ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#CRC


CRC อัดงบลงทุน 1.7-1.9 หมื่นล้าน ปักธงรายได้เติบโต 6-10%

CRC อัดงบลงทุน 1.7-1.9 หมื่นล้าน ปักธงรายได้เติบโต 6-10%

           หุ้นวิชั่น - CRC เผยแผนธุรกิจปี 2568 มุ่งเน้นสร้างรายได้ทุกช่องทาง ตั้งเป้ารายได้โต 6-10% หนุน EBITDA โตสองหลัก โดยมีแผนหลักในประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี เดินหน้าพัฒนาอย่างยั่งยืน ยึดมั่นหลักปรัชญา CRC Care ทั้ง 7 มิติ พร้อมตั้งงบลงทุน 17,000 - 19,000 ล้านบาท            นางสาวรังสิรัชต์ พรสุธี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานนักลงทุนสัมพันธ์และการบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2568 มุ่งเน้นสร้างรายได้จากทุกช่องทาง เพื่อทำกำไรและตอบโจทย์ลูกค้า โดยเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์ ขยายและปรับปรุงสาขา เพิ่มแบรนด์สินค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ, ต่อยอดความสำเร็จขยายสาขา GO Wholesale อย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่เปิดได้ 10 สาขา, เร่งเครื่องการเติบโตและเพิ่มรายได้ในเวียดนาม เนื่องจากเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยมีแผนขยายสาขา GO Mall & Food ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวแบรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่ที่เจาะกลุ่มลูกค้ารายได้สูง, เสริมสร้างศักยภาพของพนักงานด้วยเทคโนโลยีและ AI และการยกระดับการบริหารการเงินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้านค่าใช้จ่ายและการลงทุน            แผนการลงทุนปี 2568 บริษัทมีแผนขยายร้านค้าเพิ่มเติม 23 สาขา ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจ FOOD และ DIY โดยแบ่งเป็น ไทวัสดุ 4 สาขา, Tops 10 สาขา (ไม่รวมสาขาย่อย), GO Wholesale 4 สาขา (เปิดไตรมาส 1 ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว 3 สาขา) ด้านเวียดนาม: GO Malls 2 สาขา, GO Hypers 2 สาขา และ Mini GO 3 สาขาบริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตผ่านช่องทาง Omnichannel อย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา            ด้านรายได้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 6-10% เทียบจากปี 2567 ซึ่งเป็นการผลักดันยอดขายจากสาขาเดิม และตั้งเป้าเติบโต EBITDA เป็นเลขสองหลัก พร้อมคงระดับอัตรากำไรขั้นต้น ที่ 26.5%            ด้านการลงทุน CRC ตั้งเป้าลงทุน 17,000 - 19,000 ล้านบาท คิดเป็นขยายสาขา 50 %และปรับปรุงสาขา 50 %โดยมีแผนปรับปรุงห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ รวมถึงปรับปรุงห้างโรบินสันไลฟ์สไตล์ที่จังหวัดสระบุรี,สมุทรปราการ และกาญจนบุรี ส่วนแผนขยายกิจการนั้นยังไม่มีแผนขยายไปประเทศอื่นเพิ่มเติมในขณะนี้ แต่จะเน้นการเติบโตใน ประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี เป็นหลัก            สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ Easy E-Receipt นั้นมีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยหมวดสินค้าที่ขายดี ได้แก่ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (เครื่องกรองอากาศ) และสินค้าบิวตี้ ด้าน GO Wholesale ที่เปิดใหม่ 4 สาขาในปีนี้ ดำเนินการได้ตามแผน และสาขาที่เปิดเมื่อปีที่แล้วยังสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย

CRC ปี 67 นิวไฮ! รายได้ ทะลุ 262,804 ลบ. แจกปันผล 0.60 บ./หุ้น

CRC ปี 67 นิวไฮ! รายได้ ทะลุ 262,804 ลบ. แจกปันผล 0.60 บ./หุ้น

กรุงเทพฯ 27 กุมภาพันธ์ 2568 - นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า “ภาพรวมผลประกอบการปี 2567 เซ็นทรัล รีเทล สามารถสร้างนิวไฮต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลประกอบการทั้งปี 2567 กวาดรายได้รวม 262,804 ล้านบาท (+6% YoY) และ Core Profit 8,870 ล้านบาท (+9% YoY) พร้อมเสนอจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นประจำปีในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จภายใต้กลยุทธ์ CRC OMNI-Intelligence ที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น ทำให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในทุกสถานการณ์ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจทั้งในไทย เวียดนาม และอิตาลี อีกทั้งยังรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2567 ทำนิวไฮสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โกยรายได้ ถึง 69,267 ล้านบาท สร้าง Core Profit สูงถึง 2,971 ล้านบาท ถึงแม้ในปี 2567 มีความท้าทายในอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งและบริการหลายปัจจัย แต่เซ็นทรัล รีเทล ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยขับเคลื่อนธุรกิจผ่านกลยุทธ์การขยายสาขาและการรีโนเวทห้างร้านต่างๆ โดยมี  ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ การยกระดับ เซ็นทรัล ชิดลม เป็น “The Store of Bangkok” ที่สร้างกระแส “Chidlom Pink” ทำยอดขายโตขึ้นกว่า 60% หลังเปิดตัว, Tops ขยายเพิ่ม 9 สาขา, GO Wholesale เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการเปิด 10 สาขาภายใน 1 ปี, ไทวัสดุเสริมความแกร่งด้วย 7 สาขาใหม่ และปรับปรุง 4 สาขาเดิม รวมเป็นไทวัสดุ 86 สาขาทั่วไทย, โรบินสันไลฟ์สไตล์เปิดโมเดลใหม่ “Strip Mall” รองรับการช้อปปิ้งที่สะดวกขึ้น พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้ให้แก่ SMEs รายย่อยในชุมชน และเวียดนามเติบโตด้วยการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปิดปี 67 มีศูนย์การค้า GO! ทั้งหมด 42 สาขา และไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ทั้งหมด 41 สาขา และ Mini go! 14 สาขา นอกจากนี้ ยังมุ่งตอบโจทย์กลุ่มไลฟ์สไตล์ลูกค้าชาวเวียดนามด้วยการเปิดตัวไลฟ์สไตล์แบรนด์ FitFlop, Crocs และ Dyson อีกทั้งยังทรานส์ฟอร์มห้างรีนาเชนเต เป็น Media Company และขยายโซน Odeon Hall ให้เป็นบิวตี้ฮอลล์ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ทั้งหมดนี้ ตอกย้ำให้เซ็นทรัล รีเทล ครองความเป็นผู้นำด้านรีเทลระดับโลก พร้อมการันตีความภาคภูมิใจด้วยการกวาดรางวัล 70 รางวัลจาก 38 เวทีระดับโลกและนิตยสารชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยผลประกอบการทั้งหมดนี้ของเซ็นทรัล รีเทล สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารธุรกิจบนหลักปรัชญา CRC Care ทั้ง 7 มิติ ซึ่งเป็น Platform of Trust สำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย รวมถึงความทุ่มเทของพนักงานทุกคนที่ตั้งใจมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พร้อมการสนับสนุนอย่างดีจากลูกค้าและคู่ค้า ถือเป็นการร่วมกันขับเคลื่อนความสำเร็จและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน” และในปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล พร้อมลุยเต็มพิกัด เพื่อสร้างศักยภาพทางธุรกิจที่เหนือกว่า ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านธุรกิจและการบริหาร ด้วยงบลงทุนกว่า 19,000  ล้านบาท ผ่านแนวคิดการ ขับเคลื่อนธุรกิจหลัก เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน โดยเน้นการขยายและรีโนเวทธุรกิจหลัก รวมทั้งการขยายธุรกิจใหม่ ให้ตอบสนองลูกค้ายุคใหม่ทุกกลุ่ม พร้อมทั้ง ต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ GO Wholesale ที่สร้างปรากฏการณ์การขยายสาขาเร็วที่สุดในปีที่ผ่านมา โดยการขยายเพิ่มในปี 2568 อีก 4 สาขา ตั้งเป้าปิดปีที่ 14 สาขา และเร่งเครื่องการเติบโตและเพิ่มรายได้กลุ่มธุรกิจหลักในเวียดนาม ด้วยการขยายสาขา Mall & Food ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตอกย้ำเบอร์ 1 การเป็นผู้นำค้าปลีกต่างชาติรายใหญ่สุดในเวียดนาม ไม่เพียงเท่านั้น เซ็นทรัล รีเทล ได้เสริมแกร่งศักยภาพให้พนักงานบนกลยุทธ์ HAI (Human Intelligence + Artificial Intelligence) เพื่อยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและรวดเร็วยิ่งขึ้น และมุ่งพัฒนา Omnichannel Ecosystem ที่เชื่อมต่อการช้อปปิ้งทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ ทำให้เซ็นทรัล รีเทล ไม่เพียงเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก แต่ยังเป็นองค์กรดิจิทัลที่พร้อมขับเคลื่อนอนาคต และตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างเหนือชั้น นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังยกระดับการบริหารการเงินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยงบลงทุนมูลค่ากว่า 19,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยการลงทุนครั้งนี้ครอบคลุม การขยายธุรกิจเชิงรุกและเร่งเครื่องเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดมั่นการทำธุรกิจภายใต้หลักปฏิบัติด้านความยั่งยืนในทุกมิติ ตามหลักปรัชญา CRC Care ทั้ง 7 มิติ โดยเริ่มต้นจากการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร และ Mindset ให้กับพนักงานทุกระดับถึงความสำคัญของการปฎิบัติงานตามกรอบ ESG และสุดท้ายคือการมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กร ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ควบรวมกิจการ (M&A) ในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ  ด้วยแนวทางนี้ เซ็นทรัล รีเทล ไม่เพียงขยายขอบเขตธุรกิจ แต่ยังสร้าง Synergy ที่ทรงพลัง และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกันทั้ง Ecosystem ­­

CRC คาดกำไร Q4 โต 11.5% รับอานิสงส์ High Season โบรกเคาะเป้า 43.00 บาท

CRC คาดกำไร Q4 โต 11.5% รับอานิสงส์ High Season โบรกเคาะเป้า 43.00 บาท

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กสิกรไทย มีมุมมองเชิงบวกต่องบการเงิน CRC สำหรับ 4Q24 คาดมีกำไรปกติเติบโตราว 11.5% YoY และ 67.2% QoQ มาจากการเติบโตของรายได้ราว 6.4% YoY สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของ SSSG ในประเทศไทยที่มีการเพิ่มขึ้นราว 5% จากการเข้าสู่ High season ใน 4Q24 และรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น            แต่ในส่วนของ operation ในอิตาลีและเวียดนามมีการลดลงราว -3% ถึง -5% และ -6% ถึง -8% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า SSSG ในเดือนมกราคมปีนี้ CRC สามารถเติบโตได้ราว +6-7% โดยหลักมาจากช่วงวันตรุษจีนของประเทศไทยและเวียดนาม ขณะที่กลุ่มสินค้าสายแฟชั่นเองก็ยังเป็นบวกได้เช่นกัน ส่งผลให้เราคาดว่า CRC มีโอกาสทำกำไรเติบโตในปี 2025 ราว 11.5% โดยมี Forward PE’25 อยู่ที่ 20 เท่า CRC: ราคาพื้นฐาน 43.00 บาท

CRC คาดกำไรปี68 ที่ 8.7 พันลบ. โบรกชี้ควบคุม SG&A หนุน เป้า 41.50 บาท

CRC คาดกำไรปี68 ที่ 8.7 พันลบ. โบรกชี้ควบคุม SG&A หนุน เป้า 41.50 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล. หยวนต้า คาด CRC กำไรปกติ 4Q24 เติบโตเด่น 59% QoQ แต่ทรงตัว YoY จากฐานสูง เราคาดกำไรปกติ 4Q24 ที่ 2.8 พันลบ. (+59% QoQ, -4% YoY) เพิ่มขึ้น QoQ ตามปัจจัยด้านฤดูกาล จากการบริโภคที่ดีขึ้นในช่วงเทศกาลและผลบวกจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐฯ ขณะที่เทียบ 4Q23 แม้คาดรายได้จะเติบโต 6% YoY แต่ในปีก่อนบริษัทได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากธุรกิจในต่างประเทศ ทำให้อัตราภาษีจ่ายต่ำเพียง 5% ด้วยฐานกำไรที่สูง เราคาดกำไรปกติ 4Q24 ทรงตัว YoY           คาดรายได้หลักที่ 6.5 หมื่นลบ. (+11% QoQ, +6% YoY) ยอดขายเติบโต YoY ได้จากการขยายสาขา ขณะที่ SSSG ทั้งกลุ่มคาดที่ -2% YoY (ธุรกิจ Food -1.5% YoY, ธุรกิจ Fashion +2% YoY และธุรกิจ Hardline -5% YoY) แต่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ -3% YoY ใน 3Q24 ด้านต้นทุนเราคาด GPM ที่ 29.4% ลดลง 32bps YoY เพราะสัดส่วนรายได้ที่มากขึ้นของธุรกิจ Food ซึ่งมีอัตราทำกำไรต่ำ แต่ชดเชยกับการคุมต้นทุน SG&A ที่ดีขึ้น คาด SG&A/Sales ลดลงจาก 27.8% ใน 4Q24 เป็น 27.2% หนุนให้กำไรก่อนภาษีเติบโตได้ 8% YoY แนวโน้มกำไรปกติ 1Q25 คาดกลับมาเติบโต YoY SSSG เฉลี่ยทั้งกลุ่มในเดือน ม.ค. 25 พลิกกลับมาเป็นบวกสูงราว 5-7% YoY แบ่งเป็นธุรกิจในไทยทรงตัว YoY ธุรกิจในอิตาลีลดลง YoY จากฐานสูง ประกอบกับมีผลกระทบจากค่าเงินบาท/ยูโรแข็งค่า แต่ธุรกิจในเวียดนามเติบโตเด่น คาด SSSG เติบโตระดับสองหลัก % YoY ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เทียบติดลบ 7-9% YoY ใน 4Q24 แรงหนุนจากช่วงเทศกาลตรุษในเวียดนาม (Tet Holiday) เราคาด SSSG ในช่วงที่เหลือของไตรมาสจะเติบโต YoY แม้พ้นช่วงตรุษจีนในเดือน ม.ค. แต่จะได้แรงส่งของมาตรการ Easy e-receipt ที่เริ่มใช้กลางเดือน ม.ค. 25 (ช้ากว่าปีก่อน 15 วัน) เบื้องต้นเราคาดกำไรปกติ 1Q25 จะลดลง QoQ ตามปัจจัยด้านฤดูกาล แต่พลิกกลับมาเติบโต YoY ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2024-2025 ขึ้น 6-7% คงคำแนะนำ “ซื้อ” หาก 4Q24 ออกมาตามคาด กำไรปกติทั้งปี 2024 เดิมของเราจะมี Upside ราว 7% หลักๆ มาจากรายได้หลักและรายได้อื่นที่ทำได้ดีกว่าคาด อีกทั้งเราเห็นพัฒนาการเชิงบวกในการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ที่ทำได้ดีกว่าเป้าหมายของบริษัทในช่วง 2H24 ทำให้เราปรับประมาณการปี 2024-2025 ขึ้น 6-7% เป็นคาดกำไรปกติที่ 8.7 พันลบ. (+7% YoY) และ 9.8 พันลบ. (+13% YoY) ผลของการปรับประมาณการและปรับ WACC ที่ใช้ประเมินมูลค่าขึ้นเป็น 8.5% (จากเดิม 8.0%) เพื่อสะท้อนสภาวะตลาดปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 41.50 บาท มี Upside 24.8% เราคงแนะนำ “ซื้อ” ความเสี่ยงสำคัญ กำลังซื้อถูกกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ, ภาระต้นทุนและค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันทางการตลาด

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

CRC คาดปีนี้กำไรโต 12%  E-Receipt หนุน โบรกเคาะเป้า 38 บ.

CRC คาดปีนี้กำไรโต 12% E-Receipt หนุน โบรกเคาะเป้า 38 บ.

              หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุ CRC กำไรสุทธิ 3Q67 +28% QoQ, +86% YoY หากไม่รวม FX Gain + กำไรจากซื้อที่ดินไทวัสดุ กำไรปกติ +11% QoQ, +24% YoY แม้ยอดขาย +5% YoY แต่รายจ่าย SG&A -0.6% YoY จากการควบคุมรายจ่ายได้ดี               คาดกำไรหลัก 4Q67 พีคสุดของปีนี้ และเติบโต YoY ได้ โดย SSSG เหลือ -1% YoY จาก -3% YoY ใน 3Q67 หนุนให้คาดกำไรปี 67 เติบโตได้ราว +8%               1Q68 รับผลบวกจาก E-Receipt ช่วยกระตุ้นยอดขาย รวมทั้งรับผลบวกจากการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของเซ็นทรัลชิดลมตั้งแต่ 12 ธ.ค. 67 และยังเน้นควบคุมรายจ่าย จึงคาดว่ากำไรปีนี้ +12%               แนวรับ = 33/33.5 แนวต้าน = 35.5/36               CRC | ซื้อ | TP = 38 บ.

CRC โบรกคาดงบสวย มอง Q1 รับอานิสงส์ Easy e- Receipt

CRC โบรกคาดงบสวย มอง Q1 รับอานิสงส์ Easy e- Receipt

            หุ้นวิชั่น - บล.เคจีไอ ส่องหุ้น CRC ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการของ CRC จะออกมาดีใน 4Q67F นำโดยกิจการในประเทศไทย ในขณะเดียวกัน ภาวะตลาดมีแนวโน้มดีใน 1Q68F จากมาตรการ Easy e- Receipt ของรัฐบาล ฝ่ายวิจัยจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่ 36.00 บาท อิงจาก PER ที่ 24.0x จับตาเซ็นทรัลชิดลม ห้างสรรพสินค้าระดับหรู             โดย CRC กลับมาเปิดให้บริการห้างเซ็นทรัลชิดลมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 หลังจากที่ปรับปรุงห้างเสร็จเรียบร้อย โดยบริษัทตั้งเป้าให้เซ็นทรัลชิดลมเป็นห้างสรรพสินค้าระดับหรูสำหรับสินค้าที่มีเอกลักษณ์ และ บริการที่ดีเลิศโดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และ วัยของลูกค้าที่แตกต่างกันไป ได้แก่ i) Cenfinity และ Wealth&premium, ii) กลุ่มครอบครัว และ เด็ก (family&kids) iii) Gen Y และ Gen Z และ iv) นักท่องเที่ยว และ ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย (Tourist&Expat) ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น 30%, จำนวนลูกค้าเข้าห้างจะเพิ่มขึ้น 15% และ สัดส่วนยอดขายจากกลุ่ม tourist&expat ที่ 20% มองยอดขายดี นำโดยกิจการในประเทศไทย             ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้รวมใน 4Q67F จะอยู่ที่ 6.3 หมื่นล้านบาท (+3% YoY, +8% QoQ) นำโดยกิจการในประเทศไทย โดยเฉพาะในหมวดแฟชั่น และ อาหาร ซึ่งคาดว่า same-store-sales growth (SSSG) จะเป็นบวกที่ประมาณ 3-4% ใน 4Q67 เนื่องจากเป็นช่วง peak ตามฤดูกาล และ กลับมาเปิดให้บริการห้างเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งเป็นห้าง flagship ของบริษัทอย่างเป็นทางการ คาดว่าSame-store-sales ของกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ น่าจะยังลดลง โดยเฉพาะหมวด hardline ในเวียดนาม (คาดว่า same-store-sales จะหดตัวในระดับสองหลักสูง ๆ)

CRC คาดรายได้ Q4/67 แกร่ง  เซ็นทรัลชิดลม-รีนาเซนเต้อิตาลี หนุน เป้า 39 บ.

CRC คาดรายได้ Q4/67 แกร่ง เซ็นทรัลชิดลม-รีนาเซนเต้อิตาลี หนุน เป้า 39 บ.

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กสิกรไทย แนะนำเก็งกำไรหุ้น CRC จากโครงการ Easy e-Receipt ที่เริ่ม 16 มกราคม ซึ่งให้ใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 50,000 บาท แบ่งเป็นสินค้าทั่วไป 30,000 บาท และสินค้า OTOP ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชนในห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ยังจะได้ประโยชน์จากเงินดิจิทัลเฟส 2 ที่จะเริ่ม 29 มกราคม และเฟส 3 ในเดือนเมษายน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อยอดขายสาขาเดิมตั้งแต่ไตรมาส 1/2568 เป็นต้นไป คาดผลประกอบการไตรมาส 4/2567 จะแข็งแกร่งกว่าคาดจากการกลับมาเปิดให้บริการของเซ็นทรัลชิดลมและรีนาเซนเต้ที่อิตาลี พร้อมโอกาสได้ประโยชน์จากค่าไฟฟ้าที่อาจลดลงในอนาคต และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากมีเงินกู้อัตราลอยตัวถึง 90% CRC: ราคาพื้นฐาน 39.00 บาท

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

CRC รับอานิสงส์ Easy e-receipt คาดหนุน SSSG โต โบรกแนะเก็งกำไร เป้า 39.00 บาท

CRC รับอานิสงส์ Easy e-receipt คาดหนุน SSSG โต โบรกแนะเก็งกำไร เป้า 39.00 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กสิกรไทย แนะนำเก็งกำไรหุ้น CRC เนื่องจากจะได้รับประโยชน์จากโครงการ Easy e-receipt ที่เริ่ม 16 มกราคม ซึ่งให้ใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 50,000 บาท แบ่งเป็นสินค้าทั่วไป 30,000 บาท และสินค้า OTOP ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชนในห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ยังจะได้รับประโยชน์จากเงินดิจิทัลเฟส 2 ที่จะเริ่ม 29 มกราคม และเฟส 3 ในเดือนเมษายน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อ SSSG ตั้งแต่ไตรมาส 1/2568 เป็นต้นไป           คาดผลประกอบการไตรมาส 4/2567 จะแข็งแกร่งกว่าคาดจากการกลับมาเปิดให้บริการของเซ็นทรัลชิดลมและรีนาเซนเตที่อิตาลี พร้อมโอกาสได้รับประโยชน์จากค่าไฟฟ้าที่อาจลดลงในอนาคต และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีเงินกู้อัตราลอยตัวถึง 90%           CRC : ราคาพื้นฐาน 39.00 บาท

เพาเวอร์บาย เครือ CRC รุก Q1/68  ดึง  “Easy E-Receipt 2.0” มัดใจลูกค้า

เพาเวอร์บาย เครือ CRC รุก Q1/68 ดึง  “Easy E-Receipt 2.0” มัดใจลูกค้า

          เพาเวอร์บาย ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล กางแผนงานไตรมาสแรกปี 68 ดึงมาตรการ "Easy E-Receipt 2.0” เป็นจุดขายหลักมัดใจผู้บริโภค ชูจุดเด่นช้อปง่าย-ลดหย่อนภาษีได้ทุกช่องทาง ทั้งหน้าร้านเพาเวอร์บาย และออนไลน์ พร้อมจัดเต็มกับแคมเปญ “เฮงรับปีมะเส็ง” แจกทอง และคูปองส่วนลด รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท ช้อปคุ้มตั้งแต่วันนี้ – 5 มีนาคมนี้ มั่นใจแคมเปญการตลาดที่เตรียมไว้จะช่วยสร้างบรรยากาศการช้อปปิ้งให้กับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า            นายสุวิณ โกษีอํานวย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล (CRC) กล่าวว่า “บรรยากาศการจับจ่ายของผู้บริโภคช่วงต้นปี 2568 นี้ มีแนวโน้มคึกคักต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะยาวจนถึงช่วงมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 คาบเกี่ยวไปยังเทศกาลตรุษจีน และวาเลนไทน์ สำหรับปีนี้ เพาเวอร์บาย ยังคงขานรับนโยบายรัฐบาลเข้าร่วมโครงการ "Easy E-Receipt 2.0" เพื่อสร้างดีมานด์ปลุกกำลังซื้อ และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาสแรก พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าร่วมโครงการได้ทุกช่องทาง ทั้งร้านเพาเวอร์บายทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน นอกจากนี้เรายังเตรียมแคมเปญพิเศษต้อนรับตรุษจีน “เฮงรับปีมะเส็ง” ไว้เอาใจผู้บริโภคด้วยส่วนลด โปรโมชั่น และสิทธิพิเศษมากมากมาย           ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2567 มาตรการ Easy E-Receipt เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและมือถือไทยเติบโตอย่างชัดเจน ส่งผลให้มูลค่าการจับจ่ายในช่วง 2 เดือนแรกรวมกว่า 40,000 ล้านบาท สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ มือถือ, แอร์, ทีวี, ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า โดยพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเข้าร่วมโครงการสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคใต้ ในขณะเดียวกันมาตรการดังกล่าวยังเป็นแรงหนุนดันยอดขาย “เพาเวอร์บาย” เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2566 โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อใบเสร็จราว 15,000 บาท” ไม่เพียงเท่านี้ เพาเวอร์บาย ยังคงเดินหน้าดันยอดขายอย่างต่อเนื่อง จัดแคมเปญ “เฮงรับปีมะเส็ง” ตั้งแต่วันนี้ – 5 มีนาคม 2568 พบโปรโมชั่นสุดเฮง ได้แก่ ลุ้นรับฟรี! ทองคำ และบัตรแทนเงินสดเพาเวอร์บาย รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มรวมสูงสุด 50,000 บาท เมื่อช้อปตามเงื่อนไข โครงการ”เก่าแลกใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าแลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 35,000 บาท สิทธิพิเศษบัตรเครดิต The1 และ CardX แลกคะแนนลดเพิ่มสูงสุด 27% ถึงวันที่ 2 ก.พ.68           “เพาเวอร์บาย คาดว่ามาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ในปีนี้จะได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ผสานกับโปรโมชันที่ครอบคลุมทุกช่องทางจะช่วยสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่คุ้มค่า พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่” นายสุวิณ กล่าวปิดท้าย           ช้อปสินค้า และรับสิทธิประโยชน์สุดคุ้มได้ที่ เพาเวอร์บายทุกสาขา เว็บไซต์ www.powerbuy.co.th แอป http://bit.ly/PowerBuyApp โซเชียลมีเดีย Line @powerbuy เฟซบุ๊ก Power Buy หรือ คอลล์เซ็นเตอร์ 1324 [PR News]

CRC คาดรายได้ทั้งปีแกร่ง SSSG สินค้า fashion บวก 5% หนุนเป้า 39 บาท

CRC คาดรายได้ทั้งปีแกร่ง SSSG สินค้า fashion บวก 5% หนุนเป้า 39 บาท

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.กสิกรไทย มีมุมมองเชิงบวกต่อ CRC จากต้นทุนที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนดอกเบี้ยที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั้งในและต่างประเทศที่อยู่ในขาลง โดยดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้าเราคาดว่าจะลดประมาณ 2 ครั้ง ซึ่งเราคาดว่า CRC จะได้รับประโยชน์เนื่องจากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยถึง 90% เป็น floating rate และแนวโน้มที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าจะลดลงในอนาคต เราคาดว่าทุกๆ 5% ของค่าไฟฟ้าที่ลดลงต่อหน่วยจะส่งผลเชิงบวกต่อประมาณการกำไรปี 2025 ราว 3% เนื่องจาก CRC มีต้นทุนสาธารณูปโภคราว 8% ของ SG&A นอกจากนี้ถึงแม้ SSSG ใน 4Q24 มีโอกาสติดลบราว -2% แต่กลุ่มธุรกิจที่มี Margin สูงคือ fashion สามารถทำ SSSG กลับมาเป็นบวกได้ที่ 5% คาดว่าจะส่งผลทำให้ผลประกอบการยังคงแข็งแกร่งใน 4Q24 และปี 2025  เคาะ CRC: ราคาพื้นฐาน 39.00 บาท

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

ครม. อนุมัติมาตรการ Easy e-receipt  แจกเงินดิจิทัลเฟส 2 - ขยายเวลาลดภาษี ผับ บาร์

ครม. อนุมัติมาตรการ Easy e-receipt แจกเงินดิจิทัลเฟส 2 - ขยายเวลาลดภาษี ผับ บาร์

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.กรุงศรี เผย ครม. มีมติเห็นชอบแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 2 ให้กลุ่มผู้สูงอายุ, อนุมัติมาตรการ Easy e-receipt และขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิต ผับ บาร์ ไนต์คลับ อีก 1 ปี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว บทวิเคราะห์มองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Domestic Play ที่จะได้ประโยชน์ อาทิ ค้าปลีก, ไฟแนนซ์, ร้านอาหาร และท่องเที่ยว (CRC, CPALL, SAWAD, CENTEL, ERW)

KSS คาด SET “Rebound” ต้าน 1433 จุด ชู BJC, CRC, KTB

KSS คาด SET “Rebound” ต้าน 1433 จุด ชู BJC, CRC, KTB

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Rebound” ต้าน 1429/1433 จุด รับ 1415/1411 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐแกว่งขึ้น ดัชนีS&P500 +0.38% หุ้นเทคฯนำตลาด Broadcom ยังมีโมเมนตัม ขณะที่ปัจจัยมหภาค Flash PMI สหรัฐฯ ธ.ค. 24 ภาคบริการขยายตัว ดีกว่าคาด เร่งขึ้นสู่ 58.5 จุด ชดเชยฝั่งภาคผลิตที่ต่ำกว่าคาด หนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯเป็นภาพ Goldilocks to Soft Landing แต่ตลาดน่าจะเริ่มรอสัญญาณช่วงถัดไปโดยเฉพาะมุมมองดอกเบี้ยและเศรษฐกิจจากการประชุม Fed (ไทยทราบผลเช้า 19 ธ.ค.) บ่งชี้จาก US Bond Yield 10 ปีที่ยังแกว่ง 4.4%           ขณะที่เอเชียการฟื้นตัวจีนยังค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ความน่าสนใจระยะสั้นที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนยังไม่มาก ด้านไทยหลังตลาดปรับตัวลดลง 6 วันติด ส่งผลให้ Current Equity Risk Premium (ERP) แตะ 3.8% > ค่าเฉลี่ย 3.1% ส่วน Forward ERP ขึ้นไป 4.4% > Avg + 1 S.D. (4.05%) น่าจะเริ่มเป็นจุดกลับมาสร้างความน่าสนใจตลาดหุ้นไทย ผสาน ภายในลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม           ประเมิน SET วันนี้ Rebound หุ้นนำ คือ กลุ่ม Domestic ธนาคาร ค้าปลีก กลุ่มที่เป็นเป้า Domestic Long Term Funds อาทิ สื่อสาร วันนี้แนะนำ BJC, CRC, KTB

“คุณสู้ เราช่วย” ดีกับเศรษฐกิจ โบรกชี้เป้า CPALL - CRC

“คุณสู้ เราช่วย” ดีกับเศรษฐกิจ โบรกชี้เป้า CPALL - CRC

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.พาย ชี้เงินเฟ้อสหรัฐฯตามตลาดคาด รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ สภาพคล่องสูงขึ้น (ดีกับเศรษฐกิจ) ปัจจัยนอกประเทศ           ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 99 จุด (-0.2%) แต่ดัชนี S&P500 , Nasdaq ปิดบวกหลังจากที่สหรัฐฯรายงานเงินเฟ้อสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.8% หลังมีรายงานว่า EU ประกาศคว่ำบาตรรัสเซีย           เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯรายงานเงินเฟ้อประจำเดือน พ.ย. พบว่าขยายตัว 2.7%YoY 0.3%MoM และเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 3.3%YoY , 0.3%MoM ทั้งคู่ที่กล่าวไปข้างต้นสอดคล้องกับที่ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ โดยการลดลงของเงินเฟ้อ (ขยายตัวน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้) ได้แรงหนุนหลักจากการปรับลงของราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันเตา (-19.5%YoY) รวมไปถึงราคารถมือสองและรถบรรทุก (-3.4%YoY) แต่ทั้งนี้เงินเฟ้อสหรัฐฯแม้จะปรับลงจากจุดสูงสุดราว 9%YoY มาอยู่ที่ 2.7%YoY แต่ตัวเลข 2.7%YoY นั้นก็ถือว่าเร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 2.6%YoY เป็นผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเริ่มขยับขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับการแข็งค่าของ Dollar Index ส่วน CME FED Watch ล่าสุดให้น้ำหนักลดดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ราว 98.6% แต่ปี 25 ทั้งปีประเมินว่าจะลดดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง ลดลงจาก Dot Plot ของ FED ที่ 4 ครั้ง สะท้อนมุมมองที่เข้มงวดมากขึ้นจากตลาด ซึ่งอาจเกิดจากความคาดหวังเงินเฟ้อจะไม่ปรับลงแรง รวมไปถึงการปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศต่างๆภายใต้นโยบายของ Trump จะเป็นอีกแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ส่วนค่าเงินบาทนั้นกลับมาอ่อนค่าทดสอบ 33.8 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ จากก่อนหน้าที่ 33.6 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนนึงเชื่อว่าเกิดจาก Dollar Index ที่แข็งค่า ด้านปัจจัยในประเทศ           วานนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ออกโครงการเห็นชอบแก้หนี้ SME , กลุ่มเปราะบาง ประกอบไปด้วย (1) มาตรการปรับโครงสร้างหนี้แบบลดภาระดอกเบี้ยโดยเน้นการตัดต้นเงินลูกหนี้ รูปแบบการให้ความช่วยเหลือเน้นที่ลดภาระผ่อนชำระค่างวดโดยค่างวดทั้งหมดจะนำไปตัดเงินต้น (2) ช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่ม Non Bank รูปแบบการช่วยเหลือจะได้แก่ลดภาระการผ่อนชำระค่างวดเป็น 70% ของค่างวดก่อนเข้าร่วมมาตรการพร้อมลดดอกเบี้ย 10% จากดอกเบี้ยก่อนเข้าร่วมตลอดระยะเวลา 3 ปี ความเห็นเราสำหรับสถาบันการเงินคุณภาพสินเชื่อดีขึ้นและภาระสำรองหนี้ฯลดลง ทำให้กล้าจะปล่อยสินเชื่อใหม่มากขึ้นแต่ในช่วง 3 ปีแรก รายได้ดอกเบี้ยรับปรับลดลงสินเชื่อลดลงจากการชำระคืนหนี้กระทบความสามารถการทำกำไร อย่างไรก็ดีผลกระทบส่วนหนึ่งจะถูกชดเชยจากการลดเงินนำส่งค่าธรรมเนียม FIDF ด้านเศรษฐกิจด้วยสภาพคล่องที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนการบริโภค บวกกับกลุ่มค้าปลีก (BJC CRC CPALL) วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1435 – 1450 เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังแนะ Trading ได้เช่นเดิมรอการฟื้นตัวช่วงถัดไป แนะนำที่กลุ่มค้าปลีก (BJC CRC CPALL DOHOME) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) ธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) ศูนย์การค้า (CPN) ส่งออก (ITC TU) CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท)           รายงานกำไรงวด 3Q24 ที่ 5.6 พันล้านบาท (+27%YoY) หลังหักรายการพิเศษจะมีกำไรปกติ 6.2 พันล้านบาท (+45%YoY) ดีกว่าที่เราและตลาดคาด 9% หนุนจากยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 ที่เติบโต 3.3%YoY จากยอดขายกลุ่มอาหารพร้อมทานและ Personal Care ที่เติบโตดี รวมกับการเติบโตของกำไรของ CPAXT จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Makro +1.5% และ Lotus’s +2.3%) ขณะที่เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 4Q24 จะเติบโต YoY และ QoQ ต่อเนื่องตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว CRC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท)           รายงานกำไรสุทธิ 3Q24 ที่ 2.1 พันล้านบาท (+86%YoY) หลังตัดรายการพิเศษจะมีกำไรปกติที่ 1.6 พันล้านบาท (+24%YoY, +1%QoQ) ดีกว่าที่เราและ BB consensus คาด 17% ทำให้กำไร 9M24 คิดเป็น 68% ของประมาณการกำไรปี2024 กำไร 3Q24 ที่โต YoY มาจากรายได้จากการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี บวกกับอัตราภาษีจ่ายที่ลดลง แม้ว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ -3%YoY (ไทย -2%, เวียดนาม -6%, อิตาลี -4%) ขณะที่แนวโน้มช่วง QTD ของ 4Q24 มีทิศทางการฟื้นตัวและพลิกกลับมาเป็นบวกได้ในช่วง 10 วันของเดือนพ.ย. 2024

abs

SSP : ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน ทางเลือกใหม่เพื่ออนาคต

CRC ไฮซีซั่น-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดัน แนะ

CRC ไฮซีซั่น-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดัน แนะ"ซื้อ" เป้า 41 บ.

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัดสรุปสาระสำคัญจากการประชุม Opportunity Day ของ Central Retail Corporation (CRC) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567 แนวโน้ม SSSG ในช่วง 4Q67 (จากตุลาคมถึงธันวาคม 2567) SSSG (Same Store Sales Growth) ของธุรกิจในไทยเป็นบวก 1-3% YoY โดยดีขึ้นจาก -2% YoY ใน 3Q67 โดยธุรกิจแฟชั่นเติบโต 4-5% YoY (จาก 3Q67 ที่ทรงตัว) จากการเข้าสู่ High Season และการปรับปรุงสาขา Flagship ของเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งจะเปิดเต็มรูปแบบในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ส่วนธุรกิจ Hardline ลดลง 4-6% YoY (จาก -7% ใน 3Q67) และธุรกิจ Food เติบโต 1-3% YoY ใกล้เคียงกับ 3Q67 แผนการขยายสาขาใน 4Q67 บริษัทจะเปิดสาขาใหม่ในธุรกิจ Hardline และ Food ได้แก่ ไทวัสดุ 1 สาขา, Tops 6 สาขา, GO Wholesale 1 สาขาในไทย, และในเวียดนามจะเปิด GO! Mall 2 สาขา และ Mini go! 3 สาขา การเติบโตในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายในปี 2568 ที่ 4-6% YoY หรือไม่น้อยกว่า 2 เท่าของ GDP ประเทศไทย โดยการเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากการเปิดสาขาใหม่และการรีโนเวทสาขาของไทวัสดุและ Go Wholesale รวมถึงการขยายสาขา Go ในเวียดนาม การลงทุน (CAPEX) คาดการณ์ CAPEX ในปี 2568 อยู่ที่ 2.2-2.4 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2567 โดยจะเน้นการลงทุนในไทยและเวียดนาม ส่วนในยุโรปบริษัทมีแผนขยายพื้นที่ห้างรีนาเซนเต มิลาน และสร้าง "Beauty Hall" ขนาดใหญ่ที่สุดในมิลาน คาดเปิดในปี 2570 หนี้สินและการบริหารการเงิน ณ สิ้น 3Q67 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสูงประมาณ 93,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปลายปี 2566 โดยได้มีการกู้เงินเพื่อขยายสาขา แต่ยังรักษาอัตราส่วน Net debt/EBITDA และ Net debt/equity อยู่ในระดับต่ำกว่ากำหนดของบริษัท (3.0x และ 2.5x ตามลำดับ) ใน 3Q67 บริษัทใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นแหล่งเงินลงทุนมากขึ้น และมีการปรับหนี้สินจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ (85:15) เพื่อรับผลประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาลง แนวโน้มผลประกอบการ คาดว่าใน 4Q67 กำไรจะเติบโตโดดเด่น QoQ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากฤดูกาลที่ดีขึ้นและการปรับปรุงสาขาต่างๆ เสร็จสิ้น รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น โดยคาดว่ากำไรปกติใน 4Q67 จะทรงตัว YoY จากฐานที่สูงในปีก่อน มุมมองของนักวิเคราะห์ คาดว่ากำไรปกติในปี 2567 จะอยู่ที่ 8,300 ล้านบาท (+2% YoY) และในปี 2568 จะอยู่ที่ 9,200 ล้านบาท (+11% YoY) คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเหมาะสมที่ 41.00 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่าราคาหุ้นจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากการเข้าสู่ High Season และแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

CRC ฟื้นได้ดีท่องเที่ยว หนุนรายได้ทุกสาขา

CRC ฟื้นได้ดีท่องเที่ยว หนุนรายได้ทุกสาขา

          หุ้นวิชั่น - บทวิเคราะห์ บล.ดาโอ ระบุว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” และ roll-over ไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2025E ที่ 45.00 บาท โดยอิง 2025E PER ที่ 27.5x (หรือเท่ากับ -0.5SD below 3-yr average PER) เรามีมุมมองเป็นกลางต่อการประชุมนักวิเคราะห์สำหรับ 3Q24 ที่จัดขึ้นวันที่ 14 พ.ย. 2024 ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นสำคัญคือ 1) 4Q24E QTD SSSG รวมเป็นลบ -1-2% โดยไทยคาดที่ +2-3%, เวียดนาม -12-13% จากผลกระทบของค่าเงิน, และอิตาลี -5-6% โดยมีแนวโน้มดีขึ้นใน พ.ย. จากสาขาในมิลาน renovate เสร็จ (sales mix: TH 72%, VN 21%, IT 7%) 2) ยังคงเป้า SG&A/sales ใน 2024E อยู่ที่ไม่เกิน 27.5% (โดยใน 9M24 ควบคุมได้ดีอยู่ที่ 27.4%) 3) คาดเริ่มเห็นผลกระทบจาก renovation ลดลงชัดเจนใน 4Q24E จากสาขามิลานในอิตาลีเสร็จสิ้นในเดือน ต.ค. และสาขาชิดลมในไทยเสร็จในเดือน ธ.ค. 2024E ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2024E/25E ขึ้น +4% อยู่ที่ 8.7/9.9 พันล้านบาท โต +8%/+14% YoY จากเดิมที่ 8.3/9.5 พันล้านบาท จากรายการพิเศษใน 3Q24 โดยกำไร 9M24 คิดเป็น 69% ต่อประมาณการทั้งปีใหม่ของเรา แนวโน้ม 4Q24E คาดขยายตัวได้ทั้ง YoY และ QoQ จากการ renovate สาขาที่เริ่มเสร็จสิ้นและเข้าสู่ high season ต่อเนื่องไปใน 1Q25E ที่เป็นช่วงเทศกาล           ราคาหุ้นกลับมา perform ใกล้เคียง SET มากขึ้น ในช่วง 1 เดือน จากผลการดำเนินงานที่ออกมาขยายตัวดีแม้เป็น low season ในภาวะเศรษฐกิจที่ยังกดดัน อย่างไรก็ดีเรายังแนะนำซื้อจากคาดกำไร 4Q24E-1Q25E กลับมาขยายตัวได้ จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และฟื้นตัวหลังปรับปรุงสาขา และปัจจัยฤดูกาล

ดิจิทัลหมื่นบาทมาแล้ว มีหุ้นอะไรได้ประโยชน์?

ดิจิทัลหมื่นบาทมาแล้ว มีหุ้นอะไรได้ประโยชน์?

          หุ้นวิชั่น - บล. DAOL เผยคาดใช้จ่ายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมากสุดหลังเริ่มแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท           วานนี้ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เริ่มจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิรับเงิน 10,000 บาท ตามโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล โดยมีการเริ่มทยอยโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์และบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้ให้กับผู้มีสิทธิ์ และจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. นี้ รวม 6 วัน จำนวน 14.5 ล้านราย หรือคิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 145,000 ล้านบาท จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่จะนำเงินไปใช้เพื่อการบริโภคและอุปโภคในชีวิตประจำวัน อาทิ ของใช้ในบ้าน, สินค้าเพื่อการศึกษา, สินค้าเพื่อการเกษตร, สินค้าไอที โทรศัพท์มือถือ DAOL: คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม Commerce เป็น "มากกว่าตลาด"           โครงการแจกเงิน 10,000 บาทจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม โดยคาดว่าจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ซึ่งจะช่วยหนุนและเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Commerce โดยตรง เรายังมองเป็นบวกต่อกลุ่ม Commerce ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมได้ โดยจะเป็นประโยชน์ทางอ้อมต่อการบริโภคโดยรวมของกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคสูง           ฝ่ายวิเคราะห์ ชอบ CPAXT (ซื้อ/เป้า 36.00 บาท), CPALL (ซื้อ/เป้า 84.00 บาท) และ CRC (ซื้อ/เป้า 40.00 บาท) ตามลำดับ จากการคาดการณ์การใช้จ่ายจะอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก           รองมาเป็นกลุ่ม Home Improvement HMPRO (ซื้อ/เป้า 15.00 บาท), GLOBAL (ถือ/เป้า 16.00 บาท) และ DOHOME (ถือ/เป้า 11.00 บาท) จากจำนวนสาขาที่มีในพื้นที่ที่มีผู้ได้รับสิทธิ์มากที่สุด ตามลำดับ หุ้นอื่นๆ ที่ได้ประโยชน์           และยังชอบกลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยตรง คือ NEO (ซื้อ/เป้า 64.00 บาท) มีสัดส่วนรายได้จากสินค้าอุปโภค 100%, OSP (ซื้อ/เป้า 28.00 บาท) มีสัดส่วนรายได้สินค้าอุปโภคที่ 9% ของรายได้รวม และ SFLEX (ซื้อ/เป้า 4.80 บาท) ได้ประโยชน์ต่อเนื่องจากยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีการใช้ flexible packaging เพิ่มขึ้น, CBG (ซื้อ/เป้า 88.00 บาท) กลุ่มเปราะบางเป็นลูกค้าหลักของเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์คาราบาวแดง คาดช่วยหนุนรายได้เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศใน 4Q24E โตต่อ YoY, QoQ

abs

ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011