจากการขยายฐานผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลาง รวมถึงอัตรากำไร ที่ปรับตัวดีขึ้นจากการให้บริการผู้ป่วยโรคยากซับซ้อน และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ฝ่ายวิจัยมองแนวโน้มผลการดำเนินงานงวด Q4/67 คาดเติบโตต่อเนื่องหนุนจากไฮซีซั่น ที่มีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการตรวจสุขภาพ รวมถึงศูนย์ศัลยกรรมและเลสิคเพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมใหม่ปี 2568 ที่ 28.4 บาท อิงวิธี DCF ให้น้ำหนักการ ลงทุน OUTPERFORM แนวโน้มผลประกอบการ Q4/67 โตต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ PR9 ในงวด Q4/67 โดย คาดว่าจะเติบโตได้ในระดับ YoY และ QoQ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากปัจจัยเชิงฤดูกาลที่มักส่งผลให้มีผู้เข้ารับบริการตรวจสุขภาพจำนวนมาก โดยในอดีตเคยมี ผู้ใช้บริการสูงถึง 400-500 คน/วัน นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการในศูนย์ศัลยกรรมความงามและศูนย์เลสิค ควบคู่กับการขยายตัวอย่าง ต่อเนื่องของกลุ่มผู้ป่วยโรคยากซับซ้อนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในด้านการพัฒนา ศักยภาพการให้บริการ PR9 มีแผนเปิดศูนย์การแพทย์แผนจีนภายในงวด Q4/67 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการขอใบอนุญาตและได้เตรียมความพร้อมด้าน บุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ขณะเดียวกัน PR9 ได้มีการประชาสัมพันธ์ศูนย์ผ่าตัดหัวใจที่มีจุดเด่นด้านทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบัน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี สะท้อนจากจำนวนผู้เข้ารับการผ่าตัดที่เพิ่มขึ้นในงวด Q3/67 ทั้งนี้การพัฒนาศักยภาพการให้บริการดังกล่าว คาดว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยและเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมปี 2568 ที่ 28.4 บาท โดยมองจากภาพรวมกำไรสุทธิงวด 9M67 อยู่ที่ 506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37%YoY คิดเป็น สัดส่วน 79% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการกำไร ปี 2567 และ 2568 เพิ่มขึ้น 7% และ 10.4% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนอัตราการทำกำไรที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23%YoY และประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรในช่วงปี 2567-2571 เฉลี่ย อยู่ที่ 14% ต่อปี ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่า PR9 มีศักยภาพการเติบโตสูงจากการขยายฐานผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีค่ารักษาพยาบาลต่อหัวสูงประกอบกับการมีมาตรฐานการรักษาในระดับสากลและอัตราค่าบริการที่ สมเหตุสมผล คาดว่าจะสามารถดึงดูดผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติให้เพิ่มขึ้นเป็น

เก็งโผหุ้นเข้า SET50 BANPU, SAWAD, COM7, TCAP

เก็งโผหุ้นเข้า SET50 BANPU, SAWAD, COM7, TCAP

            หุ้นวิชั่น - ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ได้ประเมินหุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 ในรอบครึ่งแรกปี 68 เบื้องต้น ได้แก่ BANPU, SAWAD, COM7, TCAP และหุ้นที่คาดว่าจะออกจาก SET50 ได้แก่ BCP, CENTEL, EA, TIDLOR โดยคาดว่ามูลค่าหลักทรัพย์ที่ไม่ติดอันดับเป็นสาเหตุที่ทำให้หลุดออกจาก SET50 ทั้งนี้ประเมินจากข้อมูล ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2567 หากข้อมูลครบ จะคำนวณใหม่อีกครั้ง             สำหรับหุ้นคาดว่าจะเข้า SET100 ในรอบครึ่งแรกปี 68 ได้แก่ JTS, CCET, COCOCO, PR9 ขณะที่คาดว่าหุ้นที่จะออกจาก SET100 ได้แก่ MBK, RBF, TIPH, TOA สาเหตุที่คาดว่า MBK และ TOA จะหลุดออกจาก SET100 เนื่องจาก Turnover ratio 1% ไม่ครบ 9 ใน 12 เดือน ส่วน TIPH จะหลุดจาก SET100 เพราะมูลค่าซื้อขายไม่ผ่านเกณฑ์ 25% ของค่าเฉลี่ยรวมทั้งตลาด 9 ใน 12 เดือน และ RBF ที่หลุด เพราะมูลค่าหลักทรัพย์ไม่ติดอันดับ โดยประเมินจากข้อมูล ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2567 หากข้อมูลครบ จะคำนวณใหม่อีกครั้ง             โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) น่าจะประกาศรายชื่อหุ้นเข้าออก SET50 และ SET100 ในรอบ ครึ่งแรกปี 68 ในช่วงวันที่ 13 - 18 ธ.ค.2567 และเริ่มใช้วันที่ 1 ม.ค.- มิ.ย. 2568             ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า จากข้อมูลหุ้นที่เข้า SET50 ในช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมา หรือ 16 รอบของการปรับหุ้นเข้าและออกใน SET50 พบว่าหากซื้อหุ้นที่เข้า SET50 ล่วงหน้า 1 เดือน ก่อนวันเริ่มใช้ SET50 รอบใหม่ จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.83% ขณะที่หากซื้อหุ้นที่เข้า SET50 ล่วงหน้า 2 สัปดาห์ ก่อนวันเริ่มใช้ SET50 รอบใหม่ ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.15% ดังนั้น จากข้อมูลดังกล่าวพบว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงหุ้นใน SET50 นั้น หุ้นที่มีโอกาสเข้า SET50 จะให้ผลตอบแทนในเชิงบวก             ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า หุ้นที่ได้รับการปรับประมาณการเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีการซื้อขายอยู่ในโซนล่าง และมี เปอร์เซ็น upside สูง เป็นหุ้นที่น่าสนใจ โดยเมื่อเปรียบเทียบเปอร์เซ็น upside ของราคาหุ้นต่อราคาเป้าหมายของ Bloomberg consensus กับค่า Z Score ช่วง 12 เดือน FWD PE 5 ปีย้อนหลัง หุ้นที่มีการซื้อขายอยู่ในโซนล่างมีเปอร์เซ็น upside ของราคาหุ้นต่อราคาเป้าหมายของ Bloomberg consensus สูง และมี SETESG Rating ในระดับ A ขึ้นไป ได้แก่ TCAP (7.7%) และ BANPU (0.5%) ในขณะที่ค่า Z-Scores 12 เดือน FWD PE 5 ปีจะอยู่ที่ -0.95 และ 0.003 ตามลำดับ             ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) กับราคาเป้าหมายย้อนหลัง 1 เดือน จะได้หุ้นที่ถูกปรับประมาณการเพิ่มขึ้นได้แก่ COM7 ขณะที่หุ้นที่ราคาลงมามากที่สุด โดยเปรียบเทียบย้อนหลัง 1 เดือนล่าสุดได้แก่ BANPU (-11.3%) และเมื่อพิจารณาข้อมูลการซื้อขายสุทธิของผู้บริหาร ตั้งแต่ต้นปี 2567 ถึงปัจจุบัน จะได้หุ้นที่ มียอดซื้อขายสุทธิของผู้บริหารมากสุด ได้แก่ SAWAD 323.24 ล้านบาท และ BANPU 8.54 ล้าน บาท

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011