ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#BBGI


BBGI สุดแกร่ง กำไรพุ่ง 2,080% เพิ่มประสิทธิภาพรับดีมานด์เต็มพิกัด

BBGI สุดแกร่ง กำไรพุ่ง 2,080% เพิ่มประสิทธิภาพรับดีมานด์เต็มพิกัด

          BBGI ผู้นำธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) ของประเทศไทย ประกาศผลงานปี 2567 สุดแกร่ง! รายได้โต 61% อยู่ที่ 22,192 ล้านบาท กำไรทะยาน 2,080% อยู่ที่ 215 ล้านบาท รับดีมานด์ไบโอดีเซลเสิร์ฟกลุ่มบริษัทบางจากเต็มศักยภาพ มองปี 68 ลุยต่อ! จากการถือหุ้นครบ 100% ในบีบีจีไอ ไบโอดีเซล (BBGI-BI) หนุนกำลังการผลิตแตะ 1 ล้านลิตร/วัน ด้านธุรกิจใหม่ โครงการ SAF คาดผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2             นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI ผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง (HVP) เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานประจำปี 2567 มีรายได้จากการขายรวม 22,192 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จากปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,080% จากปีก่อน โดยปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (B100) ในปี 2567 อยู่ที่ 451 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 63% ด้านเอทานอลปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอทานอล อยู่ที่ 200 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 38%           สำหรับความสำเร็จในปี 2567 ธุรกิจไบโอดีเซลมีกำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดซื้อและจัดเก็บวัตถุดิบอย่างเหมาะสม พร้อมทั้ง การปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้บริษัทสามารถใช้กำลังการผลิตได้อย่างเต็มที่ ตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มบริษัทบางจาก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนกากน้ำตาลที่สูงขึ้น กดดันกำไรของธุรกิจเอทานอล           นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคม บริษัทฯ สามารถรับรู้กำไรจากบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัท บีบีจีไอ ไบโอดีเซล จำกัด หรือ BBGI-BI เพิ่มจาก 70% เป็น 100% พร้อมทั้งได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี SETESG และ sSET สะท้อนถึงแนวทางดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม           “ในปี 2567 ที่ผ่านมา ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซลปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทได้บริหารจัดการต้นทุนและ จัดการจัดเก็บวัตถุดิบอย่างเหมาะสม และเตรียมพร้อมสร้างการเติบโตต่อเนื่องในปี 2568” นายเดชพนต์ กล่าว           โดยในปี 2568 มั่นใจว่าจะเป็นอีกปีที่ดีสำหรับ BBGI โดยบริษัทปรับแผนการผลิตที่รองรับ ความต้องการของกลุ่มบริษัทบางจาก สนับสนุนให้มีการใช้อัตราการใช้กำลังการผลิตเต็มศักยภาพ พร้อมกับปัจจัยบวกจากการเข้าซื้อหุ้นบริษัท บีบีจีไอ ไบโอดีเซล จำกัด หรือ BBGI-BI ทำให้สามารถรับรู้กำไรจากไบโอดีเซลได้เต็ม 100% ตลอดทั้งปี           รวมทั้ง เตรียมสร้างฐานรายได้จากธุรกิจใหม่เข้ามาจากบริษัทร่วมทุน ในโครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 20% คาดโครงการใหม่จะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ COD ได้ในไตรมาส 2 พร้อมกำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน           “BBGI ไม่ได้หยุดอยู่แค่ธุรกิจพลังงานชีวภาพ แต่ยังมุ่งสู่ Greenovative Biotech ขยายไปในตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง (High-value Bioproducts) ที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต โดยบริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงาน CDMO ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568 เพื่อตอบสนองแนวนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และจะเป็นก้าวสำคัญที่สนับสนุน BBGI มีอยู่ในเมกะเทรนด์ธุรกิจที่เติบโตในอนาคต” นายเดชพนต์ กล่าวทิ้งท้าย [PR News]

BBGI ผลงานดีกว่าคาด มีปันผล 0.10 บ. ขึ้น XD 3 มี.ค.68 โบรกเคาะเป้า 5.80 บ.

BBGI ผลงานดีกว่าคาด มีปันผล 0.10 บ. ขึ้น XD 3 มี.ค.68 โบรกเคาะเป้า 5.80 บ.

            หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี ระบุ BBGI ผลประกอบการ 4Q67: ดีกว่าประมาณการของเราเพราะไบโอดีเซล Event กำไรสุทธิของ BBGI ใน 4Q67 อยู่ที่ 68 ล้านบาท (-14% YoY แต่ฟื้นตัว QoQ จากขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาทใน 3Q67) ดีกว่าประมาณการของเรา 179% เนื่องจาก i) มีกำไรพิเศษ 12 ล้านบาทจากการซื้อหุ้นได้ราคาถูก และ ii) อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมดีกว่าคาดที่ 3.8% (เราใช้สมมติฐานที่ 2.5%) โดยเฉพาะจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นของไบโอดีเซล นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผลเต็มปีที่ 0.10 บาท/หุ้น กำหนดขึ้น XD วันที่ 3 มีนาคม คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2567 ที่ 2.4% จากราคาปิดล่าสุด ทั้งนี้ กำไรสุทธิของ BBGI ในปี 2567 อยู่ที่ 215 ล้านบาท (+2,080% YoY) ผลประกอบการพลิกฟื้น QoQ ใน 4Q67             กำไรที่ลดลง YoY แต่พลิกฟื้น QoQ เป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมออกมาที่ 3.8% ใน 4Q67 ลดลงจาก 4.5% ใน 4Q66 แต่ดีขึ้นจาก 2.7% ใน 3Q67 ปัจจัยสำคัญที่น่าสนใจ             i) ธุรกิจเอทานอลแสดงผลขาดทุนสุทธิใน 4Q67 เพราะอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเอทานอลติดลบ จากการที่ราคาเอทานอลในประเทศลดลง 8% QoQ เหลือ 28.0 บาท/ลิตร ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหมายว่าผลผลิตอ้อยในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 93 ล้านตันในปี 2568F (+13% YoY) แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณยอดขายเอทานอลของ BBGI เพิ่มขึ้นถึง 60% QoQ เป็น 82 ล้านลิตร เนื่องจากกลยุทธ์ของผู้บริหารที่วางแผนยอดขายให้มากที่สุดในไตรมาสสุดท้ายของปี             ii) กำไรจากธุรกิจไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างมาก QoQ เพราะอัตรากำไรขั้นต้นของไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นจากการที่ราคาไบโอดีเซลในประเทศพุ่งสูงขึ้นถึง 22% QoQ เป็น 43.5 บาท/ลิตร เพราะสต็อก CPO ในประเทศไทยต่ำมาก โดยอยู่ที่ 201,287 ตัน ณ สิ้นปี 2567 และอุปสงค์ CPO ในภูมิภาคแข็งแกร่งขึ้นก่อนที่จะมีการบังคับใช้น้ำมันดีเซล B40 ในประเทศอินโดนีเซียในช่วงต้นปี 2568 แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณยอดขายไบโอดีเซลลดลง 8% QoQ เหลือ 103 ล้านลิตร หลังจากที่กระทรวงพลังงานลดไบโอดีเซลภาคบังคับจากน้ำมันดีเซล B7 เป็น B5 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 เพราะราคา CPO พุ่งขึ้นไปสูงมาก             iii) สำหรับรายการพิเศษ บริษัทบันทึกกำไรพิเศษ 12 ล้านบาทจากการซื้อหุ้นได้ในราคาถูก โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 BBGI ได้เข้าซื้อหุ้น 49% ใน Win Ingredients จาก Manus Bio, Inc. ที่ราคา 5.2 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 100% เรายังคงคำแนะนำซื้อ BBGI และคงราคาเป้าหมายปี 2568F เอาไว้เท่าเดิมที่ 5.80 บาท             อิงจาก PE ที่ 18.0x เราเชื่อว่าราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง QoQ ใน 4Q67 นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรสุทธิใน 1Q68F จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง QoQ เนื่องจาก i) คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลจะพลิกจากที่ติดลบมาเป็นบวกได้ เพราะต้นทุนกากน้ำตาลที่ใช้เป็น feedstock ลดลง และ ii) คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของไบโอดีเซลจะแข็งแกร่ง เพราะได้อานิสงส์จากราคา CPO ที่สูงมากที่ 47.4 บาท/กก. ใน 1QTD68 ซึ่งเพิ่มขึ้น 12% จาก 42.3 บาท/กก. ใน 4Q67

BBGI รวบธุรกิจ Biofuel 1 ล้านลิตร/วัน เข้าถือหุ้น BBGI-BI ครบ 100%

BBGI รวบธุรกิจ Biofuel 1 ล้านลิตร/วัน เข้าถือหุ้น BBGI-BI ครบ 100%

          BBGI ส่งสัญญาณ โค้งสุดท้ายของปีธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นซีซั่นการขายหนุนแนวโน้ม Q4/67 ปริมาณขายโตต่อเนื่อง ประกอบกับ การซื้อหุ้น BBGI-BI เข้ามาอีก 30% ทำให้ปัจจุบันถือครบ 100% จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเต็มร้อยในเดือนธันวาคมเป็นต้นไป รองรับดีมานด์ไบโอดีเซลให้กลุ่มบริษัทบางจากเต็มกำลัง ด้านธุรกิจใหม่ โครงการ SAF และ CDMO งานก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วประมาณ 70% มองปี 68 ผลงานจัดเต็มต่อเนื่อง           นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI ผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง (HVP) เปิดเผย ล่าสุด BBGI ปิดดีลการเข้าซื้อหุ้น บริษัท บีบีจีไอ ไบโอดีเซล จำกัด หรือ BBGI-BI ได้สำเร็จ สนับสนุนสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 100% จากเดิมถือหุ้น 70% และจะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรใน BBGI–BI เข้ามาเต็มจำนวนตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นต้นไป สนับสนุนผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง กำลังการผลิตตามสัดส่วนจะพุ่งทะยานแตะ 1,000,000 ลิตรต่อวัน จากเดิม 700,000 ลิตรต่อวันรองรับความต้องการกลุ่มบริษัทบางจาก           สำหรับความคืบหน้าธุรกิจใหม่ เตรียมสร้าง New S-Curve ในปีหน้า โครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) เป็นตามแผน ณ สิ้นเดือนตุลาคมความคืบหน้างานก่อสร้างไปแล้ว 70% คาดพร้อมผลิตเชิงพาณิชย์ COD ในช่วงไตรมาส 2/2568 รวมทั้ง การบริหารตลอดห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจ พร้อมรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจาก ภาคธุรกิจและประชาชนผ่านปั๊มบางจากมากกว่า 233 แห่ง ตามโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” และขยายเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม ทำให้มีความมั่นคงในการจัดหาวัตถุดิบ มุ่งสู่เป้าหมายช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมการบิน โดยเห็นสัญญาณที่ดีจากหลากหลายประเทศส่งเสริมการใช้น้ำมัน SAF มากขึ้น โดยในปี 2568 จะมีในกลุ่มประเทศยุโรป อังกฤษ และอินเดียจะเริ่มมีการกำหนดสัดส่วนการผสมของ SAF ขณะที่ ความคืบหน้าธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง (CDMO) ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายนก่อสร้างไปแล้ว 70% คาดในเฟสแรกจะเริ่ม COD ภายในปีหน้า เป็นฐานด้านไบโอเทคโนโลยีแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ตลาดโลก           “เราประเมินภาพรวมปี 2568 ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพจะยังคงเติบโตจากยอดขายและปริมาณการขายที่อยู่ในระดับสูง ด้วยกลยุทธ์การใช้กำลังการผลิตเต็มกำลัง ทำให้บริษัทฯ มีต้นทุนที่มีประสิทธิภาพจึงมั่นใจธุรกิจหลักจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับปัจจัยบวกจากการเข้าซื้อหุ้น BBGI-BI เข้ามาเสริมทัพ ตอกย้ำผู้นำในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ธุรกิจใหม่โครงการ SAF บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 20% และโครงการ CDMO ถือหุ้นสัดส่วน 75% คาดว่าการก่อสร้างของโรงงานจะแล้วเสร็จในปีหน้า หนุนการเติบโตของธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพในมิติใหม่ที่ให้ความสำคัญต่อการลดปริมาณคาร์บอนที่ส่งผลต่อภาวะ เรือนกระจกได้เช่นเดียวกับธุรกิจไบโอดีเซลและเอทานอลได้อย่างมีนัยสำคัญ” นายกิตติพงศ์  กล่าวทิ้งท้าย [PR News]

[ภาพข่าว] BBGI ผู้นำธุรกิจ Biofuel รับรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนประจำปี 67

[ภาพข่าว] BBGI ผู้นำธุรกิจ Biofuel รับรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนประจำปี 67

          นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI  รับรางวัลเกียรติคุณการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนประจำปี 2567 หรือ Sustainability Disclosure Recognition 2024 ในงานประกาศผลของประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน หรือ Sustainability Disclosure Community (SDC) จัดตั้งโดยสถาบันไทยพัฒน์ สะท้อนถึงการให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ภายใต้การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างโปร่งใส โดย BBGI เป็นหนึ่งในองค์กรสมาชิกจาก 167 ราย ที่เข้าร่วมในโครงการดังกล่าวนี้ และถือเป็นรางวัลที่ช่วยยกระดับการเปิดเผยข้อมูลในกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) ที่มุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาวอย่างแท้จริง โดยมี ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์เป็นผู้มอบรางวัล ณ ห้องออดิทอเรี่ยมชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร           สำหรับรางวัลในครั้งนี้ ยังเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ BBGI ในด้าน ESG  ครอบคลุมทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social, and Governance: ESG) โดยขับเคลื่อนองค์กรให้สอดคล้องกับนโยบายพลังงานสะอาดและนโยบายเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติของภาครัฐ พัฒนาธุรกิจนวัตกรรมชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะอย่างถูกต้อง ครบถ้วน สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน คู่ค้า และพันธมิตร ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ตามหลักความยั่งยืน

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

BBGI ปิดดีลซื้อหุ้น BBGI-BI ครบ 100%  รองรับดีมานด์กลุ่มบางจาก

BBGI ปิดดีลซื้อหุ้น BBGI-BI ครบ 100% รองรับดีมานด์กลุ่มบางจาก

          หุ้นวิชั่น -  BBGI ปิดดีลซื้อหุ้น BBGI-BI แล้วเสร็จ หนุนถือหุ้นสัดส่วน 100% จากเดิม 70% เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ Supply Chain Optimization ดันกำลังการผลิตตามสัดส่วนพุ่งทะยานแตะ 1,000,000 ลิตรต่อวัน จากเดิม 700,000 ลิตรต่อวัน รองรับความต้องการของกลุ่มบริษัทบางจากได้อย่างมีประสิทธิภาพ            นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) เปิดเผยถึง ความสำเร็จการเข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท บีบีจีไอ ไบโอดีเซล จำกัด (BBGI-BI) จากบริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) (UAC) และผู้ถือหุ้นเดิมของ BBGI-BI จำนวน 30% ของทุนจดทะเบียนซึ่งชำระเต็มมูลค่า โดยมีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 370,500,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทฯ ถือหุ้นใน BBGI-BI ในสัดส่วน 70% ของทุนจดทะเบียน ภายหลังเข้าทำธุรกรรมแล้วเสร็จ บริษัทฯ จะถือหุ้น BBGI-BI ในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน การเข้าซื้อหุ้นในครั้งนี้ เป็นไปตามกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทฯ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ BBGI ในฐานะผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย BBGI-BI จะรองรับความต้องการการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพของกลุ่มบริษัทบางจาก ภายหลังบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ควบรวม บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC ส่งผลให้มีความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพของกลุ่มบริษัทบางจากเพิ่มสูงขึ้น เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ Supply Chain Optimization ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง BBGI-BI เป็นธุรกิจที่ดีและมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นโรงงานผลิตไบโอดีเซลที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตและประสิทธิภาพการผลิตที่ดี สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบและควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ สอดคล้องตามความต้องการของตลาด ถือเป็น flagship สำคัญของกลุ่มธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพของ BBGI “บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสในการเพิ่มศักยภาพการจัดหาไบโอดีเซลรองรับความต้องการของกลุ่มบริษัทบางจาก ได้เข้าซื้อหุ้น BBGI-BI เพิ่ม 30% ให้เต็ม 100% ซึ่งปัจจุบัน ทำธุรกรรมแล้วเสร็จ สนับสนุนกำลังการผลิตตามสัดส่วนพุ่งทะยานแตะ 1,000,000 ลิตรต่อวัน จากเดิม 700,000 ลิตรต่อวัน โดย ณ สิ้นกันยายน 2567 มีการใช้อัตรากำลังการผลิตเต็มกำลัง ทำให้ บริษัทฯ ถือหุ้นโรงงานไบโอเอทานอล และ ไบโอดีเซล ครบ 100% ทุกโรงงาน ตอกย้ำผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) รายใหญ่ของประเทศ ที่มุ่งสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง” นายกิตติพงศ์ กล่าว

BBGI แจ้งกรรมการลาออก

BBGI แจ้งกรรมการลาออก

          หุ้นวิชั่น - บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (ฺฺBBGI) ขอเรียนให้ทราบว่า นายธรรมรัตน์ ประยูรสุข ได้แจ้งลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และกรรมการบริหารความเสี่ยงและบรรษัทภิบาล โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป

BBGI ร่วมบางจากฯ ลุยโครงการ ลดเผา เบาฝุ่น

BBGI ร่วมบางจากฯ ลุยโครงการ ลดเผา เบาฝุ่น

          นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้า โครงการ “ลดเผา เบาฝุ่น” พร้อมด้วยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทย ลดการเผาตอซัง และฟางข้าว เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ด้วยจุลินทรีย์ มุ่งหวังขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการนำความรู้ความเชี่ยวชาญไปบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการใช้ไบโอเทคโนโลยีของ BBGI และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ภาครัฐ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว (Net Zero Emission)           ล่าสุด จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการ ลดเผา เบาฝุ่น โดยได้รับเกียรติจาก นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และ นายอาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมลงนาม และได้รับเกียรติจาก นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้ริเริ่มแนวทางการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี           สำหรับโครงการ “ลดเผา เบาฝุ่น” จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ครอบคลุมพื้นที่นำร่อง 59,000 ไร่ ใน 6 จังหวัดรอบกรุงเทพฯ ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท และสุพรรณบุรี พร้อมส่งมอบจุลินทรีย์กลุ่มบาซิลลัสที่นำมาร่วมโครงการในครั้งนี้ ภายใต้แบรนด์ “บี-เอ็กซ์ตร้า” ซึ่งถูกคิดค้นโดยนักวิจัยไทย  จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พัฒนามาเพื่อให้ใช้งานง่าย ตอกย้ำการนำไบโอเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม [PR News]

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

[ภาพข่าว] BBGI รับรางวัล ESG100

[ภาพข่าว] BBGI รับรางวัล ESG100

นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) ผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง เปิดเผยว่า BBGI ได้รับ การคัดเลือกเข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 จากการประเมินของสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งได้คัดเลือกจาก 920 หลักทรัพย์จดทะเบียน อีกทั้งเป็นบริษัทธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) บริษัทเดียวที่ได้รับรางวัลในปีนี้ จากทั้งหมด 8 บริษัทในกลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค โดยพิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานที่สะท้อนความ โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ตามที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งนี้ ในปัจจุบัน BBGI ได้วางกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเชื้อเพลิงชีวภาพภายในประเทศ พร้อมการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน มุ่งสู่การเติบโตในธุรกิจใหม่อย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) หรือ SAF รองรับแนวโน้มความต้องการใช้ที่สูงขึ้นทั่วโลก มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง หรือ High Value Product ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงเชิงพาณิชย์แห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำด้านไบโอเทคโนโลยีระดับภูมิภาค ร่วมขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG Model) และมุ่งเน้นบูรณาการหลักการทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน “ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ BBGI มุ่งสร้างสินค้าและห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง โดยอาศัยนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ความเป็นเลิศทางด้านการปฏิบัติการ พร้อมทั้งการพัฒนาอย่างยั่งยืน และผลักดันเศรษฐกิจชีวภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมีเจตนารมณ์ในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” นายกิตติพงศ์ กล่าว

[PR News] ทริสปรับอันดับเครดิตองค์ BBGI เป็น “A”

[PR News] ทริสปรับอันดับเครดิตองค์ BBGI เป็น “A”

          บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (“BBGI”) บริษัทในเครือบริษัท บางจากฯ เป็นระดับ “A” จากเดิมที่ระดับ “A-” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำด้านเชื้อเพลิงชีวภาพของบริษัทในประเทศไทย ซึ่งมีข้อได้เปรียบในการแข่งขัน และมีความมั่นคงทางการเงินด้วยโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง           นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ทริสเรทติ้ง สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำในประเทศไทย ได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ BBGI ในปี 2567  เป็นระดับ “A” จาก “A-” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงสถานะของบริษัทฯ ที่เป็นผู้นำด้านเชื้อเพลิงชีวภาพ และเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มบางจากฯ  ซึ่งมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันจากความแข็งแกร่งของกลุ่มผู้ถือหุ้นหลักทั้งในด้านการจัดหาวัตถุดิบจนไปถึงการจำหน่าย โดยในครึ่งปีแรกของปี 2567 บริษัทฯ มีปริมาณจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพเติบโตมากกว่า 60%  จากความต้องการซื้อภายในกลุ่มบริษัทบางจากที่แข็งแกร่งและปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญภายหลังจากที่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อ หลักทรัพย์บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน)  นอกจาก บีบีจีไอ จะเป็นบริษัทย่อยหลักของกลุ่มบริษัทบางจาก ที่มีบทบาทในธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ บริษัทฯ ยังมีการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพอื่นๆ โดยในปีหน้าโรงงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับทางบางจากฯ และโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง (CDMO) ของบริษัทฯ จะเริ่มเปิดดำเนินการในเชิงพาณิชย์ จะช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต ในฐานะที่บริษัทฯ เป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดหาเชื้อเพลิงชีวภาพ บีบีจีไอจึงเป็นกลไกสนับสนุนสำคัญต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของกลุ่มบริษัทบางจาก อีกด้วย           ทั้งนี้ BBGI ยังคงมีแผนในการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางในการพิจารณาโครงการลงทุนและจัดหาแหล่งเงินทุนอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนและรักษาสถานะทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งควบคู่กันไป”

SAF พลังงานทางเลือกสำหรับโลกที่ยั่งยืน

SAF พลังงานทางเลือกสำหรับโลกที่ยั่งยืน

          น้ำมัน SAF (Sustainable Aviation Fuel) หรือ น้ำมันเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน คือเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน โดยผลิตจากวัตถุดิบที่ยั่งยืน เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว ไขมันสัตว์ เศษอาหาร หรือวัตถุดิบชีวภาพอื่นๆ ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิม           SAF ถูกพัฒนาเพื่อช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของการบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง โดย SAF สามารถผสมกับเชื้อเพลิงการบินแบบดั้งเดิมได้และใช้งานกับเครื่องบินที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยไม่ต้องปรับปรุงเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ การใช้น้ำมัน SAF เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบินและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ที่เน้นการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก           ทั้งนี้ Used Cooking Oil (UCO) หรือ น้ำมันพืชใช้แล้ว เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตน้ำมัน SAF น้ำมันพืชใช้แล้วที่เหลือจากการปรุงอาหารสามารถนำมาแปรรูปได้           โดย ASTM (American Society for Testing and Materials) ได้รับรองมาตรฐาน SAF โดยสามารถผสมในน้ำมันเครื่องบินได้ในอัตราส่วน 10-50% ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตเฉพาะ           ขณะที่ ภาครัฐกำลังเดินหน้าในการจัดทำ Oil Plan 2024 ในส่วนของภาคขนส่งทางอากาศ โดยมีการส่งเสริมการผลิตและการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการบิน มุ่งใช้ศักยภาพวัตถุดิบจากในประเทศ เช่น น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) น้ำมันปาล์มดิบ และเอทานอล คาดว่าจะสามารถเริ่มมีสัดส่วนการผสม SAF ที่ 1% ในปี พ.ศ. 2569 บริษัทในตลาดหุ้นที่กำลังเดินหน้าในเรื่องของน้ำมัน SAF ได้แก่: BCP BBGI OR PTTGC BAFS EA UAC BCP และ BBGI เดินหน้าน้ำมัน SAF           นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับเชิญร่วมเสวนาในงานสัมมนา “60 YEARS OF EXCELLENCE” ครบรอบ 60 ปี สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (Thailand Management Association: TMA)           นายชัยวัฒน์ ได้กล่าวถึงความท้าทายในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนว่าต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐบาล ธุรกิจและประชาชน โดยเฉพาะภาคประชาชนที่สามารถมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงผ่านการเลือกบริโภคอย่างรับผิดชอบและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ภาครัฐและธุรกิจเดินหน้าดำเนินการได้อย่างเต็มที่ สร้างวัฒนธรรมที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในขณะที่ภาคธุรกิจ ต้องผนวกหลักการด้าน ESG เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ การลงทุนในนวัตกรรมสีเขียว การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วน ที่สำคัญคือต้องอาศัยแนวทางแห่งสมดุลที่ผสานการเติบโตขององค์กรเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างลงตัว ในขณะที่ภาครัฐบาล มีหน้าที่กำหนดทิศทางและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงมาตรการที่สร้างแรงจูงใจและกรอบการดำเนินงานที่เอื้อต่อองค์กรและบุคคลในการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน           ภายในงาน บางจากฯ ได้ร่วมนำบูธนิทรรศการนำเสนอนวัตกรรมสีเขียวของกลุ่มบริษัทบางจากในการขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนและสร้างระบบนิเวศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เช่น การบุกเบิกการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และ Carbon Markets Club คลับรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของไทย เพื่อสนับสนุนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตและการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ           นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI เปิดเผยว่า บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท ธนโชค ออยล์ ไลท์ ลงนามข้อตกลงร่วมทุนจัดตั้งบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) โดยมีสัดส่วนการลงทุนจากบางจากฯ 51%, ธนโชค ออยล์ ไลท์ 29%, และบีบีจีไอ 20% เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) จากน้ำมันใช้แล้วจากการปรุงอาหาร (Used Cooking Oil) ซึ่งถือเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ดำเนินการในลักษณะนี้           ขณะนี้โรงงานผลิต SAF กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยมีความคืบหน้าแล้วกว่า 50-60% และคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานได้ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 โรงงานดังกล่าวจะมีกำลังการผลิตสูงถึง 1 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้เป็นหน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF จากน้ำมันใช้แล้วจากการปรุงอาหารแห่งแรกในประเทศไทย           ปัจจุบัน กลุ่มบางจากฯ ได้รับความสนใจจากลูกค้าสายการบินที่ติดต่อขอซื้อน้ำมัน SAF อย่างต่อเนื่อง โดยราคาขายน้ำมัน SAF ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 60-80 บาทต่อลิตร ซึ่งอ้างอิงตามราคาจาก Argus ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการรายงานข้อมูลด้านพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคานี้ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของน้ำมัน SAF และที่ผ่านมาส่วนต่างราคาก็มีการปรับลดลงตามความผันผวนของตลาด ที่มา: บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011