ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#BJC


BJC ทุ่ม 1.2 หมื่นล. ขยายสาขา อัพฐานลูกค้าใหม่-โตทุกกลุ่มธุรกิจ

BJC ทุ่ม 1.2 หมื่นล. ขยายสาขา อัพฐานลูกค้าใหม่-โตทุกกลุ่มธุรกิจ

          หุ้นวิชั่น - BJC กางแผนงานปี 68 ทุ่มงบ 1.2 หมื่นล้านบาท ผุดสาขาใหม่-ปรับปรุงสาขาเดิม พร้อมตั้งเป้าอัตราการเช่าพื้นที่ 92% เล็งขยายฐานลูกค้าใหม่ทำเงิน ดันธุรกิจเติบโตทุกกลุ่ม           นางสาวอัญชลี ริมวิริยะทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจในระดับตัวเลขหลักเดียวระดับกลาง (mid single digit) พร้อมตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ในช่วง 20-40 basis points (bps)           สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้ BJC เตรียมงบประมาณระหว่าง 10,000-12,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาและปรับปรุงสาขาเดิม โดยวางแผนเปิดร้านขนาดใหญ่ 7 แห่ง และร้านขนาดเล็ก 200 แห่ง รวมถึงการปรับปรุงร้านทั้งหมด 17 แห่ง ปรับปรุงร้านขนาดเล็ก 100 แห่ง ปรับขนาดร้านให้เหมาะสม 9 แห่ง และปรับปรุงโซนอาหารสด 15 แห่ง พร้อมตั้งเป้าหมายอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 92% แนวโน้มการเติบโตของแต่ละกลุ่มธุรกิจ • กลุ่ม Packaging Supply Chain: คาดว่าจะเติบโตตามการขยายตัวของ GDP หรือในระดับตัวเลขหลักเดียวระดับต่ำ (low single digit) จากการขยายตลาดส่งออก • กลุ่ม Consumer Supply Chain: เน้นขยายตลาดผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และเพิ่มยอดขายออนไลน์ โดยคาดว่าจะเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียวระดับกลาง (mid single digit) • กลุ่ม Healthcare: มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าใหม่และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ตั้งเป้าอัตราการเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียวระดับกลางถึงสูง (mid to high single digits) • กลุ่ม Modern Retail Supply Chain (BigC): คาดการเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียวระดับกลาง (mid single digit) โดยเฉพาะจากยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth: SSSG) ที่คาดว่าจะเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียวระดับต่ำถึงกลาง (low-to-mid single digit)           ปัจจุบัน BJC มีสินค้าทั้งหมดประมาณ 3,600 รายการ สำหรับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท คาดว่าจะส่งผลกระทบไม่มากนัก โดยบริษัทได้เตรียมกลยุทธ์ในการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรองรับสถานการณ์นี้

ช่องวัน ผนึก กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี  เฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์ Big C - ดันเป็นนักแสดง

ช่องวัน ผนึก กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์ Big C - ดันเป็นนักแสดง

          ช่องวัน ผนึก กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ปั้นโปรเจกต์สุดพิเศษ “Big C Super Girl” ดึงจุดแข็งทั้ง 2 ฝ่ายเสริมความแข็งแกร่งแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ พร้อมชูโอกาสการเฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของ Big C และดันขึ้นแท่นเป็นนักแสดงช่องวัน เริ่มเปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 4 – 31 มีนาคม 2568           ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE พร้อมด้วย ระฟ้า ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาดกลุ่ม, นิพนธ์  ผิวเณร  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตละคร , สุธาสินี  บุศราพันธ์  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตรายการ  จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี หรือ BJC - Big C  ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค บรรจุภัณฑ์ และห้างค้าปลีก “บิ๊กซี” โดยมี อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี, ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี, กชกร อาคมธน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และสื่อสารการตลาด ร่วมเปิดตัวโปรเจกต์ Big C Super Girl เพื่อค้นหาพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของ Big C พร้อมโอกาสในการเป็นนักแสดงช่องวัน และชิงเงินรางวัล มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท โดยงานจัดขึ้น ณ ห้องสตาร์เลาจน์ ชั้น 20 ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568           การจับมือทางธุรกิจของช่องวัน 31 คอนเทนต์ครีเอเตอร์ในกลุ่ม เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ onee ผู้นำด้านคอนเทนต์บันเทิงชั้นนำของประเทศที่เป็นมากกว่าช่องทีวี กับ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในครั้งนี้ ถือเป็นการใช้จุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งความแข็งแกร่งของการเป็นผู้ประกอบการชั้นนำในตลาดค้าปลีกและความน่าสนใจของแบรนด์ บิ๊กซี ผนวกกับศักยภาพการผลิตคอนเทนต์บันเทิงของทาง ช่องวัน มาร่วมกันเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ผ่านการปั้นคอนเทนต์ร่วมกัน และผลักดันให้โปรเจกต์นี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น           ทั้งนี้ ความร่วมมือของการจัดทำโปรเจกต์ดังกล่าว ยังนับเป็นครั้งแรกในการเปิดโอกาสให้กับหญิงสาวอายุ 18-35 ปี ที่มีความทันสมัย โดดเด่นด้วยทักษะความสามารถ ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์  และพร้อมที่จะต่อยอดเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนักแสดงช่องวัน           สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโปรเจกต์ Big C Super Girl สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2568 นี้  ที่ bigcsupergirl.one31.net

BJC กำไรปี67 เกินคาดที่ 4.6 พันลบ. โบรกคาดปีนีโตต่อ เคาะเป้า 30 บาท

BJC กำไรปี67 เกินคาดที่ 4.6 พันลบ. โบรกคาดปีนีโตต่อ เคาะเป้า 30 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า ระบุ BJC รายงานกำไรสุทธิ 4Q24 ที่ 1.6 พันลบ. (+134% QoQ, +0.3% YoY) แต่หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 164 ลบ. กำไรปกติจะอยู่ที่ 1.5 พันลบ. (+59% QoQ, -12% YoY) ออกมาใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 10% กำไรปกติ 4Q24 เติบโต 59% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่เทียบ 4Q23 แม้รายได้และ GPM จะดีขึ้น แต่กำไรปกติลดลง 12% YoY จากฐานสูงในปีก่อนเพราะมีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี           รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 4.1 หมื่นลบ. (-6% QoQ, +2% YoY) ยอดขายเติบโต YoY ในธุรกิจยกเว้นกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค รายได้ -2% YoY จากยอดขายลดลงในเวียดนาม เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า สำหรับธุรกิจ Big C รายงานรายได้ +3% YoY สอดคล้องกับ SSSG ที่ +1.5% YoY (รวมขายแบบ B2B จะอยู่ที่ +2.2% YoY) ดีขึ้นเทียบกับ +0.02% YoY ใน 3Q24 สะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคที่ฟื้นตัวต่อจากช่วงปลาย 3Q24 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ           GPM ทั้งกลุ่มปรับขึ้นเป็น 21.0% จาก 20.2% ใน 4Q23 จาก GPM ที่ดีขึ้นในทุกธุรกิจ: Big C +30bps YoY จาก Product mix ที่ดี ขายสินค้ากำไรดีเพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารสินค้าคงคลังและการขนส่งที่ดีขึ้น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ +75bps YoY ตามราคาวัตถุดิบหลักที่ลดลง ส่วนกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและกลุ่มเครื่องมือแพทย์ +200bps YoY SG&A อยู่ที่ 8.2 พันลบ. (+2% QoQ, +1% YoY) SG&A/Sales อยู่ที่ 20.0% ลดลงจาก 20.8% ใน 3Q24 และ 20.2% ใน 4Q23           ทั้งปี 2024 กำไรปกติอยู่ที่ 4.6 พันลบ. (-2% YoY) ดีกว่าคาดการณ์ของเรา 8%           ประกาศจ่ายปันผล 2H24 ที่ 0.56 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 2.5% ขึ้น XD วันที่ 29 เม.ย. Our Take           แนวโน้ม 1Q25 คาดกำไรปกติลดลง QoQ ตามปัจจัยด้านฤดูกาล แต่เติบโต YoY ด้วยอานิสงส์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ข้อมูล 1QTD SSSG +3-5% YoY ในด้านของการทำกำไรคาดเพิ่มขึ้น YoY เช่นกัน บริษัทตั้งเป้าหมายการดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่หรือ Big C ที่จะเน้นเพิ่มการขายสินค้าประเภทอาหารสด คาดจะช่วยเพิ่มทั้ง Traffic หนุน SSSG และอัตราการทำกำไรให้ดีขึ้นต่อเนื่อง           สำหรับปี 2025 เราคงคาดกำไรปกติที่ 5.1 พันลบ. (+12% YoY) เติบโตจากภาพการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้นด้วยแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นหลัก อีกทั้งมีปัจจัยหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐฯ ที่ต่อเนื่องขึ้นกว่าปี 2024 ช่วยหนุนยอดขายของธุรกิจเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์โดยตรง           คงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสมที่ 30.00 บาทต่อหุ้น ปัจจุบันหุ้นซื้อขายบน PER25 ที่ 17 เท่า, PBV25 ที่ 0.7 เท่า แนะนำสะสมสำหรับการลงทุนระยะยาว คาดบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโต YoY ของกำไรได้ต่อเนื่องตลอดปี 2025 หลังจากผลประกอบการปรับฐาน การกลับมาจ่ายภาษีตามอัตราปกติตลอดทั้งปีแล้ว

BJC คาดปีนี้กำไรโต 10%   SSSG บวกต่อ โบรกแนะ “ซื้อ” ที่ 30 บาท

BJC คาดปีนี้กำไรโต 10% SSSG บวกต่อ โบรกแนะ “ซื้อ” ที่ 30 บาท

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี ใน 4Q24F คาดว่า BJC จะมีกำไรหลักของ BJC จะลดลง 6% yoy เป็น 1.5 พันล้านบาท เนื่องจากรายได้ค่าเช่าลดลง 2% yoy (เพราะมีการปรับปรุงห้างหลายแห่ง) เหลือ 2.3 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอื่นๆ เติบโตได้ดี โดยเฉพาะบิ๊กซี (มีส่วนแบ่งรายได้ 65%) การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) อยู่ที่ 1.5% อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มขยายตัว 0.8ppt yoy เป็น 21% อาจมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 130 ล้านบาทจากการป้องกันความเสี่ยงในบัญชีเจ้าหนี้ เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ 30 บาท เนื่องจากเราคิดว่า SSSG จะยังคงเป็นบวกต่อไปในปี 2025 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น นอกจากนี้ BJC ซื้อขายที่ 17.5 เท่า P/E ปี 2568F -2SD ของค่าเฉลี่ยระยะยาว 4Q24F กำไรหลักลดลงจากค่าเช่าแต่ยอดขายยังดีอยู่ เราประเมินยอดขายเติบโต 3% yoy โดยได้แรงหนุนจากยอดขายเติบโตดีในทุกหมวด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสุขภาพที่อาจเติบโต 7% yoy (เนื่องจากเพิ่มงบประมาณจากความล่าช้าครั้งก่อน) Big C (ส่วนแบ่งรายได้ 65%) SSSG หันมาเป็นบวกที่ 1.5% (จาก 0% ใน 3Q24) เนื่องจากสามารถปรับปรุงการเลือกสรรและความสดของผลิตภัณฑ์อาหารสดที่ดึงดูดลูกค้าได้ ยอดขายกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น 3% yoy เนื่องจากยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดีขึ้นในประเทศไทย และเวียดนามซึ่งเจาะกลุ่มผู้ผลิตเครื่องดื่มรายย่อย เราคาดว่าธุรกิจผู้บริโภคยอดขายจะลดลง 3% yoy จากแนวโน้มการบริโภคที่ซบเซาในประเทศไทย อัตรากำไรขั้นต้นอาจเพิ่มขึ้น 0.8ppt yoy (เป็น 21%) จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง (เช่น โซดาแอชในธุรกิจบรรจุภัณฑ์) รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นที่ Big C จากอาหารสดที่ดีขึ้นซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น2025 กำไรหลักคาดว่าจะโต 10% เราคาดว่ากำไรหลักจะเติบโต 10% ในปี 2025F โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของยอดขาย 5% จากทั้งสี่กลุ่ม SSSG ของ Big C อาจอยู่ที่ 2% และอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มอาจทรงตัว yoy (ที่ 20%) เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ (โซดาแอช อะลูมิเนียม) ทรงตัวเป็นส่วนใหญ่ ความเสี่ยงหลักคือการฟื้นตัวของการบริโภคที่อาจช้ากว่าที่คาด เราให้ TP ที่ 23.8x P/E ปี 2025F ซึ่งต่ำกว่าตัวคูณเฉลี่ยระยะยาว -1SD เรามองว่าการฟื้นตัวของ SSSG เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงบวก ความเสี่ยงที่สำคัญคือการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศไทยช้ากว่าคาด

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

KSS คาด SET “Rebound” ต้าน 1433 จุด ชู BJC, CRC, KTB

KSS คาด SET “Rebound” ต้าน 1433 จุด ชู BJC, CRC, KTB

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Rebound” ต้าน 1429/1433 จุด รับ 1415/1411 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐแกว่งขึ้น ดัชนีS&P500 +0.38% หุ้นเทคฯนำตลาด Broadcom ยังมีโมเมนตัม ขณะที่ปัจจัยมหภาค Flash PMI สหรัฐฯ ธ.ค. 24 ภาคบริการขยายตัว ดีกว่าคาด เร่งขึ้นสู่ 58.5 จุด ชดเชยฝั่งภาคผลิตที่ต่ำกว่าคาด หนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯเป็นภาพ Goldilocks to Soft Landing แต่ตลาดน่าจะเริ่มรอสัญญาณช่วงถัดไปโดยเฉพาะมุมมองดอกเบี้ยและเศรษฐกิจจากการประชุม Fed (ไทยทราบผลเช้า 19 ธ.ค.) บ่งชี้จาก US Bond Yield 10 ปีที่ยังแกว่ง 4.4%           ขณะที่เอเชียการฟื้นตัวจีนยังค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ความน่าสนใจระยะสั้นที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนยังไม่มาก ด้านไทยหลังตลาดปรับตัวลดลง 6 วันติด ส่งผลให้ Current Equity Risk Premium (ERP) แตะ 3.8% > ค่าเฉลี่ย 3.1% ส่วน Forward ERP ขึ้นไป 4.4% > Avg + 1 S.D. (4.05%) น่าจะเริ่มเป็นจุดกลับมาสร้างความน่าสนใจตลาดหุ้นไทย ผสาน ภายในลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม           ประเมิน SET วันนี้ Rebound หุ้นนำ คือ กลุ่ม Domestic ธนาคาร ค้าปลีก กลุ่มที่เป็นเป้า Domestic Long Term Funds อาทิ สื่อสาร วันนี้แนะนำ BJC, CRC, KTB

AWC ผนึกพลัง BJC เปิด ฟีนิกซ์ ศูนย์กลางอาหารระดับโลก

AWC ผนึกพลัง BJC เปิด ฟีนิกซ์ ศูนย์กลางอาหารระดับโลก

          หุ้นวิชั่น - บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ผนึกพลัง บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนา “Big C” คอนเซ็ปต์สโตร์โมเดลใหม่ที่ยังไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนที่โครงการ “Phenix” (ฟีนิกซ์) ศูนย์กลางด้านอาหารครบวงจรระดับโลกที่เป็นแหล่งรวมอาหารและสุดยอดความอร่อยใจกลางเมืองบนพื้นที่ยุทธศาสตร์ย่านประตูน้ำ กับครั้งแรกของการผสานซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าเข้าด้วยกัน ครบครันทุกเรื่องชอปปิ้งวัตถุดิบอาหารชั้นเลิศและหลากหลายส่งตรงจากผู้ผลิตในรูปแบบ “Shop in Shop” ที่จะสร้างมิติใหม่ของการชอปปิ้งแบบ “Factory Outlet” รวมถึงอาหารของฝากเลื่องชื่อและสินค้าอุปโภคบริโภคจากแบรนด์ระดับโลก ที่ได้รับการคัดสรรมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ นักท่องเที่ยวและฟูดเลิฟเวอร์ รวมถึงชุมชนโดยรอบโครงการอย่างครบครัน พร้อมเตรียมนำเทคโนโลยีรีเทลล้ำสมัยมาใช้ภายในคอนเซ็ปต์สโตร์ใหม่แห่งนี้ เพื่อเชื่อมต่อ Ecosystem ด้านอาหาร และมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง ดึงดูดนักชอปนักชิมและนักท่องเที่ยว เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางและจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก เตรียมพบกับความตื่นเต้นจากโครงการ “Phenix” และ “Big C” พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้ โดย “Big C” คอนเซ็ปต์สโตร์ใหม่นี้มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 2 ปี 2568           นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า “AWC  ยินดีอย่างยิ่งในความร่วมมือและความมุ่งมั่นร่วมกันของ AWC และ BJC Big C เพื่อร่วมสร้างสรรค์คอนเซ็ปต์สโตร์โมเดลใหม่ที่จะดึงพลังความหลากหลายของพันธมิตรธุรกิจอาหาร และพาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศชั้นนำด้านอาหารกว่า 14 ประเทศที่นำสินค้าจากทั่วโลกมาร่วมในโครงการ ‘Phenix’ ผสานกับคอนเซ็ปต์รีเทลใหม่ที่ ‘Big C’ จะร่วมพัฒนากับ AWC ให้มีความโดดเด่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์โอกาสใหม่ให้กับธุรกิจอาหารและการค้าปลีกค้าส่ง และร่วมสนับสนุนกลยุทธ์ของภาครัฐที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาหารของภูมิภาค รวมทั้งนโยบายที่จะสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร เพื่อส่งเสริมประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก”           นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ร่วมมือกับ AWC อีกครั้งในการนำเสนอ ‘Big C’ คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ได้พัฒนาต่อจากความสำเร็จของ ‘Big C’ ที่โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวและผู้ที่มาใช้บริการ เราเห็นโอกาสที่จะร่วมสร้างคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ ‘Phenix’ ร่วมกัน ให้เป็นปรากฏการณ์สำคัญในการสร้างมิติใหม่ด้านการชอปปิ้งอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อาทิ การสร้างสรรค์พื้นที่แบบ ‘Shop in Shop’ และการสร้างประสบการณ์แบบ ‘Factory Outlet’ ของผลิตภัณฑ์อาหารส่งตรงจากผู้ผลิตมารวมไว้ใจกลางเมือง ที่จะรวมทั้งร้านอาหารและผู้ผลิตอาหารชั้นนำมากมายเอาไว้ภายในโครงการ          ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาใช้บริการสามารถเลือกชอปปิ้งได้ทั้งรูปแบบค้าปลีกและค้าส่ง พร้อมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะเข้ามาเสริมประสบการณ์ชอปปิ้งให้กับผู้ที่มาใช้บริการได้อย่างสะดวกและประทับใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมให้เติบโต ควบคู่กับการตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” “Big C” คอนเซ็ปต์สโตร์โมเดลใหม่นี้จะได้รับการพัฒนาครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. บริเวณชั้น G ภายในโครงการ “Phenix”  ด้วยการนำเสนอประสบการณ์การชอปปิ้งที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นไม่เหมือนใคร ผสานมิติใหม่ของซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ผู้บริโภค และฟูดเลิฟเวอร์เพื่อสัมผัสความพิเศษ พร้อมเชื่อมต่อกับ Ecosystem ด้านอาหารของ “Phenix” และเติมเต็มทุกมิติด้านอาหารอย่างครบวงจรในโซนสินค้าคุณภาพจากชุมชนหลากหลายภายในโครงการด้วยอาหารและสินค้าคุณภาพจากทั่วประเทศไทย เพื่อครอบคลุมทุกมิติด้านการชอปปิ้ง อาหาร และการท่องเที่ยวให้รอบด้าน ทั้งยังช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางและจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก

“โกลเบล็ก” คัด 4 หุ้นเด่นรับแจกเงินหมื่น ชู CPALL-CPAXT-BJC-TNP

“โกลเบล็ก” คัด 4 หุ้นเด่นรับแจกเงินหมื่น ชู CPALL-CPAXT-BJC-TNP

          กรุงเทพฯ - บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยผันผวนจากปัจจัยกดดันเรื่องที่ FED จะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง  พร้อมจับตาศาลรัฐธรรมนูญ 22 พ.ย.นี้ ชี้ชัด รับ-ไม่รับคำร้องทักษิณ-เพื่อไทย ล้มล้างการปกครอง จึงให้กรอบดัชนี 1,420-1,470 จุด และกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายแจกเงิน 10,000 บาทให้กลุ่มผู้สูงวัยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ CPALL-CPAXT-BJC-TNP           นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนจากปัจจัยกดดันคำแถลงการณ์ของประธานเฟดที่บ่งชี้ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจชะลอลงตัวลง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลงแรงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังติดตามศาลรัฐธรรมนูญ นัด 22 พ.ย.นี้ ซึ่งเป็นการ รับ-ไม่รับคำร้อง ทักษิณ-เพื่อไทย ล้มล้างการปกครอง จึงให้กรอบดัชนีที่ระดับ 1,420-1,470 จุด           ขณะที่มีปัจจัยหุนจากสภาพัฒน์เปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 3/2567 ขยายตัว 3.0% ดีกว่าตลาดคาดระหว่าง 2.4-2.7% และเร่งขึ้นจาก 2.2% จากในไตรมาส 2/2567 จากการผลิตภาคนอกเกษตรที่ขยายตัวเร่งขึ้นตามการขยายตัวของกลุ่มบริการและจากการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ  ส่งผลให้สภาพัฒน์ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2567 สู่ระดับ 2.6% จากเดิม 2.5% ด้านกระทรวงการคลังเตรียมเสนอแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจรายปี โดยเริ่มตั้งแต่ของขวัญปีใหม่ช่วงสิ้นปีนี้ต่อเนื่องถึงตลอดทั้งปีหน้า เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีกำหนดประชุมในวันอังคารนี้ (19 พ.ย.)           อีกทั้งทาง โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนว่าสหรัฐฯไม่ต้องการทำสงครามเย็น และไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบของจีน โดยพันธมิตรของสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ต่อต้านจีน และออสตัน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาชิคาโกคาดการณ์ว่า FED อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในปีนี้ และลดลงอีก 1% ในปีหน้าตามที่ได้คาดการณ์ไว้ในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา           อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตาปัจจัยในประเทศวันนี้ (19 พ.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และสัปดาห์ที่ 4 ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์, กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย, สัปดาห์ที่ 5 สศอ. แถลงดัชนีอุตสาหกรรม, สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, วันที่ 29 พ.ย. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจ           ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตาวันนี้ 19 พ.ย. อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค. (ประมาณการครั้งสุดท้าย), สหรัฐ รายงานตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนต.ค., วันที่ 20 พ.ย. ญี่ปุ่น รายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนต.ค., สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, วันที่ 21 พ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเดือนพ.ย. ยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนต.ค. และวันที่ 1 ธ.ค. กลุ่มโอเปกพลัสประชุมกำหนดนโยบายการผลิตอย่างเป็นทางการ           ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่ได้ออกนโยบายแจกเงิน 10,000 บาทให้กลุ่มผู้สูงวัยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  โดยประเมินว่าหุ้นที่จะได้อานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวได้แก่ CPALL, CPAXT, BJC และ TNP           ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก ประเมินแนวโน้มราคาทองคำในสัปดาห์นี้ ราคาทองคำยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเงินดอลลาร์แข็งค่า หลัง “ทรัมป์” ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ประกอบกับประธานเฟดส่งสัญญาณไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังตัวเลขเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% และตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามราคาทองคำได้แรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น มองกรอบทองคำสัปดาห์นี้ 2,530 – 2,645 $/Oz ลุ้นทดสอบแนวรับ

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

ร่าง พ.ร.บ. เอ็นเตอร์เมนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ หนุนจิตวิทยาบวก หุ้นบริการ AOT, BTS, BJC

ร่าง พ.ร.บ. เอ็นเตอร์เมนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ หนุนจิตวิทยาบวก หุ้นบริการ AOT, BTS, BJC

          หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า รมช. คลัง คาดว่าใช้เวลา 1 เดือน ก่อนรอเสนอ ครม. พิจารณา ร่าง พ.ร.บ. เอ็นเตอร์เมนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ หลังผ่านขั้นตอน Public Hearing ที่มีประชาชนเห็นด้วย 82% แล้ว มองจิตวิทยาบวกหุ้นที่เกี่ยวข้อง กลุ่มทุนใหญ่ที่มีกระแสข่าวสนใจลงทุนและหุ้นภาคบริการ AOT, BTS, VGI, BJC, STEC, ERW, BA, MBK ที่มา : บล.กรุงศรี

นทท.ต่างชาติ โต7.8% แนะนำสะสมหุ้นท่องเที่ยว AOT - ERW - AAV โดดเด่น

นทท.ต่างชาติ โต7.8% แนะนำสะสมหุ้นท่องเที่ยว AOT - ERW - AAV โดดเด่น

          หุ้นวิชั่น- ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงานว่า KSS Strategist Comment: TH Tourism Update นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ล่าสุด (30 ก.ย. -6 ต.ค.) +7.8%w-w ตามผลบวก Golden Week ส่วนระยะถัดไปมองเร่งต่อจากปัจจัยหนุนฤดูกาลท่องเที่ยว ผสาน นักท่องเที่ยวจีนเร่งขึ้นตามสัญญาณ Flight Capacity จีนสู่ไทย แนะนำสะสม AOT, ERW, AAV, CPALL, BJC, ADVANC Key Ideas : นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ล่าสุด 30 ก.ย. – 6 ต.ค. ปรับเพิ่มขึ้น +7.8%w-w อยู่ที่ 6.38 แสนคน สูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ เรามองเป็นผลบวกช่วง Golden Week ทั้งนี้ เราประเมินเป็นจุดเริ่มต้นก่อนฟื้นตัวช่วงปลายปี หนุนจาก การเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวต่อเนื่องยาวจากงวด 4Q24 – 1Q25 เริ่มเห็น Upside ของนักท่องเที่ยวจีน โดยปัจจุบันกำลังให้บริการต่อที่นั่ง ต่อ กม. (ASK) ของจีนเดินทางไปต่างประเทศ ณ 7 ต.ค. (หลัง Golden Week) แตะระดับ 75% ของ Pre-COVID ปรับเพิ่มมีนัยฯ 47%y-y นอกจากนี้ ระดับกำลังให้บริการต่อที่นั่ง ต่อ กม. (ASK) ของจีนเดินทางมาไทย ณ 7 ต.ค. สูง 68% ของ Pre-COVID เทียบกับยอดนักท่องเที่ยวจีน 8M24 ที่อยู่เพียง 63% ยิ่งสะท้อนภาพชัดเจน           Strategy: มองโมเมนตัมการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวทยอยชัดเจนขึ้น ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมค่อยๆคลายตัวลง และสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเชื่อว่าจำกัดวงระหว่างคู่กรณี เชิงกลยุทธ์แนะนำสะสมหุ้นท่องเที่ยว+ภาคบริการที่คาดฟื้นตัวเด่นช่วงฤดูกาลต่อเนื่อง เน้น AOT(TP Con-68.9) ERW (TP Con-5.3) AAV (TP-2.86) CPALL (TP-77) BJC(TP-30) ADVANC (TP-300)

จัดพอร์ตหุ้นรับวายุภักษ์ KTB-BBL-BCP น่าสะสม

จัดพอร์ตหุ้นรับวายุภักษ์ KTB-BBL-BCP น่าสะสม

หุ้นวิชั่น- บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า การลงทุนที่น่าสนใจ หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากกองทุนวายุภักษ์รอบใหม่ โดยเลือกหุ้น SET100 ที่มีคุณสมบัติ 1) จ่ายเงินปันผลดี โดยให้ Dividend Yield ขั้นต่ำปีละ 3.5% 2) มี ESG Ratings สูงตั้งแต่ระดับ A-AAA และ CG ระดับ 5 ดาว และ 3) มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตได้ในปี 2025 เลือก KTB BBL BCP ADVANC HMPRO นักลงทุนที่ต้องการหุ้นเก็งกำไรซึ่งคาดได้อานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง แนะนำ กลุ่มเช่าซื้อ (MTC TIDLOR) กลุ่มอสังหาฯ (AP SIRI) กลุ่มค้าปลีก (CPALL) กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF) กลุ่ม REITs (LHHOTEL DIF) นักลงทุนที่ต้องการหุ้นเก็งกำไรซึ่งได้อานิสงส์บวกจากสถานการณ์น้ำท่วม แนะนำ HMPRO GLOBAL CPALL BJC DCC และ TASCO ซึ่งจากสถิติปีที่เกิด La Nina หากลงทุนช่วงครึ่งหลัง ก.ย. และขายต้น พ.ย. คาดหวังจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 5.0%

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011