ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#INSET


INSET คาดปีนี้กำไร 121 ลบ. โตรับ Data Center มีปันผล 3.3%

INSET คาดปีนี้กำไร 121 ลบ. โตรับ Data Center มีปันผล 3.3%

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า ระบุว่า INSET รายงานผลประกอบการ 4Q67 มีกำไรสุทธิ 11 ล้านบาท (-71% QoQ, +59% YoY) กำไรที่ยังไม่เด่นเพราะแม้มี Demand การสร้าง Data Center เข้ามาจำนวนมาก แต่อยู่ในช่วงการทำงานโครงสร้างยังไม่ถึงส่วนของ INSET คืองานกลุ่มเฉพาะทาง รายได้หลักทำได้ 596 ล้านบาท (-22% QoQ, +211% YoY) อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 5% (-206 bps QoQ, -519 bps YoY) SG&A อยู่ที่ 33 ล้านบาท (+101% QoQ, +84% YoY) แต่มาจากการตั้งสำรองลูกหนี้หลังภาษี 7 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หากไม่รวมรายการดังกล่าว งบ 4Q67 ของ INSET เติบโตดี INSET ประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2567 ที่ 08 บาทต่อหุ้น (payout ratio 73%) คิดเป็น yield 3.3% XD วันที่ 11 มี.ค. 25 Our Take กำไรปกติทั้งปี 2567 ทำได้ที่ 89 ล้านบาท (-19% YoY) สาเหตุหลักมาจากงาน Data Center ขนาดใหญ่อยู่ระหว่างการเจรจายังไม่ได้ถึงรอบการทำงาน แต่แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มของการลงทุน Hyperscale Data Center ในไทยและยังไม่ถึงรอบรับรู้งานส่วนของ INSET แต่รายได้เฉพาะการสร้าง Data Center ของ INSET เติบโตจาก 641 ล้านบาทในปี 2566 เป็น 3 พันล้านบาทในปี 2567 อย่างไรก็ดี กำไรยังไม่เติบโตเพราะธุรกิจ Trading มีขนาดลดลงและรายการสำรองลูกหนี้กดดัน จากฐานที่ต่ำแล้วของธุรกิจ Trading ในปี 2567 ทำให้จากนี้การเติบโตของธุรกิจ Data Center จะกลายเป็น Growth ให้กับ INSET เต็มตัว หากเราประเมินปี 2568 คาดว่าจะเห็นเม็ดเงินการลงทุน Data Center อย่างต่อเนื่องและทำให้ผู้สร้าง Data Center ได้ประโยชน์ งานของ INSET เป็นส่วนงานเฉพาะทาง ต้องรอทำงานหลังการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตึกแล้วเสร็จ ดังนั้น INSET จะเริ่มได้ประโยชน์เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนเฉพาะทาง เราคาดจะเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ 2H25 เป็นต้นไป ต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปี เราคงคาดการณ์กำไรปกติปี 2568 ที่ 121 ล้านบาท (+36% YoY) และปี 2569 ที่ 149 ล้านบาท (+23% YoY) รอบของการสร้าง Data Center เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นและ INSET คือผู้ได้ประโยชน์โดยตรง เราทำการปรับปรุง Multiple ของหุ้นขนาดกลางขนาดเล็กใน coverage ของเราลง ให้สอดคล้องกับความผันผวนของตลาดทุนที่สูงขึ้น เราปรับระดับ Multiple ของ INSET จากระดับ +0SD ลงเป็น +1.0SD หรืออิง PER 26.8x ผลของการปรับลด Multiple ทำให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ปรับลดลงเป็น 00 บาทต่อหุ้น เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” เราคาด INSET จะเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม Small Cap ICT ในช่วง 1-2 ปีจากนี้ จากโอกาสในการสร้าง Data Center จำนวนมากที่กำลังเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ความเสี่ยงสำคัญคือ งานประมูลขนาดใหญ่ล่าช้า เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการพึ่งพิงความสามารถของผู้บริหาร

[Vision Exclusive] INSET 68 โอกาสโตต่อ งาน Data Center เพียบ

[Vision Exclusive] INSET 68 โอกาสโตต่อ งาน Data Center เพียบ

           หุ้นวิชั่น - INSET ชี้อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ไทยโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ AI–คลาวด์ ดันงานในมือทะลุ 1,000 ล้าน เร่งประมูลงานเข้าพอร์ต มอง TikTok ลงทุนไทย ตอกย้ำศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน น้ำ-ไฟ ที่ดิน พร้อม เร่งผลักดัน แอปพลิเคชัน "บุญปลูก" ดันรายได้ประจำเพิ่ม ต่อยอดการเติบโต            นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้งานด้านไอทีที่เพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud) และ Internet of Things (IoT) ซึ่งเป็นเทรนด์หลักของโลกในปัจจุบัน            ทั้งนี้ โครงการ Data Hosting ของ TikTok Pte. Ltd. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเทนต์ระดับโลก ได้ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยการลงทุนติดตั้งเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ มูลค่ากว่า 126,790 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้าสะอาด น้ำ และพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการก่อสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งแนวโน้มการก่อสร้างในปัจจุบันจะเน้นรูปแบบพื้นที่แนวราบมากกว่าตึกสูง เพื่อรองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน            นายศักดิ์บวร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 2568 บริษัทเตรียมเดินหน้าประมูลงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งจะช่วยหนุนให้งานในมือ (Backlog) เติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบัน INSET มีงานในมือมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่รายได้รวมในปีนี้ คาดว่าจะรักษาระดับใกล้เคียงกับปีก่อน            นอกจากการขยายตัวในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว INSET ยังมุ่งพัฒนา แอปพลิเคชัน "บุญปลูก" ซึ่งเป็นศูนย์กลางบริการทางการเกษตรแบบครบวงจร เชื่อมต่อระหว่างเกษตรกรและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยแอปฯ ดังกล่าวจะเป็นสื่อกลางให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลสำคัญ แหล่งสนับสนุน และบริการทางการเกษตรได้อย่างสะดวกรวดเร็ว            "บุญปลูก" เปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถ ซื้อ-ขายสินค้า กำหนดราคาด้วยตนเอง ผ่าน Marketplace ที่ปลอดภัยและใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังรองรับการสั่งซื้อ เช่า และใช้บริการด้านเกษตรกรรมผ่านระบบดิจิทัล ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ INSET ยังคงมุ่งมั่นขยายโอกาสทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาโซลูชันดิจิทัลที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไอทีและภาคเกษตรกรรม รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต            บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ที่ประชุมคณะกรรมการ BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 3 โครงการสำคัญ มูลค่าลงทุนรวม 1.7 แสนล้านบาท บ่งชี้พัฒนาการบวกต่อเศรษฐกิจไทยที่เม็ดเงินลงทุนรัฐฯ + เอกชน กำลังสอดประสานและเร่งขึ้น            1.) โครงการ Data Hosting ของบริษัทในเครือ TikTok Pte. Ltd. โดยจะลงทุนติดตั้ง Server และอุปกรณ์ต่างๆใน Data Center มูลค่า 1.26 แสนล้านบาท ประเมินโครงการ Data Center ที่ Tiktok จะลงทุนอุปกรณ์ติดตั้ง ถือเป็นโครงการใหม่ที่เข้ามาเพิ่มเติม ประเมินบวกโอกาสหุ้นรับเหมางาน Data Center ในส่วน INSET ที่ปริมาณในระบบเพิ่มขึ้น และจิตวิทยาบวกหุ้นในธีม Infra Tech โรงไฟฟ้า GULF สื่อสาร ADVANC, INTUCH            2.) กิจการ AI Cloud Service ของบริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จ ากัด มูลค่า 3.25 พันล้านบาทจิตวิทยาบวกต่อ LTS (เก็งกำไร) แนวรับ (11.7/11.2 ) แนวต้าน (12.8/13.7) Stop Loss 10.8            3.) โครงการลงทุนผลิตโพแทสเซียมคลอไรด์ ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตปุ๋ย ของบริษัทเอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ITD ถือหุ้นทางอ้อม 45%) มูลค่า 4.0 หมื่นล้านบาท จิตวิทยาบวกหุ้นเชื่อมโยงบริษัทดังกล่าว ITD แต่แนะนำเพียงเก็งกำไร ITD แนวรับ (0.48/0.47) แนวต้าน (0.5/0.56) Stop Loss 0.45 รายงานโดย : นางสาวณัฏฐ์ชญา ปุริมปรัชญ์ภัทร บรรณาธิการข่าว Hoonvision

INSET คาด Q4 พุ่ง 39%  จ่อได้งานใหญ่ โบรกเคาะเป้า 3.6 บาท

INSET คาด Q4 พุ่ง 39% จ่อได้งานใหญ่ โบรกเคาะเป้า 3.6 บาท

            หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล. กรุงศรี ระบุ INSET กำไร 4Q24F คาดอยู่ที่ 12.8 ล้านบาท ฟื้น 39% y-y จากฐานต่ำ แต่ลดลง -68% q-q ตามฤดูกาล ทั้งนี้ งานใหญ่ที่ประมูลเข้ามาช้ากว่าคาด และผลกระทบการจ้างบุคลากรล่วงหน้าถ่วงมาร์จิ้น ทำให้แนวโน้มกำไรปี 24-25F ต่ำกว่าคาด จึงปรับลดกำไรปี 24-25F ลงเฉลี่ย -20% แต่ปรับเพิ่มกำไรปี 26F ขึ้น 4.2% โดยเรามั่นใจการประมูลงานใหญ่ใกล้สรุป อิง Google ที่ประกาศเปิดบริการ Data Center ในไทยใน 2 ปีนี้ คาดน่าจะหนุนผู้ประกอบการที่ประกาศลงทุนไล่เลี่ยกัน น่าจะอยู่ในเฟสใกล้เคียง + เทคโนโลยี AI คาดงานจะมากและต่อเนื่องกว่าเดิม อิงสมมติฐานอนุรักษ์นิยม รับงานใหญ่ปีละ 2.0 พันล้านบาท คาดกำไรปี 25-26F จะเพิ่มเฉลี่ยปีละ 34% กอปรกับสะท้อนโอกาสทางธุรกิจชัดเจนขึ้น จึงใช้ Target PER เพิ่มเป็น AVG + 0.5 S.D. ได้ TP25F ใกล้เดิม 3.6 บาท คาดกำไรสุทธิ 4Q24F ฟื้นตัว y-y จากฐานต่ำ แต่ลดลง -68% q-q ตามฤดูกาล             ประเมินกำไรสุทธิ 4Q24F อยู่ที่ 12.8 ล้านบาท เติบโต 39% y-y จากฐานต่ำ กระทบจากรอยต่อทางการเมือง ทำให้ขาดงาน ส่วนการลดลง -68% q-q หลัก ๆ จากการส่งมอบงานที่ลดลงตามปลายปีที่มีวันหยุดมาก นอกจากนี้ เป็นผลกระทบมาร์จิ้นจากการเร่งทยอยจ้างบุคลากรเพื่อเตรียมรองรับงานใหม่ ๆ หลังจากปี 2024 มีการขอบัตรส่งเสริม Data Center กว่า 2.4 แสนล้านบาท งานใหม่ช้า + มาร์จิ้นต่ำ คาดทำให้ลดกำไรปี 24-25F ลง -20% แต่กำไร 26F ขึ้น 4%             กำไรปี 2024F มีแนวโน้มต่ำกว่าคาด -16% หลัก ๆ จากการเร่งจ้างบุคลากร ขณะที่การประมูลใหญ่ที่เราคาดมีข้อสรุปปลายปี 2024F จึงปรับลดกำไรปี 2024-25F ลง -20% แต่ปรับเพิ่มกำไร 2026F ขึ้น 4.2% โดยเรามั่นใจว่าข้อสรุปการได้งานจะเกิดขึ้นภายในปี 1H25F อิงกรอบเวลาที่ Google ประกาศเปิดบริการ Data Center ในไทยใน 2 ปีนี้ ปัจจุบันต้องอยู่ในขั้นตอนหาผู้รับเหมาแล้ว และผู้ประกอบการที่ประกาศลงทุนในปี 2024 น่าจะต้องเร่งประมูลเช่นกัน ผสานเทคโนโลยี AI ที่ขับเคลื่อนการใช้ข้อมูลเติบโตทวีคูณ ทำให้คาดงานประมูล Data Center จะออกมามากต่อเนื่อง คำแนะนำ             ภายใต้สมมติฐานอนุรักษ์นิยม INSET รับงานใหญ่ 2.0 พันล้านบาทต่อปีต่อเนื่องนับจากปี 2025F คาดกำไรปี 2024F ลดลง -17% แต่จะกลับมาเติบโตก้าวกระโดดเฉลี่ย 34.1% ในปี 2025-26F และจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นการเติบโตครั้งใหญ่ จาก 1.) การยกฐานรายได้ยังมี Upside งาน อิง INSET ที่มีการเจรจากับผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ประกาศลงทุนในไทย และปัจจุบันมีศักยภาพรับงานพร้อมกันได้ 2-3 งาน 2.) INSET น่าจะเริ่มรับงานจากผู้ประกอบการระดับโลกหลากหลาย             แนวโน้มดังกล่าวทำให้เราขยับ Valuation สะท้อนใช้ Target PER ที่ AVG + 0.5 S.D. ที่ 27.6 เท่า (เดิมใช้ AVG) กำหนดราคาเป้าหมายใหม่ที่ 3.6 บาท (ใกล้เคียงเดิม) คงแนะนำ “ซื้อ”

INSET เปิดตัว

INSET เปิดตัว "บุญปลูก" แอปฯ เพื่อเกษตรกรยุคดิจิทัล

           หุ้นวิชั่น - นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) (INSET) ร่วมกับ นายเมทนี บุรณศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญปลูก จำกัด เปิดตัวแอปพลิเคชัน "บุญปลูก" ศูนย์กลางบริการทางการเกษตรที่ครบวงจร   เชื่อมต่อระหว่างเกษตรกรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยให้แอปพลิเคชันเป็นสื่อกลางที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แหล่งสนับสนุนและบริการ ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ผ่านประสบการณ์ใช้บริการทางการเกษตร รวมถึงการซื้อ – ขายสินค้า  โดยสามารถกำหนดราคาขายเองผ่านทาง Marketplace ที่มีความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย สั่งซื้อและขายสินค้า เช่า และใช้บริการทางการเกษตร ผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังเป็นการช่วยพัฒนาผลผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรรมไทยให้อย่างยั่งยืน งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ RISE Innovation Hub ชั้น 22 อาคารเกษรทาวเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

INSETเปิดตัว“บุญปลูก”  ต่อยอดแอปฯ-ไซเบอร์

INSETเปิดตัว“บุญปลูก” ต่อยอดแอปฯ-ไซเบอร์

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน INSET ถือหุ้น “บริษัท เจริญปลูก จำกัด” 30% ลุยลงทุนพัฒนาแอปพลิเคชัน “บุญปลูก” ศูนย์กลางบริการทางการเกษตรครบวงจร กดปุ่ม Q1/68 หนุนฐานรายได้โตยาว  นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าลงทุนใน บริษัทเจริญปลูก จำกัด โดยถือหุ้นในสัดส่วน 30% เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันให้บริการบนมาร์เก็ตเพลส ชื่อว่า “บุญปลูก” ศูนย์กลางบริการทางการเกษตรครบจบในแอปเดียว ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่ 5 ด้านแอปพลิเคชันและไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของบริษัท โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตัวเริ่มใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวภายในปลายไตรมาส 1 ปี 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ            สำหรับการพัฒนาแอฟพลิเคชั่นครั้งนี้คาดจะช่วยยกระดับภาคการเกษตรไทยมีความแข็งแกร่งทางด้านธุรกิจ           โดยแอปพลิเคชั่นชื่อ “บุญปลูก” ที่ถูกพัฒนาขึ้นจะเป็นตัวกลางในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรกับผู้ให้บริการ ทางการเกษตร ที่มีเครื่องมือและเครื่องจักรกลของตนเองได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรพร้อมเป็นผู้ให้บริการด้านเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย สนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรให้เข้มแข็ง สร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร เพื่อการกระจายรายได้สู่ชุมชนและท้องถิ่น            คาดจะถึงจุดคุ้มทุน (Break Even) ได้ใน 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจในระดับถัดไป บริษัทจะเดินหน้าเข้าถึงกลุ่มเกษตรกร ดดนจะเดินสายให้ข้อมูลในแต่ละภูมิภาค ภูมิภาคละ 2-3 จังหวัด เพื่อให้สร้างความรู้ ความเข้าใจระบบและการใช้งาน แอปพลิเคชั่น “บุญปลูก”            ปัจจุบัน INSET ดำเนินธุรกิจได้แก่ 1.ธุรกิจก่อสร้าง DATA CENTER 2. ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคมและคมนาคมขนส่ง 3.ธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ 4.ธุรกิจซื้อ-ขายอุปกรณ์โทรคมนาคมและอุปกรณ์ IT และ 5.ธุรกิจให้บริการแอปพลิเคชันและไซเบอร์ซีเคียวริตี้             สำหรับทิศทางธุรกิจและในช่วงโค้งสุดท้ายปีนี้ บริษัทคงยังเดินหน้างานประมูลอย่างต่อเนื่องปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเปิดซองประมูลอีก 1-2 โครงการมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท

INSET โชว์รายได้ Q3 พุ่ง 767 ลบ. ลุยประมูล Data Center ระดับ Hyperscale หนุนโต

INSET โชว์รายได้ Q3 พุ่ง 767 ลบ. ลุยประมูล Data Center ระดับ Hyperscale หนุนโต

            บมจ.อินฟราเซท (INSET) สุดสตรอง! เปิดผลงานไตรมาส 3/2567 รายได้ทะลัก 767 ล้านบาท พุ่ง 160% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังส่งมอบงานได้ตามแผน ขณะที่ควักเงินลงทุนถือหุ้น  “บริษัท เจริญปลูก จำกัด” สัดส่วน 30% เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันบนมาร์เก็ตเพลส เตรียมเปิดตัวปลายปีนี้ ฟากบิ๊กบอส “ศักดิ์บวร พุกกะณะสุต” ระบุ ปัจจุบันมี Backlog กว่า 1,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ยาว 1-2 ปี พร้อมเดินหน้าลุยประมูลงาน Data Center ระดับ Hyperscale สนับสนุนผลงานเติบโตต่อเนื่อง             นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) (INSET) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 3/2567 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567) บริษัทฯ มีรายได้รวม 767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 472 ล้านบาท หรือ 160% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 295 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท หรือ 9% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท             ปัจจัยที่สนับสนุนให้รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/2567 มาจาก 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง DATA CENTER, ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคมและคมนาคมขนส่ง และธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ ซึ่งมียอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น และส่งมอบงานได้ตามแผน             ทั้งนี้ คณะกรรมการได้อนุมัติให้เข้าลงทุนใน บริษัท เจริญปลูก จำกัด โดยเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 30% เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันให้บริการบนมาร์เก็ตเพลส ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่ 5 (ด้านแอปพลิเคชันและไซเบอร์ซีเคียวริตี้) ของบริษัทฯ และมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตในอนาคตในระยะยาว และคาดว่าจะสามารถเปิดตัวแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ภายในสิ้นปี 2567 นี้             ปัจจุบัน INSET ดำเนินธุรกิจได้แก่ 1.ธุรกิจก่อสร้าง DATA CENTER 2. ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคมและคมนาคมขนส่ง 3.ธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ 4.ธุรกิจซื้อ-ขายอุปกรณ์โทรคมนาคมและอุปกรณ์ IT และ 5.ธุรกิจให้บริการแอปพลิเคชันและไซเบอร์ซีเคียวริตี้             ขณะที่บริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) กว่า 1,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในระยะยาวอีก 1-2 ปี ส่วนงานก่อสร้าง Data Center ระดับ Hyperscale อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานโครงการซึ่งเป็นไปได้ด้วยดี และโครงการดังกล่าวยังมีแผนที่จะขยายเพิ่มเติม ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสได้งานเพิ่มในส่วนขยายนี้ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญโครงการ Data Center ระดับ Hyperscale นี้ ได้ทำให้ INSET เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญโครงการขนาดใหญ่             “สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงโค้งสุดท้ายของปี บริษัทฯ คงยังเดินหน้างานประมูลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเปิดซองอีก 1-2 โครงการ มูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท และจากการที่ผู้ประกอบการต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนด้าน Data Center ในไทยหลายราย ทั้งจาก อินเดีย สหรัฐ และจีน สอดคล้องกับความต้องการใช้งานในประเทศ ซึ่งภาครัฐได้ให้การสนับสนุนการลงทุนดังกล่าว ทำให้ INSET ได้สิทธิประโยชน์ และมีโอกาสเข้าร่วมประมูลงานมากยิ่งขึ้นด้วย” นายศักดิ์บวร กล่าวในที่สุด [PR News]

บล.กรุงศรี แนะซื้อ

บล.กรุงศรี แนะซื้อ "INSET" เป้าใหม่ 3.6 บาท ลุ้นชิง Data Center

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ประเมินกำไร INSET ไตรมาส 3/67 ที่ 34 ล้านบาท ลดลง –5.6% y-y จากผลกระทบมาร์จิ้นที่ลดลงจากฐานสูง แต่ฟื้นดี 63% q-q จุดบวก คือ มาร์จิ้นที่ต่ำกว่าปกติในไตรมาส 2/67 ช่วงเริ่มส่งมอบโครงการใหญ่กลับสู่ปกติ แต่จุดลบ คือ การรับงานใหม่ระหว่างปีบางส่วนช้ากว่าสมมติฐาน ทำให้ส่งมอบต่ำกว่าคาด จึงลดกำไรปี 67 ลง -6.6% แต่การประมูลงาน Hyperscale Data Center ที่มีโอกาสชนะสูง 2 งานน่าจะมีข้อสรุป 1 งานปลายปี 67 ส่งมอบไตรมาส 4/68 จึงปรับเพิ่มกำไรปี 68 ขึ้น 1.0% หลังปรับคาดกำไรปี 67 -1% ส่วนปี 68 ฟื้น 32% ด้านมูลค่าพื้นฐาน ฝ่ายวิเคราะห์ใช้ Target PER ที่ 20.6 เท่า (เดิมที่ 17.6 เท่า เนื่องจากความกังวลภาพไตรมาส 2/67 ที่ Margin ต่ำกว่าปกติค่อนข้างมากมาก) ได้เป้าปี 68 ใหม่ที่ 3.6 บาท แนะ "ซื้อ"

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

“โกลเบล็ก” คัดหุ้นธีมลงทุน Data Center

“โกลเบล็ก” คัดหุ้นธีมลงทุน Data Center

          กรุงเทพฯ - บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทย Sideway Up จากแรงหนุนเม็ดเงินกองทุนวายุภักษ์ 1 เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 1 ต.ค. และเริ่มซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 7 ต.ค. และล่าสุด Google ประกาศแผนลงทุน Data Center ในไทย หนุนดัชนีในเดือนตุลาคมเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,480 จุด และกลยุทธ์ลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center ได้แก่ WHA, ADVANC, GULF, TRUE และ INSET           นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนตุลาคม 2567 มีโอกาสปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินกองทุนวายุภักษ์ 1 เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 1 ต.ค. และเริ่มซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 7 ต.ค.ประกอบกับมีแรงหนุนจาก Google ประกาศแผนลงทุน Data Center ในประเทศไทย 3.6 หมื่นล้านบาทภายในปี 2572 จึงให้กรอบดัชนีที่ 1,400-1,480 จุด           นอกจากนี้ทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. 2567 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดในวันชาติจีน (Golden Week) จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยประมาณ 1.32-1.83 แสนคน เพิ่มขึ้น 57-144% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 คาดว่าจะสร้างรายได้ทาง การท่องเที่ยวประมาณ 3,710-5,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 58-121%           ขณะที่ทางธนาคารกลางจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ทั้งลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีน ลง 0.30% สู่ระดับ 2.00% ลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.50% สู่ระดับ 6.6% ซื้อคืนพันธบัตร (reverse repo) ระยะ 7 วัน มูลค่า 1.82 แสนล้านหยวน (ราว 2.596 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่อัตราดอกเบี้ย 1.5% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงิน  รวมทั้งสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเดิมที่ยังผ่อนไม่หมด (existing home loan) ก่อนวันที่ 31 ต.ค. เพื่อฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์           ด้านปัจจัยในประเทศที่ยังคงต้องจับตาต่อ ได้แก่ วันนี้ (2 ต.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.), วันที่ 7 ต.ค. กองทุนวายุภักษ์ เริ่มซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์, สัปดาห์ที่ 2 กระทรวงพาณิชย์แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า  สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน, สัปดาห์ที่ 2 หอการค้าไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, สัปดาห์ที่ 3 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 16 ต.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2567, สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์, กระทรวงพาณิชย์แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย, สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค  ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรม, วันที่ 30 ต.ค.รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ และวันที่ 31 ต.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย           ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตาวันที่ 1-7 ต.ค. ตลาดหุ้นจีนปิดทำการเนื่องในวันชาติจีน,วันนี้ (2 ต.ค.) อียู รายงานอัตราว่างงานเดือนส.ค., สหรัฐ รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, วันที่ 3 ต.ค. สหรัฐ รายงานดัชนีภาคบริการเดือนก.ย., วันที่ 4 ต.ค. สหรัฐ รายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย., วันที่ 23 ต.ค. สำนักข่าว CNN จัดโต้วาทีครั้งที่ 2 สำหรับผู้เข้าชิงตำแหน่งปธน.สหรัฐ, วันที่ 5 พ.ย. วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและ วันที่ 6-7 พ.ย. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ           ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center  ได้แก่ WHA, ADVANC, GULF, TRUE และ INSET           ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก ประเมินแนวโน้มราคาทองคำในเดือนตุลาคมว่า ราคาทองคำมีโอกาสพักตัว โดยให้ระวังแรงขายทำกำไรหลังประธานเฟดส่งสัญญาณไม่รีบร้อนในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง  ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมครั้งต่อไป อย่างไรก็ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง และปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนทองคำ มองกรอบทองคำเดือนนี้ 2,530 – 2,700 $/Oz คาดว่ามีโอกาสทดสอบแนวรับ

INSET พร้อมเติบโตตามอุตสาหกรรม Data Center

INSET พร้อมเติบโตตามอุตสาหกรรม Data Center

          หุ้นวิชั่น - INSET พร้อมเติบโตตามการขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center โดยในอีก 4-5 ปีข้างหน้า เราคาดว่าอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลและ AI ที่มีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทรับงานก่อสร้าง Data Center มากขึ้น คาดว่าจะเริ่มเห็นการประมูลโครงการตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป แต่การรับรู้รายได้จะเกิดขึ้นในปี 2569           นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET เปิดเผยกับ หุ้นวิชั่น ว่า อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยล่าสุด Google ได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 ล้านบาท ในประเทศไทยระหว่างปี 2568-2572 เพื่อสร้าง Data Center และ Cloud Region แห่งใหม่ ซึ่งเป็นการลงทุนสำคัญที่ช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้           การลงทุนนี้ไม่เพียงแต่จะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีในประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยรองรับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจดิจิทัลขั้นสูง เช่น 5G, ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud), Internet of Things (IoT) และ Smart City           นอกจากนี้ การสร้าง Data Center และ Cloud Region ของ Google ยังช่วยดึงดูดผู้ประกอบการด้านบริการข้อมูลระดับโลกเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากประเทศมีความโดดเด่นในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน อัตราค่าไฟฟ้าที่แข่งขันได้ และการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนของผู้ประกอบการยุคใหม่           สำหรับ INSET ซึ่งให้บริการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) บริษัทมีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Data Center ที่รองรับ Big Data, เทคโนโลยี 5G, Cloud Computing และระบบ AI การขยายตัวของผู้ให้บริการดิจิทัลและคลาวด์ในระดับโลกทำให้เกิดความต้องการ Data Center ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีเสถียรภาพ ซึ่ง INSET สามารถตอบโจทย์นี้ได้           ด้วยความพร้อมของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล INSET อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการเข้าร่วมประมูลงานก่อสร้าง Data Center ทั้งจาก Google และผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่อื่นๆ บริษัทคาดว่าจะเข้าร่วมการประมูลงานตั้งแต่ปลายปีนี้ไปจนถึงปีหน้า มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการเหล่านี้ในปี 2569           อนึ่ง INSET เป็นผู้ให้บริการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ, ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายโทรคมนาคม และธุรกิจซ่อมบำรุงและให้บริการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม ส่วนความเห็นนักวิเคราะห์           กระแสเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง Cloud, AI และในอนาคตในส่วนระบบ Automation แม้ไทยอาจจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศต้นน้ำที่ได้ประโยชน์จากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาโดยตรง แต่กระแสหลักนี้จะสร้างโอกาสให้ไทยในช่วง 4-5 ปีนับจากนี้ ด้วยศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านเทคโนโลยี กล่าวคือ Data Center ในไทยมีจุดเด่นจากพื้นที่ตั้งเป็นศูนย์กลางภูมิภาค ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ 4G, 5G ที่ครอบคลุม ความเสี่ยงต่อภัยพิบัติต่ำ และกระแสไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและมั่นคง ทำให้ไทยเป็นจุดสนใจจากการขยาย Data Center จากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเดิมที่เริ่มมีข้อจำกัด           จากการรวบรวมตัวเลขโดย KSS ในส่วนเม็ดเงินลงทุน Data Center ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในประเทศหลักๆ เราประเมินว่าปัจจุบันมีเม็ดเงินมหาศาลรอลงทุน Data Center ในไทยช่วง 4-5 ปีจากนี้ ไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงราว 1.1% ของมูลค่า GDP ประเทศไทยในปัจจุบัน โดยหากทยอยลงทุนในช่วง 4-5 ปี จะส่งผลบวกต่อ GDP ราว 0.2-0.25% ต่อปี ซึ่งยังไม่รวมประโยชน์ด้านดิจิทัลอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกมากมายต่อประเทศ ถือเป็นหนึ่งใน S-Curve ใหม่ของไทย และเป็น Upside ของเศรษฐกิจระยะกลาง-ยาว ซึ่งเชื่อว่าตลาดยังแทบไม่รวมในประมาณการ GDP มุมมองเชิงกลยุทธ์           ประเมินว่า Upside จากแรงขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ มีจุดเด่นสำคัญ คือ ปริมาณข้อมูลที่ใช้สนับสนุนจะเติบโตแบบทวีคูณ (Exponential) ซึ่งน่าจะสร้างโอกาสทางธุรกิจสูงกว่าที่ตลาดคาดคิดไว้ และเป็น Thematic Theme ระยะกลาง-ยาว 1-5 ปี KSS มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นที่อยู่ในระบบนิเวศของ Data Center โดยฝั่ง Data Center เราแนะนำผู้ได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายตัวโดยตรง อาทิ GULF, INTUCH, ADVANC, TRUE, INSET, DELTA, STPI (Non-Coverage)           กลุ่ม Digital Tech ที่ Data Center จะนำมาสู่ Upside งานประเภท Cloud Adoption และ AI รวมถึง Automation Adoption ระยะยาวที่จะหนุนอุตสาหกรรมเข้าสู่รอบใหญ่ของการขยายตัวอีกครั้ง อาทิ BE8, BBIK           ส่วนกระแส Cycle เทคโนโลยี AI ที่ผลักดันอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ พัฒนาให้มี AI พื้นฐานติดเครื่องมากขึ้น จะสร้างโอกาสฟื้นตัวจากรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์ตามกระแส AI ซึ่งเราคาดไม่ต่างจากยุค 3G, 4G ที่เคยหนุนหุ้นที่ได้ประโยชน์ อาทิ HANA, ADVICE (Non-Coverage), SYNEX (Non-Coverage) Best Picks: GULF, TRUE, DELTA, INSET, BE8, HANA, ADVICE ที่มา : บล.กรุงศรี

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011