ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#IND


IND คว้างานใหม่ “กรมทางหลวง” 61.59 ลบ. ดัน Backlog แตะ 2,964.18 ลบ.

IND คว้างานใหม่ “กรมทางหลวง” 61.59 ลบ. ดัน Backlog แตะ 2,964.18 ลบ.

           บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) งานเข้าเพียบ! ล่าสุดคว้างานใหม่ของ “กรมทางหลวง” เพิ่มอีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 61,587,766 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หนุน Backlog เพิ่มขึ้นเป็น 2,964,177,863 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ฟากผู้บริหาร “ดร.พรลภัส ณ ลำพูน” ประกาศเดินหน้าตุนโปรเจคใหม่ทั้งจากโครงการภาครัฐ-รัฐวิสาหกิจ และเอกชนต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพรายได้และกำไร มั่นใจดันผลงานปีนี้เติบโตตามเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 10-15%            ดร.พรลภัส ณ ลำพูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND ผู้ให้บริการงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมครอบคลุมงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง, งานบริหารโครงการขนาดใหญ่และควบคุมงานก่อสร้างของภาครัฐ รวมถึงงานด้านวิศวกรรมที่ปรึกษาต่างๆ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญากับกรมทางหลวง จำนวน 4 โครงการ รวม 4 สัญญา คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 61,587,766 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ประกอบด้วย โครงการที่ 1 สัญญาจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบและบูรณะสะพานบนทางหลวง จังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม (ระยะที่ 2) มูลค่า 18,802,575 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาดำเนินการ 450 วัน            โครงการที่ 2 สัญญาจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวงแนวใหม่ ทางเลี่ยงเมืองทับปุดมูลค่า 15,791,060 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาดำเนินการ 450 วัน, โครงการที่ 3 สัญญาจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวงพิเศษฯ สายชลบุรี-หนองคาย ตอน ชลบุรี (ท่าเรือแหลมฉบัง)-ปราจีนบุรี ตอนที่ 2 ส่วนที่ 2 มูลค่า 18,209,431 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาดำเนินการ 450 วัน และโครงการที่ 4  สัญญาจ้างที่ปรึกษา โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวง 1001 และทางหลวง 1414 ตอน บ้านโป่ง-พร้าว มูลค่า 8,784,700 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาดำเนินการ 450 วัน            สำหรับงานที่ได้รับในครั้งนี้จะส่งผลทำให้งานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นเป็น 2,964.18 ล้านบาท (ณ สิ้นสุดวันที่ 3 มีนาคม 2568)  โดยบริษัทฯ พร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ๆ จากภาครัฐ-รัฐวิสาหกิจ และเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพรายได้และกำไรให้เติบโตตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ซึ่งเชื่อว่าภาพรวมอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างในปี 2568 จะมีแนวโน้มฟื้นตัวที่ดีขึ้น จากการที่รัฐบาลมีแรงขับเคลื่อนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยผลักดันให้มีงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว จึงเป็นสัญญาณบวกที่ส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งปีนี้ได้ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ไม่ต่ำกว่า 10-15% เทียบกับปีที่ผ่านมา            “การที่ IND เป็นบริษัทชั้นนำด้านวิศวกรรมที่ปรึกษาและออกแบบพร้อมก่อสร้างในการลงทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับและได้รับความเชื่อถือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้สามารถคว้างานโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่บริษัทฯ ได้รับงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯ ที่ผ่านคุณสมบัติครบถ้วนจากกรมทางหลวง ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น” ดร.พรลภัส กล่าวในที่สุด  

IND กำไรปี67โตแรง333.31% แถมใจดีปันผล 0.0662 บ./หุ้น

IND กำไรปี67โตแรง333.31% แถมใจดีปันผล 0.0662 บ./หุ้น

           หุ้นวิชั่น - IND กำไรปี 67 ทะยาน 333.31% หรอมีกำไร 57.89 ล้านบาท จากปี 66 ที่ 13.36 ล้านบาท ส่วนรายได้ทำได้ที่ 797.62 ล้านบาท เดินหน้าลดต้นทุน พร้อมใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน บอร์ดใจดีจ่ายปันผล 0.0662 บาทต่อหุ้น เล็ง XD 2 พ.ค. 68 และกำหนดจ่าย 20 พ.ค. 68 นี้            นายรัฐวิชญ์ ณ ลำพูน เลขานุการบริษัท บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND แจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ในปี 2567 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิประจำปี 2567 เท่ากับ 57.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ 13.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 333.31 สาเหตุสำคัญมาจากการที่บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงตามที่ได้กล่าวข้างต้น ส่งผลให้ในปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิสูงกว่าปี 2566            สำหรับปี 2567 บริษัทยังคงความสามารถในการสร้างรายได้ในระดับที่ดี โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวมเท่ากับ 797.62 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการให้บริการเท่ากับ 794.36 ล้านบาท หรือร้อยละ 99.59 ของรายได้รวม และมีรายได้อื่นเท่ากับ 3.26 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.41 ของรายได้รวม สำหรับปี 2567 รายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปี 2566 เนื่องจากบริษัทรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องทั้งโครงการขนาดใหญ่ที่มีอยู่และโครงการใหม่ ตามความก้าวหน้าของโครงการสูงกว่าปีก่อนหน้า            การดำเนินธุรกิจของบริษัทในปี 2567 ยังคงมีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ภายใต้สถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงด้านภาวะเศรษฐกิจที่มีทิศทางฟื้นตัวช้า ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้านภาครัฐได้เร่งผลักดันงบประมาณและกระบวนการประมูลงานโครงการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ที่เหมาะสมต่อสภาวะตลาด ส่งผลให้สามารถรักษาอัตราการเติบโตของรายได้และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ จากผลการดำเนินงานที่ดีในปี 2567            บริษัทมีเป้าหมายที่จะรักษาความสำเร็จนี้ในปีต่อ ๆ ไป โดยมุ่งเน้นในการพัฒนาการบริการ การขยายฐานลูกค้า และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน กลุ่มลูกค้าของบริษัทในปัจจุบันมีทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนรวมไปถึงรัฐวิสาหกิจ ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตในอนาคต ได้แก่ งบประมาณของภาครัฐชะลอออกไป การส่งมอบพื้นที่ของผู้ว่าจ้างที่ล่าช้ากว่าแผนงาน และผลกระทบด้านอุทกภัยจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ            สำหรับปี 2568 บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายศักยภาพทางธุรกิจโดยพัฒนากระบวนการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน ขยายฐานลูกค้าและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวทางการดำเนินงานดังกล่าว บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลประกอบการที่ดีขึ้น และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับองค์กรในระยะยาว            พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายปันผลเป็นเงินสดให้กับผู้ถือหุ้น งวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2567 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2567 โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) 6 พ.ค. 2568 และจะขึ้นวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 2 พ.ค. 2568 โดยกำหนดอัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสดที่ 0.0662 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 20 พ.ค. 2568

IND คว้างานติดตั้ง Internal floating Roof จาก BAFS มูลค่า 22 ล.

IND คว้างานติดตั้ง Internal floating Roof จาก BAFS มูลค่า 22 ล.

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน นายรัฐวิชญ์ ณ ลําพูน เลขานุการบริษัทบริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ IND แจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทได้ลงนามสัญญาโครงการติดตั้ง Internal floating Roof (IFR) สําหรับถังเก็บนํ้ามันเชื้อเพลิงอากาศยาน (T-2305) ขนาดความจุ 15,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมอุปกรณ์ระบบที่เกี่ยวข้อง จํานวน 1 ถัง ณ สถานีบริการจัดเก็บนํ้ามัน สุวรรณภูมิ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ผู้ว่าจ้าง : บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) (BAFS) วันที่ลงนาม : 4 กุมภาพันธ์ 2568 มูลค่าสัญญาประมาณ : 22,256,000.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาดําเนินการ : 11 เดือน

[Vision Exclusive] IND คุมงานกลับมาเด่น! โปรเจ็กต์รถไฟรางคู่จ่อ

[Vision Exclusive] IND คุมงานกลับมาเด่น! โปรเจ็กต์รถไฟรางคู่จ่อ

          หุ้นวิชั่น - IND ตุน Backlog แน่น 3 พันล้าน หนุนการเติบโตยาว 3 ปี เล็งสอยงานใหม่เข้าพอร์ต เกาะติดบิ๊กโปรเจ็กต์รถไฟรางคู่ 6 สายหลัก ดีดลูกคิดงานประมูลใหม่ปี 68 รวมพันล้านบาท คาดคว้างานได้สูง 60% ด้านแม่ทัพใหญ่ "พรลภัส ณ ลำพูน" ส่องรายได้ปี 68 โตที่ระดับ 15% หลังกลับสู่ภาวะปกติ จับตาผลงานเข้าสู่ช่วงไฮไลท์           ดร.พรลภัส ณ ลำพูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND เปิดเผยกับทีมข่าวหุ้นวิชั่นว่า แนวโน้มธุรกิจในปี 2568 จะเป็นไปในทิศทางที่ดี และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยบริษัทได้รับงานใหม่สำคัญหลายโครงการ ล่าสุดในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนามสัญญากับการรถไฟฟ้าขนส่งแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในการเป็นที่ปรึกษาบริหารโครงการและควบคุมงานในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มูลค่า 1,413,726,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 70 เดือน           นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับโครงการออกแบบและก่อสร้างสถานีสูบถ่ายและเพิ่มแรงดันสระบุรี สำหรับโครงการส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 สระบุรี-อ่างทอง จากบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป           Backlog ณ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านบาท และคาดว่าในปี 2568 ยอด Backlog จะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการรับงานโครงการใหม่ โดยบริษัทตั้งเป้าเข้าประมูลงานใหม่รวมมูลค่าหลักพันล้านบาทในปี 2568 โดยโครงการที่บริษัทอยู่ระหว่างติดตามและคาดว่าจะเข้าประมูล ได้แก่ โครงการการรถไฟแห่งประเทศไทย รางคู่ 6 สายหลัก ซึ่ง IND คาดว่าจะได้รับงาน 2 สายหลักจากโครงการดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเติมเต็ม Backlog ให้กับบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ           IND เชื่อว่า งานภาครัฐจะทยอยออกมาตามการเบิกจ่ายและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะงานโครงการรถไฟรางคู่ที่คาดว่าจะทยอยเปิดประมูล ซึ่งบริษัทคาดว่า งานสนามบินจะทยอยออกมาต่อเนื่องหลังจากนั้น ทั้งนี้ จากโครงการต่าง ๆ ที่มีมูลค่าประมาณพันกว่าล้านบาทที่จะทยอยเปิดประมูลในปี 2568 IND คาดว่าจะสามารถคว้างานได้ราว 60% ของมูลค่าทั้งหมดในการประมูลดังกล่าว           "งานที่มีอยู่ในมือจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า พร้อมมั่นใจว่า หากสามารถคว้างานใหม่เพิ่มได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมการเติบโตให้กับบริษัทในระยะยาว ช่วยสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน"ดร.พรลภัส กล่าว           ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 เส้นทางนครราชสีมา-หนองคาย มูลค่า 3.4 แสนล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (2025-2032) ซึ่งหากโครงการเดินหน้าตามแผน  IND คาดว่าจะมีส่วนร่วมในงานดังกล่าว โดย IND ยังคงมุ่งหางานใหม่เพิ่มเติมที่บริษัทถนัดและเชี่ยวชาญ พร้อมตั้งเป้าหมายให้เป็นงานที่มีอัตรากำไรสูงและส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต           ดร.พรลภัส กล่าวต่อว่า  คาดการณ์การเติบโตของบริษัทในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 15% เนื่องจากการมี Backlog จากงานคุมงานก่อสร้างที่ทยอยเข้ามาเติมทุกเดือน หลังจากที่ธุรกิจของ IND ต้องเผชิญกับความท้าทายจากการรับรู้รายได้ที่ช้ากว่ากำหนดในช่วงโควิด-19 แต่ปัจจุบันบริษัทกลับเข้าสู่ภาวะปกติและคาดว่า ปี 2568 จะเป็นปีที่มีการเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง รายงานโดย : มินตรา แก้วภูบาล บรรณาธิการข่าว mai สำนักข่าว Hoonvision

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

[Gossip] IND หุ้นดี...ราศีจับ!

[Gossip] IND หุ้นดี...ราศีจับ!

         บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) ถือเป็นอีกหนึ่งหุ้นจิ๋วแต่แจ๋วที่น่าจับตา เพราะล่าสุดคว้าโปรเจคที่ปรึกษาบริหารโครงการและควบคุมงาน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จาก รฟม.มูลค่า 1.41 พันล้านบาท ส่งผลให้มี Backlog รอรับรู้รายได้กว่า 3 พันล้านบาท... งานนี้บอสใหญ่ “ดร.พรลภัส ณ ลำพูน”  แอบกระซิบยังมีโครงการใหม่อีกเพียบให้ร่วมประมูล เอาเป็นว่าแฟนคลับมีลุ้นอย่างต่อเนื่อง...ราศีจับขนาดนี้ รีบทยอยสะสมเข้าพอร์ตด่วนๆเลยคร้าา!!

[ภาพข่าว] IND โชว์ Backlog กว่า 3 พันลบ. หนุนผลงานโตแข็งแกร่ง

[ภาพข่าว] IND โชว์ Backlog กว่า 3 พันลบ. หนุนผลงานโตแข็งแกร่ง

          คุณรัฐวิชญ์ ณ ลำพูน (ซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบริหาร พร้อมด้วยคุณนันท์นภัส คงรอด (ขวา) ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (IND) ร่วมนำเสนอข้อมูลของบริษัทฯ ประจำไตรมาส 3/2567  ต่อนักลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชน ในงาน Opportunity Day บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยประเมินภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะทยอยรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามา และทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่  3,077.68 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทำให้มั่นใจผลการดำเนินงานปีนี้และในอนาคตจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง  ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

IND คว้าบิ๊กโปรเจคท้ายปี ดัน Backlog แตะ 3,077.68 ลบ.

IND คว้าบิ๊กโปรเจคท้ายปี ดัน Backlog แตะ 3,077.68 ลบ.

          บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) แจกข่าวดีส่งท้ายปี คว้าโปรเจคที่ปรึกษาบริหารโครงการและควบคุมงาน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จากการรถไฟฟ้าขนส่งแห่งประเทศไทย (รฟม.) มูลค่า 1,413,726,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดัน Backlog พุ่งแตะ 3,077.68 ล้านบาท  (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ฟาก “ดร.พรลภัส ณ ลำพูน”  ระบุถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจคที่ต่อยอดธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมประเมินโค้งสุดท้ายผลงานส่งสัญญาณบวก  รับอานิสงส์อุตสาหกรรมก่อสร้างภาครัฐคึกคัก หนุนงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เปิดประมูลเพียบ ตอกย้ำเดินหน้าประมูลงานใหม่มั่นใจผลงานทั้งปีเติบโตแข็งแกร่ง           ดร.พรลภัส ณ ลำพูน  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (IND)   ผู้ให้บริการงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมครอบคลุมงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง,งานบริหารโครงการขนาดใหญ่และควบคุมงานก่อสร้างของภาครัฐ รวมถึงงานด้านวิศวกรรมที่ปรึกษาต่างๆ เปิดเผยว่า  บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญากับการรถไฟฟ้าขนส่งแห่งประเทศไทย (รฟม.)  ซึ่งเป็นงานสัญญาจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการและควบคุมงาน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)  มูลค่า 1,413,726,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 70 เดือน ส่งผลทำให้งานในมือ (Backlog) เพิ่มเป็น 3,077.68 ล้านบาท  (สิ้นสุด 2 กันยายน 2573  ) (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)           “ภาพรวมธุรกิจนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชนที่เริ่มมีงานประมูลออก และเริ่มทยอยส่งมอบงาน  ซึ่งการที่บริษัทฯ ได้รับงานจาก รฟม.ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตมากยิ่งขึ้น   และเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า IND มีศักยภาพในการบริหารจัดการและมีประสบการณ์ในธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง และช่วยต่อยอดธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในอนาคต” ดร.พรลภัส กล่าวในที่สุด           สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2567 เชื่อว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง  โดยทยอยรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาตั้งแต่ต้นปี  อีกทั้งยังทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) จึงคาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง           ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  IND กล่าวอีกว่า เชื่อว่าภาพรวมภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างในส่วนของภาครัฐยังมีแนวโน้มฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากการที่รัฐบาลขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผลักดันให้มีงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ออกมา รวมถึงโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว ทำให้ IND มีโอกาสเข้าร่วมประมูลโครงการออกแบบและก่อสร้างใหม่ๆ เพิ่มอีกหลายโครงการ [PR News]

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

IND คว้างานที่ปรึกษา คุมงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.41 พันล้าน

IND คว้างานที่ปรึกษา คุมงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.41 พันล้าน

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน นายรัฐวิชญ์ ณ ลําพูน เลขานุการบริษัท บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ IND แจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ ว่า บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ IND ได้ลงนามสัญญาว่าจ้าง ที่ปรึกษาบริหารโครงการและควบคุมงาน (Project Consultant) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ผู้ว่าจ้าง คือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย วันที่ลงนาม 2ธันวาคม 2567 มูลค่าสัญญา 1,413,726,200 บาท (รวมภาษีมูลค่า ระยะเวลาดําเนินการ: 70 เดือน

IND กำไร 9 เดือนโตกระฉูด 331.26% เล็งประมูลงานใหม่เสริมทัพ

IND กำไร 9 เดือนโตกระฉูด 331.26% เล็งประมูลงานใหม่เสริมทัพ

          บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) ประกาศผลงานงวด 9 เดือนกำไรสุทธิแตะ  30.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 331.26 % จากงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากทยอยรับรู้รายได้จากงานที่มีอยู่ในมือและโครงการใหม่  ฟาก“ดร.พรลภัส ณ ลำพูน” ประเมินโค้งสุดท้ายไปได้สวย  รับอานิสงส์อุตสาหกรรมก่อสร้างภาครัฐฟื้น หนุนงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ออกมาเพียบ รวมถึงทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ 1,832.10 ล้านบาท   (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มั่นใจผลงานทั้งปีเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ           ดร.พรลภัส ณ ลำพูน  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (IND)   เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2567 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567) ของบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ  30.48  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.66 ล้านบาท หรือคิดเป็น 331.26 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 536.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 22.58 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.40 %  จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 513.54 ล้านบาท           สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากทยอยรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งปีนี้ยังคงได้รับงานโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด คว้าโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างสถานีสูบถ่ายและเพิ่มแรงดันสระบุรี โครงการส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 สระบุรี – อ่างทอง จากบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด และโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างสถานีรับน้ำมันอ่างทอง โครงการส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 สระบุรี – อ่างทอง ทั้ง 2 โครงการคิดเป็นมูลค่ารวม 647.90 ล้านบาท (ก่อน Vat) ส่งผลให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) สิ้นสุด ณ วันที่ 11 พ.ย. 67 เพิ่มเป็น 1,861.67 ล้านบาท    (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  และยังคงมุ่งเน้นเข้าร่วมประมูลโครงการต่างๆ จากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงขยายงานของภาคเอกชนให้มากขึ้น เพื่อขยายโอกาสการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง           ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2567 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินจากภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างในส่วนของภาครัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากการที่รัฐบาลขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผลักดันให้มีงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ออกมา รวมถึงโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว ทำให้มีโอกาสเข้าร่วมประมูลโครงการออกแบบและก่อสร้างใหม่ๆ เพิ่มอีกหลายโครงการ  จึงคาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง           “จากงานที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ภายหลังรัฐบาลเร่งเดินหน้าการลงทุน และเปิดประมูลงาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเป็นโอกาสที่ IND จะได้งานใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะการเข้าร่วมประมูลงานรับเหมาติดตั้งระบบวิศวกรรมโครงการออกแบบและก่อสร้างใหม่ๆ จากภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ" ดร.พรลภัสกล่าวในที่สุด [PR News]

IND แจ้ง 9เดือน พลิกกำไรแรง 331%

IND แจ้ง 9เดือน พลิกกำไรแรง 331%

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND แจ้งผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2567 มีรายได้จากการให้บริการ 536.12 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน 513.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.58 ล้านบาท หรือเติบโต 4.40% และพลิกมีกำไร 30.48 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันกับปีก่อนขาดทุน 13.18 ล้านบาท หรือพลิกมีกำไร 43.66 ล้านบาท เทิร์นอะราวน์ 331.26%

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

5 หุ้นเด่นพื้นฐานดี สาย “VI” ต้องดู

5 หุ้นเด่นพื้นฐานดี สาย “VI” ต้องดู

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน พบบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ  (mai) พื้นฐานดีเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการค้นหาหุ้นตามแนวทาง Value Investor (VI) โดยคัดเลือกหุ้นที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง P/E ต่ำ และอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ไม่เกิน 1 เท่า           โดยมี 5 อันดับ ประกอบไปด้วย           บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW กลุ่มอุตสาหกรรม INDUS โดยมี P/E ที่ 3.50 เท่า อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.60 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่อง 1.32 เท่า และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 3.36%           บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC กลุ่มอุตสาหกรรม SERVICE โดยมี P/E ที่ 4.07 เท่า อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.50 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่อง 2.01 เท่า และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 22.44%           บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน) หรือ TMW กลุ่มอุตสาหกรรม INDUS โดยมี P/E ที่ 4.36 เท่า อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.27 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่อง 2.69 เท่า และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23.54 %           บริษัท พรพรหมเม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ PPM กลุ่มอุตสาหกรรม INDUS  โดยมี P/E ที่ 5.35 เท่า อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.81 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่อง 1.54 เท่า และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 15.38%           และ  บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND กลุ่มอุตสาหกรรม PROPCON โดยมี P/E ที่ 5.48 เท่า อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.73 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่อง  2.01 เท่า และอัตรากำไรขั้นต้นที่  20.95           ล่าสุด ดร.พรลภัส ณ ลำพูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND   เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาว่าจ้างโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างสถานีสูบถ่ายและเพิ่มแรงดันสระบุรี โครงการส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 สระบุรี – อ่างทอง กับบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด มูลค่าสัญญา (ก่อนภาษี)  524,866,927.00 บาท ระยะเวลาดำเนินการ  22 เดือน  และลงนามสัญญาว่าจ้างโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างสถานีรับน้ำมันอ่างทอง โครงการส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 สระบุรี – อ่างทอง มูลค่าสัญญา มูลค่าสัญญา (ก่อนภาษี)  123,034,900.00 บาท ระยะเวลาดำเนินการ  22 เดือน คิดเป็นมูลค่ารวม 647.90 ล้านบาท (ก่อน Vat)           ทั้งนี้ภายหลังจากการรับงานใหม่ ส่งผลให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) สิ้นสุด ณ วันที่ 29 ต.ค. 67 เพิ่มเป็น 1,832.10 ล้านบาท   (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นเข้าร่วมประมูลโครงการต่างๆ จากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงขยายงานของภาคเอกชนให้มากขึ้น เพื่อขยายโอกาสการเติบโตทางธุรกิจและเพิ่มศักยภาพผลการดำเนินงานให้แข็งแกร่ง รายงานโดย : มินตรา แก้วภูบาล บรรณาธิการข่าว mai สำนักข่าว HoonVision  (ที่มาจาก https://www.settrade.com/th/ ข้อมูล ณ วันที่ 30 ต.ค.67)

IND คว้า 2 โปรเจค 647.90 ลบ. หนุน Backlog ชน 1,831.10 ลบ.

IND คว้า 2 โปรเจค 647.90 ลบ. หนุน Backlog ชน 1,831.10 ลบ.

           บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) เปิดข่าวดีคว้าโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างสถานีสูบถ่ายและเพิ่มแรงดันสระบุรี โครงการส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 สระบุรี – อ่างทอง จากบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด มูลค่าสัญญา (รวมภาษี)  561.61 ล้านบาท และโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างสถานีรับน้ำมันอ่างทอง โครงการส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 สระบุรี – อ่างทอง มูลค่าสัญญา (ก่อนภาษี) 123.03 ล้านบาท  คิดเป็นมูลค่ารวม 647.90 ล้านบาท (ก่อน Vat) หนุนงานในมือ (Backlog) ทะยานแตะ 1,832.10 ล้านบาท  (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ฟากซีอีโอ “ดร.พรลภัส ณ ลำพูน” ประกาศเดินหน้าร่วมประมูลงานใหม่อีกเพียบ เพื่อต่อยอดธุรกิจหลักและสนับสนุนผลประกอบการในอนาคตให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง            ดร.พรลภัส ณ ลำพูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (IND)   เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาว่าจ้างโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างสถานีสูบถ่ายและเพิ่มแรงดันสระบุรี โครงการส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 สระบุรี – อ่างทอง กับบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด มูลค่าสัญญา (ก่อนภาษี)  524,866,927.00 บาท ระยะเวลาดำเนินการ  22 เดือน  และลงนามสัญญาว่าจ้างโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างสถานีรับน้ำมันอ่างทอง โครงการส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 สระบุรี – อ่างทอง มูลค่าสัญญา มูลค่าสัญญา (ก่อนภาษี)  123,034,900.00 บาท ระยะเวลาดำเนินการ  22 เดือน คิดเป็นมูลค่ารวม 647.90 ล้านบาท (ก่อน Vat)            ทั้งนี้ภายหลังจากการรับงานใหม่ ส่งผลให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) สิ้นสุด ณ วันที่ 29 ต.ค. 67 เพิ่มเป็น 1,832.10 ล้านบาท   (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นเข้าร่วมประมูลโครงการต่างๆ จากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงขยายงานของภาคเอกชนให้มากขึ้น เพื่อขยายโอกาสการเติบโตทางธุรกิจและเพิ่มศักยภาพผลการดำเนินงานให้แข็งแกร่ง            สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ เชื่อว่ายังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง  โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างในส่วนของภาครัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวที่ดีขึ้น จากการที่รัฐบาลขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผลักดันให้มีงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ออกมา รวมถึงโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว ทำให้มีโอกาสเข้าร่วมประมูลโครงการออกแบบและก่อสร้างใหม่ๆ เพิ่มอีกหลายโครงการ  จึงคาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง            “ในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมก่อสร้างในส่วนของภาครัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวที่ดีขึ้น จากการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่งานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ก็มีออกมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าด้วยศักยภาพที่ IND เป็นบริษัทชั้นนำด้านวิศวกรรมที่ปรึกษา และออกแบบพร้อมโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับ ทำให้มีโอกาสเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ๆ  และได้งานใหม่ ผลักดันผลการดำเนินงานเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้” ดร.พรลภัสกล่าวในที่สุด [PR News]

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011