ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#KSS


KSS คาด SET “Sideways Up” คัดหุ้นเด่น วันนี้ KBANK, BA, CBG

KSS คาด SET “Sideways Up” คัดหุ้นเด่น วันนี้ KBANK, BA, CBG

            หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Sideways Up” ต้าน 1202/1210 จุด รับ 1182/1175 จุด ประเด็นสำคัญวันนี้ 1.) ผลประชุม Fed “Neutral to Slightly Dovish” แม้คงดอกเบี้ย และคง Dot Plot ลดดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้งในปี 2025-2026 และ 1 ครั้งในปี 2027 แต่มีภาพบวกจาก Fed ประกาศชะลอ Quantitative Tightening (QT) เหลือ 4 หมื่นล้านเหรียญต่อเดือน ซึ่งดีกว่าตลาดคาด ส่วนเงินเฟ้อปี 2025F แม้เพิ่มสู่ 2.8% (เดิม 2.5%) แต่ Fed มองเป็นเรื่องชั่วคราว และให้น้ำหนักต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลงเป็น Soft Landing เล็กๆ ลด GDP ปี 2025F เหลือ 1.7% (-0.4%) ต่ำกว่าศักยภาพที่ 2% เล็กน้อย พร้อมทั้งถ้อยแถลงเอียงมาให้น้ำหนักดูแลเศรษฐกิจ เป็นจิตวิทยาบวกสินทรัพย์เสี่ยงโลกโดยเฉพาะตลาด Laggard ขณะที่จีนมีแรงหนุนจาก TENCENT กำไรดีกว่าคาด 2.) เงินเฟ้อ CPI ยุโรป ก.พ. 2025 (ครั้งสุดท้าย) ลดลงเร็วกว่าคาด +2.3% y-y vs prev. +2.4% สร้างความยืดหยุ่นนโยบายการเงิน 3.) ปัจจัยภายในประเทศ หลังชัดเจนนโยบายกีดกันการค้าของคุณ Trump ชุดท้ายๆ ในส่วนภาษีเท่าเทียมต้น เม.ย. จากนี้เราคาดว่าจะมีการใช้นโยบายการเงินที่ยืดหยุ่นขึ้น หนุน SET แกว่งขึ้นต่อ หุ้นนำ หุ้นวงจรดอกเบี้ยขาลงหนุน หุ้นได้ประโยชน์จากการเปิดให้โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (PLANB, CBG, BJC) หุ้นอิงยุโรปและจีน ผสาน 10 Deep Value หุ้นแนะนำวันนี้ KBANK, BA, CBG

เคาะ 15 หุ้น รับอานิสงส์ Data Center -AI

เคาะ 15 หุ้น รับอานิสงส์ Data Center -AI

              หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี ประเมินในงานสัมมนาครบรอบ 50 ปีของ MFC ประเด็นหลักๆ เน้นไปที่โอกาสของอาเซียนและไทยในการต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่ๆ ในอนาคต ภาพใหญ่ทาง McKinsey ประเมิน 6 กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะมีบทบาทสำคัญ ได้แก่ 1.) E-Commerce2.) Digital Advertising3.) Video Games4.) Modular Construction (เทคโนโลยีก่อสร้างที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และจำกัดผลกระทบสิ่งแวดล้อม)5.) Semi-conductor6.) EVs ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของ GDP โลก               โดยไทยดูมีโอกาสในส่วนการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนเรื่องอื่นๆ มีความจำเป็นที่อาเซียนและไทยต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้               ส่วนการปรับตัว อดีตนายกฯ ทักษิณฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์เพิ่มเติม เน้น 2 ส่วน คือ โอกาสในการเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี โดยชูจุดเด่นที่ ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมีค่าไฟฟ้าที่ต่ำ เพื่อเป็นแรงดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยขณะนี้ทั่วโลกมีต้นทุนพลังงานอยู่ที่ราว 2 เซนต์ (ดอลลาร์สหรัฐ) หรือ 0.67 บาท ในขณะที่ต้นทุนพลังงานของไทยอยู่ที่ 11 เซนต์ หรือราว 3.7 บาท ซึ่งในเบื้องต้นตั้งใจอยากให้ลดได้เหลือราว 8 เซนต์ หรือราว 2.7 บาท ซึ่งต่ำกว่าระดับที่นักลงทุนต่างชาติมองว่าเหมาะสมที่ 6-7 เซนต์               ทั้งนี้ เบื้องต้นตั้งเป้าหมายที่อยากเห็นค่าไฟฟ้าลดเหลือ 8 เซนต์ภายในปี 2569 นอกจากนี้ยังเน้นไปที่โอกาสในการนำ AI ต่อยอดในธุรกิจต่างๆ ที่เป็นจุดเด่นของไทย เช่น การแพทย์               อยากปรับไทยให้เป็นศูนย์กลางการเงิน “ศูนย์กลางทางคริปโต และบล็อกเชน” โดยคาดว่าใน 2-3 เดือนข้างหน้า จะเห็นการทำ Sandbox รับเงินคริปโตในจังหวัดภูเก็ต และการออก Stable Coin โดยมีพันธมิตร คือ รัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน เชิงกลยุทธ์ เราประเมินโอกาสระยะกลาง-ยาวที่ไทยจะสามารถสร้าง S Curve ใหม่ๆ ยังมีอยู่ แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาบ้าง ยานยนต์ต้องสร้างสมดุลการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปสู่ EVs ซึ่งในช่วงรอยต่อนี้อาจจะขาดตัวเลือกลงทุนที่น่าสนใจ และแนะนำให้ติดตามพัฒนาการต่อไป ก่อนที่จะเป็นศูนย์กลาง Financial Assets ใหม่ๆ ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักไปที่การเติมสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจระยะสั้น แต่การต่อยอดให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ระยะยาว ต้องรอติดตามแผนการผลักดันอีกครั้ง Data Center เป็นจุดที่ฝ่ายวิจัยประเมินว่ามีโอกาสที่ดี โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าไทยสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในส่วนนี้ได้มากพอสมควร แม้การเปลี่ยนแปลงค่าไฟฟ้าจะค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังมีจุดเด่นอื่นๆ เช่น การมีพื้นที่ศูนย์กลางในอาเซียน และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม หากการปรับค่าไฟฟ้าสามารถทำได้ ก็จะมีการดึงเม็ดเงินต่างชาติอย่างต่อเนื่องอีกหลายปี นอกจากนี้การส่งสัญญาณนำ AI ต่อยอดธุรกิจ คาดว่าอุตสาหกรรม/บริษัทที่ปรับตัวได้เร็วในเรื่องนี้ จะได้รับการสนับสนุนจากตลาดในทางบวกมากขึ้น โดยจากการศึกษาของฝ่ายวิจัย พบว่า อุตสาหกรรมที่น่าจะปรับตัวได้เร็ว คือ ธนาคาร, การเงิน, ค้าปลีก, การแพทย์ และภาคผลิต ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าว เราประเมินจิตวิทยาบวกในกลุ่มต่างๆ ได้แก่               1.) กลุ่มที่อยู่ในธีม Infra Tech ได้แก่ สื่อสาร ADVANC, TRUE, นิคม WHA, AMATA, รับเหมางาน Data Center + Digital Tech เช่น INSET ซึ่งในระยะสั้นน่าสนใจขึ้นหลังจากเริ่มปรากฏชื่อการจ้างผู้รับเหมางาน Data Center หลักๆ ในประเทศที่ประกาศลงทุนตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งลำดับถัดไปน่าจะเป็นการเร่งจ้างผู้รับเหมาช่วง โดย INSET น่าจะอยู่ในกลุ่มดังกล่าว และ BBIK (ตั้งรับ) ส่วนโรงไฟฟ้าแม้ในระยะกลาง-ยาวจากโอกาสขยายกำลังผลิตรองรับ แต่ในระยะสั้นอาจต้องรอหุ้นตอบรับประเด็นลบจากแนวทางลดค่าไฟที่อาจกลับมากดดันหุ้นอีกครั้ง               2.) กลุ่มที่มีโอกาส AI Adoption ในอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ธนาคาร เช่น KBANK, KTB, การเงิน เช่น MTC, ค้าปลีก เช่น CPALL, CPAXT, การแพทย์ เช่น BDMS, BCH และภาคผลิต เช่น SCC, SCGP

KSS ลุ้น SET “Rebound ต่อ” คัด 3 หุ้น เก็งกำไรช่วงสั้น เช็กเลย!

KSS ลุ้น SET “Rebound ต่อ” คัด 3 หุ้น เก็งกำไรช่วงสั้น เช็กเลย!

             หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด ว่า SET วันนี้มีแนวโน้ม “Rebound ต่อ” โดยมีแนวต้านที่ 1184/1189 จุด และแนวรับที่ 1160/1156 จุด แม้ว่าจะมีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเยเมน เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือสหรัฐฯ ในทะเลแดงโดยกลุ่มฮูตี ซึ่งส่งผลให้ Futures สหรัฐฯ ปรับตัวลง -0.6% หลังจากที่ดีดตัวแรงในวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้อาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นได้              ในด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีสัญญาณการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดย ดัชนีชี้นำภาคบริการและความเชื่อมั่นผู้บริโภค (U of Michigan) ประจำเดือนมีนาคม 2025 รายงานครั้งแรกที่ 57.9 จุด ซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามและอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 นอกจากนี้ มุมมองความคาดหวังเงินเฟ้อในอีก 1 ปีข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.9% จากเดิม 4.3% ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่กดดันตลาด              อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในภูมิภาคเอเชียและภายในประเทศยังเป็นบวก โดยจีนเตรียมประกาศมาตรการกระตุ้นการบริโภค ซึ่งนักลงทุนยังคงติดตามรายงานเศรษฐกิจของจีนเพื่อลุ้นสัญญาณเชิงบวกเพิ่มเติม อีกทั้งในระยะกลางถึงยาว ตลาดภายในประเทศยังคงให้ความสำคัญกับ โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลดต้นทุนค่าไฟฟ้า (แม้ว่าจะเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มไฟฟ้าในระยะสั้น แต่เป็นบวกในระยะยาว) นอกจากนี้ การนำ AI ไปต่อยอดอุตสาหกรรมต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าจับตามอง              ขณะนี้ SET ยังอยู่ในโซน Deep Value โดยมี Current ERP ที่ 4.79% ซึ่งสูงกว่า Average +1.5 S.D. คาดว่า SET จะสามารถรีบาวน์ต่อได้ โดยหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้ ได้แก่ 10 หุ้น Deep Value, หุ้นกลุ่ม China Plays และหุ้นเทคโนโลยีที่อยู่ในกลุ่ม New S Curve ในระยะกลางถึงยาว สำหรับหุ้นแนะนำในวันนี้ ได้แก่ BDMS, SCGP และ PTTEP ซึ่งเหมาะสำหรับการเก็งกำไรในระยะสั้น

KSS ชูพิกัด GUNKUL 2.6 บ. ล็อกเป้าผลิตไฟ 2,000 MW

KSS ชูพิกัด GUNKUL 2.6 บ. ล็อกเป้าผลิตไฟ 2,000 MW

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ระบุว่า จากประชุมนักวิเคราะห์ เรามองมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ต่อ GUNKUL โดยบริษัทฯ คงเป้าหมายการเติบโตรายได้ปี 25F ที่ 10-15% จากเป้าหมายกำลังการผลิตในระยะยาวที่ 2,000 MW (ปัจจุบัน 1,464 MW) อย่างไรก็ตามในระยะสั้น ทิศทาง Gross Margin ของงาน EPC ในปี 25F คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 18-20% ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 21% เนื่องจากมีสัดส่วนของงานที่มี Margin ต่ำกว่าเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันค่าใช้จ่าย SG&A คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าประมาณการเดิมของบริษัทฯ ทำให้เรามีการปรับลดประมาณการกำไรในปี 25-26F ลงเฉลี่ย 12% จากต้นทุนที่สูงกว่าคาดในระยะสั้น แม้ว่าราคาหุ้นจะลดลง -25% YTD และอยู่ในโซนราคาที่ค่อนข้างถูก (Value zone) ด้วย PER 25F ที่ 9x (-1SD) ซึ่งสะท้อนปัจจัยกดดันไปมากแล้ว แต่ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องติดตามความชัดเจนในบางประเด็น ได้แก่ 1) นโยบายการลดค่าไฟสำหรับโครงการที่ COD แล้ว แม้ว่าความเป็นไปได้จะยาก 2) การชะลอการเซ็น PPA สำหรับพลังงานหมุนเวียนเฟส 2 ที่ยังไม่รวมในประมาณการของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" (Buy) ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 2.60 บาท/หุ้น. ประเด็นสำคัญ : เป้าหมายการผลิตในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าหมายก าลังการผลิตในระยะยาวที่ 2,000 MW ภายในปี 2027F (ปัจจุบัน 1,464 MW) โดยมาจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศ การทำ Direct PPA ร่วมกับเอกชน และการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้บริษัทกำลังศึกษาโอกาสเติบโตในตลาดโซล่าร์ในฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีโอกาสการเติบโตสูง โดยมีความต้องการในตลาดกว่า 80 GW. การเติบโตรายได้ บริษัทคงเป้าหมายการเติบโตรายได้ในปี 25F ที่ 10-15% (ในขณะที่เราคาดการณ์ที่ 8%) โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การเติบโตจากธุรกิจ EPC & Trading ผ่าน Backlog ปัจจุบันที่ 3,800 ล้านบาท ซึ่งรวมทั้งงานสายส่งและโรงไฟฟ้าที่ได้รับคัดเลือกทั้งหมด 5,203 MW ที่จะเริ่ม COD ในปี 26F นอกจากนี้ยังจะมีการเพิ่มโซล่าร์พร้อมแบตเตอรี่ (Solar+BESS) ในกลุ่มลูกค้า Private PPA เพื่อเพิ่มรายได้จากฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ประมาณ 15-20% ทิศทาง Gross Margin บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะรักษาระดับ Gross Margin ใกล้เคียงเดิมในปี 25F อย่างไรก็ตาม มาร์จิ้นจากกลุ่มธุรกิจ EPC อาจลดลงอยู่ในกรอบ 18-20% (จาก 22% ในปี 2024) เนื่องจากมีการเพิ่มสัดส่วนงานที่มี Margin ต่ำจากการทำโครงการขนาดใหญ่   แนวโน้ม SG&A คาดว่า SG&A ในปี 25F จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการลดต้นทุนบุคลากร โดยการวางระบบในกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนในการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 40 ล้านบาท แต่ SG&A โดยรวมยังคงสูงกว่าประมาณการเดิม   การ Roll-over หุ้นกู้และ LT-Loan : บริษัทวางแผนที่จะ Roll-over หุ้นกู้และ LT-Loan ในปี 25F รวมมูลค่า 1,842 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถลด Finance cost ได้ประมาณ 1%. ปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (IBD/E) ที่ 1.04 เท่า ซึ่งยังคงมีพื้นที่ในการก่อหนี้สำหรับ CAPEX ในปี 25-27F ที่ 12,000 ล้านบาท เพื่อการลงทุนโครงการเพิ่มเติม โดยยังคงอยู่ภายใต้ข้อตกลงที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 3 เท่า           ความเห็นและคำแนะนำ           เรามองสถานการณ์เป็นกลาง (Neutral) โดยบริษัทฯ คงเป้าหมายการเติบโตรายได้ในปี 25F ที่ 10-15% โดยอิงจากเป้าหมายการผลิตในระยะยาวที่ 2,000 MW (ปัจจุบัน 1,464 MW) ถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่งผลให้เราปรับลดประมาณการรายได้ปี 25-26F ลงเฉลี่ย 12% โดยลด Gross margin ปี 25-26F ลง 70 bps และ 150 bps จากการปรับฐานของอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากปี 24 เนื่องจากการรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่าปกติจากธุรกิจ EPC                     ปรับเพิ่มค่าใช้จ่าย SG&A ปี 25-26F ขึ้น 15% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นจากบุคลากร แม้ว่าบริษัทฯ จะตั้งเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ในปี 25F ประมาณ 40 ล้านบาท แต่ก็ยังคงมีสัดส่วนที่สูงกว่าประมาณการเดิมของเรา คาดว่ากำไรในไตรมาส 1 ปี 25F จะเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (y-y) และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (q-q) เนื่องจากบริษัทฯ จะยังคงได้รับประโยชน์จากธุรกิจ EPC & Trading ต่อเนื่อง รวมถึงคาดว่าโรงไฟฟ้าพลังงานลมจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าปีก่อน           เรายังคงคำแนะนำ "Buy" บนราคาเป้าหมายใหม่ (TP25F) ที่ 2.60 บาท โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าทั้งกลุ่ม (SOTP) ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจปัจจุบัน (โรงไฟฟ้า COD) มูลค่า 1.60 บาท ธุรกิจ EPC & Trading มูลค่า 0.43 บาท โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ มูลค่า 0.57 บาท เนื่องจากเรามีการปรับเพิ่มสมมติฐาน WACC สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้าเป็น 8.5% (จากเดิม 7.0%) และปรับลด PER สำหรับกลุ่มธุรกิจก่อสร้างลงเป็น 10 เท่า (จากเดิม 15 เท่า) โดยประมาณการและราคาเป้าหมายในปัจจุบันยังไม่รวม Upside จากการคัดเลือกพลังงานหมุนเวียนเฟส 2 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างชะลอการเซ็น PPA เชิงกลยุทธ์ แม้ว่า GUNKUL จะยังคงเป็นบริษัทที่มีการเติบโตจากงาน EPC ในปี 25F (คาดกำไรปกติเติบโต 4%) และการเพิ่ม Capacity พลังงานหมุนเวียนในปี 26F (คาดกำไรปกติเติบโต 17%) แต่เราขอแนะนำให้ติดตามปัจจัยความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่อาจกระทบการลงทุน ได้แก่ นโยบายการลดค่าไฟ สำหรับโครงการที่ COD แล้ว ซึ่งโอกาสในการเกิดเป็นไปได้น้อย การชะลอการเซ็น PPA สำหรับพลังงานหมุนเวียนเฟส 2

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

KSS คาด SET “แกว่งในกรอบ” ต้าน 1200-1207 จุด ชู 3 หุ้นเด่น

KSS คาด SET “แกว่งในกรอบ” ต้าน 1200-1207 จุด ชู 3 หุ้นเด่น

             หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “แกว่งในกรอบ” ต้าน 1200/1207 จุด รับ 1173/1167 จุด ประเด็นกำหนดทิศทางตลาด 1.) การกีดกันการค้าเข้มข้นขึ้น หลังรัฐออนแทริโอของแคนาดาจะเรียกเก็บภาษีกระแสไฟฟ้าที่ส่งให้แก่สหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐตอบโต้ทันทีโดยเพิ่มภาษีนำเข้าอะลูมิเนียมและเหล็กจากแคนาดา 25% และขู่จะขึ้นเพิ่มอีก 25% เราประเมินความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐในฐานะผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าวจากแคนาดาเป็นหลัก ทั้งนี้ การกีดกันที่อาจขยายวงสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ จะเป็นบวกต่ออาเซียน + ไทยที่มีสถานะเป็นกลาง 2.) สถานการณ์รัสเซีย - ยูเครน กลับมาอยู่ในแนวทางยุติสงคราม 3.) ตลาดรอจับตาเงินเฟ้อ CPI โดยตลาดคาดการณ์ที่ +2.9% y-y, +0.3% m-m 4.) รัฐประกาศกองทุน ThaiesgX รองรับเม็ดเงิน LTF เดิม และเม็ดเงินลดหย่อนภาษีพิเศษอีก 300,000 บาทต่อคน คาดว่าจะเป็นบวกทั้งต่อการชะลอการขาย LTF ที่เหลือ 1.6 แสนล้านบาท, เม็ดเงินใหม่ และเม็ดเงินที่กระจายเข้าสู่หุ้นใหญ่ที่อยู่ในดัชนี SETESG ซึ่งเป็นหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่มากขึ้น หุ้นนำ ได้แก่ หุ้น Deep Value ของเราที่อยู่ใน SETESG (CPALL, BDMS, MINT, GPSC, SCGP, HMPRO, KBANK, BBL, AOT) ซึ่งคาดว่าจะเป็นเป้าหมายหลักของเม็ดเงิน ThaiesgX รวมถึงหุ้นนิคมที่ได้รับกระแส Trade War ปะทุ และหุ้นที่อิงยุโรปซึ่งได้รับจิตวิทยาบวกจากสถานการณ์สงครามที่ใกล้ยุติ วันนี้แนะนำ CPALL, MINT, WHA

รฟท.ขยายเวลาก่อสร้างรถไฟไทย-จีน หุ้นไหนรับอานิสงส์ เช็ค!

รฟท.ขยายเวลาก่อสร้างรถไฟไทย-จีน หุ้นไหนรับอานิสงส์ เช็ค!

              หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ระบุว่า ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ว่าบอร์ด รฟท. อนุมัติให้ขยายเวลาดำเนินการตามสัญญา และแก้ไขสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา ในงานสัญญาที่ 3-5 (งานโยธาช่วงโคกกรวด – นครราชสีมา) โดยขยายเวลาทำงานออกไปอีก 350 วัน เนื่องจากการรถไฟฯ ส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างล่าช้ากว่ากำหนด เราประเมินว่าการขยายเวลาดังกล่าวส่งผลบวกในเชิงจิตวิทยาต่อการเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับเหมาก่อสร้างสามารถดำเนินงานและส่งมอบโครงการได้ รวมถึงอาจต่อยอดไปสู่เฟสถัดไป ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจ               นอกจากนี้ ยังเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมา เนื่องจากมีโอกาสเห็นการประมูลโครงการในเฟสถัดไป โดย STECON (ราคาเป้าหมาย 6.35 บาท) เป็นหุ้นที่น่าสนใจ เนื่องจากผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ขณะเดียวกัน กลุ่มธนาคารที่มีสินเชื่อเกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐฯ เช่น KTB ก็น่าจะได้รับอานิสงส์จากการเร่งลงทุนในโครงการเหล่านี้

บล.กรุงศรี แนะจับตาจุดเปลี่ยน SET ชู CPALL-AP-MTC เด่น

บล.กรุงศรี แนะจับตาจุดเปลี่ยน SET ชู CPALL-AP-MTC เด่น

             หุ้นวิชั่น-ทีมขาวหุ้นวิชั่น รายงาน บล.กรุงศรี คาด SET วันนี้ “Rebound” โดยมีแนวต้าน 1,220-1,227 จุด รับ 1,200-1,187 จุด จับตาจุดเปลี่ยน SET 1. เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอ่อนลง ความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Conf board) ต่ำคาด เหลือ 98.3 จุด ต่ำสุดตั้งแต่ เม.ย.67 ถ่วงตลาดหุ้นสหรัฐ และ US Bond Yield 10 ปี ดิ่ง -11 bps มาปิดที่ 4.28% ตลาดเริ่มให้น้ำหนัก Fed ลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง ลดครั้งแรก มิ.ย. จาก prev. ก.ย. คาดจำกัดท่าทีแข็งกร้าวนโยบายกำแพงภาษี หนุน Search for Yield ในสินทรัพย์ปลอดภัย+ตลาด EMs Laggard 2. วันนี้เราให้โอกาส 70% ที่ กนง. จะลดดอกเบี้ย 25bps ประเมินจาก ERP ที่เพิ่มจะหนุน SET 40 จุด 3. ความเชื่อมั่น รมว.คลัง ต่อกองทุน ThaiESG 2 ที่น่าจะช่วยตลาดได้ บ่งชี้โอกาสผ่อนคลายเงื่อนไข 4. กำไรตลาด 4Q67 ดีขึ้น ล่าสุดรายงาน 361 บริษัท กำไรต่ำคาดดีขึ้นเหลือ -8.3% vs prev. -9.2% 5. Outlook เศรษฐกิจการนำเข้าสินค้าทุน ม.ค. 25 +17%y-y บ่งชี้ภาคการผลิตกำลังเร่งขึ้น ส่วนปัจจัยถ่วง คือ ราคาน้ำมันดิบลง -2.8% ภาพรวม SET น่าจะ Rebound กลุ่มนำ คือ หุ้นได้ประโยชน์ดอกเบี้ยลดลง (เช่าซื้อ อสังหา โรงไฟฟ้า หนี้สูง High Yield) กลุ่มหุ้นอิงกำลังซื้อภายใน อาทิ ค้าปลีก ที่ตลาดมั่นใจมากขึ้น จากงบ CPALL ผสาน หุ้น Anti-Commodities              วันนี้แนะนำ CPALL, AP, MTC

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

KSS คาด SET วันนี้“สร้างฐานก่อนฟื้นตัว” ชู ADVANC, AP, VGI

KSS คาด SET วันนี้“สร้างฐานก่อนฟื้นตัว” ชู ADVANC, AP, VGI

           หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี คาด SET วันนี้“สร้างฐานก่อนฟื้นตัว” ต้าน 1258/1262 จุด รับ 1240/1236 จุด ประเด็นกำหนดทิศทางตลาดวันนี้ 1.) ความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่ม หลัง Walmart คาดว่ารายได้จะเติบโตในปีบัญชี2026 (สิ้นสุด ม.ค. 26) จะโต 3-4% ต ่ากว่าคาด เริ่มสร้าง ผสาน เงินเฟ้อญี่ปุ่น ม.ค. 25 +4.0%y-y เร่งจาก prev. +3.2% ถ่วง Dollar Index อ่อนค่าสุดใน 2 เดือน เงินบาทแข็งค่า 33.55 +/- บาท กอปรกับ BABA ก าไรดีกว่าคาด หนุนจิตวิทยาบวกตลาดหุ้น Asia            2.) ราคาน้ำมันทำจุดสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ 3.) กำไรตลาดรายงานแล้ว 179 บริษัท ออกมาต่ำกว่าคาด -9.9% แต่แรงขาย INTUCH และ GULF หลังขึ้น XD สุดท้ายก่อนรวม ฝ่ายวิจัยคาดนิ่งขึ้น ขณะที่เม็ดเงินที่ขายออกมาจะสลับไปลงทุนในกลุ่มอื่นที่พอมีปัจจัยหนุน โดยเฉพาะ 4.) สัปดาห์หน้าติดตามการประชุม กนง. KSS คาดมีโอกาสลดดอกเบี้ย + คาดรายงานกำไร 4Q24F เด่น โดยรวมคาดตลาดสร้างฐานเพื่อฟื้น            โดยมีหุ้นนำ คือ หุ้นลุ้นภาพบวก กนง.สัปดาห์หน้า (เช่าซื้อ ค้าปลีก อสังหา High Yield) ผสาน กลุ่มหุ้น Deep Value ที่เราแนะนำลงทุนกลาง-ยาวในจุด SET อยู่ในโซน Value และหุ้นได้ประโยชน์SET50/100 Rebalance รอบ Interim วันนี้แนะนำ ADVANC, AP, VGI

กรุงศรี คาด SET ฟื้นตัว หลังเร่งตั้งกอง Thai ESG แนะสะสม 7 หุ้น Deep Value

กรุงศรี คาด SET ฟื้นตัว หลังเร่งตั้งกอง Thai ESG แนะสะสม 7 หุ้น Deep Value

          หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้ากองทุนระยะยาวภายใน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการในการจัดตั้งกองทุน Thai ESG กอง 2 คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือน มี.ค. 2568 วงเงินจะอยู่ที่ราว 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนเงินในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนดอายุไปแล้ว 4. ส่วนรูปแบบการลงทุนและสิทธิประโยชน์จะเป็นอย่างไรนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือซึ่งอาจมีลักษณะแตกต่างจากกองทุน Thai ESG ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามยังอยากให้เป็นการลงทุนในประเทศ           KSS ประเมินเป็น “บวก” ต่อ SET โดยคาดแรงขายกอง LTF ที่ครบอายุแล้วทั้งหมด จะชะลอแรงขายนับจากนี้ จาก 2 ปัจจัย ลดความกังวลของตลาดจากกองทุนเดิม LTF เดิมไม่มีเงินใหม่เข้ามา และการบริหารที่ยากจากสภาพคล่องจำกัด เสี่ยงผลตอบแทนต่ำลง เป็นปลิดทิ้ง เนื่องจากจะมีเงินใหม่เข้ามาจาก Thai ESG ต้นทุนการถือครองของ LTF 7 ปีหลังเฉลี่ยราว 1,620-1,640 จุด ทำให้นักลงทุนที่รอการฟื้นตัวระยะยาว มีโอกาสมากขึ้นจากเงินใหม่ ที่จะเข้ามา           สิ่งที่ต้องติดตามต่อและจะเป็นภาพบวกเพิ่มเติมต่อตลาด SET ระยะกลาง-ยาว มากขึ้นมี 3 ประเด็น เนื่องจากแนวทางกองทุนระยะกลางเพื่อสิทธิทางภาษีมุ่งเน้นมาที่การให้สิทธิ์การลงทุนหุ้นในประเทศมากขึ้น เพื่อฟื้นฟู Domestic Long Term Funds ที่ขาดหายไป กรณีมีการขยายสิทธ์ลดหย่อน THAIESG จาก 0 แสนบาท ไปเท่า LTF เดิมที่ 5.0 แสนบาท จะเป็นบวกต่อตลาดและฟื้นความเชื่อมั่นมากขึ้น มีการหารือแนวทางหุ้นไทย 100% การเพิ่ม Universe สินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ เช่นขยายขอบเขตของหุ้น ESG ให้กว้างและมากขึ้น           KSS ให้น้ำหนัก 50% ต่อ 50% ทั้งการที่เศรษฐกิจเติบโตช้าใน 10 ปีหลัง (Real Fundamental) และการขาด Long Term Funds (Liquidity) ไปในปี 2562 เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ SET เริ่ม Underperform ลง และจากจะเข้าสู่จุดของการค่อยๆ ฟื้นตัวรอบใหม่ หากแนวทางจากรัฐฯ ชัดเจน มุ่งเน้นการออมเพื่อการลงทุนระยะกลางยาวในประเทศให้ฟื้นรอบใหม่ Strategy           จิตวิทยาบวกต่อสภาพคล่องภายในกำลังค่อยๆ ได้รับการแก้ไข คงมุมมองสะสมหุ้น หลัง SET ยังย่ำ ใน Deep Value Zone PER 2025F 13.5X vs ex Delta ต่ำเพียง 11.5X นักลงทุนจะพบว่าจากหุ้น 914 บริษัท ใน SET+mai มีหุ้น PER ต่ำ 12 เท่า 300 บริษัท จาก หุ้น Dividend Yield มากกว่า 3% 435 บริษัท หุ้น PBV น้อยกว่า 1เท่า 548 หุ้นที่มีคุณสมบัติทั้ง 3 ข้อ มีราว 145 บริษัท           KSS Strategist จึงมองเป็นโอกาสในการลงทุน 7 Deep Value Stocks ที่อิงหุ้นที่มี Business Model มั่นคงต่อปัจจัยทั้งภายในและภายนอก CPALL, BDMS, MINT, BH, GPSC, SCGP, HMPRO ผสานระยะสั้นกลุ่มอสังหาฯ ที่เริ่มมีปัจจัยอาจสร้างจุดเปลี่ยน AP, SIRI

งัดกลยุทธ์ตลาดหุ้นบ่าย โบรกจัดเต็ม 3 หุ้นเด่น

งัดกลยุทธ์ตลาดหุ้นบ่าย โบรกจัดเต็ม 3 หุ้นเด่น

         หุ้นวิชั่น - KSS คงมุมมองบวกคาด SET Index บ่ายนี้มีลุ้นขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,270 จุด ปัจจัยพื้นฐาน SET อยู่ในโซน Deep Value, ข่าวลบค่อยๆ ลดลง, ข่าวดีมีมากขึ้น โดยเฉพาะผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเริ่มเห็นสัญญาณที่เป็น Positive surprise, นักลงทุนกล้าที่จะเข้าเก็งกําไรหนุนบรรยากาศรวมกลับมาดีดัชนีมีโอกาสไปต่อ กลยุทธ์ เก็งกําไรกลุ่มที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ในกลุ่มอสังหาฯ, ไฟแนนซ์ และธนาคารเก็งปันผล คล้ายภาคเช้า Top Pick : SIRI, MTC และ SCB

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

KSS คาด SET วันนี้ “Up” ชู ADVANC, MTC, SIRI เด่น!

KSS คาด SET วันนี้ “Up” ชู ADVANC, MTC, SIRI เด่น!

         หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรรี คาด SET วันนี้“Up” ต้าน 1,270/1,280 จุด รับ 1,253/1,245 จุด ประเมินทิศทางตลาดวันนี้เป็นบวก 1.) คาดตลาดน่าจะเริ่มจับตาแนวโน้มการพิจารณาดอกเบี้ย BOT ฝ่ายวิจัยประเมินมีโอกาสปรับลดมากขึ้นหลัง GDP ต่ำกว่าคาด เริ่มเห็นทิศทางนโยบายคุณ Trump ที่ไม่หว่านแหเหมือน Trump 1.0 2.) ราคาน้ำมันขึ้นเฉลี่ย +1% หลังยูเครนใช้โดรนโจมตีท่อส่งน้ำมันรัสเซีย ผสาน การที่สหรัฐฯข้ามไปเจรจารัสเซียโดยไม่ผ่านยุโรป น่าจะทำให้ข้อสรุปการยุติสงครามมีแนวโน้มซับซ้อนขึ้น คาดหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำที่มีสัดส่วน 10% ของ SET 3.) SET วานนี้ถ้าไม่รวม DELTA ที่ลงต่อเนื่อง SET ขึ้นราว +10 จุด ขณะที่อิงเครื่องมือ Bloomberg พบว่ามีSector ที่นำตลาด+เริ่มฟื้นตัวขึ้นทั้งหมดมาก ถึง 21 จาก 26 กลุ่ม 4.) หุ้นขนาดกลาง-ใหญ่วานนี้ในส่วน CPAXT, MTC รายงานกำไรดีกว่าคาด และ Outlook ดีต่อ ประเมิน SET วันนี้แกว่งขึ้น คาดหุ้นพลังงานต้นน้ำดีดตัว ส่วนหุ้นนำ เน้นกลุ่มดอกเบี้ยขาลงหนุนโดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่โซนฐาน (อสังหา (+กระแสผ่อนคลายมาตรการLTV คาดมีเก็งกำไรอย่างน้อยถึงช่วงประชุม BOT สัปดาห์หน้า), เช่าซื้อ, ค้าปลีก, High Yield) วันนี้แนะนำ ADVANC, MTC, SIRI

KSS คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ชี้ MTC, TRUE, PLANB เด่น

KSS คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ชี้ MTC, TRUE, PLANB เด่น

              หุ้นวิชั่น - KSS คาด SET วันนี้“Sideways/Up” ต้าน 1295/1305 จุด รับ 1275/1270 จุด ประเด็นกำหนดทิศทางตลาดวันนี้เป็นบวก 1.) เงินบาทแข็งค่า 33.6 +/- บาท หลัง US Bond Yield 10 ปีลดลง -10 bps หลังคุณ Trump ลงนามใช้มาตรการภาษีเท่าเทียม(Reciprocal Tax) คาดว่าต้องใช้เวลาศึกษาก่อนมีผล 1 เม.ย. ทั้งนี้ ยังต้องตามปัจจัยนี้ที่กลายเป็นความเสี่ยงระยะกลาง ส่วนไทยแม้อยู่ในกลุ่มที่เก็บภาษีนำเข้าสหรัฐ > ภาษีสหรัฐนำเข้าไทย แต่ไม่อยู่ในกลุ่มที่ปริมาณการค้า+เกินดุลสหรัฐล าดับต้น ท าให้ระยะแรกภาษีดังกล่าวน่าจะมีน้ำหนักไปทางยุโรป อินเดีย               นอกจากนี้ 2.) เงินเฟ้อผู้ผลิตมากกว่าคาด แต่ฝั่งสินค้าการแพทย์ ประกัน บริการการเงินลดลง บ่งชี้ภาพเงินเฟ้อ PCE ที่ Fed ให้น้ำหนักลดลง 3.) ภายในดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ม.ค. 25 สูงสุดใน 8 เดือน 4.) เห็นเม็ดเงินลงทุนภายในดูเป็นบวกขึ้น หลังรัฐฯเตรียมทบทวนปรับเงื่อนไขภาษีเพื่อดึงเงินได้จากการลงทุนต่างประเทศเข้าประเทศ               ประเมินตลาดวันนี้ Sideways/Up หุ้นนำ คือ หุ้นธีม Yield ลดลงหนุน (ชิ้นส่วน โรงไฟฟ้า เช่าซื้อ High Yield หนี้สูง High Growth) และหุ้นในธีม 7 Value (CPALL, BDMS, MINT, BH, GPSC, SCGP, HMPRO)วันนี้แนะนำ MTC, TRUE, PLANB

KSS คาด SET วันนี้ “ฟื้นตัวต่อ” BBL, KBANK, CPAXT เด่น

KSS คาด SET วันนี้ “ฟื้นตัวต่อ” BBL, KBANK, CPAXT เด่น

           หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี คาด SET วันนี้“ฟื้นตัวต่อ” ต้าน 1295/1305 จุด รับ 1275/1270 จุด ปัจจัยกำหนดทิศทางวันนี้1.) จิตวิทยาลบจาก US Bond Yield 10 ปีเร่งขึ้น +13 bps สู่ 4.63% เงินเฟ้อ CPI สหรัฐ สูงกว่าคาด ทั่วไป +3%y-y, 0.5%m-m เงินเฟ้อพื้นฐาน +3.3%y-y,+0.4%m-m จากการเร่งขึ้นของเงินเฟ้อที่อยู่อาศัย+ราคาไข่จากปัญหาไข้หวัดนก ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยชั่วคราว 2.) ราคาน้ำมันปรับลงเฉลี่ย - 2.6% จากความกังวลวงจรดอกเบี้ยสหรัฐที่ตลาดคาดปรับลงปีนี้เหลือ 1 ครั้ง + เริ่มมีความชัดเจนการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน 3.) ผลRebalance MSCI Global Stanadard Index หุ้นออก : TOP, PTTGC (vs KSS คาด TOP OR) ประเมินปัจจัยข้างต้นลบอ่อนๆ ขณะที่ปัจจัยบวกคือ 4.) มาตรการภาษีเท่าเทียม (Reciprocal Tax) ดูอ่อนลง มีแนวโน้มยกเว้นสินค้ายาและยานยนต์ 5.) กระทรวงการคลังส่งสัญญาณนำ กองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) กลับมา ช่วยชะลอแรงขาย            ฝ่ายวิจัยประเมิน SET วันนี้ยังค่อยๆฟื้น หุ้นเด่น กลุ่มธนาคาร ชิ้นส่วน และหุ้น Defensive สื่อสารร.พ. และ 7 หุ้นในธีม Value ที่เราแนะลงทุนยาว (CPALL, BDMS, MINT, BH, GPSC, SCGP, HMPRO) วันนี้แนะนำBBL, KBANK, CPAXT

abs

SSP : ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน ทางเลือกใหม่เพื่ออนาคต

จับตาวาเลนไทน์เงิน สะพัด 5.2 พันล. หุ้นไหนรับทรัพย์ เช็ก!

จับตาวาเลนไทน์เงิน สะพัด 5.2 พันล. หุ้นไหนรับทรัพย์ เช็ก!

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในวันมาฆบูชา และวันวาเลนไทน์คาดจะมีเงินสะพัดราว 5.2 พันล้านบาท โดยวันมาฆบูชาจะมีเงินสะพัดราว 2.5 พันล้านบาท +2.81%y-y ส่วนวันวาเลนไทน์จะมีเงินสะพัดเกือบ 2.7 พันล้านบาท +7.2%y-y ประเมินจิตวิทยาบวกต่อหุ้นอิงกำลังซื้อภายใน โดยเฉพาะกลุ่มห้าง อาทิ CRC และร้านอาหาร อาทิ OKJ MINT

จับตาเงินเฟ้อเดือน ม.ค. KSS คาดใกล้เคียงตลาด 1.3%

จับตาเงินเฟ้อเดือน ม.ค. KSS คาดใกล้เคียงตลาด 1.3%

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ระบุว่า วันนี้ (6 ก.พ.) เงินเฟ้อ CPI ม.ค. 25 เงินเฟ้อทั่วไป ตลาดคาด 1.3%y-y, +0.1%m-m vs prev. +1.2%y-y, -0.18%m-m เงินเฟ้อพื้นฐาน ตลาดคาด +0.82%y-y, vs prev. +0.79%y-y           ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินมีโอกาสใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด อิงราคาน้ำมันเฉลี่ย ม.ค. 25 ค่อนข้างนิ่งบริเวณ 75 +/-เหรียญฯ ใกล้เดือนก่อนและช่วงเดียวกันปีก่อน เงินเฟ้อที่บวกขึ้นน่าจะเป็นสัญญาณเศรษฐกิจไทยที่ ค่อยๆฟื้นตัว โดยรวมจะเป็นภาพชี้นำความเชื่อมั่นการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หนุนหุ้น Domestic           ขณะเดียวกัน ระดับเงินเฟ้อที่ยังต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% ยังหนุน Real Yield หนุน BOT ยัง มีช่องว่างสำหรับการลดดอกเบี้ยได้ในกรณีจำเป็น โดยรวมเป็นภาพทางบวกต่อตลาดหุ้น

ขุนคลังเล็งหารือ แจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต เฟส 3 หุ้นไหนรับอานิสงส์ต่อ เช็ก!

ขุนคลังเล็งหารือ แจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต เฟส 3 หุ้นไหนรับอานิสงส์ต่อ เช็ก!

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ระบุว่า รมช.คลัง เตรียมประชุมอนุกลั่นกรองฯ ลุยแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต เฟส 3 ก่อนชงบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ สรุปไทม์ไลน์ ภายในก.พ.นี้คาดเริ่มจ่าย 2Q25F หลังระบบพัฒนาเสร็จแล้ว ประเมินบวกแนวโน้มเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยงวด 1Q25 เป็นภาพนักท่องเที่ยวคึกคัก และมีมาตรการกระตุ้นรัฐฯ อาทิ ไร่ละพัน มาตรการ Easy E-Receipt และมาตรการ Digital Wallet เฟส 2          ขณะที่งวด 2Q25 นโยบาย Digital Wallet เฟส 3 ที่น่าจะมีขนาดใหญ่กว่ามาตรการงวด 1Q25 ส่วน งวด 2H25 ฝ่ายวิเคราะห์คาดโครงการลงทุนรัฐฯ ที่ ครม. อนุมัติ จะทยอยเปิดประมูลและเริ่มลงทุน โดยรวมประเมินภาพบวกต่อหุ้น Domestic โดยเฉพาะธนาคาร เน้น KTB, SCB, KBANK ค้าปลีก เน้น BJC ที่รับประโยชน์ Digital Wallet สูง ขณะที่ไม่มีประเด็นกดดันเฉพาะตัว

abs

ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร

KSS คาด SET วันนี้“สร้างฐาน” แนะ KTB-GULF-MTC เด่น!

KSS คาด SET วันนี้“สร้างฐาน” แนะ KTB-GULF-MTC เด่น!

           หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี คาด SET วันนี้“สร้างฐาน” ต้าน 1292/1300 จุด รับ 1276/1270 จุด ดัชนีS&P500 บวก +0.39% แม้จีนยังตอบโต้ สหรัฐฯจะตรวจสอบนโยบายของ Apple แต่บ่งชี้ตลาดซึมซับความเสี่ยงสงครามการค้าในระดับเชิงต่อรอง / เชิงสัญลักษณ์แล้ว ผสานจิตวิทยาบวก US Bond Yield 10 ปีลงแรง -9 bps ทำให้ปัจจัยต่างประเทศเป็นกลาง-บวกอ่อนๆต่อภาพลงทุน            ด้านภายในวานนี้ตลาดหุ้นปรับลงจากปัจจัยเฉพาะตัวกรณีเกณฑ์ใหม่ดัชนีSET50 และ SET100 กำหนดหุ้น 1 บริษัทมีน้ำหนักต่อดัชนีไม่เกิน 10% ซึ่งกระทบ DELTA แต่ น้ำหนักใน SET50 ยังสูง 12.2% ทำให้ยังน่าจะมีแรงขายต่อ แต่หุ้นอื่นที่เม็ดเงินถูกกระจายออกไปที่ปรับตัวลดลงตาม คาดเริ่มฟื้นตัวได้ ผสาน Fund Flows เริ่มซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง ตั้งแต่ SET ลงต่ำกว่า 1300 จุดที่เป็นโซน Value ที่มีEquity Risk Premium > Avg + 1 S.D. คาดช่วย SET ค่อยๆสร้างฐานเพื่อฟื้นตัวระยะถัดไป            หุ้นนำ คือ หุ้น Big Cap ที่เม็ดเงิน DELTA มีโอกาสสลับเข้าลงทุน หุ้น Bond Yield ทั้งนอก+ใน (วันนี้ คาดเงินเฟ้อยังออกมา < ดอกเบี้ยนโยบาย) แกว่งลงหนุน วันนี้แนะนำ KTB (เก็งโอกาส Treasury Stock), GULF, MTC เด่น

Trade War มีสัญญาณบวก ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษี หุ้นไหนบวก เช็ก!

Trade War มีสัญญาณบวก ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษี หุ้นไหนบวก เช็ก!

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ระบุว่า Trade War มีสัญญาณบวก เมื่อสหรัฐเลื่อนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนนาดาในอัตรา 25% ออกไปอีก 1 เดือน หลังจากมีการพูดคุยระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ กับ รัฐมนตรีคลังของเม็กซิโก และ ประธานาธิบดีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา            โดยเม็กซิโกและแคนนาดาตกลงที่จะเพิ่มกองกำลังทหารตามแนวชายแดนจำนวน 10,000 นาย เพื่อป้องกันการขนยาเสพติดและกีดกันผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และแคนาดาจะต้องขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ค้ายาเฟนทานิลเป็นผู้ก่อการร้าย เรามองเป็นบวก เนื่องจากข่าวนี้จะช่วยลดความตึงเครียดให้กับตลาด และเป็นไปตามคาดการณ์ของเรา คือ ทรัมป์จะใช้มาตรการภาษีเพื่อกดดันและต่อรองกับประเทศคู่ค้า หากผลเจรจาเป็นไปตามที่สหรัฐต้องการ มาตรการทั้งหมดก็พร้อมจะยุติ            ดังนั้นผลกระทบของ Trade War รอบนี้จะไม่รุนแรง แต่จะสร้างความผันผวนในช่วงสั้น ๆ เมื่อมีข่าวขู่ขึ้นภาษี หากเชื่อมโยงกับตลาดหุ้นไทย ข่าวนี้จะเป็นจิตวิทยาบวกต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มส่งออก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ (KCE, HANA, DELTA), อาหาร (CPF, TU) ตรงกันข้าม จะเป็นจิตวิทยาลบกับกลุ่มนิคมฯ (AMATA, WHA) เนื่องจากกระแสย้ายฐานการผลิตเบาลง ส่วน IVL มีธุรกิจปิโตรเคมีในสหรัฐฯ ซึ่งดีมานด์สินค้าอาจไม่ได้เร่งขึ้นเหมือนที่คาดไว้

ราคาเนื้อสัตว์ฟื้น KSS ชู CPF หุ้น Top Pick เคาะเป้า 27.40 บ.

ราคาเนื้อสัตว์ฟื้น KSS ชู CPF หุ้น Top Pick เคาะเป้า 27.40 บ.

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำตาลเพิ่มขึ้น +5% w-w จากค่าเงินเรียลบราซิลแข็งค่าขึ้นที่สุดในรอบหนึ่งเดือนครึ่ง ส่งผลให้การส่งออกของผู้ผลิตน้ำตาลบราซิลลดลง อุปทานในตลาดน้อยลง ประกอบกับ Czarnikow (ซีซาร์นิโคว) ปรับลดประมาณการผลผลิตน้ำตาลของไทยในปี 2024/25 ลง -7% เหลือ 10.8 ล้านตัน ราคายางพาราเพิ่มขึ้น +1.1% w-w จากความกังวลด้านอุปทานจากสภาพอากาศที่ทำให้ยางผลัดใบเร็วน้ำยางน้อยลง ราคาน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น +1.1% w-w จากคาดการณ์ว่าอุปทานจะลดลงในช่วงรอมฎอน (28 ก.พ. - 29 มี.ค. 25) ส่วนราคาถั่วเหลืองลดลง -1.4% w-w จากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปทานที่เพิ่มขึ้น หลังอาร์เจนตินามีการปรับลดภาษีการส่งออกธัญพืชจาก 33% เหลือ 26% โดยมาตรการนี้จะมีผลไปจนถึง มิ.ย. 2025 ในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ ราคาไก่ทรงตัว w-w อยู่ที่ 41.50 บาท (ต้นทุน 36-37 บาท) คาดว่าผู้บริโภคมีสต๊อกเพียงพอ ราคาสุกรไทยเพิ่มขึ้น +0.3% w-w ที่ 78.50 บาท (ต้นทุน 66-67 บาท) ราคาสุกรจีนเพิ่มขึ้น +3.5% w-w ที่ 15.90 หยวน หรือ 74.76 บาท (ต้นทุนการเลี้ยง 15 หยวน) ราคาสุกรเวียดนามเพิ่มขึ้น +0.3% w-w ที่ 67,500 ดอง หรือ 90.94 บาท (ต้นทุนการเลี้ยง 43,000 ดอง) คาดว่ามาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ตรุษจีน ฝ่ายวิเคราะห์ให้น้ำหนักกลุ่มฯ "NEUTRAL" และยังคงเลือก CPF (TP 25F 27.40) เป็น Top Pick เพราะราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ยังอยู่ในระดับต่ำ

abs

Hoonvision

KSS คาด SET “ผันผวน” หลังทรัมป์เริ่มกำแพงภาษีนำเข้า 25%  มองต้าน  1333 จุด

KSS คาด SET “ผันผวน” หลังทรัมป์เริ่มกำแพงภาษีนำเข้า 25% มองต้าน 1333 จุด

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “ผันผวน” ต้าน 1323/1333 จุด รับ 1305/1300 จุด ดัชนี S&P500 ปรับตัวลง -0.5% หลัง ปธน.สหรัฐฯ เริ่มกำแพงภาษีนำเข้ากับ เม็กซิโก แคนาดาที่ 25% จีนที่ 10% ขณะที่ทุกประเทศส่งสัญญาณจะตอบโต้ทันทีทำให้ตลาดกังวลผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ ล่าสุด US Bond Yield 10 ปีขยับขึ้น +5 bps สู่ 4.56% ทำให้บรรยากาศลงทุนเป็นลบ แต่ประเมินนโยบายสงครามการค้าปี 2025F ต่อจีนน่าจะค่อยเป็นค่อยไป ทำให้กระทบต่อเงินเฟ้อช่วงแรกไม่มาก และคาดว่าคุณ Trump จะเน้น Selective ประเทศที่ได้ดุลการค้าเพิ่มจากสหรัฐฯสูง vs Trump 1.0 อาทิ ยุโรป, เวียดนาม, เกาหลี และไต้หวัน ก่อน น่าจะเป็นบวกต่อไทย ในระยะกลาง-ยาว ได้ประโยชน์ ทางบวกจากการย้ายฐาน เพิ่ม FDI ระยะถัดไป ผสาน หลายหุ้น Big Cap ที่ปรับตัวลงแรงจากความกังวลต่างๆระดับหนึ่งแล้ว แม้วันนี้ประเมินตลาดผันผวน แต่กลุ่มที่ยังเด่น หุ้นธนาคาร นิคม (Trade War กลับมาหนุน) หุ้น Domestic เน้นท่องเที่ยว (นักท่องเที่ยว ม.ค. 25 = Pre-COVID) Defensive สื่อสาร วันนี้แนะนำ AMATA, WHA, IVL

KSS คาด SET วันนี้“แกว่งในกรอบ” แนะ KBANK, KTB, BTS เด่น!

KSS คาด SET วันนี้“แกว่งในกรอบ” แนะ KBANK, KTB, BTS เด่น!

         หุ้นวิชั่น - คาด SET วันนี้“แกว่งในกรอบ” ต้าน 1,355/1,363 จุด รับ 1,340/1,335 จุด ดัชนีS&P500 ปรับลง -0.47% ผลประชุมFed ส่งภาพ “Neutral” สะท้อนจาก คงดอกเบี้ยและตัดคำว่าจะลดดอกเบี้ยเมื่อเงินเฟ้อลงสู่ 2% ออกไป          แต่...ช่วงแถลง Powell ส่งสัญญาณไม่เร่งลดดอกเบี้ย ส่งผล US Bond Yield แกว่งแคบๆ แต่ตลาดสหรัฐฯ มีแรงกดจากหุ้น Tech หลัง Trump เข้มงวดการจำกัดการส่งออก Chip ไปจีน และหลังตลาดปิด Tesla รายงานกำไรต่ำคาด          ส่วน Microsoft กำไรดีกว่าคาด แต่รายได้Cloud โตช้าลง มีเพียง Meta ที่บวกจากรายได้ทำให้กลุ่ม Value ยังดูเด่นกว่า ภายในยังมีพัฒนาการบวก การแก้ไขปัญหาภายในหนี้ครัวเรือน โครงการ คุณสู้เราช่วยน่าจะเกิน 5 แสนราย (รัฐฯเปิดตัวเลขนับเฉพาะลงทะเบียนตรงกับรัฐ 5.0 แสนราย โดยไม่รวมส่วนที่ลงทะเบียนกับธนาคาร) การเร่งให้ความเห็นกฎหมาย Entertainment Complex ของกฤษฏีกา, กระแส Infra Tech จากการประกาศขอรับ BOI ธุรกิจ Data Center ของ Tiktok สูง 1.2 แสนล้านบาท          ปัจจัยดังกล่าวน่าจะประคองตลาดแกว่งตัวก่อนฟื้น กลุ่มเด่น คือ ธนาคาร(Value), อิง Entertainment Complex (BTS (+แรงหนุน พรบ. ตั๋วร่วมคืบหน้า),BA) Infra Tech (สื่อสาร, ไฟฟ้า, ดิจิตอล), หุ้นนิคม วันนี้เน้นกลุ่มมีโอกาสซื้อหุ้นคืน แนะนำ KBANK, KTB, BTS เด่น

ต่างชาติตบเท้าเข้าไทย 8.8 แสนคน เน้นสะสมหุ้นไหน เช็กเลย!

ต่างชาติตบเท้าเข้าไทย 8.8 แสนคน เน้นสะสมหุ้นไหน เช็กเลย!

        หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสัปดาห์ล่าสุด 20-26 ม.ค. อยู่ที่ 8.8 แสนคน +7.3%w-w นำโดยนักท่องเที่ยวจีน +20.3%w-w มาเลเซีย +21.1%w-w นักท่องเที่ยว YTD ถึง 26 ม.ค. อยู่ที่ 3.0 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 1.16 แสนคน เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยรายวัน ม.ค. 24 ที่ +18.7% y-y แม้การเพิ่มขึ้น y-y ดังกล่าวจะสูงกว่าภาพรวมเป้าหมายนักท่องเที่ยวทั้งปี           Krungsri Research มอง +12.9%y-y แต่เชื่อว่าช่วงเวลาตรุษจีนปี2025 ที่มาเร็วตั้งแต่ ม.ค. vs ปี2024 ที่อยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของ ก.พ. มีโอกาสแผ่วช่วงถัดไป แต่โดยรวมยังมีโมเมนตัมใกล้เคียงเป้าหมาย กลยุทธ์ประเมินโมเมนตัมการท่องเที่ยวระยะสั้นที่ยังดีจากแรงส่งเทศกาลตรุษจีน และภาพทั้งปีเดินหน้าใกล้เคียงกรอบ Krungsri Research และตลาดคาด ผสาน การเดินหน้าโครงการ  Entertainment Complex ต่อเนื่อง คาดหนุนหุ้นภาคบริการค่อยๆฟื้นตัว กลยุทธ์เน้นสะสม AOT, ERW, CPALL, CPAXT

KSS คาด SET วันนี้“Rebound ต่อ” เคาะ PTT, KBANK,TTB เด่น

KSS คาด SET วันนี้“Rebound ต่อ” เคาะ PTT, KBANK,TTB เด่น

          หุ้นวิชั่น - KSS คาด SET วันนี้“Rebound ต่อ” ต้าน 1,355/1,363 จุด รับ 1,340/1,335 จุด ดัชนี S&P500 ฟื้น +0.92% นำโดยหุ้น เทคฯต้นน้ำส่งสัญญาณรีบาวด์เชิงเทคนิค           ขณะที่ตลาดกำลังประเมินการเข้ามาของ Deepseek AI จากจีนที่พัฒนาด้วยต้นทุนต่ำลง น่าจะเร่ง AI Adoption ไวขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการ Softwares & Platform ได้ประโยชน์จาก Open AI สอดคล้อง KSS ที่มองบวกต่อหุ้นไทยฝั่งที่นำ AI ไป ต่อยอด > ผู้พัฒนา           ส่วนปัจจัยหลักรอผลประชุม Fed แม้ตลาดคาดคงดอกเบี้ย 4.25-4.5% แต่คุณ Trump ผลักดันนโยบายสร้างความเสี่ยง เงินเฟ้อค่อยเป็นค่อยไป มีโอกาสเห็นFed ภาพ Dovish Pause ของมติที่ประชุม บวกภายในกระแสการซื้อหุ้นคืนเริ่มต้นขึ้น หลัง TTB ประกาศ วงเงิน 3 ปีปีละ 7 พันล้านบาท ทีมกลยุทธ์อิงเกณฑ์ 1) หุ้น Undervalue มีPBV ต่ำกว่า 1 เท่า 2) เงินสดในมือเพียงพอซื้อคืนหุ้น > 5% ของ มูลค่าตลาด 3) สภาพคล่องเพียงพอคืนหนี้ 1 ปีข้างหน้า และ 4) กำไรสะสมงบเดี่ยวพอดำเนินการ คาดหุ้นในกลุ่มธนาคาร พลังงาน คือ           เป้าหมายที่มีโอกาสสูง อาทิPTT, SCB, KBANK, BBL, BCP หนุน SET ฟื้นตัว วันนี้เน้นกลุ่มมีโอกาสซื้อหุ้นคืน แนะ PTT, KBANK,TTB เด่น

KSS คาด SET วันนี้“ลุ้นสร้างฐาน” ส่องต้าน 1355 จุด ชู MTC-CPALL-SCB เด่น

KSS คาด SET วันนี้“ลุ้นสร้างฐาน” ส่องต้าน 1355 จุด ชู MTC-CPALL-SCB เด่น

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “ลุ้นสร้างฐาน” ต้าน 1350/1355 จุด รับ 1335/1327 จุด ดัชนี S&P500 ปรับลง -1.46% กดดันหลัก จากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจากความกังวล AI Application จากประเทศจีน "Deepseek" ที่ทำงานได้ใกล้เคียงผู้นำตลาด โดยไม่จำเป็นต้องใช้ชิปประมวลผลสูง ทำให้ต้นทุนพัฒนาต่ำนำมาสู่แรงขายลดความเสี่ยงหุ้น Semiconductor ที่มี Valuation แพง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบ และหุ้นกลุ่มที่เชื่อมโยง Data Center ที่ใช้ชิปประมวลผลระดับสูง NVIDIA (ผู้ให้บริการ Data Center+Ecosystem) ทำให้วันนี้น่าจะเกิดภาพชะลอลงทุนหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องใน SET อาทิ ชิ้นส่วน โรงไฟฟ้า อย่างไรก็ดีฝ่ายวิเคราะห์ประเมินพัฒนาการการดังกล่าวน่าจะช่วย AI Adoption ระดับ Mass Scale เร่งขึ้น ท้ายที่สุดคาดสร้างประโยชน์ทางบวกต่อหุ้นไทยที่เชื่อมโยง Ecosystem AI มากกว่าผลกระทบ ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่มีความเกี่ยวโยงส่วนดังกล่าว อาทิ หุ้น Domestic และที่มีปัจจัยบวก อาทิหุ้นอิงภาคบริการ หุ้นกลุ่มธนาคาร การเงิน (รัฐเตรียมแนวทาง Haircut หนี้ที่ค้างชำระเกิน 1 ปี) ผสาน หุ้นได้ประโยชน์ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง มีโอกาสฟื้นตัวจากจิตวิทยาลบ Market Sentiment วานนี้และเป็นกลุ่มนำตลาด วันนี้ MTC, CPALL, SCB เด่น

จับตากระแสลงทุนอิงภาคบริการ กลุ่มไหนเด่น เช็กเลย!

จับตากระแสลงทุนอิงภาคบริการ กลุ่มไหนเด่น เช็กเลย!

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) สัปดาห์นี้ฝ่ายวิเคราะห์คาดกระแสลงทุนหุ้นอิงภาคบริการเด่น จาก 1.) วันนี้รัฐฯจะเริ่มให้เงินสนับสนุนโครงการ Digital Wallet เฟส 3 กับผู้สูงอายุ จ านวน 3ล้านคน มูลค่า 3.0 หมื่นล้านบาท บวกต่อหุ้นค้าปลีกฐานราก CPALL., CPAXT, BJC เช่าซื้อ JMT, MTC ธนาคาร KBANK,KTB, SCB 2.) เข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ม.หอการค้าฯ คาดใช้จ่ายตรุษจีนปี68 เงินสะพัด 5.17 หมื่นลบ. +4.3%y-y สูงสุดในรอบ 5 ปีสอดคล้อง 3.) เที่ยวบินจีนเข้าไทยช่วงตรุษจีนปี2025F (26 ม.ค. – 1 ก.พ.) วิทยุการบินฯคาดสูง 19,305 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นราว 15.1% เทียบช่วงตรุษจีนปี2024 (8-14 ก.พ.) ที่สูงราว 16,766 เที่ยวบิน บวกต่อ AOT, AAV, CENTEL เชิงกลยุทธ์ หุ้นชุดดังกล่าว ตอบรับความกังวลผลกระทบปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งในอีกด้านหนึ่งดูจะผ่านจุดสูงสุดระยะสั้น ประเมินมีโอกาสฟื้นตัวเด่นขึ้นช่วงสัปดาห์นี้

KSS คาด SET วันนี้“แกว่งสร้างฐาน” ต้าน1,356 จุด แนะกลุ่มแบงก์-สื่อสาร

KSS คาด SET วันนี้“แกว่งสร้างฐาน” ต้าน1,356 จุด แนะกลุ่มแบงก์-สื่อสาร

          หุ้นวิชั่น - คาด SET วันนี้“แกว่งสร้างฐาน” ต้าน 1350/1356 จุด รับ 1335/1330 จุด ดัชนีS&P500 ปรับขึ้น +1.0% จาก เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีภาพ “Goldilocks” ผลผลิตอุตสาหกรรม ธ.ค. 24 รายงานฝั่งภาคอสังหาฯ ที่ขยายตัวดีกว่าคาด ผสาน ความคาดหวังเชิง บวกต่อ ยุคของ Trump 2.0 ส่วนภายในเผชิญความผันผวนตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะความกังวลความเสี่ยง Trump 2.0 ที่กดดัน ประเด็นลบทยอยเข้ามาถ่วงความเชื่อมั่นการลงทุนลดต่ำ และ วันนี้กลุ่มโรงกลั่นและสถานีบริการน้ำมันเสี่ยงผันผวน จากแนวทางคุณทักษิณเสนอแนะลดราคาน้ำมัน           อย่างไรก็ดีกรณีนี้จะเป็นบวก ต่อ กลุ่มขนส่ง ค้าปลีก ภาคผลิต และก่อสร้าง ผสาน การปรับสถานะล่วงหน้า SET ปรับลงต่อเนื่องจนมี Valuation โซนที่ไม่แพง Equity Risk Premium 4.03% อยู่ในระดับ AVG + 1 S.D. ที่ 4.05% ซึ่งเป็นจุดกลับตัวตลาด 4 ใน 5 ครั้งหลังนับจากปี 2010 ประเมิน SET อยู่ในช่วงปลายทางความผันผวน น่าจะเริ่มสร้างฐาน กลุ่มเด่น คือ กลุ่มได้ประโยชน์หากคุมราคาน้ำมัน หุ้น Dividend Plays (ธนาคาร สื่อสาร) กลุ่ม Yield สหรัฐฯ ค่อยๆคลายลงหลังคุณ Trump รับตำแหน่ง วันนี้แนะนำ GULF, INTUCH, CPALL เด่น

ศิริราชพยาบาลลงทุน 800 ล.พลิกโฉมไอที หุ้นไหนรับโชค เช็ก!

ศิริราชพยาบาลลงทุน 800 ล.พลิกโฉมไอที หุ้นไหนรับโชค เช็ก!

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงทุนงบ 800 ล้าน บาท จับมือกับ IT One และ SAP เพื่อพลิกโฉมระบบสารสนเทศ สร้างประวัติศาสตร์โรงพยาบาลรัฐแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ใช้RISE with SAP Private Cloud Edition เต็มรูปแบบเพราะตอนนี้การใช้ระบบสารสนเทศเดิมอาจจะมีข้อจำกัด หรือไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลต่างที่มีจำนวนมาก ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินสัญญาณ Digital Adoption ที่เริ่มขยายสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ จากเดิม ที่กระจุกตัวในกลุ่มธนาคาร การเงิน ค้าปลีก มองจิตวิทยาบวกหุ้น Digital Tech อาทิ BBIK, BE8

KSS คาด SET แกว่งตัวในกรอบ ต้าน 1367 จุด แนะ  ADVANC, INTUCH, CPALL เด่น

KSS คาด SET แกว่งตัวในกรอบ ต้าน 1367 จุด แนะ ADVANC, INTUCH, CPALL เด่น

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “แกว่งตัวในกรอบ” ต้าน 1363/1367 จุด รับ 1346/1340 จุด ดัชนี S&P500 แกว่งซึมลงปิด -0.21%กดดันจากแรงขายหุ้น Tech ขณะที่กลุ่ม Value ที่ Laggard ช่วยหนุน ประเมินเกิดจากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีสัญญาณอ่อนลง ยอดค้าปลีก ธ.ค.24 ต่ำกว่าคาด +0.4%m-m ถ่วง US Bond Yield 10 ปี ลงอีก -4 bps และรอติดตามนโยบายที่คุณ Trump เดินหน้าได้เร็ว หลังรับตำแหน่ง 20ม.ค. ในส่วน Trade War ทั้งนี้ ตลาดหุ้น EM อิง MSCI EM ที่แกว่งลงต่อเนื่อง -6.7% ตั้งแต่คุณ Trump ชนะเลือกตั้งน่าจะสะท้อนความเสี่ยง ล่วงหน้าพอสมควรมาแล้ว ทำให้ประเมินความผันผวนอยู่ช่วงปลาย ภายใน แม้ตลาดน่าจะรอติดตามท่าทีคุณ Trump หลังรับตำแหน่งเช่นกัน แต่หากอิงภาพวานนี้ SET แกว่งตัว Underperform สวนทางโลกไปจาก ความเข้าใจคลาดเคลื่อน SSO, ปัจจัยเฉพาะหุ้นกลาง-เล็ก คาด SET วันนี้แกว่งตัวในกรอบได้ หุ้นเด่น คือ หุ้น Domestic ในธีม Peaking Yield (เช่าซื้อ โรงไฟฟ้า สื่อสาร High Yield หนี้สูง) และหุ้น Domestic อิงภาคบริโภคที่กระแสคึกคักตลอดงวด 1H25F วันนี้แนะนำ ADVANC, INTUCH, CPALL เด่น

KSS คาด SET ปรับตัวขึ้น จับตา ก.ล.ต.เรียกความเชื่อมั่น แถมเศรษฐกิจหนุน

KSS คาด SET ปรับตัวขึ้น จับตา ก.ล.ต.เรียกความเชื่อมั่น แถมเศรษฐกิจหนุน

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Up” ต้าน 1367/1382 จุด รับ 1340/1335 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯฟื้นเด่น ดัชนี S&P500 +1.83% หลังเงินเฟ้อเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ (CPI) ออกมาตามคาด +2.9% y-y, +0.4% m-m แต่จุดสำคัญคือเงินเฟ้อพื้นฐาน ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย +3.2% y-y, +0.3%m-m หนุน US Bond Yield 10 ปี วานนี้ -10 bps ปิดที่ระดับ 4.65% เป็นจิตวิทยาบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงโลก ผสานความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลายลง หลังอิสราเอล-ฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ส่วนวันนี้ให้ติดตามรายงานยอดค้าปลีก ขณะที่ภายใน SET เริ่มมีแรงซื้อจาก Domestic Long Term Funds ในกรอบ Value Zone ดัชนี 1360-1345 จุด มีERP ที่ 4.05% (AVG + 1 S.D. ซึ่งมักเป็นจุดที่ตลาดกลับตัวเชิงพื้นฐาน 4 ใน 5 ครั้ง หลังปี 2011 ยกเว้นวิกฤติ Covid-19) นอกจากนี้ ก.ล.ต. เตรียมมาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด อาทิ การเพิ่มระดับการเปิดเผยข้อมูลจำนำหุ้น รวมถึงมาตรการเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล ทั้งระยะสั้น (กระตุ้นบริโภค) และระยะกลาง (แก้กฎระเบียบ ต่างๆ) หนุนการลงทุน หนุนตลาดหุ้นไทยวันนี้ เน้นหุ้นในธีม Peaking Yield (ไฟฟ้า เช่าซื้อ) หุ้นเทคโนโลยี(สื่อสาร ดิจิทัล ชิ้นส่วน) หุ้นน้ำมัน (น้ำมันดีดแรงตอบรับดอลาร์อ่อนลง) วันนี้แนะนำ GULF, INTUCH, PTTEP เด่น

KSS คาด SET วันนี้ “Rebound” ต้าน 1,332 จุด แนะหุ้นค้าปลีก เด่น!

KSS คาด SET วันนี้ “Rebound” ต้าน 1,332 จุด แนะหุ้นค้าปลีก เด่น!

             หุ้นวิชั่น - KSS คาด SET วันนี้“Rebound” ต้าน 1350/1365 จุด รับ 1335/1332 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯทรงตัวถึงบวกอ่อนๆ โดยดัชนี Dow Jones +0.52% นำโดยหุ้น Value นำตลาด ขณะที่หุ้น Tech ยังคงถูกขายทำกำไร โดยรายงานเงินเฟ้อผู้ผลิต PPI ธ.ค. 24 ต่ำกว่าคาด แม้ไม่มีผลต่อมุมมองตลาดที่คาดว่าดอกเบี้ยอาจลดเพียง 1ครั้ง แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยคลายแรงกดจาก US Bond Yield ที่สูง และแกว่งรอเงิน เฟ้อ US CPI วันนี้ที่ตลาดคาด 2.9%y-y, 0.4%m-m vs prev. 2.7%y-y, 0.3%m-m เท่ากับนักเศรษฐศาสตร์Top Rank ประเมิน จึงมีโอกาสเป็น ไปตามคาด จะเป็นแรงหนุนผสาน กรณีคณะทำงานคุณ Trump กำลังหารือแผนทยอยปรับเพิ่มภาษีนำเข้าหากชัดเจนขึ้น             ขณะที่ SET วานนี้ ถูกกดดันหลักจาก DELTA ขาย Big Lot ต่ำกว่ากระดาน ทำให้วันนี้ตลาดน่าจะ Rebound หุ้นเด่น คือ กลุ่มค้าปลีกที่มีกระแส Easy E-Receipt และ Digital Wallet เฟส 2 ใกล้มีผลหุ้นภาคบริการ (นักท่องเที่ยวจีนสัปดาห์ที่ 2 ของปี +36%w-w vs ตลาดกังวลผลกระทบช่วงก่อนหน้า, นักลงทุนสนใจโครงการ Entertainment Complex 6 ราย) และ Dividend Plays (ธนาคาร สื่อสาร) วันนี้แนะนำ GULF, CRC, HMPRO เด่น

ย้อนรอยตรุษจีน 6 ปี เก็งหุ้นได้ประโยชน์ปี 68

ย้อนรอยตรุษจีน 6 ปี เก็งหุ้นได้ประโยชน์ปี 68

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี เผยใกล้เข้าสู่เทศกาลตรุษจีนปี 2025 (วันขึ้นปีใหม่ของจีน) ปีนี้ตรงกับวันที่ 29 ม.ค.2025  โดยเป็นเทศกาลที่จะเกิด  1.)ความคึกคักการจับจ่ายเนื้อสัตว์, อาหารและผลไม้เพื่อไหว้บรรพบุรุษ   2.) วันหยุดยาวของผู้ที่มีเชื้อสายจีน (จีน, ไต้หวัน, ฮ่องกง) ออกไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และการรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว ฯลฯ คาดจะเป็นปัจจัยหนุนการใช้บริการในไทยทั้งทางด่วน, ปั๊มน้ำมัน, ห้างสรรพสินค้า,  สายการบิน, โรงแรม   รวมถึงการซื้อสินค้า อาทิ เสื้อผ้า ฯลฯ    3.)เทศกาลการแจกเงินและ ทอง ในธรรมเนียมคนจีน ถือว่าเป็นการเสริมสิริมงคลสำหรับผู้ให้และผู้รับ ฯลฯ โดยรวมหากอิง ม. หอการค้าไทย ประเมินการจับจ่ายในช่วง “ตรุษจีน”ปีนี้ เม็ดเงินสะพัด  3.2%y-y อยู่ที่  109,313 ล้านบาท (ยังไม่ได้รวมกันใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาราว  8 แสน -  1 ล้านคน)           KSS ประเมินกระแสการเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเทศกาลตรุษจีน ปี 2025 ที่มีความน่าสนใจ โดย KSS ได้ทำการศึกษาสถิติผลตอบแทนหุ้นไทยในช่วงตรุษจีนย้อนหลัง 6 ปี (ปี 2019-2024) พบว่า ก่อนเทศกาลตรุษจีน 2 และ 1 สัปดาห์ SET Index +0.81% และ +0.23% ตามลำดับ Sector ที่ได้ประโยชน์กับเทศกาลตรุษจีนปรับขึ้นในทางเดียวกัน และกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นสุดหากซื้อก่อน 2 สัปดาห์ และความเป็นไปได้ที่จะให้ผลตอบแทนบวกเกิน 50% คือ กลุ่มการเงิน +2.73% กลุ่มขนส่ง +1.59% กลุ่มเกษตร +1.4% กลุ่มสื่อสาร +1.33% กลุ่มอาหาร +1.21% กลุ่มค้าปลีก +1.03%           กลยุทธ์การลงทุน  KSS  แนะนำเก็งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเทศกาลตรุษจีน  เน้น กลุ่มการเงิน AEONTS (TP-140), KTC (TP-55) กลุ่มขนส่ง AOT (TP-64.5) กลุ่มเกษตร CPF(TP-30) GFPT (TP-14.5) กลุ่มสื่อสาร ADVANC (TP-305)  และกลุ่มค้าปลีก CPALL (TP-70)           Fact : ใกล้เข้าสู่เทศกาลตรุษจีนปี 2025 (วันขึ้นปีใหม่ของจีน) ปีนี้วันจ่าย 27 ม.ค. (คนเชื้อสายจีนจะออกไปจับจ่ายวัตถุดิบ หมู เป็ด ไก่ ฯลฯ มาไหว้บรรพบุรุษ คาดเป็นปัจจัยหนุนราคาเนื้อสัตว์หมู ไก่ ปรับขึ้นเป็นประจำทุกปี), วันไหว้ คือ 28 ม.ค. (วันที่มีการไหว้เทพเจ้า, บรรพบุรุษด้วยอาหารและผลไม้) และวันเที่ยวตรงกับวันที่ 29 ม.ค. 2025 คนเชื้อสายจีนจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สวย และออกไปท่องเที่ยวและขอพรญาติผู้ใหญ่ คาดจะเป็นปัจจัยหนุนทั้งการใช้บริการทั้งทางด่วน, ปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า, สายการบิน, โรงแรม ทานอาหารร่วมกัน รวมถึงการซื้อสินค้า อาทิ เสื้อผ้า ฯลฯ นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะนิยมการแจกเงินและทอง ในธรรมเนียมคนจีน ถือว่าเป็นการเสริมสิริมงคลสำหรับผู้ให้และผู้รับ และปี 2025 ยังเป็นปีมะเส็ง ปีงูเล็ก ซึ่งนำมาสู่ความต้องการมีบุตรที่เพิ่มขึ้น           Key Ideas: ม. หอการค้าไทย ประเมินการจับจ่ายในช่วงเทศกาล “ตรุษจีน” เม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นเกิน 3.2% y-y อยู่ที่ 109,313 ล้านบาท (คาดจะเห็นภาพคึกคักกว่าที่คาด เพราะยังไม่ได้รวมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาราว 8 แสน - 1 ล้านคน) นักท่องเที่ยวในปี 2024 : หากอิงช่วงเทศกาลตรุษจีนในปี 2024 สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ นักท่องเที่ยวจีนจะสูงกว่าปกติในสัปดาห์ก่อนและหลังตรุษจีน และจะสูงสุดในช่วงตรุษจีน อยู่ที่ 1.9 แสนคน +11.7% w-w (ดังรูป) KSS ได้ทำการศึกษาสถิติผลตอบแทนหุ้นไทยในช่วงตรุษจีนย้อนหลัง 5 ปี (ปี 2019-2023) พบว่า ก่อนเทศกาลตรุษจีน 2 และ 1 สัปดาห์ SET Index +0.81% และ +0.23% ตามลำดับ กลุ่มที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นสุดหากซื้อก่อน 2 สัปดาห์ คือ กลุ่มการเงิน +2.73% กลุ่มโรงแรม +2.33% กลุ่มขนส่ง +1.59% กลุ่มสินค้าในบ้าน +1.52% และกลุ่มเกษตร +1.4%           Strategy: กลยุทธ์การลงทุน KSS แนะนำเก็งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเทศกาลตรุษจีน เน้น กลุ่มการเงิน AEONTS (TP-140), KTC (TP-55) กลุ่มขนส่ง AOT (TP-64.5) กลุ่มเกษตร CPF (TP-30) GFPT (TP-14.5) กลุ่มสื่อสาร ADVANC (TP-305) และกลุ่มค้าปลีก CPALL (TP-70)

KSS คาด SET วันนี้ “ผันผวนก่อนฟื้นตัว” ต้าน 1,375 จุด แนะหุ้นแบงก์-เงินบาทอ่อน

KSS คาด SET วันนี้ “ผันผวนก่อนฟื้นตัว” ต้าน 1,375 จุด แนะหุ้นแบงก์-เงินบาทอ่อน

 หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี คาด SET วันนี้ “ผันผวนก่อนฟื้นตัว” ต้าน 1370/1375 จุด รับ 1352/1342 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน ดัชนี S&P500 -1.54% ตลาดปรับสถานะสินทรัพย์ใหม่ หลังภาคแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตร ธ.ค. 24 ดีกว่าคาด เพิ่ม m-m สู่ 2.56 แสนตำแหน่ง อัตราว่างงาน ลดลงเหลือ 4.1% ท าให้ตลาดกังวลวงจรดอกเบี้ยที่ลดลงช้ากว่าคาด US Bond Yield 10 ปีเร่งขึ้น +9 bps สู่ 4.77% ท าจุดสูงสุดตั้งแต่ พ.ย. 23 กดดันเงินบาทอ่อนค่าสู่ 34.73 บาท จิตวิทยาลบต่อ SET อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นเร่งเฉลี่ย 3.64% จากความกังวล Supply น้ำมันที่กลับมา หลังสหรัฐฯเตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซรัสเซีย ระยะ สั้นน่าจะช่วยให้กลุ่มพลังงานต้นน้ำ (10-11% มูลค่าตลาด SET) ขณะที่ดัชนีกรอบ 1360-1345 จุดเป็นโซนที่มี Equity Risk Premium ระดับ AVG + 1 S.D. ที่เป็นจุดกลับตัวกรณีไม่มีวิกฤติ ผสาน ความคาดหวังเชิงบวกต่อข้อมูลจากงาน “Chat with TONY: Bull Rally Thai Capital Market” ช่วงเย็น คาด SET วันนี้ผันผวนก่อนมีโอกาสฟื้นตัวระหว่างวัน หุ้นนำ คือ กลุ่มพลังงานต้นน้ำ กลุ่มธนาคาร กลุ่มที่ได้ประโยชน์เงินบาทอ่อนค่า และหุ้น Dividend Plays วันนี้แนะนำ PTTEP, KTB, SCB เด่น

KSS คาดแบงก์ประกาศกำไร 4.9 หมื่นล. หุ้นไหนเด่น เช็กด่วน!

KSS คาดแบงก์ประกาศกำไร 4.9 หมื่นล. หุ้นไหนเด่น เช็กด่วน!

        หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาดธนาคารที่ฝ่ายวิเคราะห์ศึกษารายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 4Q24F ที่ 49,000 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น +15% y-y เนื่องจาก i) การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ เช่น bancassurance ii) การลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ขณะที่กำไรลดลง -11% q-q เนื่องจาก i) การลดลงของ yield on loan ii) การลดลงของเงินลงทุน (FVTPL) iii) การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) สำหรับเงินปันผลในช่วง 2H24F คาดว่า dividend yield จะอยู่ที่ 3-7% ภาพรวมในปี 2025F คาดว่าธนาคารจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเห็นผลบวกในด้านคุณภาพสินทรัพย์ และธนาคารยังคงมีปันผลที่น่าสนใจ dividend yield คาดว่าจะอยู่ที่ 4-8% ต่อปี ดังนั้นคงน้ำหนักการลงทุนเป็น NEUTRAL และยังคง KBANK และ KTB เป็น Top Pick ฝ่ายวิเคราะห์คงน้ำหนักการลงทุนเป็น NEUTRAL สำหรับกลุ่มธนาคาร โดยภาพรวมมองว่าในปี 2025F ธนาคารจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง โดยคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 2.00% จากปัจจุบันที่ 2.25% ซึ่งมีโอกาสปรับลดลงอีก 1 ครั้งในช่วง 1Q25 อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเห็นผลบวกในเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ เนื่องจากธนาคารเร่งจัดการคุณภาพสินทรัพย์ตลอดปี 2024F ธนาคารจะเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ นอกจากนี้ธนาคารยังคงมีปันผลที่น่าสนใจ dividend yield คาดว่าจะอยู่ที่ 4-8% ต่อปี โดยยังคง KBANK และ KTB เป็น Top Pick คาดกำไรสุทธิใน 4Q24F จะอยู่ที่ 49,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +15% y-y แต่ลดลง -11% q-q ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าในช่วงวันที่ 14-21 มกราคม 2025 กลุ่มธนาคาร 7 แห่งที่ฝ่ายวิเคราะห์ศึกษาจะรายงานกำไรสุทธิที่ 49,000 ล้านบาท โดยกำไรจะเพิ่มขึ้น +15% y-y จาก i) การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ เช่น bancassurance เป็นต้น ii) การลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) จากการตั้งสำรองก้อนใหญ่ของ KTB และ TTB ใน 4Q23 ขณะที่กำไรลดลง -11% q-q จาก i) การลดลงของ yield on loan ii) การลดลงของเงินลงทุน (FVTPL) iii) การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามปัจจัยฤดูกาล สำหรับสินเชื่อรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น +0.9% q-q แต่ลดลง -0.7% YTD การเพิ่มขึ้น q-q มาจากสินเชื่อภาคธุรกิจและสินเชื่อภาครัฐ สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ NPL ratio คาดว่าจะอยู่ที่ 3.87% เพิ่มจาก 3.78% ใน 3Q24 โดยหลักๆ มาจากกลุ่มลูกค้า SME และรายย่อย           แนวโน้มผลประกอบการในปี 2025F คาดกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 222,000 ล้านบาท เติบโต +4% y-y โดยธนาคารจะได้รับแรงกดดันจากการลดลงของ NIM จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง อย่างไรก็ตามเราคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยทำให้ i) สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น ii) รายได้ค่าธรรมเนียม-บริการเพิ่มขึ้น iii) ค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) ลดลง

KSS คาด SET “พยายามสร้างฐาน” ต้าน 1384 จุด แบงก์-ค้าปลีก เด่น!

KSS คาด SET “พยายามสร้างฐาน” ต้าน 1384 จุด แบงก์-ค้าปลีก เด่น!

          หุ้นวิชั่น – บล.กรุงศรี คาด SET วันนี้“พยายามสร้างฐาน” ต้าน 1380/1384 จุด รับ 1366/1362 จุด ดัชนีS&P500 +0.58% ได้แรงหนุน จากหุ้นกลุ่ม Tech หลัง Foxconn รายงานรายได้4Q24 ทำจุดสูงสุดใหม่ ผสานกระแสข่าวคุณ Trump อาจใช้นโยบาย Trade War กับสินค้า เพียงบางประเภท (vs เดิมตลาดคาดใช้แบบหว่านแห) ส่วนปัจจัยมหภาคให้ติดตามรายงานภาคแรงงาน ภายในตลาดอยู่ในช่วงสร้างฐานหลังเผชิญแรงกดดันใหม่ต่อเนื่อง แต่ประเด็นการลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3.7 บาท จากปัจจุบัน 4.15 บาท มีแนวทางให้เอกชนร่วมรับภาระเพียง 0.05 บาท (vs วานนี้ตลาดคาดเอกชนรับภาระส่วนใหญ่) ทำให้ผลกระทบสะท้อนในหุ้นโรงไฟฟ้าที่ดิ่งแรง -1.7% ถึง -8.1% ไปแล้ว มีโอกาสฟื้นตัว ขณะที่ค่าไฟ ลดลง ม.หอการค้าประเมินค่าไฟลดลงปีละ 1.0 แสนล้านบาท บวกต่อกลุ่มค้าปลีก สื่อสาร ภาคผลิต ผสาน Digital Wallet เฟส 3 ที่น่าจะเริ่ม ตั้งแต่ มี.ค. 24 จะท าให้กลุ่ม Domestic นำตลาด อาทิ ธนาคาร ค้าปลีก เช่าซื้อ เด่น + กลุ่ม Dividend Plays วันนี้แนะนำ INTUCH, GULF,KTC เด่น

KSS คาด SET “SidewaysUp” ต้าน 1395 จุด แบงก์-สื่อสาร เด่น!

KSS คาด SET “SidewaysUp” ต้าน 1395 จุด แบงก์-สื่อสาร เด่น!

          หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้“ Sideways/Up” ต้าน 1390/1395 จุด รับ1378/1370 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัว ดัชนี S&P500 ปรับขึ้น +1.26% หุ้นเทคโนโลยีนำตลาด จากมุมมองบวกต่อแนวโน้มอุตสาหกรรม หลัง Microsoft ประกาศลงทุน AI Data Center ในปี 2025 สูง 80 พันล้านเหรียญฯ (vs CAPEX ปี 2024 ที่ 53 พันล้านเหรียญฯ) ขณะที่ PMI ภาคผลิต (ISM) แม้สูงกว่าคาด แต่ยังมีองค์ประกอบการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด และหดตัวจาก prev. บ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ Goldilocks to Soft Landing และยังช่วยให้ภาพวงจรดอกเบี้ยปี 2025F เป็นขาลง ด้านเอเชีย จีนค่อนข้าง Proactive ต่อความเสี่ยงสงครามการค้า จากการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นบริโภคภายในเพิ่มอีกชุด เพิ่มเงินเดือนข้าราชการ+ขยายความครอบคลุม Trade-in Program ครอบคลุม Smart Devices ประเมินเม็ดเงินสูงราว 0.2-0.3% ของ GDP หนุนราคาน้ำมันตอบรับทางบวกเฉลี่ย +1.2% ส่วนภายในวันนี้ติดตามรายงานเงินเฟ้อ คาดยังอยู่ในระดับที่คาดหวังโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายได้ น่าจะหนุน SET วันนี้แกว่งขึ้น โดยมีหุ้นนำ คือ หุ้น China Plays, หุ้นในธีม Infra Tech และ หุ้น Dividend Plays (ธนาคาร สื่อสาร) หรือมีประเด็นหนุนเฉพาะ (เครื่องดื่ม การเงิน) วันนี้แนะนำ KTB, INTUCH, MALEE

KSS คาด SET วันนี้วิ่งต่อ ส่องแนวต้าน 1410 จุด ส่งออกหนุน ADVANC, AOT, MALEE จัดว่าเด็ด!

KSS คาด SET วันนี้วิ่งต่อ ส่องแนวต้าน 1410 จุด ส่งออกหนุน ADVANC, AOT, MALEE จัดว่าเด็ด!

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1405/1410 จุด รับ 1395/1390 จุด ตลาดหุ้นต่างประเทศวานนี้ส่วนใหญ่ปิดทำการ ส่วน Futures สหรัฐฯเช้านี้ทรงๆ ช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดคาดอยู่ที่ภายใน นำโดยยอดส่งออก พ.ย. 24 ดีกว่าคาดเล็กน้อย หนุนขาดดุลการค้า -224 ล้านเหรียญฯ ผสาน คาดดุลบริการยังน่าจะเด่นตามนักท่องเที่ยว พ.ย. 24 +19%y-y, +17%m-m คาดช่วยให้ดุลบัญชีเดินสะพัด พ.ย. 24 บวกต่อเนื่อง 7 เดือน ประกอบกับ ยอดเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐที่กลับมาเป็นแรงหนุนตั้งแต่ ต.ค. 24 โดยรวมหนุน GDP งวด 4Q24 เด่น ขณะที่สัญญาณเม็ดเงินหนุนตลาดหุ้นยังไปในทางบวก เงินบาทแข็งค่า 34.16 +/- บาท ต่างชาติ Net Long TFEX ที่ 7,723 สัญญา สูงสุดใน 4 วัน ผสานคาดเม็ดเงินลงทุนระยะยาวในประเทศผ่านนักลงทุนสถาบันยังน่าจะมีโมเมนตัมทางบวกช่วงปลายปี คาด SET แกว่งขึ้นต่อ โดยวันนี้มีหุ้นนำ คือ หุ้นที่เป็นเป้าหมายเม็ดเงินลงทุนระยะยาวในประเทศที่มีแรงหนุนปลายปี ทั้งจากมาตรการรัฐ+ท่องเที่ยวคึกคัก+เงินบาทแข็งค่า หุ้นเข้า SET50 หุ้นส่งออกที่ยอด พ.ย. 24 y-y เร่งขึ้น อาทิ ไก่ น้ำมะพร้าว วันนี้แนะนำ ADVANC, AOT, MALEE

KSS คาด SET วันนี้ไปต่อ มองต้าน 1410 จุด มาตรการรัฐ - ท่องเที่ยว หนุนตลาดฯ

KSS คาด SET วันนี้ไปต่อ มองต้าน 1410 จุด มาตรการรัฐ - ท่องเที่ยว หนุนตลาดฯ

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1405/1410 จุด รับ 1387/1380 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับขึ้นต่อในวัน Christmas eve (เปิดครึ่งวัน ก่อนปิดวันนี้) ดัชนี S&P500 +1.1% อยู่ในภาวะ Santa's Rally หุ้นเทคโนโลยีนำตลาดต่อ US Bond Yield 10 ปี แม้ขึ้นแตะ 4.62% แต่พักตัวลงปิด 4.59% ชะลอการแข็งค่า US Dollar Index แกว่ง 108 +/- จุด เป็นจิตวิทยาทางบวกต่อตลาดหุ้น Emerging (EM) ขณะที่เอเชียน่าจะเด่นขึ้น หลังจีนเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนการบริโภค 3 ล้านล้านหยวน (2.4% ของ GDP) คาดส่งผลให้ตลาดคาดหวังทางบวกต่อโอกาสฟื้นตัวเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันบวกเฉลี่ย +1.28% เช่นเดียวกับไทย ครม. วานนี้ที่อนุมัติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 7 หมื่นล้านบาท (0.4% ของ GDP) เงินบาทเช้านี้เคลื่อนไหวแข็งค่า 34.16 บาท ผสาน โมเมนตัมกองทุนในประเทศเริ่มเร่งขึ้น และปีปกติมักเร่งซื้อสัปดาห์สุดท้ายของปี คาดวันนี้ SET ยังมีโมเมนตัมแกว่งขึ้นต่อ หุ้นนำ คือ หุ้น China Plays หุ้น Domestic ที่เป็นเป้าหมายกองทุนภายในระยะยาวที่ได้ประโยชน์มาตรการรัฐ+ท่องเที่ยวเด่น+เงินบาทแข็งค่า และเก็งกำไรหุ้นส่งออกที่คาดยอดส่งออก (วันนี้) ยังออกมาดีจากการเร่งนำเข้าก่อนคุณ Trump รับตำแหน่ง วันนี้แนะนำ ADVANC, AOT, OKJ

KSS คาด SET “Sideways up” ส่องต้าน 1400 จุด แนะ BTS, CRC, KTB

KSS คาด SET “Sideways up” ส่องต้าน 1400 จุด แนะ BTS, CRC, KTB

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1395/1400 จุด รับ 1375/1370 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯฟื้นต่อ ดัชนี S&P500+0.73% หุ้นเทคโนโลยีนำ หนุนเศรษฐกิจสหรัฐประคองได้และไม่ร้อนแรงจนเกินไป ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. 24 ปรับตัวลดลงมาที่ 104.7 จุด ต่ำกว่าคาด vs prev. 112 จุด (vs ช่วงเศรษฐกิจถดถอยอยู่ในช่วง 86-90) ประเมินปัจจัยต่างประเทศเป็นกลางถึงบวกอ่อนๆ จากนี้ 8c W1 ต่างประเทศจะเริ่มเข้าสู่ช่วงวันหยุด SET น่าจะถูกขับเคลื่อนปัจจัยภายใน วันนี้ (24 ธ.ค.) การประชุม ครม. คาดอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการ Easy E-Receipt, Digital Wallet เฟส 2 และอาจจะมีเรื่องใหม่ คือ การปรับเพิ่มค่าแรง หลังคณะกรรมการไตรภาคีสรุปเรื่องวานนี้ปรับเพิ่มเฉลี่ยทั่วประเทศ +2.9% โดยมี 4 จังหวัดที่แตะ 400 บาท vs เดิมตลาดมองการปรับทั้งประเทศสู่ 400 บาท ประเมินเป็นบวกต่อแรงกดดันต้นทุนต่ำคาด ขณะที่รายงานส่งออกพรุ่งนี้ (25 ธ.ค.) คาดออกมาบวกจากการเร่งส่งออกก่อน Trump 2.0 ผสาน สัญญาณยอดสินเชื่อกลุ่มธนาคาร พ.ย. 24 ขยายตัว 2 เดือนติดบ่งชี้ภายในฟื้นตัว ยังเอื้อ SET วันนี้ โดยมีหุ้นนำ หุ้น Domestic อาทิ ธนาคาร ค้าปลีก ท่องเที่ยว และ หุ้นส่งออกคาดมีแรงเก็งกำไรก่อนรายงานยอดส่งออก วันนี้แนะนำ BTS, CRC, KTB

KSS คาด SET วันนี้ “Rebound” ต้าน 1380 จุด แนะ GULF, ADVANC, CRC

KSS คาด SET วันนี้ “Rebound” ต้าน 1380 จุด แนะ GULF, ADVANC, CRC

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Rebound” ต้าน 1375/1380 จุด รับ 1360/1352 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัว ดัชนี S&P500 +1.09% หนุนจากรายงานเงินเฟ้อ PCE พ.ย. 24 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่ำกว่าตลาดคาด +2.4%y-y, +0.1%m-m บรรเทาความกังวล Fed ให้สัญญาณเข้มงวดวงจรดอกเบี้ยล่าสุด ผสาน สภาสหรัฐผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวทันก่อนสหรัฐต้อง Shutdown โดยรวมช่วยให้ US Bond Yieldอายุ 10 ปีชะลอการขึ้น คือ ปรับลง -4 bps ปิดที่ 4.52 % Dollar Index กลับมาอ่อนค่า 107.8 จุด คาดบวกต่อจิตวิทยาลงทุนตลาดหุ้น Emerging Markets (EM) ที่เผชิญแรงกดดันดังกล่าวตลอดสัปดาห์ก่อน รวมถึง SET ที่เงินบาทกลับมาแข็งค่าสู่ 34.28 +/- บาท ขณะที่สัปดาห์นี้แรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากภายใน โดยเฉพาะการอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เม็ดเงินลงทุนระยะยาวเข้ามามากขึ้น หลัง SET ปรับลงมาอยู่ในโซนลงทุน Current และ Forward Equity Risk Premium อยู่ที่ 4.09% และ 4.82% > AVG. + 1 S.D. ที่ 4.05% ที่มักเป็นจุดกลับตัวกรณีไม่มีวิกฤติ ผสาน จิตวิทยาต่างประเทศเป็นบวก วันนี้คาด SET Rebound ได้ หุ้นนำ คือ กลุ่มที่แรงกดดัน Yield ลดลง (โรงไฟฟ้า เช่าซื้อHigh Yield) หุ้น Domestic (ค้าปลีก ท่องเที่ยว) และหุ้นในธีม Entertainment Complex วันนี้แนะนํา GULF, ADVANC, CRC

KSS เคาะหุ้นเด่นปี 2025  คาด SET ผันผวนระยะสั้น ทยอยตั้งรับ   

KSS เคาะหุ้นเด่นปี 2025 คาด SET ผันผวนระยะสั้น ทยอยตั้งรับ  

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.กรุงศรี ระบุ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่คาดปรับลดดอกเบี้ยปี 2025F ช้าลง           Fed Meeting: ผลประชุม Fed ตามคาด ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง -25bps สู่ระดับ 4.25% - 4.5% แต่รายงาน Dot Plot ปรับสะท้อนการกลับมาเป็นประธานาธิบดีของคุณ Trump มากกว่าที่เราคาด ทำให้ตัวเลขคาดการณ์ในรายงานค่อนข้าง Hawkish กว่าที่เราและตลาดมอง โดยปรับมุมมองการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายปี 2025 ลงเหลือเพียง 2 ครั้ง (จากเดิม 4 ครั้ง และความคาดหวังตลาด 2-3 ครั้ง) และคงมุมมองการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายปี 2026 ลง 2 ครั้งตามเดิม สอดคล้องกับมุมมองเงินเฟ้อ PCE ที่ปรับเพิ่มขึ้นทั้งปี 2025 – 2026 จากเดิม +2.2%, +2.0% สู่ระดับ +2.5%, 2.1% นอกจากนี้ Fed ปรับการเติบโตของ GDP ปี 2025 ขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 2.0% เป็น 2.1% แต่ยังชะลอลงจากปี 2024F คาด +2.5% หลังประชุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้นแรง ตอบสนองต่อรายงาน Dot Plot ดังกล่าว รวมถึง Dollar Index แข็งค่าขึ้นสู่ 108 +/- จุด ทำให้เงินบาทอ่อนค่าเร่งมาที่ 34.5-34.6 บาท ทำให้ระยะสั้นตลาดหุ้นไทยยังเคลื่อนไหวผันผวน อย่างไรก็ดี เราประเมินความผันผวนอยู่ในช่วงปลายแล้ว ทั้งจากภาพที่ตลาดหุ้นไทยปรับลดสถานะมาล่วงหน้า ผสานภาพหลักปี 2025F ที่วงจรดอกเบี้ยยังเป็นขาลง ยังหนุนภาวะ Search for Yield หลังผ่านช่วงตลาดผันผวน และหากอิงเศรษฐกิจสหรัฐ Soft Landing vs BOT ที่ยังคงคาดการณ์ GDP ปี 2025F เร่งขึ้นสู่ 2.9% จากปี 2024F คาดเติบโต 2.7% โดยมีภายในหนุน ทำให้เราประเมินความผันผวนระยะสั้นเป็นโอกาสทยอยตั้งรับ หุ้นเด่นคือกลุ่ม Domestic           กลยุทธ์การลงทุน: เราประเมินเป้าหมาย SET ปี 2025 ที่ 1660 จุด (อิงกำไรตลาด 96 บาท, ERP 3.06%) มองหุ้นกลุ่ม Domestic Plays เด่น แนะนำทยอยสะสมหุ้น Best Picks 2025: ADVANC, AWC, BJC, BTS, CPALL, HMPRO, IVL, KBANK, KTB, TRUE. Mid-Small Cap Play: INSET, JMT, MALEE, MOSHI Fact: ผลการประชุม Fed เมื่อคืนวานนี้ มติเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bps ลงสู่ระดับ 4.25-4.50% รายงานมุมมองเศรษฐกิจ Dot Plot สะท้อน: การปรับลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายปี 2025 ลดลงจาก 4 ครั้ง เหลือ 2 ครั้ง, ปี 2025 คงที่ 2 ครั้ง ปรับมุมมองเงินเฟ้อ PCE ขึ้นปี 2025 จาก +2.2% เป็น +2.5% และปี 2026 จาก +2.0% เป็น +2.1% ปรับเพิ่มมุมมองการเติบโตเศรษฐกิจปี 2025 ขึ้นเล็กน้อยจาก 2.0% เป็น +2.1% มองอัตราการว่างงานลดลงเล็กน้อยจากเดิมปี 2025 มองระดับ 4.4% ลงสู่ระดับ 4.3% ถ้อยแถลงของประธาน Fed คุณ Jerome Powell ให้ความเห็นว่า Fed มองการลดดอกเบี้ยนโยบายชะลอลงเนื่องจากข้อมูลเงินเฟ้อเดือน ต.ค. - พ.ย. ที่เริ่มสะท้อนความหนืด (Sticky) มากขึ้นเป็นหลัก Fed ยังคงพิจารณาจากข้อมูลเป็นหลัก (Data-Driven Decision Making) ประกอบการตัดสินใจกำหนดนโยบายการเงินระยะถัดไป Key Ideas: Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับ -25bps ลงสู่กรอบ 4.25% - 4.5% ตามตลาดและเราคาด ส่งผลให้ปีนี้ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ครั้ง รวม 1.0% ตามทิศทางของเงินเฟ้อที่ชะลอลงได้ตามคาดนับตั้งแต่ 2Q24 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตามมุมมองทิศทางการดำเนินนโยบายจากรายงาน Summary of Economic Projections (SEP) สะท้อนมุมมองที่ Hawkish มากขึ้น โดยเฉพาะมุมมองอัตราดอกเบี้ยนโยบายปี 2025 จะปรับลงเหลือเพียง 2 ครั้ง จากเดิม 4 ครั้ง vs ตลาดคาดจะปรับลด 2-3 ครั้ง สะท้อนมุมมองเงินเฟ้อ PCE ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ปรับมุมมองการเติบโตเศรษฐกิจและภาคการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย สินทรัพย์ต่างๆ ปรับเพื่อสะท้อนแนวโน้มการลดดอกเบี้ยที่ชะลอลงดังกล่าว ได้แก่ Dollar Index ปรับแข็งค่าขึ้น +1.16% ปิดที่ระดับ 108.2 จุด, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ตอบสนองต่อรายงาน Dot Plot ดังกล่าว โดยอายุ 2 ปี ปรับเพิ่มขึ้น +11bps สู่ระดับ 4.35% และอายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้น +12bps ขึ้นปิดที่ระดับ 4.51% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานแรง นำโดย NASDAQ -3.7% และ S&P500 -2.95% ขณะที่เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าสู่ 34.5-34.6 บาท เป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น.

KSS คาด SET “ช่วงปลายความผันผวน” ต้าน 1415 จุด ชู KTB, SCB, BTS

KSS คาด SET “ช่วงปลายความผันผวน” ต้าน 1415 จุด ชู KTB, SCB, BTS

           หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “ช่วงปลายความผันผวน” ต้าน 1411/1415 จุด รับ 1380/1363 จุด ดัชนีS&P500 ดิ่ง -2.95% ตอบ รับผลประชุม Fed ที่แม้ปรับลดดอกเบี้ย -25 bps ตามคาด แต่ประเด็นที่ตลาดให้น ้าหนัก คือ Dot Plot ปี2025F ที่คาดปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 2 ครั้ง (vs ตลาดคาด 2-3 ครั้ง, เดิม 4 ครั้ง) โดยรวมผลกระทบนโยบาย Trump 2.0 ขณะที่ปรับเพิ่ม GDP ปี2025F สู่ 2.1% (เดิม 2.0%) vs prev. 2.5% หลังประชุม US Bond Yield 10 ปี+12 bps มาที่ 4.51% Dollar Index แข็งค่าสู่ 107.9 จุด ประเมินระยะสั้นท าให้เกิดภาพปรับสถานะ สินทรัพย์เสี่ยงโลกอีกรอบ แต่ประเมินความผันผวนจะอยู่ในช่วงปลาย โดยไทยกดดันจากเงินบาทอ่อนค่าสู่ 34.5 +/- บาท อย่างไรก็ตาม ภาพ หลักปี2025F ที่ Fed ยังมองวงจรดอกเบี้ยเป็นขาลง เศรษฐกิจสหรัฐ Soft Landing vs BOT ที่ยังคงคาดการณ์ GDP ปี2025F เร่งขึ้น โดย มีภายในหนุน เราประเมินความผันผวนระยะสั้นเป็นโอกาสทยอยตั้งรับ หุ้นเด่น คือ กลุ่ม Domestic ที่เกาะไปกับกระแส Yield เร่งขึ้น+เศรษฐกิจ ภายในเด่น อาทิธนาคาร ประกัน ผสาน หุ้น Defensive อาทิสื่อสาร ค้าปลีก (สินค้าจ าเป็น) ร.พ. กลุ่มที่ได้จิตวิทยาบวกเงินบาทอ่อนค่าหนุน วันนี้แนะน ำ KTB, SCB, BTS

KSS คาด SET “Rebound” ต้าน 1433 จุด ชู BJC, CRC, KTB

KSS คาด SET “Rebound” ต้าน 1433 จุด ชู BJC, CRC, KTB

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Rebound” ต้าน 1429/1433 จุด รับ 1415/1411 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐแกว่งขึ้น ดัชนีS&P500 +0.38% หุ้นเทคฯนำตลาด Broadcom ยังมีโมเมนตัม ขณะที่ปัจจัยมหภาค Flash PMI สหรัฐฯ ธ.ค. 24 ภาคบริการขยายตัว ดีกว่าคาด เร่งขึ้นสู่ 58.5 จุด ชดเชยฝั่งภาคผลิตที่ต่ำกว่าคาด หนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯเป็นภาพ Goldilocks to Soft Landing แต่ตลาดน่าจะเริ่มรอสัญญาณช่วงถัดไปโดยเฉพาะมุมมองดอกเบี้ยและเศรษฐกิจจากการประชุม Fed (ไทยทราบผลเช้า 19 ธ.ค.) บ่งชี้จาก US Bond Yield 10 ปีที่ยังแกว่ง 4.4% ขณะที่เอเชียการฟื้นตัวจีนยังค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ความน่าสนใจระยะสั้นที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนยังไม่มาก ด้านไทยหลังตลาดปรับตัวลดลง 6 วันติด ส่งผลให้ Current Equity Risk Premium (ERP) แตะ 3.8% > ค่าเฉลี่ย 3.1% ส่วน Forward ERP ขึ้นไป 4.4% > Avg + 1 S.D. (4.05%) น่าจะเริ่มเป็นจุดกลับมาสร้างความน่าสนใจตลาดหุ้นไทย ผสาน ภายในลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม            ประเมิน SET วันนี้ Rebound หุ้นนำ คือ กลุ่ม Domestic ธนาคาร ค้าปลีก กลุ่มที่เป็นเป้า Domestic Long Term Funds อาทิ สื่อสาร วันนี้แนะนำ BJC, CRC, KTB

KSS คาด SET สร้างฐาน มองต้าน 1445 จุด แบงก์ เช่าซื้อ ท่องเที่ยวนำตลาด

KSS คาด SET สร้างฐาน มองต้าน 1445 จุด แบงก์ เช่าซื้อ ท่องเที่ยวนำตลาด

 หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “แกว่งสร้างฐาน” ต้าน 1440/1445 จุด รับ 1425/1420 จุด ดัชนีS&P500 -0.38% จากแรงขาย หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีแม้US Bond Yield 10 ปีจะแกว่งตัว 4.26% หลังจากรายงานเงินเฟ้อ PCE ต.ค. 24 ตามตลาดคาด +2.3%y-y, 0.2%m-m vs prev. 2.1%y-y, 0.2%%m-m ทั้งนี้ตลาดยังดูให้น้ำหนักต่อความเสี่ยงระยะถัดไปจากนโยบาย Trump 2.0 มากกว่า อย่างไรก็ดีจุดบวกสั้นๆ คือ ช่วยให้ Dollar Index ชะลอแข็งค่าระยะสั้นและยังติดแนวต้าน 107 จุด หนุนเงินบาทแข็งค่า 34.5 +/- บาท ภายในติดตามการเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคาดมีความคืบหน้า ครม.สัญจร 29 พ.ย. ขณะที่ฝั่งมาตรการแก้หนี้ จะมีการขยายขอบเขตเพิ่มเติมจากพักชำระดอกเบี้ยกลุ่มค้างหนี้ไม่เกิน 1 ปี ครอบคลุมการ Haircut กลุ่มค้างชำระ > 1 ปี บวกต่อกลุ่มธนาคารที่ส่วนใหญ่ write-off ลูกหนี้แล้ว คาด SET แกว่งสร้างฐาน หุ้นนำ คือ หุ้นกลุ่ม Domestic (ธนาคาร เช่าซื้อ ท่องเที่ยว ค้าปลีก) หุ้นที่เงินบาทแข็งค่า+ราคาพลังงานจากผลบวกสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางทยอยคลายลงหนุน (โรงไฟฟ้า Anti-Commodity) วันนี้แนะ AOT, GULF, SCB

KSS คาด SET วันนี้ “Sideways Up” ต้าน 1471 จุด แนะ ADVANC, BTS, GULF

KSS คาด SET วันนี้ “Sideways Up” ต้าน 1471 จุด แนะ ADVANC, BTS, GULF

 หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Sideways Up” ต้าน 1463/1471 จุด รับ 1440/1435 จุด ดัชนี S&P500 ปิดบวก 0.35% จาก เศรษฐกิจสหรัฐฯเป็นภาพ Goldilocks - Soft Landing หลัง Flash PMI บริการ พ.ย. 24 สูงกว่าคาด เพิ่มสู่ 57.0 จุด สูงสุดใน 31 เดือน แต่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย. 24 (U of Michigan – รอบสุดท้าย) ต่ำคาด 71.8 จุด ผสาน ราคาน้ำมันเฉลี่ย +1.4% ขณะที่ภายในความกังวลต่อเสถียรภาพการเมืองคลายลง หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องวินิจฉัย "ทักษิณ-เพื่อไทย" ล้มล้างการปกครอง หนุนการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้น – กลาง มีความต่อเนื่อง เช้านี้เงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าสู่ 34.4 บาท ผสาน MSCI Rebalance มีผลราคาปิดวันนี้ แม้ Net Flows เป็นกลาง แต่การเพิ่มน้ำหนักกระจายหลายหุ้น Big Cap อาทิGULF, ADVANC, SCB, TRUE, INTUCH (รวมกัน 15% ของมูลค่าตลาด) vs หุ้นออกจากดัชนี SCGP และหุ้นถูกลดน้ำหนัก BEM, BDMS, SCC (รวมกัน 5% ของมูลค่าตลาด) คาดวันนี้ SET แกว่งขึ้นโดยมีหุ้นนำ คือ หุ้น Domestic (ธนาคาร ค้าปลีก เช่าซื้อ โรงไฟฟ้า สื่อสาร) ผสาน หุ้นพลังงานต้นน้ำ วันนี้ แนะ ADVANC, BTS, GULF

บล.กรุงศรี คาด ADVICE ปี 68 กำไรโต รับปีทองธุรกิจสินค้าไอที

บล.กรุงศรี คาด ADVICE ปี 68 กำไรโต รับปีทองธุรกิจสินค้าไอที

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาดปี 2568 จะเป็นปีทองสำหรับธุรกิจสินค้าไอทีและ ADVICE จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก บริษัทมีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตภายในองค์กรที่จะช่วยให้บริษัททำผลงานได้ดีกว่ากลุ่ม ซึ่งมาจากการเริ่มเข้าสู่ตลาดโทรศัพท์มือถือ เราเริ่มต้นคำแนะนำ ADVICE ด้วยคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมาย 7.70 บาท เข้าสู่ช่วงปีทองใน 2025           เราคาดว่าปี 2025 จะเป็นปีทองสำหรับธุรกิจสินค้าไอที โดยเฉพาะตลาดคอมพิวเตอร์ โดยมีสาเหตุจาก (1) พัฒนาการของเทคโนโลยี AI (2) การเปิดตัว CPU และ GPU รุ่นใหม่ และ (3) การเริ่มต้นของวัฏจักรการอัปเกรดคอมพิวเตอร์ ADVICE จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก เนื่องจากมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากคอมพิวเตอร์ถึง 70% ประกอบด้วยชิ้นส่วน (33%) แล็ปท็อป (26%) และเดสก์ท็อป (10%) เราคาดว่าการส่งมอบ PC จะเติบโต 5% ในปี 2025 จาก 4% ในปี 2024 ร้านค้า Advice iStore จะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก           ก่อนหน้านี้ ADVICE มุ่งเน้นธุรกิจจัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์เป็นหลัก โดยมีรายได้จากสมาร์ทโฟนคิดเป็นเพียง 6% ของรายได้รวม ปัจจุบันบริษัทต้องการขยายธุรกิจนี้ เริ่มจากการขายผลิตภัณฑ์ Apple ซึ่งบริษัทได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนจำหน่าย Apple อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่าเป็นรายที่ 4 ในประเทศไทย บริษัทมีแผนเปิดสาขา Advice iStore 8 สาขาในปีนี้ โดยปัจจุบันมี 2 สาขา และต้องการเปิด 33-35 สาขาภายในสิ้นปี 2025 และเป็น 68-70 สาขาในปี 2026 เรามองว่าประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ใหม่ของบริษัท เนื่องจาก (1) เป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีโอกาสแย่งส่วนแบ่งตลาดได้ และ (2) สร้าง Synergy value กับร้าน ADVICE ในปัจจุบัน คาดกำไรเติบโตแกร่ง แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 7.70           เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโต 48% ในปีนี้เป็น 251 ล้านบาท และเติบโตได้อีก 19% เป็น 299 ล้านบาทในปี 2025 ดังนั้น เรามองว่า ADVICE สมควรซื้อขายที่ P/E 16 เท่า (+5 SD) ซึ่งอาจดูสูง แต่ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ P/E ต่ำสุดในกลุ่มผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที ที่ซื้อขายกันที่ 16-17 เท่า แต่ ADVICE คาดว่าจะเติบโตได้ดีกว่าคู่แข่ง

บล.กรุงศรี ชี้ นทท. ฟื้นตัว +8% Golden week หนุน กลุ่มการบินเด่น

บล.กรุงศรี ชี้ นทท. ฟื้นตัว +8% Golden week หนุน กลุ่มการบินเด่น

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จํากัด (มหาชน) (KSS) มอง Positive ยอด นทท.สัปดาห์ที่ 40/24 ฟื้น +8% w-w เป็น 0.64 ล้านคนจากช่วงวันหยุด Golden week ประเทศจีนหนุยอด นทท.จีนฟื้นกว่า +34% w-w และเข้าสู่ช่วง High season ของตลาดระยะไกลยอด นทท.ฟื้น +11% w-w แนวโน้มสัปดาห์ถัดไปคาดยอด นทท.ชะลอลง w-w จากฐานสูงในสัปดาห์นี้ ส่วนราคาน้ำมัน (Jet Fuel) ปรับขึ้น +9% w-w จากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางแต่ยังต่า กว่าสมมติฐานเรา -12% ส่วนเงินบาทกลับมาอ่อนค่า +1.03 บาท/USD w-w คลายแรงกดดันต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวไทย อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่า +1.03 บาท/USD w-w คลายแรงกดดันการเดินทางมาท่องเที่ยวไทย แต่เป็นลบต่อ AAV ที่มีหนี้สกุล USD กว่า 1,000 ล้านเหรียญ ต้องบันทึกรายการพิเศษทางบัญชีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ฝ่ายวิเคราะห์คงน้ำหนัก Bullish กลุ่มการบิน และเลือก BA (Buy, TP 25.75) และ AOT (Buy, TP 64.5) เป็นหุ้น Top pick กลุ่มฯแม้ราคาเป้าหมาย (TP25F) หุ้นกลุ่มการบินจะเหลือ Upside ไม่มาก อย่างไรก็ตาม หุ้นสายการบินยังมี Upside จากราคาน้ำมัน (Fig 8-9) และ AOT ยังมีUpside จากโอกาสปรับขึ้นค่า PSC (Fig 10, ผลการศึกษาปรับขึ้นค่า PSC จะแล้วเสร็จกลางปีหน้า) และฝ่ายวิเคราะห์มองหุ้นกลุ่มการบินยังมี Sentiment บวกจากการเข้าสู่ช่วง High season (4Q24-1Q25) ขณะที่ระยะสั้นเรามองหุ้น AAV น่าสนใจจากการเก็งกำไรราคาน้ำมันต่ำกว่าคาด และ SAV ลุ้นปิดดีลการบริหารจราจรทางอากาศของประเทศลาวภายในเดือน พ.ย.24

นทท.ต่างชาติ โต7.8% แนะนำสะสมหุ้นท่องเที่ยว AOT - ERW - AAV โดดเด่น

นทท.ต่างชาติ โต7.8% แนะนำสะสมหุ้นท่องเที่ยว AOT - ERW - AAV โดดเด่น

          หุ้นวิชั่น- ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงานว่า KSS Strategist Comment: TH Tourism Update นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ล่าสุด (30 ก.ย. -6 ต.ค.) +7.8%w-w ตามผลบวก Golden Week ส่วนระยะถัดไปมองเร่งต่อจากปัจจัยหนุนฤดูกาลท่องเที่ยว ผสาน นักท่องเที่ยวจีนเร่งขึ้นตามสัญญาณ Flight Capacity จีนสู่ไทย แนะนำสะสม AOT, ERW, AAV, CPALL, BJC, ADVANC Key Ideas : นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ล่าสุด 30 ก.ย. – 6 ต.ค. ปรับเพิ่มขึ้น +7.8%w-w อยู่ที่ 6.38 แสนคน สูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ เรามองเป็นผลบวกช่วง Golden Week ทั้งนี้ เราประเมินเป็นจุดเริ่มต้นก่อนฟื้นตัวช่วงปลายปี หนุนจาก การเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวต่อเนื่องยาวจากงวด 4Q24 – 1Q25 เริ่มเห็น Upside ของนักท่องเที่ยวจีน โดยปัจจุบันกำลังให้บริการต่อที่นั่ง ต่อ กม. (ASK) ของจีนเดินทางไปต่างประเทศ ณ 7 ต.ค. (หลัง Golden Week) แตะระดับ 75% ของ Pre-COVID ปรับเพิ่มมีนัยฯ 47%y-y นอกจากนี้ ระดับกำลังให้บริการต่อที่นั่ง ต่อ กม. (ASK) ของจีนเดินทางมาไทย ณ 7 ต.ค. สูง 68% ของ Pre-COVID เทียบกับยอดนักท่องเที่ยวจีน 8M24 ที่อยู่เพียง 63% ยิ่งสะท้อนภาพชัดเจน           Strategy: มองโมเมนตัมการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวทยอยชัดเจนขึ้น ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมค่อยๆคลายตัวลง และสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเชื่อว่าจำกัดวงระหว่างคู่กรณี เชิงกลยุทธ์แนะนำสะสมหุ้นท่องเที่ยว+ภาคบริการที่คาดฟื้นตัวเด่นช่วงฤดูกาลต่อเนื่อง เน้น AOT(TP Con-68.9) ERW (TP Con-5.3) AAV (TP-2.86) CPALL (TP-77) BJC(TP-30) ADVANC (TP-300)

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011