ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#IVL


 IVL-PTTGC กอดคอบวก รับอานิสงค์จีนกระตุ้นศก. - ลุ้นเทิร์นอะราวด์

 IVL-PTTGC กอดคอบวก รับอานิสงค์จีนกระตุ้นศก. - ลุ้นเทิร์นอะราวด์

           หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้นของ IVL และ PTTGC ที่ปรับตัวขึ้น คาดมาจากจีน มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยปัจจัยหลักๆ คือ การลดการผลิตลง เพื่อเพิ่มการนำเข้า ทำให้ความกังวลต่อซัพพลายของจีนคลายลง ขณะที่ราคาหุ้นดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา ก็ค่อนข้าง  Undervalue มาก              ทั้งนี้มองผลการดำเนินงานของ IVL และ PTTGC ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าปีนี้จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ จากการมุ่งลดต้นทุนเป็นสำคัญ ด้านบล.กรุงศรี ระบุ ประเด็นสำคัญ จาก Capital Markets Day (CMD) 2025            ธุรกิจ CPET มุ่งเจาะตลาดเอเชียมองฐานการผลิตเดิมมีจุดแข็งที่พึ่งพา domestic demand (ราว 76% ของรายได้ CPET) ช่วยลดผลกระทบของสงครามการค้า และได้ประโยชน์จากมาตรการกีดกันการค้าต่อสินค้าจากจีน นอกจากนี้มองมีโอกาสขยายการขาย specialty product ได้ราว 20% ภายใน 2027 หรือราว 1 แสนตัน/ปี มองความต้องการใช้ PET ทั่วโลกยังเติบโตเฉลี่ย 4% ในช่วง 2025-27 โดยเฉพาะอินเดียที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด คาดเฉลี่ยราว 9% ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะ JV กับ partner โดยนำ asset มารวมกันเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน, อยู่ระหว่างพิจารณา optimize asset PTA เพิ่มเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร และอาจมีโอกาสลงทุนในธุรกิจ MEG/MTBE เพิ่มในอินเดีย (ขึ้นกับสถานะทางการเงินของ IVL ในปี 2027 ด้วย) มูลค่าราว 500$mn ซึ่งเป็นการซื้อต่อจาก Indorama Resources ที่เป็นของ Lohia’s family (50:50 JV กับ Adani Enterprises มูลค่าโครงการรวมราว 5,000$mn COD 2029) - Indovida (ทำ Packaging อยู่ใน CPET) อยู่ระหว่าง spin off ตั้งเป้าภายใน 2026 และตั้งเป้า EBITDA เติบโต 22% ภายใน 2027 เป็นราว 120$mn (Vs. 98$mn ใน 2024) ตามการขยายตลาดในแอฟริกา - Indovinya (surfactants ในธุรกิจ IOD) ตั้งเป้า EBITDA +43% ภายใน 2027 การเติบโตมาจากทั้งปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ, การเพิ่มส่วนแบ่งตลาด, ขยายผลิตภัณฑ์ HVA และการเจาะตลาดเอเชีย ทั้งนี้คงแผน spin off ภายใน 2026 คาดได้เงินทุนราว 1$bn เพื่อนำไปชำระคืนหนี้และต่อยอดการลงทุน - ธุรกิจ Fibers ตั้งเป้า EBITDA เพิ่ม 76% ภายใน 2027 โดยโตจากการขยายตลาดใน America ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA ราว 27$mn และการลดค่าใช้จ่ายคงที่ รวมถึง optimize asset ตั้งเป้าลดได้ราว 98$mn - มอง 2025-26 อาจบรรลุกำรขายทรัพย์สิน (ส่วนที่ optimize asset) ได้เงินสดราว 150-200$mn ส่วน EBITDA ที่เพิ่มขึ้นจากการ optimize asset คาดราว 130-140$mn (เป้าเดิม 140-150$mn)            ฝ่ายวิเคราะห์ฯ มอง Neutral ต่อข้อมูลจากการจํากัด Capital Markets Day 2025 ภาพรวมเป้าการเพิ่ม EBITDA ภายใน 2027 ของ IVL มองว่ามีความท้าทายในด้านของเป้าปริมาณขาย (fig3) โดยหากให้สมมติฐานว่า margin แทบไม่เพิ่มเหมือนมุมมองของผู้บริหาร จะเสมือนว่าปริมาณขายต้องเพิ่มกว่า 3.8 ล้านตัน/ปี (MTA) หรือ +27% เพื่อให้เป็นไปตามเป้า Vs. ประมาณการที่คาดปริมาณขายเพิ่มราว 1.5 MTA ในช่วง 2025-27            และปี 2024 ที่ flat y-y สะท้อนว่าส่วนหนึ่งต้องอาศัยการ M&A/JV ซึ่งเรามองว่าเร็วเกินไปที่จะให้น้ำหนัก ทั้งนี้ในส่วนของโอกาสในการเข้าลงทุนใน family asset ในอินเดียในช่วง 2027 มองเป็นบวกในด้านของกลยุทธ์ระยะยาวที่มุ่งเจาะตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงอย่างอินเดีย โดยอยู่ระหว่างรอการเปิดเผยรายละเอียดโครงการดังกล่าวก่อนประเมินผลกระทบ            คงมุมมองปี 2025F ฟื้นสูง y-y คาดกำไรปกติราว 1.1 หมื่นลบ. ได้แรงหนุนจากค่าใช้จ่ายคงที่ลดลงเต็มปี หลังทยอยปิดโรงงานที่ไม่ทำกำไร, integrated spread PET ฟื้นตัวจาก new supply ที่เข้ามาลดลงและโรงผลิตบางส่วน cut run และ stock loss ลดลงตามการเก็บวัตถุดิบหลังผ่านช่วงแรกของการ optimize asset            คงคำแนะนำ Trading Buy ที่ TP25 = 24.0 บาท/หุ้น คงมุมมองสามารถซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวของ PET spread ในช่วงปลาย มี.ค. – 2Q25 ที่มีความต้องการ re-stock และเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน (high season) รวมถึงระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรใน 1Q25 จาก stock loss และค่าใช้จ่ายคงที่ที่ลดลง

IVL ก้าวสู่ยุคใหม่ของการเติบโต ปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ IVL 2.0

IVL ก้าวสู่ยุคใหม่ของการเติบโต ปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ IVL 2.0

          หุ้นวิชั่น - กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 5 มีนาคม 2568 – บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ของการเติบโต ภายใต้กลยุทธ์ IVL 2.0 โดยได้กำหนดแนวทางใหม่ในการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมหลัก เพื่อวางตำแหน่งบริษัทฯ ให้สามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายตัว และการควบรวมกิจการที่สำคัญ ซึ่งปลดล็อคได้จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาดเคมีภัณฑ์ทั่วโลก           ในงาน Capital Markets Day (CMD) ประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งจัดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพที่สำคัญของอินโดรามา เวนเจอร์ส ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นตัวภายใต้แผนเพิ่มประสิทธิภาพ IVL 2.0 ที่มีระยะเวลา 3 ปี โดยมุ่งกลับสู่เส้นทางการเติบโต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค อาทิ การผลักดันการพึ่งพาตนเองของประเทศจีนในภาคการผลิต ผลกระทบที่ไม่เท่าเทียมกันของ Peak Oil ระหว่างซีกโลกตะวันออกและตะวันตก และการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของประเทศอินเดีย โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ บริษัทฯ ได้รายงาน EBITDA ประจำปี 2567 ที่ปรับตัวดีขึ้น จากการที่ทีมผู้บริหารมุ่งเน้นการดำเนินงานตามแผนในการปรับโครงสร้างองค์กรผ่าน "การพึ่งพาตนเอง" ท่ามกลางภาวะตกต่ำของอุตสาหกรรมที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา           คุณโลเฮีย กล่าวต่อกลุ่มนักวิเคราะห์และนักลงทุนว่า “วันนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส เป็นบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าที่เราเคยเป็นเมื่อครั้งที่เราประกาศกลยุทธ์ IVL 2.0 เมื่อปีที่แล้ว และเราพร้อมที่จะแข่งขันกับผู้นำในอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มที่ แผนของเราไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อช่วยให้เราเสริมเครื่องมือและทักษะเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจขาลงในปัจจุบัน—ซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไป—แต่ยังมุ่งฟื้นฟูเส้นทางการเติบโตของเรากลับสู่ระดับเดิมอีกด้วย ในฐานะธุรกิจครอบครัวที่มีจิตวิญญาณผู้ประกอบการ ประกอบกับขนาดธุรกิจระดับโลกและความเชี่ยวชาญเชิงลึก เรามีความสามารถในการพลิกโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงให้เป็นการเติบโตของโมเดลธุรกิจที่โดดเด่น และสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้เพิ่มขึ้น ผมรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ ๆ ที่จะขยายธุรกิจของเราอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่อุตสาหกรรมของเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับยุคสมัย ซึ่งจะเปิดโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการเติบโตในอนาคต" ผลการดำเนินงานตามแผน IVL 2.0           ภายในงาน ผู้บริหารระดับสูงได้นำเสนอความคืบหน้าในการดำเนินงานภายใต้แผน IVL 2.0 ซึ่งมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทาย และกำหนดทิศทางใหม่เพื่อการเติบโตของรายได้ที่ยั่งยืนและแข็งแกร่งขึ้น ในปีแห่งการปรับแนวทาง การขับเคลื่อน และการเปิดตัวกลยุทธ์ใหม่ ทุกกลุ่มธุรกิจมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในปี 2567 โดยแต่ละหน่วยงานได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อปรับปรุงโครงสร้างองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ และพลิกโฉมกระบวนการดำเนินธุรกิจผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลสมัยใหม่และระบบดิจิทัลระดับองค์กร           อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงกดดันที่ยังคงมีอยู่ในอุตสาหกรรม บริษัทฯ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านการลดภาระหนี้และการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดได้ตามที่ตั้งไว้ในปี 2567 และได้พิจารณาว่าจำเป็นต้องดำเนินมาตรการบริหารเพิ่มเติมเพื่อรักษาความก้าวหน้าให้เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทฯ โดยต่อยอดจากมาตรการสำคัญที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แผนการเติบโตเชิงกลยุทธ์           อินโดรามา เวนเจอร์ส ในฐานะบริษัทที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งมากว่าสามทศวรรษ กำลังปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่เตรียมผู้นำรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แทนที่จะใช้รูปแบบการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) เช่นที่ผ่านมา คุณโลเฮียได้กล่าวถึงโครงการขยายธุรกิจหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรม วิธีการเติบโตใหม่นี้มุ่งใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่เหนือชั้นของอินโดรามา เวนเจอร์ส ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างองค์กร แพลตฟอร์ม กระบวนการ และระบบต่าง ๆ ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ภายใต้ IVL 2.0 และกลยุทธ์แบรนด์ "indispensable chemistry" เพื่อเสริมสร้างความเป็นผู้นำและขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพสูง เช่น อินเดีย           ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยประมาณ 24.9% ใน EPL Limited ซึ่งเป็นบริษัทบรรจุภัณฑ์เฉพาะทางในอินเดีย และเป็นผู้ผลิตหลอดลามิเนตที่ใหญ่ที่สุดในโลก คุณโลเฮียอธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงที่อินโดรามา เวนเจอร์ส กำลังดำเนินการภายใต้ IVL 2.0 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันรูปแบบการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือ           นอกจากนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังมีแผนที่จะแยกธุรกิจ Indovinya ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ปลายน้ำ และ Indovida ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ออกมาเป็นธุรกิจอิสระที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ตามที่ได้มีการกล่าวถึงเมื่อปีที่แล้ว           ปัจจุบัน อินโดรามา เวนเจอร์ส มีเครือข่ายธุรกิจระดับโลกที่ไม่มีใครเทียบได้ และเป็นผู้นำในตลาดที่ยั่งยืนและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดช่วงเวลาของการขยายธุรกิจที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการกว่า 50 ครั้งในช่วง 20 ปี เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจแบบบูรณาการที่โดดเด่น นอกเหนือจากกลยุทธ์การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือแล้ว คุณโลเฮียยังแสดงความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของธุรกิจปัจจุบันของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคระดับมหภาค เมื่อประชากรปรับตัวเข้าสู่ความเป็นเมืองมากขึ้นและต้องการผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันซึ่งมีความยั่งยืนมากขึ้น และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตรวมถึงสิ่งแวดล้อม           คุณโลเฮียกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย M&A มาเป็นแนวทางใหม่ภายใต้ IVL 2.0 ซึ่งสอดรับกับภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และเหมาะสมกับบริษัทของเราในช่วงใหม่ของวงจรธุรกิจ ขณะนี้การเติบโตของเราจะมาจากการสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเสริมสร้างซึ่งกันและกันกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม โดยอาศัย ‘network effect’ เพื่อใช้ประโยชน์จากขนาดธุรกิจที่เรามีร่วมกัน และสร้างความเป็นผู้นำในตลาดที่น่าสนใจ เราจะดำเนินกลยุทธ์การเติบโตนี้ต่อไปควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน รวมถึงการทำงานเพื่อให้มีโครงสร้างงบการเงินที่มีภาระหนี้ลดลง”           บันทึกการนำเสนอในงาน Capital Markets Day เมื่อวันที่ 5 มีนาคม จะเผยแพร่ในภาษาอังกฤษและภาษาไทยที่ www.indoramaventures.com ในเร็ว ๆ นี้  

IVL ผลงานปี 67 ดีขึ้น กลยุทธ์ IVL 2.0 เสริมแกร่ง

IVL ผลงานปี 67 ดีขึ้น กลยุทธ์ IVL 2.0 เสริมแกร่ง

           กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 26 กุมภาพันธ์ 2568 – บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รายงานผลประกอบการประจำปี 2567 ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเป็นผลมาจากการดำเนินงานที่เด็ดขาดของฝ่ายบริหารภายใต้กลยุทธ์ IVL 2.0 เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ในการรับมือกับภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมที่ยืดเยื้อ และกำหนดแนวทางใหม่สำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว            ในปี 2567 อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของยุค โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช่น ผลกระทบที่ไม่เท่าเทียมกันของอุตสาหกรรมน้ำมัน (Peak Oil) ระหว่างภูมิภาคตะวันออกและตะวันตก ความมุ่งมั่นของประเทศจีนในการควบคุมการผลิตภายในประเทศ การขยายตัวของเศรษฐกิจอินเดีย และสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนมากที่สุดในรอบหนึ่งชั่วอายุคน  ในช่วงปีแห่งการปรับตัว การระดมทรัพยากร และการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนปีแรกของกลยุทธ์ IVL 2.0 ซึ่งมีระยะเวลา 3 ปี ประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2567 โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์ทั่วโลก การลดหนี้ เพิ่มกระแสเงินสด และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและโครงการพัฒนาความเป็นผู้นำรุ่นต่อไปมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2569            มาตรการบริหารจัดการเชิงรุกและมีวินัยที่มุ่งเน้น ‘การพึ่งพาตนเอง’ และการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ตลอดทั้งปีให้แข็งแกร่งขึ้น ในขณะที่ตลาดเคมีภัณฑ์ทั่วโลกยังคงเผชิญกับภาวะหดตัวที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบัน  ท่ามกลางความผันผวนของตลาดนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส รายงาน EBITDA ในปี 2567 จำนวน 1,408 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 เมื่อเทียบปีต่อปี และ Adjusted EBITDA1 เท่ากับ 1,522 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบปีต่อปี            กลุ่มธุรกิจ CPET รายงาน Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบปีต่อปี จำนวน 1,012 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปริมาณการขายเติบโตร้อยละ 3 เมื่อเทียบปีต่อปี แบบ like-for-like basis หลังจากปรับตามการตัดสินใจระหว่างการผลิตเอง (make or buy) อันเนื่องมาจากกำลังการผลิต PTA ที่ลดลง ทั้งนี้ ความต้องการผลิตภัณฑ์ปลายทางยังคงอยู่ในระดับคงที่  อย่างไรก็ตาม ภาวะอุปทานล้นตลาดในประเทศจีนยังคงกดดันส่วนต่างราคามาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อธุรกิจ PET แบบบูรณาการ (Integrated PET) ขณะที่ธุรกิจสารเคมีขั้นกลางได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างกำไรของ MEG ที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าธุรกิจ MTBE จะมีส่วนต่างกำไรที่ลดลงด้วยผลกระทบจากกำลังการผลิตใหม่ของบุคคลที่สามในประเทศสหรัฐอเมริกา  นอกจากนี้ ธุรกิจ Specialty PET มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งช่วยชดเชยอัตรากำไรของธุรกิจ commodity PET ได้เป็นอย่างดี            กลุ่มธุรกิจ Indovinya บันทึก Adjusted EBITDA อยู่ที่ 352 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 อันเป็นผลจากการปรับตัวของภาวะการระบายสินค้าคงคลัง (normalization of destocking) การปรับปรุงของส่วนผสมการขาย (sales mix) ในภูมิภาคอเมริกาใต้ และการปรับตัวดีขึ้นของ crack margins ในอเมริกาเหนือ            กลุ่มธุรกิจ Fibers รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 159 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่ ร้อยละ 26 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยเป็นผลมาจากมาตรการปรับโครงสร้างธุรกิจของคณะผู้บริหาร การเติบโตของปริมาณการขายในทุกกลุ่มตลาด และการปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างอุตสาหกรรม (industry spreads) ในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์            มาตรการเชิงรุกของคณะผู้บริหารในการลดต้นทุน ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงาน มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของผลประกอบการโดยรวม แผนการเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ภายใต้กลยุทธ์ IVL 2.0 สามารถลดต้นทุนคงที่เพิ่มเติมได้จำนวน 48 ล้านเหรียญสหรัฐจนถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในปี 2568 มาตรการเหล่านี้ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 ทั่วทุกฐานการผลิตของบริษัทฯ ในปี 2567            อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรม บริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องดำเนินมาตรการบริหารเพิ่มเติม นอกเหนือจากมาตรการสำคัญที่ได้ดำเนินการไปแล้วในปี 2567 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง  โดยมาตรการเหล่านี้ ซึ่งบริษัทฯ จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในงาน Capital Markets Day ในวันที่ 5 มีนาคม 2568 รวมถึงการเพิ่มความเข้มข้นในการสร้างกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) และการทบทวนนโยบายทางการเงิน เพื่อลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และรักษาคำมั่นสัญญาในการลดภาระหนี้ของบริษัทฯ  ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ว่าการเติบโตในปี 2568 และ 2569 จะได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการบริหารที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย รายได้จากการขายที่ดินจากสินทรัพย์ที่ได้รับการปรับโครงสร้าง IPO ที่มีแผนดำเนินการ และการขายกิจการบางส่วน โดยรายได้จากธุรกรรมเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เพื่อลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ            เมื่อกล่าวถึงปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าตลาดเคมีภัณฑ์ทั่วโลกจะเผชิญความท้าทาย แต่ผมพอใจกับผลประกอบการโดยรวมและมาตรการบริหารที่เราดำเนินการในปี 2567 ปีนี้เป็นปีที่กำหนดทิศทางใหม่ให้กับเรา—เราได้ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมครั้งสำคัญในรอบหลายทศวรรษ และใช้ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และความมั่นใจในการขับเคลื่อนบริษัทสู่อนาคตผ่านมาตรการเชิงรุกที่เด็ดขาด ขณะนี้ แผนกลยุทธ์ IVL 2.0 ระยะ 3 ปี ดำเนินงานมาเกือบครบหนึ่งปีแล้ว ซึ่งเราได้ยกระดับจากโมเดลการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการเข้าซื้อกิจการ ไปสู่แนวทางที่ให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงินและการสร้างกระแสเงินสด เรากำลังก้าวสู่เส้นทางใหม่ของการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผ่านการเติบโตของแต่ละกลุ่มธุรกิจ การสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ทั้งนี้ ในงาน Capital Markets Day ประจำปีของเรา ผมตั้งตารอที่จะแชร์ความคืบหน้าของกลยุทธ์ IVL 2.0 และทิศทางการเติบโตในอนาคต” 1 (หมายเหตุ: ข้อมูลทางการเงินที่ปรับปรุงแล้วเป็นตัวเลขก่อนการปรับปรุงกำไร/ขาดทุนจากสินค้าคงคลังและรายการพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ในรายงาน MD&A ของบริษัท)

IVL ทุ่มงบ 7.44 พันลบ. ลงทุน 24.9% ใน “EPL Limited” อินเดีย

IVL ทุ่มงบ 7.44 พันลบ. ลงทุน 24.9% ใน “EPL Limited” อินเดีย

             หุ้นวิชั่น -บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (IVL) เปิดเผยว่า บริษัท Indorama Netherlands B.V. (INBV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อม ได้ทำสัญญากับบริษัท Epsilon BidCo PTE. Limited (ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม Blackstone) เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อเข้าซื้อหุ้นบางส่วนในอัตราร้อยละ 24.9 ของบริษัท EPL Limited (EPL) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ (Bombay Stock Exchange Limited: BSE) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศอินเดีย (National Stock Exchange of India Limited) นั้น              บริษัท EPL เป็นบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภท PE ชั้นนำระดับโลกที่มีศักยภาพในการเติบโตในตลาดเกิดใหม่สูงเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการเข้าสู่ตลาดการลงทุนของประเทศอินเดียที่น่าสนใจ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ในประเทศอินเดียมีอัตราส่วนมูลค่าตลาดสูงกว่าคู่แข่งทั่วโลก              บริษัท EPL มีรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่สอดคล้องรองรับไว้แล้วและมีฐานการดำเนินการทั่วโลกเกี่ยวกับฟิล์มลามิเนตโพลีเอทิลีน (PE Laminates) และหลอดลามิเนต (Laminated Tubes) ซึ่งถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลช่องปาก ความงาม และเภสัชกรรม โดยบริษัท EPL มีการดำเนินธุรกิจครอบคลุม 11 ประเทศ และมีฐานการดำเนินธุรกิจที่มั่นคงแข็งแกร่งในตลาดที่มีการเติบโตสูง เช่น ประเทศอินเดีย ประเทศเม็กซิโก ประเทศโคลัมเบีย ประเทศบราซิล และประเทศฟิลิปปินส์ อนึ่ง การลงทุนในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่มอบผลตอบแทนต่อเงินลงทุนที่สูง อีกทั้งบริษัท EPL มีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอิสระในอัตราสูง มีอัตราหนี้สินต่ำมาก และมีการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสมํ่าเสมอ              นอกจากนี้ บริษัท EPL ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยตั้งเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับหลอด (Tubes) ในอัตราร้อยละ 60 สามารถรีไซเคิลได้ภายในปี 2571 บริษัท EPL มีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูงในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งมีการกำกับดูแลที่ดีจากบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาซึ่งทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ              ทั้งนี้ การลงทุนในบริษัท EPL นั้น สอดคล้องกับแผนงานกลยุทธ์ IVL 2.0 ของไอวีแอล เพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมูลค่ารวมของการเข้าซื้อหุ้นร้อยละ 24.9 ของบริษัท EPL อยู่ที่ประมาณ 19,079 ล้านรูปีอินเดีย (เทียบเท่าประมาณ 7,440 ล้านบาท) โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะชำระเป็นเงินสด และใช้กระแสเงินสดภายในของบริษัทเป็นแหล่งเงินทุนในการทำธุรกรรมนี้ ทั้งนี้ การดำเนินการเข้าซื้อหุ้นในครั้งนี้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง โดยการเข้าทำธุรกรรมในครั้งนี้ มี Goldman Sachs ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแต่เพียงผู้เดียว และ Khaitan & Co และ Chandhiok & Mahajan ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับบริษัท

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

IVL ฐานธุรกิจแกร่งทั่วโลก โบรกแนะซื้อ เป้า 31 บ.

IVL ฐานธุรกิจแกร่งทั่วโลก โบรกแนะซื้อ เป้า 31 บ.

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ คาด IVL กำไรปกติ 4Q67F มีแนวโน้มที่ดีตามปริมาณขายทรงตัว QoQ, +4% YoY และ Asia Integrated PET & Polyester Spread เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ, YoY ขณะที่กำไรสุทธิจะเติบโตสูงมาก YoY จากปีก่อนมีขาดทุนจากการด้อยค่าก้อนใหญ่           ด้วยฐานธุรกิจที่กว้างขวางทั่วโลก ทำให้มีความได้เปรียบในการกระจายสินค้าได้ดีกว่าคู่แข่ง ท่ามกลางนโยบายกีดกันทางการค้า           Valuations น่าสนใจด้วย FY25F P/E 12x, P/B 1x           แนวรับ = 22.5/22.8 แนวต้าน = 24.2/24.7           IVL | ซื้อ | TP=31 บ.

IVL ชู ESG แกนหลักธุรกิจ  มุ่งเพื่อความยั่งยืนระดับโลก   

IVL ชู ESG แกนหลักธุรกิจ มุ่งเพื่อความยั่งยืนระดับโลก  

          บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL มุ่งมั่นเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนชั้นนำระดับโลก ด้วยการนำหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) มาเป็นแกนหลักของธุรกิจ เพื่อส่งมอบการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้           ดร. แอนโทนี วาตานาเบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เล่าให้ฟังว่า บริษัทฯ มีแผนงานชัดเจนในการบรรลุเป้าหมาย ESG เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทที่มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยมุ่งมั่นลดและดักจับคาร์บอนจากการดำเนินงานให้ได้มากยิ่งขึ้น เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน และทยอยเลิกการใช้ถ่านหิน           สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม (E) มุ่งเน้นบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ ลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (Scope 1 และ 2) ลง 30% ภายในปี 2573 เพิ่มการใช้ไฟฟ้าการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็น25% ภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมายในการรีไซเคิลขวด PET หลังการบริโภค 1.5 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 โดยตั้งแต่ปี 2554 ได้รีไซเคิลขวด PET หลังการบริโภคมากกว่า 134,000 ล้านขวด ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมาก และลดปริมาณขยะฝังกลบ ความก้าวหน้าและเป้าหมายสำคัญเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างโซลูชันขยายการดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน           ส่วนด้านสังคม (S) มุ่งมั่นสร้างผลกระทบทางสังคมเชิงบวกที่มีความหมายต่อชุมชนที่บริษัทฯ ดำเนินงานอยู่ โดยนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญระดับโลกของบริษัทฯ มาสร้างมูลค่าร่วมกันในระยะยาวเพื่อสังคม โครงการริเริ่มที่สำคัญ ได้แก่ การให้ความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิล ในปี 2566 มีผู้เข้าร่วมโครงการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลกว่า 400,000 คนทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเยาวชน เพื่อส่งเสริมการปฎิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างการร่วมมือกับองค์กรในท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงบริการที่จำเป็น อาทิ การศึกษา การดูแลสุขภาพ และการสุขาภิบาล ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนหลายพันคน อีกทั้งโครงการอาสาสมัครเชิญชวนพนักงานเพื่ออุทิศเวลาเป็นอาสาสมัครมากกว่า 15,000 ชั่วโมงในปี 2566 ในโครงการพัฒนาชุมชนต่างๆ ด้วยการตอบสนองความต้องการของชุมชนและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้เราสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมหลักและกลยุทธ์ ESG ของเรา           ขณะที่ด้านการกำกับดูแล (G) มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่เข้มงวดและกรอบการจัดการความเสี่ยงระดับสากล ทั้งแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจที่ถูกต้องตามจริยธรรม ยึดมั่นในมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎหมายที่เข้มงวด ลดความเสี่ยง และเสริมสร้างความมุ่งมั่นของเราในการดำเนินงานที่ถูกต้องตามจริยธรรมทั่วโลก รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล: นำซอฟต์แวร์เฉพาะด้าน ESG มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อมูลและรายงานด้านความยั่งยืน เพื่อยกระดับความโปร่งใสและความรับผิดชอบมากขึ้น           “เราไม่ได้เป็นเพียงกรอบการดำเนินงานเท่านั้น แต่เป็นรากฐานในการสร้างโอกาสผ่านนวัตกรรมและการลงทุนด้านเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ในการสร้างโลกที่ดีขึ้นและยั่งยืนมากขึ้น เราเป็นผู้นำด้านเคมีภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เราจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน ออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อความแข็งแกร่งและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และรีไซเคิลเพื่อให้ผลิตภัณฑ์กลับมามีชีวิตใหม่ เราผลิตเคมีภัณฑ์ที่ขาดไม่ได้ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้คนหลายพันล้านคนและโลกของเราทุกวัน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าว           อย่างไรก็ดี ความยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างคุณค่า และก้าวข้ามความท้าทายในภูมิทัศน์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความยืดหยุ่นและนวัตกรรมจึงส่งมอบ "เคมีภัณฑ์ที่ขาดไม่ได้" ตอบสนองความต้องการทั่วโลก พร้อมเป็นผู้นำในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน เคมีภัณฑ์ของบริษัทฯ ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคล อุปกรณ์ทางการแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ สิ่งทอ และอื่นๆ อีกมากมาย           ทั้งนี้ การนำความยั่งยืนมาผนวกเข้ากับธุรกิจช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ได้นำแนวปฎิบัติด้านการหมุนเวียนมาใช้ในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงโซลูชันการจัดการผลิตภัณฑ์เมื่อสิ้นอายุการใช้งาน แนวทางนี้เกี่ยวข้องกับการลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ เผชิญความเสี่ยงด้านการดำเนินงานที่สำคัญทั่วโลก เนื่องมาจากภัยธรรมชาติตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงพายุทอร์นาโด พายุเฮอริเคน น้ำท่วม ภาวะขาดแคลนน้ำ และไฟป่า เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่           บริษัทฯ ได้พัฒนา "แผนการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ" เพื่อช่วยบรรเทาความเสี่ยงในการดำเนินงานทั่วโลก และเพื่อสร้างความมั่นใจว่า เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แผนการปรับตัวของอินโดรามา เวนเจอร์ส อยู่ภายใต้การตรวจสอบโดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (SRMC) และได้มีการนำไปปฏิบัติในทุกฐานการผลิตของอินโดรามา เวนเจอร์ส ทั่วโลก           นอกจากนี้ การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ถือเป็นหัวใจสำคัญในเส้นทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงจัดให้ฝึกอบรมเชิงกลยุทธ์ผ่าน Sustainability Academy ในทุกระดับขององค์กร ซึ่งช่วยให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับเครื่องมือสำหรับประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไป และตอบสนองความต้องการของลูกค้า การมุ่งเน้นนี้ช่วยให้พนักงานมีความยืดหยุ่นและประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเรา           “เรายังร่วมมือกับพันธมิตร ลูกค้า และซัพพลายเออร์ เพื่อส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคมตลอดห่วงโซ่คุณค่า อีกหนึ่งโครงการที่เราได้ดำเนินการคือ "โครงการส่งเสริมความยั่งยืนของซัพพลายเออร์" (Sustainable Supplier Engagement Program) ซึ่งมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงด้าน ESG ในห่วงโซ่อุปทานและประเมินความพร้อมของซัพพลายเออร์ในการลดการปล่อยคาร์บอน ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทีมจัดซื้อและทีมธุรกิจในโครงการนี้ แสดงให้เห็นถึงการผสานรวมแนวคิดความยั่งยืนในองค์กรได้อย่างแท้จริง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าว           อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การใช้ประโยชน์จากโอกาสด้านการความยั่งยืน โดยลงทุนการรีไซเคิลขั้นสูง ด้วยการร่วมมือกับสตาร์ทอัพชั้นนำและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีรีไซเคิลที่ล้ำสมัยและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความยั่งยืนในระดับโลก และช่วยให้ลูกค้าของเราบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ขณะเดียวกันขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาโซลูชันสอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม           อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือและการลงทุนทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าช่วยทำให้วัตถุดิบที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีล้ำสมัยมีความพร้อมใช้งานมากขึ้น และมีต้นทุนที่เข้าถึงได้ โดยการส่งเสริมนวัตกรรมผ่านการเข้าใจอย่างครบถ้วนถึงอุปสรรคทางด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ตลอดจนการสร้างคุณค่า และการปกป้องคุณค่า (Value Protection) เป็นการเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านการบูรณาการเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น แผนการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ มาตรการเหล่านี้ปกป้องธุรกิจจากความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม รักษาเสถียรภาพในการดำเนินงาน และสร้างความไว้วางใจของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขณะที่การสร้างคุณค่า (Value Creation) ประสบความสำเร็จผ่านนวัตกรรมที่ยั่งยืน เทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง และการขยายสายผลิตภัณฑ์สีเขียวที่มีอัตรากำไรสูง ความพยายามเหล่านี้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก ช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้ในขณะที่สร้างมูลค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว อินโดรามา เวนเจอร์ส ภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำด้านโซลูชันที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลก ด้วยพนักงานทั่วโลกประมาณ 26,000 คน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรม และร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกเพื่อส่งเสริมอนาคตที่ยั่งยืน

ภาวะ SET ซื้อขายบาง โบรกคัดหุ้นเด่น BEM - IVL - PLANB

ภาวะ SET ซื้อขายบาง โบรกคัดหุ้นเด่น BEM - IVL - PLANB

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า TECH WAR ส่งผลถึงตลาดการเงิน กระแสการตอบรับที่ดีของ DEEPSEEK AI ASSISTANT ของนักพัฒนาจีน ซึ่งใช้ทรัพยากรในการพัฒนาที่ต่ำกว่ามากทั้งในมุมของเม็ดเงิน และ เวลาเมื่อเทียบกับ AI ของค่ายยักษ์ใหญ่อย่างเช่น CHAT GPT สร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้น TECH ขนาดใหญ่ในสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ และ ก็สร้างแรงกดดันต่อหุ้น DELTA และ CCET ในบ้านเราตามไปด้วย คาดกระแสกดดันยังอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง มีผลทำให้ SET INDEX ผันผวน ส่วนปัจจัยแวดล้อมทางพื้นฐานวันนี้เป็นเรื่องความหวังที่จะเห็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ โดยในสหรัฐหวังว่า FED อาจปรับลดดอกเบี้ยลงมากกว่า 1 ครั้ง สะท้อนผ่าน FED WATCH TOOL ขณะที่จีน ประกาศตัวเลข PMI ต่ำกว่าคาด ทำให้คาดหวังว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนบ้านเรามีการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นต่อเนื่อง มูลค่าการซื้อขายที่บาง และปัจจัยแวดล้อมที่ยังไม่เห็นน้ำหนักทางบวกเข้ามาเสริม คาดว่าทำให้ SET INDEX ยังอยู่ในภาวะที่ผันผวน วันนี้คาด กรอบ 1335 – 1355 จุด TOP PICK เลือก BEM, IVLและ PLANB

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

จีนประกาศ GDP โต 5.4%  หุ้นอิงธีม China Play โบรกแนะ IVL

จีนประกาศ GDP โต 5.4% หุ้นอิงธีม China Play โบรกแนะ IVL

          หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี ระบุ จีนประกาศ GDP 4Q24 ขยายตัว 5.4% เร่งขึ้นจากที่ขยายตัว 4.6% ใน 3Q24 และมากกว่าที่ Consensus คาดว่าจะขยายตัว 5% ส่งผลให้รวมทั้งปี 2024 จีนมี GDP ขยายตัว 5% ได้ตามเป้าที่ภาครัฐกำหนดไว้ เป็นจิตวิทยาบวกต่อตลาดหุ้นจีน และหุ้นอิง Theme China Play ในบ้านเรา อาทิ IVL

ส่องประเด็น เฟ้นหุ้นเด็ด  IVL ซ่อนมูลค่าแค่ไหน?

ส่องประเด็น เฟ้นหุ้นเด็ด IVL ซ่อนมูลค่าแค่ไหน?

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  คาด IVL กำไรปกติ 4Q67F มีแนวโน้มที่ดีตามปริมาณขายทรงตัว QoQ, +4% YoY และ Asia Integrated PET & Polyester Spread เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ, YoY ขณะที่กำไรสุทธิจะเติบโตสูงมาก YoY จากปีก่อนมีขาดทุนจากการด้อยค่าก้อนใหญ่          ด้วยฐานธุรกิจที่กว้างขวางทั่วโลก ทำให้มีความได้เปรียบในการกระจายสินค้าได้ดีกว่าคู่แข่งท่ามกลางนโยบายกีดกันทางการค้า          Valuations ยังน่าสนใจด้วย FY25F P/E 12x, P/B 1x และเป็นหุ้นที่ต่างชาติเพิ่มการถือครองต่อเนื่อง +1% ใน 3 เดือนล่าสุด          แนวรับ = 24.5/24.8 แนวต้าน = 27/27.5          IVL | ซื้อ | TP=31 บ.

IVL โชว์นวัตกรรมความยั่งยืน  ที่งาน COP29 ในอาเซอร์ไบจาน

IVL โชว์นวัตกรรมความยั่งยืน ที่งาน COP29 ในอาเซอร์ไบจาน

           กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 19 พฤศจิกายน 2567 – บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ได้นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดด้านการรีไซเคิลและความยั่งยืน ในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ครั้งที่ 29  (COP29) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-22 พฤศจิกายน ณ กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน            อินโดรามา เวนเจอร์ส เข้าร่วมการประชุม COP29 ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญระดับโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจัดแสดงผ่านบูธของบริษัทฯ และภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยที่ Thailand Pavilion บริษัทฯ ได้นำเสนอความสำเร็จครั้งสำคัญในการรีไซเคิลขวด PET หลังการบริโภคกว่า 130,000 ล้านขวด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ถึงเดือนตุลาคม 2567  โดยนวัตกรรมล่าสุดของบริษัทฯ ครอบคลุมตั้งแต่โซลูชั่นบรรจุภัณฑ์ PET ที่ยั่งยืน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลที่นำกลับมาหมุนเวียนได้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการผลิต “Indispensable Chemistry” หรือเคมีภัณฑ์ที่ขาดไม่ได้ ซึ่งเข้าถึงชีวิตผู้คนนับพันล้านทุกวัน ทั้งนี้ ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ ขวดสปาร์คกลิ้งไวน์ที่ผลิตจาก PET แบบชั้นเดียว (monolayer) เป็นรายแรกของโลก ซึ่งพัฒนาร่วมกับ SIPA และขวด PET ที่ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพ1 (bio-paraxylene) ซึ่งผ่านการรับรอง ISCC+ สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้เป็นครั้งแรกของโลก ในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานกับซันโทรี่ (Suntory) เอเนออส คอร์ปอร์เรชั่น (ENEOS Corporation) มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Corporation) อิวาตานิ (Iwatani) และเนสเต้ (Neste) สำหรับบางผลิตภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่นของ Suntory Group รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ OXISMOOTH® ซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นแบบเอนกประสงค์ที่ผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียนทั้งหมด            นอกจากนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังมีส่วนร่วมในเวทีเสวนาผู้นำทางความคิดของ COP29 โดย แอนโทนี เอ็ม วาตานาเบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน ได้พูดคุยเกี่ยวกับ “6 เคล็ดลับสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน” โดยอธิบายว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกได้ถึงร้อยละ 40 ภายในปี 2593 ได้อย่างไร เขาได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในความร่วมมือระดับนานาชาติ รวมถึงสนธิสัญญาเกี่ยวกับพลาสติกระดับโลกที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ และแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่อินโดรามา เวนเจอร์ส ทำงานร่วมกันในห่วงโซ่คุณค่าเพื่อขยายโซลูชั่นแบบหมุนเวียน            เออร์มิส พานาจิโอโตปูลอส หัวหน้าฝ่าย Sustainability Advocacy  สำหรับกลุ่มประเทศในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) ฮาร์ช่า เรดดี้ หัวหน้าฝ่าย Sustainability Development และ นวีนสุดา กระบวนรัตน์ รองประธานร่วมฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม ได้เป็นตัวแทนบริษัทฯ ในช่วงการเสวนาและกล่าวปาฐกถาต่างๆ ที่มุ่งเน้นวิถีสู่อนาคตที่ลดคาร์บอน และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ อินโดรามา เวนเจอร์ส ในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน            ยาช โลเฮีย ประธานคณะกรรมการด้านการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “COP29 เป็นเวทีอันทรงคุณค่าในการนำเสนอความสำเร็จด้าน ESG ล่าสุดของเรา และตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการจัดการกับความท้าทายด้านสภาพอากาศและการพัฒนาอย่างยั่งยืนอื่นๆ โดยความร่วมมือของเรากับรัฐบาลไทย และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีที่ยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอินโดรามา เวนเจอร์ส ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนของเราทั่วโลก”            งาน COP 29 เชื่อมโยงประเทศต่างๆ องค์กรธุรกิจ และผู้สนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืน และมีคาร์บอนต่ำลง ทั้งนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในความพยายามเหล่านี้ โดยแบ่งปันโซลูชั่นที่สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการดำเนินการร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ [PR News]

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

KSS คาด SET สร้างฐาน ชี้ต้าน 1463 จุด ค้าปลีก ท่องเที่ยว แบงก์ เช่าซื้อเด่น

KSS คาด SET สร้างฐาน ชี้ต้าน 1463 จุด ค้าปลีก ท่องเที่ยว แบงก์ เช่าซื้อเด่น

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “แกว่งสร้างฐาน” ต้าน 1458/1463 จุด รับ 1443/1440 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯแกว่งในกรอบ ดัชนีS&P500 ปิดทรง แม้เงินเฟ้อ CPI ต.ค. 24 ตามตลาดคาด +2.6%y-y, 0.2%m-m และตลาดส่วนใหญ่ยังเชื่อภาพ Fed จะปรับลดดอกเบี้ย ธ.ค. 24 แต่เป็นที่น่าสังเกต US Bond Yield ปรับลงเฉพาะ 2 ปี ส่วน 10 ปีปรับขึ้น บ่งชี้ตลาดยังความกังวลต่อความเสี่ยงผลกระทบนโยบาย ประธานาธิบดี Trump ต่อเงินเฟ้อเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าเช้านี้แตะ 34.9 บาท มองจิตวิทยาลบต่อ SET แต่ภายในกำไร 3Q24 ยังมีพัฒนาการ หลังรายงานเพิ่มเป็น 415 บริษัท ระดับกำไรต่ำกว่าคาดทรงตัว -19.2% (vs วานนี้ -19%) โดยมีกำไรกลุ่ม Domestic เด่นกลบฝั่ง Global พลังงาน+ชิ้นส่วนที่ต่ำคาด กอปรกับ สัญญาณชี้นำระยะถัดไปที่เป็นบวก อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก ต.ค. 24 สูงสุด ในรอบเกือบ 1ปี , กระทรวงการคลังยืนยันพิจารณามาตรการกระตุ้นบริโภค หากการฟื้นตัวมีสัญญาณสะดุด มอง SET ประคองได้ หุ้นเด่น คือ หุ้น Domestic (ค้าปลีก ท่องเที่ยว ธนาคาร เช่าซื้อ) หุ้น China Plays (เก็งรายงานเศรษฐกิจพรุ่งนี้คาดเริ่มเห็นพัฒนาการบวก) และหุ้นเงินบาทอ่อนค่าหนุน (อาหาร, ชิ้นส่วน) วันนี้แนะ CPALL, IVL, SCB

IVL ปันผล 0.175 บาทต่อหุ้น รับทรัพย์ 11 ธ.ค. 2567

IVL ปันผล 0.175 บาทต่อหุ้น รับทรัพย์ 11 ธ.ค. 2567

          บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เผย ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีการอนุมัติ การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.175 (บาทต่อหุ้น) วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) : 26 พ.ย. 2567 และวันที่จ่ายปันผล : 11 ธ.ค. 2567

KSS คาด SET วันนี้ Side way up ชี้ต้าน 1.470 จุด แนะ ADVANC, MTC, IVL

KSS คาด SET วันนี้ Side way up ชี้ต้าน 1.470 จุด แนะ ADVANC, MTC, IVL

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1465/1470 จุด รับ 1446/1443 จุด ดัชนี S&P500 +0.1% ทะลุ 6,000 จุดเป็นครั้งแรก กลุ่มนำคือ หุ้น Trump Plays ที่ยังมีโมเมนตัมบวก ส่วนปัจจัยมหภาคคาดตลาดรอติดตามรายงานเศรษฐกิจเงินเฟ้อ CPI ต.ค.          พรุ่งนี้ (13 พ.ย.) ด้าน Asia เริ่มเห็นผลบวกการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนต่อรายงานเศรษฐกิจ อาทิ ยอดขายบ้านเมืองใหญ่ ยอดขายปลีกรถยนต์ ต.ค. +7%y-y ฝ่ายวิเคราะห์มองน่าจะช่วยบรรเทาความผิดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดที่เน้นเฉพาะหนี้ท้องถิ่นได้บ้าง บ่งชี้จากตลาด หุ้นจีนฟื้นช่วงท้ายวานนี้          ส่วนภายในยังเป็นช่วงโค้งสุดท้ายงบ 3Q24 แม้ปัจจุบันรายงานแล้ว 218 บริษัท จะยังต่ำกว่าคาด -21% แต่เริ่มดีขึ้นจากวานนี้ที่ -22.5% หลังหุ้นอิงภายในทยอยรายงานเพิ่มขึ้น          ขณะที่ Outlook ภาคบริการบวก ผู้ใช้บริการสนามบิน AOT เดินทาง ตปท. (ชี้นำนักท่องเที่ยวต่างชาติ) 1-9 พ.ย. สูง 105.4% vs นักท่องเที่ยว 10M24 ที่ 88.3% ของ Pre-Covid สะท้อนภาพฤดูกาลและโอกาสเห็น Upside นักท่องเที่ยวปี 2025F ที่ตลาดมองระดับ Pre-Covid          มองหุ้นนำวันนี้ China Plays, หุ้นอิงภาคบริการ และหุ้นดอกเบี้ยขาลงหนุน วันนี้แนะ ADVANC, MTC, IVL

abs

SSP : ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน ทางเลือกใหม่เพื่ออนาคต

IVL ประกาศกำไรQ3/67ที่ 1.5 พันล้าน โต670% ดีกว่าโบรกคาด

IVL ประกาศกำไรQ3/67ที่ 1.5 พันล้าน โต670% ดีกว่าโบรกคาด

           IVL ประกาศกำไรไตรมาส 3/2567 ที่ 1,504.91 ล้านบาท เติบโตถึง 670% จากปีก่อนหน้าและ 107% จากไตรมาสก่อนหน้า ขับเคลื่อนด้วยการรักษาปริมาณการผลิต การปรับปรุงส่วนต่างราคามาตรฐานในทุกกลุ่มธุรกิจ และการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุก เผยไตรมาส 4 ธุรกิจชะลอตัวผันผวนตามฤดูกาล มีแผนการปิดซ่อมบ ารุงโรงงานในบราซิลและอเมริกาเหนือ(NAM)            บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL  รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2567 ที่ 1,504.91 ล้านบาท เติบโต 670% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเติบโต 107 % จากไตรมาสก่อนหน้า โดย ดีกว่าที่ นักวิเคราะห์คาด อย่าง บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คาดกำไรทำได้ ที่ 1.3 พันล้านบาท            Indorama Ventures มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งในไตรมาสนี้ ขับเคลื่อนด้วยปริมาณการผลิตและยอดขายที่ยังมั่นคง การลดต้นทุนจากการดำเนินการจัดการเชิงรุก และการปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างราคามาตรฐาน (Benchmark spreads) ในทุกกลุ่มธุรกิจ ไตรมาสนี้เป็นการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า (YoY) เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ตกอยู่ในช่วงเวลาที่มีความท้าทายจากสถานการณ์ที่เกิดภาวะเร่งลดสต็อกสินค้าในอุตสาหกรรมและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เป็นการส่งสัญญาณโมเมนตัมของการฟื้นตัวในทุกกลุ่มธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าการที่บริษัทฯ มีพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายกระจายฐานธุรกิจอยู่ทั่วโลก ช่วยทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ยั่งยืนและผ่านวงจรธุรกิจที่ผันผวนได้            จากที่ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดปลายทางยังคงแข็งแกร่ง ช่วยทำให้บริษัทฯ รักษาปริมาณการผลิตและยอดขายให้คงที่ ปริมาณการขาย PET และ Fibers ยังทรงตัวคงที่เสมอตลอดทั้งปี ขณะที่ Indovinya กำลังอยู่ในฤดูกาลที่มักมียอดขายสูงสุดสำหรับตลาด Crop Solutions บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนงานที่ระบุไว้ในวิสัยทัศน์ IVL 2.0 เป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งบริษัทฯ มุ่งเน้นในเรื่องการลดภาระหนี้และการพัฒนาคุณภาพของรายได้ ความมุ่งมั่นของทีมงานผู้บริหารที่เน้นการควบคุมต้นทุนเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทรัพย์สินที่ IVL ได้ดำเนินการในไตรมาสที่แล้ว เริ่มส่งผลให้เกิดการประหยัดต้นทุนคงที่ 19 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสนี้ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้าเมื่อรับผลสะท้อนเต็มปี ทั้งนี้ การดำเนินการตามที่วางแผนไว้สำหรับกลุ่ม CPET และ Indovinya ได้แล้วเสร็จลง ขณะที่กลุ่ม Fibers ยังไม่เริ่มปฏิบัติการ อัตราการดำเนินงานของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 69% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เป็น 82% ในไตรมาสนี้ และสำหรับ CPET อัตราการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก 69% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เป็น 84% ในไตรมาสนี้ โดยโครงการนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ ในการเพิ่มประสิทธิภาพทรัพย์สิน ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไร            กลุ่มธุรกิจ Fibers ได้ดำเนินการอย่างมุ่งมั่นตลอดปีที่ผ่านมาในการลดต้นทุนคงที่ในพอร์ตสินทรัพย์ทั้งหมด (ก่อนที่จะรับรู้การประหยัดที่เกิดจากการเพิ่มประสิทธิภาพทรัพย์สิน) นอกจากนี้ ภายในกลุ่มธุรกิจย่อย Hygiene และ Mobility นั้น คณะผู้บริหารได้มีการดำเนินการจริงจัง เพื่อทวงคืนส่วนแบ่งการตลาดที่สูญเสียไปโดยใช้กลยุทธ์การปรับราคาสินค้า และด้วยการเพิ่มปริมาณยอดขายและลดต้นทุน รวมถึงการปรับปรุงต้นทุนด้านสาธารณูปโภค ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทฯ จะยังคงเป็นผู้นำในตลาดที่สำคัญ และเมื่อแผนการเพิ่มปริมาณและการปรับโครงสร้างต้นทุนได้เสร็จสมบูรณ์ คณะผู้บริหารจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มอัตรากำไรเป็นลำดับถัดไป            การพัฒนาด้านดิจิทัลของบริษัทฯ ได้มีความก้าวหน้าหลังจากเริ่มมีการใช้ระบบดิจิทัลหลักในรูปแบบของ S/4HANA ERP บริษัทฯ กำลังดำเนินการตามโครงการดิจิทัลต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นไปตามแผน ฐานธุรกิจในอเมริกาเหนือของบริษัทฯ ได้เริ่มใช้ประโยชน์จากโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในกระบวนการ Source-to-Contract เพื่อเพิ่มความเป็นเลิศในกระบวนการจัดซื้อ โครงการ Manufacturing Excellence เริ่มส่งผลให้เห็น โดยเกิดการปรับปรุงในผลผลิตจากแรงงานผ่านแพลตฟอร์ม Connected Worker บริษัทฯ คาดว่าโซลูชันด้านการขายและ Supply chain จะเริ่มใช้งานได้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 บริษัทฯ ได้เสริมสร้างความร่วมมือทั้งกับพันธมิตรเก่าและใหม่ เพื่อเร่งสร้างคุณค่าให้เกิดโดยทั่วทั้งองค์กร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังทุ่มเทในการบริหารการเปลี่ยนแปลงจากพัฒนาการนี้ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น และเพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวได้กับกระบวนการและเทคโนโลยีใหม่ๆ            สิ่งที่สนับสนุนให้บริษัทฯ มีความยืดหยุ่น คือทีมผู้บริหาร ในปีนี้บริษัทฯ ได้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในด้านโครงสร้างองค์กรเพื่อขับเคลื่อนแผนงานตามวิสัยทัศน์ IVL 2.0 และการเติบโตในอนาคต โดยมีการสร้างทีมผู้บริหารที่มุ่งเน้นและทุ่มเทในแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยให้ผู้นำมีอำนาจในการตัดสินใจและรับผิดชอบ ทั้งนี้ สำหรับการปรับโครงสร้างสำหรับกลุ่ม CPET, Fibers และ Indovinya ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะที่กลุ่ม Packaging (Indovida) และ Recycling กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้จะผลักดันให้เกิดปฏิบัติการส่งผลต่อเนื่องไปในแต่ละธุรกิจ และทำให้ทีมผู้บริหารระดับสูงมีขนาดเล็กลง ซึ่งจะมุ่งเน้นหน้าที่ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เป็นหลัก ในระยะถัดไป สภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอน โดยมีความเสี่ยงจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงดำเนินอยู่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม การมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพฐานการผลิตที่มีอยู่ และการใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการตลาดผ่านการที่บริษัทฯ มีเครือข่ายทั่วโลกจะช่วยให้ผ่านพ้นความท้าทายเหล่านี้ไปได้ และทำให้สามารถพร้อมจะรับประโยชน์จากการฟื้นตัวเมื่อสภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับแผน IVL 2.0 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพของกำไร สร้างกระแสเงินสดอิสระ และผลักดันการสร้างมูลค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทฯ โดยที่บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการรักษาสภาพคล่องเป็นหลัก ในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 สภาพคล่องของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ หลังจากการชำระคืนหนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2567 แล้ว และด้วยการเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการหนี้ล่วงหน้า บริษัทฯ สามารถลดสัดส่วนของหนี้สินระยะสั้นลง ทำให้เพิ่มความยืดหยุ่นและขีดความสามารถในการจัดการด้านสภาพคล่องของบริษัทฯ การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจ: Home & Personal Care (ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านและของใช้ส่วนบุคคล): ความต้องการในเคมีภัณฑ์สำหรับตลาดปลายทางยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยได้รับผลดีจากที่บริษัทฯ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการฟื้นตัวของยอดขายในตลาดอาร์เจนตินาและ Mercosur นอกจากนี้ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นยังมาจากการที่ลูกค้าเร่งสะสมสต็อกสินค้าในช่วงมีพายุเฮอริเคนในตลาดอเมริกาเหนือ (NAM) Crop Solutions (ผลิตภัณฑ์โซลูชันทางการเกษตร): มีการเติบโตที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน (YoY) และเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา (QoQ) เนื่องจากความต้องการเคมีภัณฑ์ของตลาดปลายทางกลุ่มนี้เพิ่มสูงขึ้น (มาจากช่วงฤดูกาลเพาะปลูกในอเมริกาใต้ หรือ SAM โดยแยกเป็นเกิดจากการฟื้นตัวของตลาด 50% และจากส่วนแบ่งการตลาด 50%) และจากการปรับปรุงในพอร์ตสินค้าที่ขาย รวมถึงปริมาณน้ำฝนที่เหมาะสมในอินเดีย ส่งผลให้มีความต้องการในระดับสูงในตลาดดังกล่าว Energy & Resources (ผลิตภัณฑ์กลุ่มพลังงานและทรัพยากร): การที่ระดับราคาน้ำมันดิบทรงตัว และความต้องการในเคมีภัณฑ์ของตลาดปลายทางกลุ่มนี้คงที่ ช่วยรักษาให้ปริมาณการขายมีเสถียรภาพ โดยกลุ่มน้ำมันหล่อลื่นในตลาดอเมริกาเหนือ (NAM), ยุโรป, ตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA) รวมถึงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ยังคงดำเนินงานได้ดี Coatings & Construction (ผลิตภัณฑ์กลุ่มเคลือบผิวและก่อสร้าง): ในตลาดอเมริกาเหนือ (NAM) ปริมาณการขาย PG เริ่มดีขึ้นมาจากการเริ่มต้นของฤดูกาลกำจัดน้ำแข็ง (De-icing season) ในไตรมาสที่ 3 ส่วนในอเมริกาใต้ (SAM) มีการเติบโตที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ซึ่งมาจากการขยายส่วนแบ่งการตลาดและการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไร            สำหรับแนวโน้มต่อไปในไตรมาสที่ 4 นั้น มักจะเป็นช่วงที่ธุรกิจชะลอตัวลงเนื่องจากความผันผวนตามฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการผลิตภัณฑ์โซลูชันทางการเกษตร (Crop Solutions) จะลดลง และการที่ลูกค้ามีแนวโน้มจะลดสต็อกสินค้าลงเนื่องจากเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว จากนโยบายภาษีนำเข้าในประเทศบราซิลซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2567 นั้น บริษัทฯ คาดว่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนการปิดซ่อมบำรุงโรงงานในบราซิลและอเมริกาเหนือ (NAM) ตามช่วงเวลาที่กำหนด

“เคจีไอ” ส่อง IVL คาด Q3 ฟื้นตัว จับตาต่อ Q4

“เคจีไอ” ส่อง IVL คาด Q3 ฟื้นตัว จับตาต่อ Q4

          หุ้นวิชั่น – หุ้นวิชั่นรายงาน บล.เคจีไอ โดยฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิของ IVL หรือ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) มองใน Q3/76 จะอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (+580% YoY, ฟื้นตัวขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 2.30 หมื่นล้านบาทใน Q2/67) เนื่องจาก i) ไม่มีผลขาดทุนจากการด้อยค่าก้อนใหญ่ถึง 666 ล้านดอลลาร์ฯ (หลังหักภาษี) เหมือนกับใน Q2/67 และ ii) spread ของ PTA, PET และ fiber ดีขึ้นใน Q3/67 โดย spread ของ PTA ในซีกโลกตะวันตกและตะวันออกฟื้นตัวขึ้น 19% QoQ เป็น US$214/ton และ 5% QoQ เป็น US$79/ton ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน spread ของ PET ในซีกโลกตะวันตกเพิ่มขึ้น 5% QoQ เป็น US$265/ton และ spread ของ PET ในเอเชียเพิ่มขึ้น 19% QoQ เป็น US$77/ton นอกจากนี้ spread ของ fiber ยังเพิ่มขึ้นถึง 59% QoQ เป็น US$157/ton           ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงคาดว่า core EBITDA margin ของ IVL จะเพิ่มขึ้น 15% QoQ เป็น US$113/ton อย่างไรก็ตาม คาดว่าบริษัทจะบันทึกผลขาดทุนจากสต็อก 1.6 พันล้านบาท แย่ลงจากที่บันทึกกำไรจากสต็อก 421 ล้านบาทใน Q2/67 หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบดูไบลดลง 8% QoQ อยู่ที่ US$78/bbl ในขณะที่คาดว่าปริมาณยอดขายของ IVL จะแทบไม่เปลี่ยนแปลง QoQ อยู่ที่ 3.60 ล้านตัน เนื่องจากปริมาณยอดขาย PTA ที่ลดลงหักล้างกันไปกับปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้นของ PET และ fiber ทั้งนี้ถึงแม้ว่า spread ของ PTA และ PET จะฟื้นตัวขึ้นใน Q3/67 แต่ spread ของทั้งสองผลิตภัณฑ์ยังไม่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะยังถูกกดดันจากอุปทานใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมากในช่วงปี 2566-2568 ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568 ขึ้นอีก 10% โดยเฉพาะจาก asset optimization           ฝ่ายวิจัยยังคงคาดว่า IVL จะขาดทุนสุทธิ 1.96 หมื่นล้านบาทในปี 2567 แต่ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ขึ้นอีก 10% เป็น 8.0 พันล้านบาทเนื่องจาก asset optimization หลังจากที่ IVL บันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่า 666 ล้านดอลลาร์ฯ (หลังหักภาษี) ไปแล้วใน Q2/67 ในขณะที่บริษัทได้ทำการปิดโรงงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าแทน           นอกจากนี้ ผู้บริหารยังส่งสัญญาณว่าต้นทุนคงที่ของ IVL จะลดลงประมาณ 150 ล้านดอลลาร์ฯ ในปีหน้า จากการปิดโรงงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มสมมติฐาน core EBITDA margin ของบริษัทในปี 2567 ขึ้นอีก 5% เป็น US$96/ton และในปี 2568 ขึ้นอีก 10% เป็น US$116/ton อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยปรับลดสมมติฐาน spread ของ PET ในเอเชียปีหน้าลง 12% เหลือ US$75/ton เนื่องจากจะมีอุปทาน PET ก้อนใหญ่เพิ่มเข้ามาในตลาดถึง 4.9 MTA ในปี 2567 และอีก 2.9 MTA ในปี 2568           ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของ IVL ปีนี้ขึ้นอีก 6% เป็น 1.74 หมื่นล้านบาท และปีหน้าขึ้นอีก 4% เป็น 1.64 หมื่นล้านบาทในปี 2567F-2568F ตามลำดับ เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยใน 1H67 เพิ่มขึ้น 21% YoY เป็น 8.9 พันล้านบาท ฝ่ายวิจัยขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 25.50 บาท จากเดิมที่ 21.50 บาท อิงจาก EV/EBITDA เท่าเดิมที่ 7.0x เพื่อสะท้อนถึง i) การปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ ii) ผลประกอบการที่คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2568 ทั้งนี้ถึงแม้จะคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นใน Q3/67 แต่คาดว่ากำไรใน Q4/67 จะลดลง QoQ เพราะอุปสงค์ PET ต่ำตามฤดูกาลในหน้าหนาว ดังนั้นเราจึงยังคงคำแนะนำ ถือ IVL

บล.กรุงศรี คาดหุ้นวันนี้แกว่งตัวในกรอบ แนวต้าน 1476 จุด แนะ ADVANC, BBIK, IVL

บล.กรุงศรี คาดหุ้นวันนี้แกว่งตัวในกรอบ แนวต้าน 1476 จุด แนะ ADVANC, BBIK, IVL

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) KSS Daily Strategy คาด SET วันนี้ “แกว่งในกรอบ” ต้าน 1470/1476 จุด รับ 1455/1446 จุด วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐRebound นำโดย Tech และความเชื่อมั่นต่อดอกเบี้ยสหรัฐขาลง โดย MUFG และตลาดคาดประชุม Fed 6-7 พ.ย. จะลดดอกเบี้ย 25 bps สู่4.75% หลังจากตัวเลขตลาดแรงงาน Nonfarm payrolls +1.2 หมื่นราย ต่ำคาดมาก แม้เป็นผลชั่วคราวจากผลกระทบพายุเฮอริเคน ผสานฝั่งภาคผลิต PMI < 50 จุด            สัปดาห์นี้ ปัจจัยหลักที่ต้องตามคือการเลือกตั้งสหรัฐคาดความผันผวนจะลดลง และลุ้นมาตรการกระตุ้นจกาประชุม NPC ของจีน            ภายในปัจจัยเศรษฐกิจไทยชี้ไปทางบวกต่อตลาดหุ้น อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นสู่ 58.4 สูงสุดในรอบ 6 เดือน ผสาน BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุน Data Center 2 โครงการใหญ่มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท และวันพรุ่งนี้รัฐบาลคาดจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฝั่งอสังหา(+บริโภค ท่องเที่ยว ลงทุน)            โดยรวมประเมิน GDP Growth ไทยปี 2024 คาด 2.4%y-y มี Upside มองบวกต่อ SET ประเมินหุ้นนำหุ้นธีม Infra Tech, หุ้น Domestic, หุ้นงบ 3Q24 ดี หุ้นChina play  วันนี้แนะ ADVANC, BBIK, IVL

abs

ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร

IVL คาด Q3 พลิกกำไร 1.4 พันล. สัญญาณธุรกิจเริ่มฟื้นตัว

IVL คาด Q3 พลิกกำไร 1.4 พันล. สัญญาณธุรกิจเริ่มฟื้นตัว

          หุ้นวิชั่น - บล.ดาโอ ปรับคำแนะนำ IVL ลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2025E ที่ 26.00 บาท (เดิม 21.00 บาท) อิง EV/EBITDA ที่ 6.7x (เทียบเท่า -1.50SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง) ประเมินว่า IVL จะกลับมารายงานกำไรสุทธิที่ 1.4 พันล้านบาท เทียบกับกำไร 195 ล้านบาทใน 3Q23 และขาดทุน -2.30 หมื่นล้านบาทใน 2Q24 โดยดีขึ้น YoY จากปริมาณผลิตที่สูงขึ้นและความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น           ในขณะที่ฟื้นตัว QoQ จากการหายไปของการตั้งสำรองด้อยค่าของสินทรัพย์ (loss on impairment of assets) และสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง (จำนวน 2.50 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้ เชื่อว่าปริมาณขายที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้จะช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อก (stock loss) ที่เป็นไปได้ คงประมาณการขาดทุนสุทธิปี 2024E ที่ -1.87 หมื่นล้านบาท หลักๆ จากผลกระทบของ loss on impairment of assets ก้อนใหญ่           ในขณะที่ บล.ดาโอ มองว่าบริษัทจะกลับมารายงานกำไรสุทธิในปี 2025E ที่ 7.4 พันล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากปริมาณผลิตที่ดีขึ้นและ Adjusted EBITDA/ton ที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นอานิสงส์จากแผนการปรับปรุงสินทรัพย์ (asset optimization)           ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณผลิตรวมของบริษัทจะอยู่ในช่วง 14.1-14.2 ล้านตัน (mt) ในปี 2024E-2025E ในขณะที่คาดว่า Adjusted EBITDA/ton จะอยู่ในช่วงที่ USD102/ton-USD106/ton ได้เปลี่ยนปีฐานเป็นปี 2025E และได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 26.00 บาท (เดิม 21.00 บาท) อิง EV/EBITDA ที่ 6.7x (เทียบเท่า -1.50SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง)           ทั้งนี้ ได้ปรับลดคำแนะนำลงมาเป็น “ถือ” หลังจากที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นมาแล้ว 49% ตั้งแต่เราปรับเพิ่มคำแนะนำในครั้งที่แล้ว เชื่อว่าราคาในปัจจุบันได้สะท้อน valuation ที่เต็มมูลค่าแล้วที่ 2025E EV/EBITDA ที่ 6.53x (ประมาณ 1.55x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง) หากกำไรปกติ 3Q24E ของ บล.ดาโอ ถูกต้อง กำไรปกติ 9M24E จะคิดเป็น 70% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา สำหรับภาพรวมธุรกิจใน 4Q24E เชื่อว่าบริษัทน่าจะเห็นกำไรสุทธิที่สูงขึ้น QoQ ตามขนาดของ stock loss ที่เป็นไปได้ที่ลดลง

บล.กรุงศรี มอง SET 1481 จุด PTT, CPALL, IVL เด่น

บล.กรุงศรี มอง SET 1481 จุด PTT, CPALL, IVL เด่น

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1475/1481 จุด รับ 1460/1455 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งแคบ S&P500-0.21% หลังรายงานเงินเฟ้อ CPI สูงกว่าคาดเล็กน้อบ +2.4%y-y, 0.2%m-m แต่ลดลงจากเดือนก่อน ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกเร่ง +14.7%w-w แย่กว่าคาด ส่วนหนึ่งเป็นผลจากพายุเฮอริเคน ทำให้ภาพวงจรดอกเบี้ยขาลง และ US Soft Landing ยังเป็นบวกสินทรัพย์เสี่ยงโลก ฝั่งเอเชีย จีนรอติดตามมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมกระทรวงการคลังแถลง 12 ต.ค. และสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ปลายเดือน           ฝ่ายวิเคราะห์มองจะช่วยเปิด Upside เศรษฐกิจประเทศในภูมิภาค ภายใน 16 ต.ค. ติดตามประชุม กนง. Real Yield ที่เป็นบวก 14 เดือน เชิงกลยุทธ์เรามีโอกาสเห็นท่าทีDovish ขึ้น แม้น่าจะยังคงดอกเบี้ย ผสาน เม็ดเงินนักลงทุนสถาบันซื้อต่อเนื่อง 8 วัน ต่างชาติสลับซื้อพันธบัตร 2 วัน และ ต่างชาติ Long TFEX 6 วันติด มองหนุน SET หุ้นกลุ่มน้ำมัน (น้ำมัน +3.5% ความกังวลตะวันออกกลางที่กลับมา+พายุเข้าสหรัฐ+รัฐเตรียมเจรจาพื้นที่ ทับซ้อนทะเล) กลุ่มดอกเบี้ยขาลงหนุน (ค้าปลีก เช่าซื้อ หนี้สูง High Yield โรงไฟฟ้า) หุ้น China Plays วันนี้แนะ PTT, CPALL, IVL เด่น

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011