ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

#ADVANC


ADVANC ยืนแกร่งท่ามกลางวิกฤต โบรกฯ มองรับผลกระทบศก.น้อย

ADVANC ยืนแกร่งท่ามกลางวิกฤต โบรกฯ มองรับผลกระทบศก.น้อย

          หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ถือเป็นหนึ่งหุ้นขนาดใหญ่ที่สามารถยืนแกร่งได้ท่ามกลางวิกฤต ทั้งหลังจากเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทย และประธานาธิบดีสหรัฐ ทรัมป์ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าไทยสูงถึง 36% เหตุผลที่ ADVANC ยังสามารถยืนบวกได้ เนื่องจากเป็นหุ้นปลอดภัย หรือ Defensive ที่นักวิเคราะห์เลือกให้ลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยนั้นมีความผันผวน และยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวไม่มาก จากการเดำเนินธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ถือว่ามีความจำเป็นในยุคปัจจุบัน อีกทั้งผู้เล่นยังน้อยราย  ทำให้การแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมไม่สูงเหมือนในอดีตอีกต่อไป ส่งผลดีต่อค่าใช้จ่ายในการตลาดลดลง           ด้านบล.บัวหลวง คาดกำไรหลักของ ADVANC ในไตรมาส 1/68 จะอยู่ที่ 8.9พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY (ลดลง 4% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล) รายได้บริการหลักคาดว่าจะอยู่ที่ 4.1หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY ซึ่งหนุนจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของทั้งธุรกิจโทรศัพท์มือถือและธุรกิจบรอดแบนด์           อย่างไรก็ตามรายได้มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามปัจจัยฤดูกาลประมาณ 2% QoQ (รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือระบบพรีเพดและยอดขายอุปกรณ์ที่ลดลง)           คาดว่ารายได้จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือจะอยู่ที่ 3.12หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น3% YoY จากการที่ ARPU มือถือระบบพรีเพดสูงขึ้น เนื่องจากผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้แพ็กเกจที่มีราคาสูงขึ้นหลังจาก AIS ปรับลดโควต้าดาต้าในแพ็กเกจราคาถูก อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือคาดว่าจะลดลง 2% QoQ เนื่องจากปัจจัยฤดูกาล ARPU เฉลี่ยจากมือถือคาดว่าจะอยู่ที่ 226บาท/เดือน เพิ่มขึ้น1.2% YoY แต่ลดลง 0.9% QoQ การเติบโตของธุรกิจบรอดแบนด์ยังคงรักษาโมเมนตัม           คาดว่ารายได้จากธุรกิจบรอดแบนด์จะอยู่ที่ 7.8พันล้านบาทเพิ่มขึ้น10% YoY และ 3% QoQ หนุนจากกลยุทธ์ upselling และการเติบโตของจำนวนผู้ใช้-คาดว่าจะมีผู้ใช้ใหม่ประมาณ 60,000รายในไตรมาส 1/68 ARPU จากธุรกิจบรอดแบนด์ คาดว่าจะอยู่ที่ 514บาท/เดือนเพิ่มขึ้น4% YoY และ 1% QoQ           เมื่อมองไปข้างหน้า คาดกำไรหลักของ ADVANC ในไตรมาส 2/68 ที่ 9.3 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น9% YoY และ 4% QoQ หนุนจากรายได้ที่แข็งแกร่งจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือและธุรกิจบรอดแบนด์           คาดกำไรหลักเต็มปี 2568 ยังคงเดิมที่ 3.65 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5% YoY) หนุนจากการเติบโตของรายได้การแข่งขันที่ลดลงในตลาดต้นทุนไฟฟ้าที่ต่ำลง(คณะรัฐมนตรีได้สั่งการลดค่าไฟเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ค.) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่ลดลง (สัญญาเช่า 2100MHz กับ NT จะหมดอายุในเดือน ส.ค.) และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

ADVANC Q1/68 คาดรายได้โตแกร่ง ARPU - Data Center หนุน เป้า 313.00 บาท

ADVANC Q1/68 คาดรายได้โตแกร่ง ARPU - Data Center หนุน เป้า 313.00 บาท

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.ฟิลลิป มอง ADVANC 1Q68 รายได้หลักโตแกร่ง โดยหลักหนุนจาก รายได้จากธุรกิจมือถือโต y-y ตามแนวโน้มการเติบโตของ ARPU รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทางฝ่ายมองว่า ยังคงมีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่อง นอกจากนี้คาดกำไร 1Q68 โต y-y แต่หดตัว q-q เล็กน้อย สำหรับภาพรวมระยะยาวทางฝ่ายยังคงมองบวกต่อ ADVANC จากการขยายสู่ธุรกิจ Data Center และ Sentiment เชิงบวกจากการควบรวมของ INTUCH และ GULF คาดรายได้หลักโตแกร่ง: สำหรับรายได้จากธุรกิจมือถือ 1Q68 ทางฝ่ายคาดหดตัว q-q โดยหลักมาจากรายได้โรม มิ่งลดลง ตามปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามคาดโต y-y หนุนจากแนวโน้มการเติบโตของ ARPU จากการขาย พ่วงและบริการข้อมูล นอกจากนี้คาด Net subscribers หย่อนตัว q-q เล็กน้อย จากผลกระทบการทำ subsidy ใน ระบบ Prepaid เป็นหลัก ส่วนรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทางฝ่ายมองว่ายังคงมีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่อง โดยคาดรายได้ 1Q68 โต y-y ตามแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของ ARPU หนุนจาก New subscribers และกลยุทธ์การขายแพ็คเกจที่มี value added นอกจากนี้คาดกำไร 1Q68 โต y-y แต่หดตัว q-q เล็กน้อย มอง ADVANC โตต่อเนื่อง: ทางฝ่ายยังคงมองบวกต่อ ADVANC ในระยะยาว จาก การขยายสู่ธุรกิจ Data Center ผ่านการร่วมทุนกับ GULF (40%) และ SINGTEL (35%) โดย ADVANC ถือหุ้นในสัดส่วน 25% ในโครงการศูนย์ข้อมูลขนาด 50 MW ซึ่งเป็น Tier 3+ รองรับลูกค้ากลุ่ม Hyperscalers และองค์กรไทย โดยเฟสแรก (25 MW) จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2025 Sentiment เชิงบวกจากการควบรวมของ INTUCH และ GULF ทางฝ่ายแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาพื้นฐาน 313.00 บาท

ฟินันเซีย เคาะ ADVANC เด่น คาด SET Sideways

ฟินันเซีย เคาะ ADVANC เด่น คาด SET Sideways

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คาดแนวโน้มตลาดวันนี้ เราประเมิน SET Index จะแกว่งตัว Sideways บริเวณ 1,160+- จุด โดยระยะสั้นดัชนีอาจ Rebound ได้บ้าง หลังจากความกังวลเรื่องผลกระทบแผ่นดินไหวเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จำกัด Upside และยังเป็นความเสี่ยงหลักต่อตลาดยังอยู่ที่การประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของทรัมป์ ในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งทรัมป์ระบุว่าจะเริ่มต้นกับทุกประเทศ หากมีสินค้าหลักที่กระทบต่อไทยอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็น Downside ต่อเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน (เราประเมินว่าทุกๆ 1% ของการส่งออกไปสหรัฐฯ ที่ลดลง จะกระทบต่อ GDP ไทยราว 0.1% ภายใต้ปัจจัยอื่นคงที่) ด้านผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของแผ่นดินไหวเบื้องต้น ตามข่าวมองว่าไม่ได้สร้างความเสียหายมาก และไม่ได้กระทบภาคอุตสาหกรรม ทำให้เชื่อว่าผลกระทบเชิงเศรษฐกิจยังไม่มาก แต่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายระยะสั้น รวมถึงการซ่อมแซมส่วนแตกร้าว อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินยังคงไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรต่อเนื่อง และทำให้ Bond Yield ของไทยปรับตัวลง โดยอายุ 2 ปี และ 10 ปี เหลือ 1.7% และ 2% ตามลำดับ สะท้อนโอกาสที่ กนง. อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 25 bps จากปัจจุบันที่ 2% ในปีนี้ กลยุทธ์: ยังเน้น Selective Buy เลือกหุ้น Defensive ที่แนวโน้มกำไรแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบจำกัดจากปัจจัยภายนอก หุ้นเด่นเดือน เม.ย.: BA, BBL, CPF, HMPRO, OSP FSSIA Portfolio: BA, BBL, BTG, CPALL, MTC, NSL, PR9, SEAFCO, SHR หุ้นเด่นวันนี้: ADVANC แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus ที่ 306.40 บาท แม้ว่าปี 2024 จะเป็นปีทองจากกำไรปกติที่นิวไฮ 3.45 หมื่นล้านบาท +22% y-y จาก Synergy ในการรวม 3BB เป็นปีแรก แนวโน้มปี 2025 คาดโตต่อ 10% y-y จาก ARPU สูงขึ้นจากการแข่งขันที่ลดลง การนำคลื่นความถี่ถึง 6 ย่านมาประมูลพร้อมกันใน 2Q25 ควรทำให้ราคาประมูลไม่แพงนัก และการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Data Center การกลับเข้ามาเทรดของ GULF อาจสร้างสีสันให้ราคาหุ้น ADVANC ส่วนทางธุรกิจเชื่อว่าจะมี Synergy ต่อไปในอนาคต แนวรับ 270//265 บาท แนวต้าน 280//290 บาท Fund Flow: วานนี้ กระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลออกจากภูมิภาคต่อเนื่องและเร่งขึ้นเป็น US$2,161 ล้าน จากความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวจากนโยบายภาษีของทรัมป์ ส่งผลให้มีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยง โดยเงินทุนไหลออกสูงสุดที่ เกาหลีใต้ และไต้หวัน (US$1,214 ล้าน และ US$857 ล้าน ตามลำดับ) ส่วนอาเซียนไหลออกจากทั้งไทยและเวียดนาม ประเทศละ US$44-50 ล้าน ประเด็นสำคัญวันนี้ (0) กลยุทธ์ลงทุน 2Q25: จับตานโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์ ว่าจะกระทบต่อสินค้าไทยหรือไม่ คาดว่าหากส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ลดลง 1% จะกระทบ GDP ไทยราว 0.1% ตลาดยังคงกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ ในช่วง 2Q25 หลังเฟดปรับลดคาดการณ์ GDP แต่ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ ปัจจัยหนุนในประเทศ ได้แก่ การผ่อนคลาย LTV แนวโน้มดอกเบี้ยที่ยังมีโอกาสปรับลงDigital WalletTHAI ESGX Fundโครงการซื้อหนี้เสียโดยภาครัฐงบ 1Q25 ของกลุ่มแบงก์ คาด q-q เพิ่มขึ้น และทรงตัว y-yเป้า SET Index ปี 2025 อยู่ที่ 1,390 จุด Top Picks: BA, BBL, BTG, CPALL, MTC, NSL, PR9, SEAFCO, SHR (+) BEYOND  คาดกลับมากำไรในปี 2025 หลังหมดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับกรณี แร่ Cadmiumตั้งเป้ารายได้ปี 2025 +7% บน RevPAR +5% y-yคาดกำไรปกติ 1Q25 ที่ 62 ล้านบาท ลดลงจาก 68 ล้านบาท ใน 1Q24 จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงปรับลดประมาณการกำไรปี 2025-26 ลง 38-48% สะท้อนอุปสงค์จากจีนที่อ่อนแอกว่าคาด และผลกระทบจากแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯราคาเป้าหมายใหม่ 13 บาท – แนะนำ "ซื้อ" (+) กลุ่มน้ำมันราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น +3% อยู่ที่ US$71.4/บาร์เรลทรัมป์ประกาศอาจขึ้นภาษีนำเข้าเป็นครั้งที่ 2 จาก 25% เป็น 50% หากรัสเซียไม่หยุดสงครามกับยูเครนเตือนมาตรการภาษีและการตอบโต้ทางทหารกับอิหร่าน หากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงโครงการอาวุธนิวเคลียร์ตลาดกังวลว่า Supply น้ำมันจะตึงตัวข่าวกลุ่ม OPEC+ เตรียมเพิ่มกำลังผลิต เดือน เม.ย.-พ.ค.นโยบายภาษีของทรัมป์วันที่ 2 เม.ย. อาจทำให้สงครามการค้ารุนแรงขึ้น และกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันโลก หุ้นเด่น: PTTEP, PTT, SPRC, BCP

ADVANC คาดกำไรโตต่อ - ARPU ขยายตัว เคาะเป้าที่ 310 บ.

ADVANC คาดกำไรโตต่อ - ARPU ขยายตัว เคาะเป้าที่ 310 บ.

 หุ้นวิชั่น - บล.เอเซียพลัส ส่องหุ้น ADVANC คาดงวด 1Q68 บริษัทจะมีกำไรปกติที่ราว1.05 หมื่นล้านบาท (+3%QoQ, +23%YoY) เพราะคาดจะมีต้นทุนบริการที่ลดลง จากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ต่ำลง ขณะที่ยังคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี รวมทั้งคาดดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงหลังจากรีไฟแนนซ์หุ้นกู้บางส่วนตั้งแต่กลาง 4Q67 ได้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ทั้งนี้ หากบริษัทมีการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ (รายการทางบัญชี ไม่กระทบเงินสด) ของ ธุรกิจบรอดแบนด์ จะทำให้มีโอกาสที่กำไรสุทธิจะต่ำกว่ากำไรปกติที่เราคาดไว้ มองแนวโน้มกำไรปกติใน 2Q68 คาดจะโตขึ้นต่อเนื่อง ทั้ง QoQ และ YoY รายได้ค่าบริการที่จะได้แรงหนุนจาก 1) การปรับแพคเกจอินเตอร์เน็ตลูกค้าเติมเงิน ตั้งแต่กลาง 1Q68 ซึ่งจะส่งผลบวกต่อรายได้เฉลี่ย/เลขหมายเดือน (ARPU) เต็มไตรมาสใน 2Q68 และ 2) ผลของฤดูกาล ที่มักมีรายได้ค่าบริการที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวสูงขึ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ กำไรปกติใน 1Q68 จะออกมามีสัดส่วน 27% ของคาดการณ์ทั้งปี และยังมีแนวโน้มดีขึ้นใน 2Q68 แต่กำไรน่าจะไปชะลอตัวใน 3Q68 ที่เป็น low season ซึ่งจะทำให้ประมาณการทั้งปีมี upside ไม่มากนัก จึงคงประมาณการกำไรปกติปี 2568 ของ ADVANC ไว้ที่3.9 หมื่นล้านบาท (+11% YoY) และคงราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 316 บาท (DCF)                  คงคำแนะนำ “Outperform” เพราะระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากกำไร 1Q68 ที่น่าจะออกมาดี และระยะถัดไปยังมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องใน 2Q68 บวกกับยังมีปันผลในอัตราที่จูงใจ ด้านบล.ดาโอ คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 310.00 บาท อิง DCF (WACC 8.7%, Terminal growth 2%) ทั้งนี้เราประเมินกำไรปกติ 1Q25E ที่ 9.4 พันล้านบาท (+9% YoY, +2% QoQ) หนุนโดยรายได้จากบริการหลักประเมินที่ 4.1 หมื่นล้านบาท (+5% YoY, ทรงตัว QoQ) YoY เพิ่มขึ้นจากจำนวน subs และ ARPU ที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของ Mobile และ FBB การแข่งขันภาพรวมยังผ่อนคลาย                  ในขณะที่ QoQ ทรงตัว ธุรกิจ enterprise รายได้ลดลงจากปัจจัยฤดูกาล และมี ARPU ของ Mobile และ FBB ที่ยังอยู่ในขาขึ้นช่วยประคอง ด้านต้นทุนบริการหลักคาด (-3% YoY, -2% QoQ) ยังมีสินทรัพย์ที่ตัดค่าเสื่อมครบคอยหนุน ในขณะที่ SG&A ประเมิน +23% YoY, -9% QoQ โดย YoY เพิ่มขึ้นจากการกลับมาของค่าการตลาดหลังปีที่แล้วค่อนข้างระวังค่าใช้จ่ายหลังควบรวม 3BB ส่วน QoQ ลดลงหลังผ่าน high season                  เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2025E ที่ 3.9 หมื่นล้านบาท (+11% YoY) การเติบโตมีปัจจัยหนุนจากการแข่งขันไม่ทวีความรุนแรงขึ้น การใช้งาน 5G มีมากขึ้น หนุน ARPU และ handset margin ยังคงรักษาระดับได้ที่ราว 5% ราคาหุ้น Outperform SET ราว 50% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากประเด็นการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการของ GULF+INTUCH                  อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาหุ้นยังสามารถ outperform ได้ต่อจากภาพระยะยาวการแข่งขันที่ลดลงและการใช้งาน 5G มากขึ้นหนุน ARPU ทำให้กำไรกลับมาเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสในการประมูลคลื่นในปี 2025E ในภาวะที่การแข่งขันลดลงมีโอกาสเป็น upside

abs

ปตท. แข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

จับตา ประมูลคลื่นความถี่ ปี68 สะเทือนหุ้น ICT แค่ไหน?

จับตา ประมูลคลื่นความถี่ ปี68 สะเทือนหุ้น ICT แค่ไหน?

            หุ้นวิชั่น - บล.เคจีไอ จับตาคณะกรรมการ กสทช. กำลังทบทวนแนวทางการประมูลคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับปี 2568 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่จำกัด เนื่องจากมีผู้ให้บริการหลักเพียง 2 ราย ขณะที่การประมูลด้วยราคาขั้นต่ำ 1.2103 แสนล้านบาท อาจเกิดการผูกขาดได้ ตามที่สภาผู้บริโภค (Consumer Council) ระบุ ซึ่งคัดค้านการประมูลเพราะอาจเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและ ARPU มือถือที่เพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาถึงความกังวลเหล่านี้และโอกาสการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น             ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดน้ำหนักลงทุนกลุ่ม ICT ลง “เท่ากับตลาดฯ” จากเดิม “มากกว่าตลาดฯ” โดยยังเลือก TRUE เป็นหุ้นเด่นใน Q2/68 ด้วย valuation และโมเมนตัมที่เหนือกว่า ADVANC อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังกังวลต่อกลุ่ม ICT จากการประมูลคลื่นความถี่อาจลดความคาดหวังในการประหยัดต้นทุนและทำให้กระแสเงินสดอิสระอ่อนแอลง             ด้านบล.หยวนต้า มีมุมมองว่าการประมูลจะเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมในด้านโอกาสปรับโครงสร้างต้นทุนให้ลดลงอย่างมีนัยยะ โอกาสที่เงื่อนไขจะถูกปรับจนเข้มข้นมากต่ำมาก ขณะที่หุ้น ทั้ง  ADVANCE แนะนำ ซื้อให้ราคาเป้าหมายที่ 296 บาท และ TRUE แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 14.00 บาท ปรับลดลงมาจน Upside กลับมาเปิดกว้างอีกครั้งบนประมาณที่ยังไม่ได้ถูกตลาดปรับขึ้นจากการประมูลคลื่น ทำให้ฝ่ายวิจัยมองเป็นโอกาส เริ่มทยอยกลับเข้าสะสมหุ้นรอบใหม่

Singtel ยังไม่ลดพอร์ต AIS! นวค.มอง ADVANC พร้อมโต

Singtel ยังไม่ลดพอร์ต AIS! นวค.มอง ADVANC พร้อมโต

           นายมงคล พ่วงเภตรา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า สำหรับล่าสุดที่ทาง บริษัท Singapore Telecommunications Limited ("Singtel") มีการออกมายืนยันว่ายังคงถือหุ้นใน AIS ที่สัดส่วนเดิม 23.32% โดยในจำนวนนี้ 4.22% ถูกถือผ่าน Raffles Nominees (Pte) Limited อีกทั้ง Singtel ยังไม่ได้ตัดสินใจ ขายหุ้นในบริษัทใหม่ (Newco) หลังจากการควบรวมกิจการ และยังมีการย้ำว่า Singtel ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นนักลงทุนระยะยาวในประเทศไทย และจะทำงานร่วมกับ Gulf เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของ AIS และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งเรื่องดังกล่าวมองว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก แสดงถึงความมั่นใจที่มีต่อ AIS ซึ่งที่ผ่านมา ADVANC ก็สามารถทำผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่ง และมีโอกาสที่จะเห็นการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และการลงทุนก็ไม่กระทบต่อสถานะการเงินของ ADVANC เพราะมีกระแสเงินสดในมือกว่า 22,000 ล้านบาท ประเมินราคาเป้าหมายของ ADVANC ที่ 310 บาท ส่วน GULF ที่ 65 บาท (ก่อนควบรวมกับ INTUCH)

ADVANC-TRUE กอดคอร่วง รับแรงเทขายทำกำไร หลังราคาหุ้นขึ้นแรง

ADVANC-TRUE กอดคอร่วง รับแรงเทขายทำกำไร หลังราคาหุ้นขึ้นแรง

          หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี ระบุ ราคาหุ้น ADVANC และ TRUE ร่วงลง 3-5% ในช่วงการซื้อขายเช้านี้ มองว่ามาจากการขายทำกำไร มากกว่าการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐาน โดยในแง่ราคาหุ้น ADVANC และ TRUE ขึ้นมาเกือบ 9-11% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และสามารถเอาชนะตลาด (SET ลดลง 7%) เนื่องจากความรู้สึกของตลาดที่แย่ลงจากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2567 ที่ผิดหวัง ทำให้ ADVANC และ TRUE ซึ่งเป็นหุ้นที่มีผลการดำเนินงานดีกว่า จึงมีแรงขายทำกำไรออกมา           ในแง่พื้นฐาน ยังคาดว่าการแข่งขันในตลาด ICT จะคลี่คลายลงมากขึ้นในปี 2568 และ 2569 การเพิ่มขึ้นของ ARPU และการลดต้นทุนจะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรในสภาวะตลาดที่ผ่อนคลาย คาดว่า TRUE จะมีการเติบโตของ EPS ที่ 27.5% ในปี 2568 และ ADVANC ที่ 6.6% ในปี 2568 การประมูลครั้งถัดไปจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนกำไรให้กับภาคธุรกิจนี้           มองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้นที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐานนี้เป็นโอกาสในการซื้อหุ้นทั้ง 2 ตัว จึงให้คำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ TRUE (เป้าหมายราคา 15 บาท) และ ADVANC (เป้าหมายราคา 311 บาท)

abs

เจมาร์ท สร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้าง Synergy Ecosystem

ADVANC มุ่งประมูลคลื่นใหม่-มีอัพไซด์ หนุนกำไรโต โบรกแนะซื้อ เป้า 311 บ.

ADVANC มุ่งประมูลคลื่นใหม่-มีอัพไซด์ หนุนกำไรโต โบรกแนะซื้อ เป้า 311 บ.

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี คงคำแนะนำซื้อหุ้น ADVANC โดยมีราคาเป้าหมายที่ 311 บาท บริษัทอยู่ในวัฏจักรการเติบโตของกำไรใหม่และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่เหมาะสม กำไรโต 22% ปี 2567 และยังคาดการณ์การเติบโตของกำไรอีก 6.6% ในปี 2568 พร้อมกับ upside จากการประหยัดต้นทุน (จากการประมูลที่กำลังจะเกิดขึ้น) นอกจากนี้ยังประกาศจ่ายเงินปันผล 5.74 บาทสำหรับ 2H68 ซึ่งหมายถึงผลตอบแทนจากเงินปันผล 2% สำหรับระยะเวลาการถือครอง 2 วัน และผลตอบแทน 4% ในปี 2568 แนวโน้มยังคงเป็นบวก ADVANC จัดงานบรรยายสรุปนักวิเคราะห์เพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางธุรกิจสำหรับอีกสามปีข้างหน้า รวมถึงการได้มาซึ่งคลื่นความถี่ใหม่ในการประมูลที่จะมาถึง ข้อมูลส่วนใหญ่นั้นคล้ายกับที่เปิดเผยในการประชุมทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลใหม่สองประการ ได้แก่ กลยุทธ์สำหรับการประมูลที่จะมาถึงและแผนการที่จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาธุรกิจค้าปลีก ประเด็นสำคัญคือ: ADVANC จะพิจารณาปัจจัยสามประการในการประมูล ความต้องการบริการจากลูกค้าเพื่อกำหนดปริมาณคลื่นความถี่ที่ต้องการ ต้นทุนรวมในการได้มาและเปิดตัวคลื่นความถี่ ซึ่งรวมถึงราคาเสนอซื้อสุดท้ายและต้นทุนการเปิดตัวเครือข่ายหลังจากได้ใบอนุญาตสำเร็จ (ในกรณีที่พวกเขาได้คลื่นความถี่ใหม่ เช่น 2300MHz) ความได้เปรียบในการแข่งขันของการมีแบนด์วิดท์ที่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคลื่นความถี่กลาง ADVANC อาจพยายามที่จะได้มาซึ่งคลื่นความถี่ 2300MHz ที่ TRUE ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน แทนที่จะประมูลคลื่นความถี่ของตนเอง 2100MHz เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่า ADVANC จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้คลื่นความถี่นี้ ADVANC จะพิจารณาปัจจัยอีกสองเรื่องสำหรับการเข้าประมูล 2300MHz ต้นทุนการได้มาจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรในปี 2568 และปีต่อๆ ไป ต้องพิจารณาการประมูลคลื่น 3500MHz ประกอบด้วย ซึ่งปัจจุบันใช้โดยผู้ให้บริการสื่อทีวีดาวเทียม หากมีการประมูลคลื่นนี้ภายในช่วง 2 ปีข้างหน้า ADVANC อาจรอการประมูลนี้มากกว่า เนื่องจากคลื่นนี้เอื้อต่อการใช้เทคโนโลยี 5G ADVANC จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาธุรกิจค้าปลีก กลยุทธ์คือการเพิ่มรายได้สูงสุดจากร้านค้าปลีก 600 แห่งทั่วประเทศ โดยจะปรับปรุงร้านค้าบางแห่งเพื่อขายผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรขั้นต้นสูงขึ้นและขยายเวลาทำการ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทปรับปรุงการดำเนินงานค้าปลีกให้เหมาะสมและเพิ่มรายได้จากธุรกิจ คงมุมมองว่าการประมูลครั้งนี้จะสร้างกำไรให้กับ ADVANC ย้ำว่าการประมูลครั้งนี้จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานสำหรับทั้ง ADVANC และ TRUE นักวิเคราะห์เริ่มต้นการวิเคราะห์ว่าทำไม ADVANC ถึงต้องการคลื่น 2300MHz ก่อนที่จะคำนวณตัวเลขเพื่อประเมินราคาว่าจุดไหนจะเริ่มทำลายมูลค่าของการประมูลครั้งนี้สำหรับ ADVANC เนื่องจาก TRUE แข็งแกร่งขึ้นมาทั้งในแง่กำไร กระแสเงินสด และฐานะด้านการเงินในช่วงปีที่ผ่านมา นี่อาจทำให้ TRUE เป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับ ADVANC ในอนาคต การเสนอราคาสำหรับ 2300MHz ADVANC จะทำให้แน่ใจว่า TRUE จะไม่ได้รับคลื่นความถี่ในราคาต่ำเกินไป โดยราคาตั้งต้นสำหรับคลื่น 2300MHz คือ 167.5 ล้านบาทต่อ MHz ซึ่งถูกกว่าราคาตั้งต้นของ 2100MHz ถึง 50% โดย ADVANC น่าจะพิจารณาปัจจัยสองประการนอกเหนือจากราคาตั้งต้น ได้แก่ ต้นทุนการลงทุนขยายโครงข่าย 2300MHz และการประมูลคลื่น 3500MHz ทั้งนี้ เนื่องจากคลื่นความถี่ 2300MHz เป็นคลื่นความถี่ใหม่สำหรับ ADVANC ทำให้ต้องลงทุนเพื่อพัฒนาเครือข่ายใหม่ นอกจากนี้ ทั้ง ADVANC และ TRUE ต้องการคลื่นความถี่ 3500MHz มากกว่า 2300MHz เนื่องจากระบบนิเวศที่ดีกว่าสำหรับเครือข่าย 5G หากต้องจ่ายเงินมากเกินไปสำหรับใบอนุญาต 2300MHz ADVANC อาจอยู่ในตำแหน่งที่ด้อยลงหากคลื่นความถี่ 3500MHz ซึ่งอาจจะเปิดประมูลในอีกสองหรือสามปีข้างหน้า ดังนั้น ADVANC มีแนวโน้มที่จะเข้าประมูลคลื่น 2300MHz แต่ในราคาที่ยังสร้างกำไรส่วนเพิ่มให้กับทางบริษัท ได้ทำการวิเคราะห์ความอ่อนไหวเพื่อประเมินว่าราคาการประมูลตรงไหนที่จะไม่สร้างกำไรส่วนเพิ่มให้กับทาง ADVANC หากต้องการทั้ง 2100MHz และ 2300MHz ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งการประมูลจะไม่สร้างมูลค่าให้กับ ADVANC (i) ADVANC จะต้องชนะ 1x30MHz บน 2100MHz ในราคาใกล้เคียงกับราคาตั้งต้นที่ 1.01 หมื่นล้านบาท (ii) ADVANC พยายามเอาชนะ TRUE สำหรับ 1x60MHz บนคลื่นความถี่ โดยราคาใบอนุญาตสำหรับ 2300MHz จะต้องสูงถึง 4.5 เท่าของราคาตั้งต้น ซึ่งดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ ราคาตั้งต้นสำหรับ 2300MHz คือ 167.5 ล้านบาทต่อ MHz คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 311 บาท ยังคงคำแนะนำซื้อสำหรับ ADVANC เนื่องจากวัฏจักรการเติบโตของกำไรรอบใหม่ และผลตอบแทนจากเงินปันผลที่เหมาะสม บริษัทประกาศเงินปันผลต่อหุ้น 5.74 บาท สำหรับ 2H24 (วัน XD คือ 20 กุมภาพันธ์) ซึ่งหมายถึงผลตอบแทนจากเงินปันผล 1.9% สำหรับระยะเวลาการถือครอง 2 วัน คาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผล 4% สำหรับปี 2568

ADVANC ผลงานดีเกินคาด ARPU หนุน-เป้า310บ.

ADVANC ผลงานดีเกินคาด ARPU หนุน-เป้า310บ.

           หุ้นวิชั่น - บทวิเคราะห์ บล. ดาโอ ระบุว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” ADVANC และราคาเป้าหมายที่ 310.00 บาท อิง DCF (WACC 8.7%, Terminal growth 2%)            ทั้งนี้ บริษัทประกาศกำไรปกติ 4Q24 ที่ 9.3 พันล้านบาท (+31% YoY, +10% QoQ) ดีกว่าตลาดและเราประเมินราว +4% มีปัจจัยหนุนจากรายได้จากบริการหลักอยู่ที่ 4.2 หมื่นล้านบาท (+12% YoY, +3% QoQ) Mobile ARPU อยู่ที่ 228 บาท (+2% YoY, +2% QoQ) ในขณะที่ FBB ARPU อยู่ที่ 509 บาท (+4% YoY, +1% QoQ)            ในขณะที่ Handset sales อยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท (+5% YoY, +40% QoQ) และ handset margin อยู่ที่ 6% (+3.7ppts YoY, +0.4ppts QoQ) ส่วนต้นทุนบริการหลัก (+8% YoY, ทรงตัว QoQ) เพิ่มขึ้น YoY จากการรวม 3BB ส่งผลให้ blended GPM อยู่ที่ระดับ 37% (+3ppts YoY, ทรงตัว QoQ) และหนุนให้กำไรปกติปี 2024 อยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท (+20% YoY) ใกล้เคียงกับที่ประเมิน            เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2025E ที่ 3.9 หมื่นล้านบาท (+11% YoY) การเติบโตมีปัจจัยหนุนจากการแข่งขันไม่ทวีความรุนแรงขึ้น การใช้งาน 5G มีมากขึ้น หนุน ARPU และ handset margin ยังคงรักษาระดับได้ที่ราว 5%ราคาหุ้น Outperform SET ราว 36% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากประเด็นการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการของ GULF+INTUCH            อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาหุ้นยังสามารถ outperform ได้ต่อจากภาพระยะยาวการแข่งขันที่ลดลงและการใช้งาน 5G มากขึ้นหนุน ARPU ทำให้กำไรกลับมาเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสในการประมูลคลื่นในปี 2025E ในภาวะที่การแข่งขันลดลงมีโอกาสเป็น upside ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวด 2H24 จำนวน 5.74 บาท/หุ้น XD 20 ก

ADVANC ปี67 กำไรพุ่ง3.5หมื่นล้าน อนุมัติปันผลที่5.74 บ.ต่อหุ้น XD 20 ก.พ.68

ADVANC ปี67 กำไรพุ่ง3.5หมื่นล้าน อนุมัติปันผลที่5.74 บ.ต่อหุ้น XD 20 ก.พ.68

          หุ้นวิชั่น - ADVANC รายงานกำไรสุทธิปี 67 ที่ 35,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% EBITDA แตะ 1.13 แสนลบ. โต 20% รับรู้รายได้ TTTBB การเติบโตของธุรกิจหลัก สนับสนุนโดยการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 3BBIF ปี 2568 ตั้งเป้าการเติบโตควบคู่เศรษฐกิจที่ 3-5% วางงบลงทุน 26,000 - 27,000 ล้านบาท เคาะปันผลที่ 5.74 บาทต่อหุ้น XD วันที่ 20 ก.พ. 2568           บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือADVANC รายงานผลประกอบการ ในปี 2567 เอไอเอสประกาศกำไร EBITDA ที่ 113,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีก่อนโดยได้รับผลบวกจากการรับรู้รายได้ TTTBB การเติบโตของธุรกิจหลัก สนับสนุนโดยการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 3BBIF โดยอัตรากำไร EBITDA ขยายตัวเป็น ร้อยละ 53.0 เทียบกับ ร้อยละ 50.0 ในปี 2566 จากการมุ่งเน้นการสร้างรายได้เพื่อเพิ่มกำไรอย่างต่อเนื่องการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดีขึ้น อัตรากำไรจากการขายอุปกรณ์มือถือที่ดีขึ้น และประโยชน์ร่วมกันเชิงรายได้และต้นทุนจากการรวม TTTBB (Synergies)           เอไอเอสรายงานกำไรสุทธิที่ 35,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง การขยายธุรกิจสอดคล้องกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ในปี 2567 เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แม้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และหนี้ครัวเรือนที่สูงยังกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย           เอไอเอสมีรายได้จากการให้บริการหลักที่ 162,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขยายธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านผ่านการควบรวมธุรกิจ TTTBB และการเติบโตปกติ ส่วนธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโตผ่านการเป็นผู้นำด้านโครงข่ายและความต้องการใช้ข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรยังคงเติบโตผ่านความต้องการบริการเชื่อมต่อข้อมูลที่มากขึ้น           ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องผ่านคุณภาพโครงข่ายที่แข็งแกร่งและการเติบโตของการใช้ข้อมูลรายได้จากธุรกิจโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 123,803 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเป็นผู้นำด้านโครงข่าย การเติบโตของปริมาณการใช้ข้อมูลและการฟื้นตัวตามการท่องเที่ยว โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับการกลับมาของนักท่องเที่ยวและความต้องการการเชื่อมต่อในประเทศ เอไอเอสมี ARPU เฉลี่ยเติบโตร้อยละ 2.0 ผ่านกลยุทธ์ที่เน้นสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งรวมถึงการขายพ่วง (Cross-sell & Upsell) การขายแพ็กเกจที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และการขายร่วมกับเนื้อหาคอนเทนต์           เอไอเอสมุ่งมั่นที่จะมอบคุณภาพการบริการที่เหนือระดับผ่านโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมประชากรไทยมากกว่าร้อยละ 95 เอไอเอสสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการดำเนินงานและมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าผ่านการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมส่งเสริมในการขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 5G รวม 12 ล้านเลขหมาย คิดเป็นร้อยละ 26 ของฐานผู้ใช้บริการทั้งหมด           การเติบโตของบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากความครอบคลุมที่เพิ่มขึ้น บริการที่มีคุณภาพ และผลิตภัณฑ์นวัตกรรม รายได้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่ที่ 29,441 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 116 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการควบรวม TTTBB การขยายจำนวนผู้ใช้บริการ และการเพิ่มขึ้นของ ARPU โดยเอไอเอสมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมส่งเสริมแพ็กเกจที่มีมูลค่าเพิ่ม           เอไอเอสให้ความสำคัญกับกระบวนการควบรวม TTTBB เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้ใช้งานกว่า 5 ล้านราย และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมีแผนที่จะบรรลุการควบรวมการดำเนินงานให้เป็นระบบเดียวภายในปี 2569  รายได้จากบริการลูกค้าองค์กรพุ่งสูงขึ้น ด้วยความต้องการที่เติบโตของบริการเชื่อมต่อโครงข่าย บริการลูกค้าองค์กร (ไม่รวมโทรศัพท์เคลื่อนที่) มุ่งเน้นการขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อโครงข่ายเป็นหลัก โดยมีรายได้ 7,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของบริการเชื่อมต่อโครงข่าย (EDS), การให้บริการคลาวด์ และการรับรู้รายได้จากบริการลูกค้าองค์กรของ TTTBB ในปี 2567 เอไอเอสได้จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทระดับโลกอย่าง Oracle เพื่อขยายบริการที่เกี่ยวข้องกับ คลาวด์ และ โซลูชันต่าง ๆ           สำหรับปี 2568 เอไอเอสตั้งเป้าแนวโน้มการเติบโต ทั้งรายได้จากการให้บริการหลัก และกำไร EBITDA ควบคู่ไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจที่ประมาณร้อยละ 3 ถึง 5 โดยกำไร EBITDA เติบโตจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น กระบวนการควบรวมกิจการ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในส่วนของงบประมาณการลงทุนอยู่ที่ 26,000 ถึง 27,000 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนที่สร้างกำไรเป็นหลัก พร้อมที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติ 2567 เป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 10.61 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 ในอัตรา 4.87 บาทต่อหุ้น ดังนั้นคงเหลือจ่ายปันผลสำหรับงวดนี้ 5.74 บาทต่อหุ้น           ทั้งนี้ กำหนดให้จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อปรากฏ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 (Record Date) โดยวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันแรกคือวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 เมษายน 2568

abs

มุ่งมั่นเป็นผู้นำ เชื่อมโยงทุกโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน

ส่องคาดการณ์กำไร ADVANC ไตรมาส 4/2567

ส่องคาดการณ์กำไร ADVANC ไตรมาส 4/2567

          บล.เอเชียพลัส ระบุถึง คาดว่า ADVANC จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 4/67 ที่ 9.0 พันล้านบาท (+3% QoQ, +29% YoY) โดยกำไรที่เติบโตทั้ง QoQ และ YoY เป็นผลมาจาก รายได้ที่เพิ่มขึ้น ในธุรกิจมือถือ (ธุรกิจหลัก) และธุรกิจบรอดแบนด์ (ธุรกิจรอง) ประกอบกับ มาร์จิ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากทยอยปรับค่าบริการขึ้น และลดการอุดหนุนค่าเครื่องจากแนวโน้มกำไร 4Q67 ที่สดใส คาดว่ากำไรสุทธิรวมทั้งปี 2567 จะออกมาใกล้เคียงกับประมาณการของเรา ทำให้เราคง ประมาณการกำไรปี 2567-2568 ไว้ที่ 34,000 ล้านบาท (+18% YoY) และ 38,000 ล้านบาท (+12% YoY) ตามลำดับ           นอกจากนี้ เรายังคง ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 313 บาท และคงคำแนะนำ “Outperform” ด้วยปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1.แนวโน้มกำไร 4Q67 ที่แข็งแกร่ง 2.อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คาดไว้ 1.9% สำหรับ 2H67 และ 4.0% สำหรับปี 2568 ซึ่งยังคงน่าสนใจ

SET ก.พ. Sideway Down เก็ง TISCO-ADVANC ยิลด์สูง

SET ก.พ. Sideway Down เก็ง TISCO-ADVANC ยิลด์สูง

          หุ้นวิชั่น - โกลเบล็ก มอง SET กุมภาพันธ์เคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,320 จุด ด้านนักวิเคราะห์ "วิลาสินี บุญมาสูงทรง" ชี้ 'ทรัมป์' เพิ่มภาษีนำเข้าจากเม็กซิโก แคนาดา จีน กดดันหุ้น Big-Cap กางกลยุทธ์การลงทุนแนะสะสมหุ้น Yield สูง TISCO, ADVANC เด่น จับตางบ บจ.           นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) เปิดเผยกับ ทีมข่าวหุ้นวิชั่น ว่า ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี SET Index ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จะมีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Down โดยมีแรงกดดันจากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาในอัตรา 25% ขณะที่จีนคาดว่าจะเพิ่มภาษีอีก 10% ซึ่งทำให้หลายประเทศมีแนวโน้มจะออกมาตรการตอบโต้           นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่อาจส่งผลต่อทิศทางตลาดฯ ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่า ดัชนี SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,250-1,320 จุด           ขณะที่วานนี้ (3 ก.พ.68) ช่วงเช้าเคลื่อนไหวในแดนลบ ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยปรับตัวลงมากสุดราว 40 จุด หลุด 1,300 จุด จากความกังวลสงครามการค้า หลัง “ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามเก็บภาษีนำเข้าจากเม็กซิโกแคนนาดา และจีน ส่งผลให้มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Big-Cap)           สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบ ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูง หรือหุ้น Yield สูง โดยก่อนหน้านี้ได้แนะนำหุ้นขนาดใหญ่หรือ Big-Cap ได้แก่ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ขณะเดียวกันฝ่ายวิเคราะห์อยู่ระหว่างการทบทวนหุ้น Big-Cap หลายบริษัทเพื่อพิจารณาแนวทางการลงทุนเพิ่มเติม           ขณะที่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในช่วงที่ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบ สภาพคล่องในตลาดอาจมีไม่มาก ทำให้การลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ยังไม่คึกคักเท่าหุ้น Big-Cap โดยมีการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่หรือ Big-Cap ที่มีสภาพคล่องและการเติบโตที่เด่นกว่าเป็นทางเลือกหลักของนักลงทุน รายงานโดย : มินตรา แก้วภูบาล บรรณาธิการข่าว mai สำนักข่าว Hoonvision

ADVANC รับรายงานเสนอซื้อหุ้นจาก GULF-INTUCH-SSI-สารัชถ์

ADVANC รับรายงานเสนอซื้อหุ้นจาก GULF-INTUCH-SSI-สารัชถ์

          หุ้นวิชั่น - นายมนตรี คงเครือพันธ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) หรือ  ADVANC แจ้ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 บริษัทได้รับสำเนาแบบรายงานผลการเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (แบบ 256-2) จาก 1. บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) 2. บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (INTUCH) 3. Singtel Strategic Investments Pte. Ltd. 4. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี           แบบรายงานผลการซื้อหลักทรัพย์ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (แบบ 256-2)**           ตามที่บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (“GULF”) นายสารัชถ์ รัตนาวะดี (“ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ GULF”) บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (“INTUCH”) และ Singtel Strategic Investments Pte. Ltd. (“SSI”) (รวมกันเรียกว่า “ผู้ทำคำเสนอซื้อ”) ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนการทำคำเสนอซื้อ (Conditional Voluntary Tender Offer) ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (“กิจการ”) (โดยไม่รวมหุ้นของกิจการซึ่งผู้ทำคำเสนอซื้อถืออยู่) เป็นจำนวนรวม 1,078,138,736 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36.25 ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของกิจการ และคิดเป็นร้อยละ 36.25 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ โดยมีกำหนดระยะเวลาการรับซื้อทั้งสิ้น 26 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 นั้น รายละเอียดเพิ่มเติม https://weblink.set.or.th/dat/news/202502/0268NWS030220251727040320T.pdf

abs

SSP : ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน ทางเลือกใหม่เพื่ออนาคต

ADVANC หุ้น Defensive ไตรมาส4/67 โตต่อ  ปี 2567 คาดกำไรที่ 3.43 หมื่นล้านบาท

ADVANC หุ้น Defensive ไตรมาส4/67 โตต่อ ปี 2567 คาดกำไรที่ 3.43 หมื่นล้านบาท

          หุ้นวิชั่น - ADVANC: มองเป็นหุ้น Defensive ซึ่งกําไรเติบโตได้ต่อเนื่อง 4Q67 คาดกําไรปกติ 8.7 พัน ลบ. เติบโต 23%YoY และ 3%QoQ หนุนจากรายได้การให้บริการหลักที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและการควบคุมต้นทุนที่ดี ส่งผลให้ปี 2567 คาดกําไรปกติ 3.43 หมื่นลบ. เติบโต 20%YoY (สูงกว่าประมาณการของเราอยู่ 8.5%) และประมาณการกําไรปี 2568 ของเราอาจมี Upside ที่มา : บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด

ADVANC อนุมัติลงทุน 270 ล้าน เดินหน้าธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์

ADVANC อนุมัติลงทุน 270 ล้าน เดินหน้าธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์

          หุ้นวิชั่น - บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) หรือ ADVANC ขอแจ้งให้ทราบว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ได้มีมติอนุมัติให้ บริษัท เอไอเอส ดีซี เวนเจอร์ จำกัด (“AISDC”), บริษัท แฟกซ์ ไลท์ จำกัด (“FXL”)และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (“AWN”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันกับ บริษัท จีเอสเอดาต้า เซ็นเตอร์ 02 จำกัด (“GSA02”) บริษัทย่อยของ บริษัท จีเอสเอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (“GSA Holdings”) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 ร่วมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (“GULF”) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 และ Singtel Strategic Investments Pte Ltd. (“Singtel”) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 35 โดยประกอบด้วย 1) รายการให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามสัดส่วนการถือหุ้น ในวงเงิน 125 ล้านบาท และ 2)รายการขายที่ดิน มูลค่า 145.2 ล้านบาท มูลค่ารายการรวมทั้งสิ้นประมาณ 270.2 ล้านบาท           การเข้าทำรายการโดยรวมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งบริษัทฯ เข้าร่วมลงทุนผ่าน GSA Holdings ให้สอดรับกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด โดยเฉพาะการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่ม Hyperscale ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนตามสัดส่วนการถือหุ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ยังไม่ได้ถูกใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด           ทั้งนี้ รายการข้างต้นเข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน ตามมาตรา 89/11 และ 89/12 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (ตามที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (“พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ”) และประกาศคณะกรรมการตลาดทุนที่ทจ. 21/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่บจ/ป 22-01 การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 รายละเอียดเพิ่มเติมตามสารสนเทศเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

KSS คาด SET แกว่งตัวในกรอบ ต้าน 1367 จุด แนะ  ADVANC, INTUCH, CPALL เด่น

KSS คาด SET แกว่งตัวในกรอบ ต้าน 1367 จุด แนะ ADVANC, INTUCH, CPALL เด่น

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “แกว่งตัวในกรอบ” ต้าน 1363/1367 จุด รับ 1346/1340 จุด ดัชนี S&P500 แกว่งซึมลงปิด -0.21%กดดันจากแรงขายหุ้น Tech ขณะที่กลุ่ม Value ที่ Laggard ช่วยหนุน ประเมินเกิดจากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีสัญญาณอ่อนลง ยอดค้าปลีก ธ.ค.24 ต่ำกว่าคาด +0.4%m-m ถ่วง US Bond Yield 10 ปี ลงอีก -4 bps และรอติดตามนโยบายที่คุณ Trump เดินหน้าได้เร็ว หลังรับตำแหน่ง 20ม.ค. ในส่วน Trade War ทั้งนี้ ตลาดหุ้น EM อิง MSCI EM ที่แกว่งลงต่อเนื่อง -6.7% ตั้งแต่คุณ Trump ชนะเลือกตั้งน่าจะสะท้อนความเสี่ยง ล่วงหน้าพอสมควรมาแล้ว ทำให้ประเมินความผันผวนอยู่ช่วงปลาย ภายใน แม้ตลาดน่าจะรอติดตามท่าทีคุณ Trump หลังรับตำแหน่งเช่นกัน แต่หากอิงภาพวานนี้ SET แกว่งตัว Underperform สวนทางโลกไปจาก ความเข้าใจคลาดเคลื่อน SSO, ปัจจัยเฉพาะหุ้นกลาง-เล็ก คาด SET วันนี้แกว่งตัวในกรอบได้ หุ้นเด่น คือ หุ้น Domestic ในธีม Peaking Yield (เช่าซื้อ โรงไฟฟ้า สื่อสาร High Yield หนี้สูง) และหุ้น Domestic อิงภาคบริโภคที่กระแสคึกคักตลอดงวด 1H25F วันนี้แนะนำ ADVANC, INTUCH, CPALL เด่น

abs

ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร

จับตา ADVANC-TRUE  ชิงประมูลคลื่น-ชี้แข่งไม่ดุ

จับตา ADVANC-TRUE ชิงประมูลคลื่น-ชี้แข่งไม่ดุ

           หุ้นวิชั่น- ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นรายงานว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) เตรียมจัดการประมูลคลื่นความถี่ 6 ย่านความถี่คือ 850MHz, 1500MHz, 1800MHz, 2100MHz, 2300MHz และ 26GHz ในปี 68 โดย กสทช.จะนำหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะภายใน 30 วันและน่าจะเปิดประมูลได้ในเดือนเม.ย.68            ทั้งนี้ กสทช. เผยว่า การประมูลย่านความถี่ 850MHz, 1500MHz และ 1800MHz จะจัดขึ้นพร้อมกัน ขณะที่ย่านความถี่ 850MHz, 2100MHz และ 2300MHz ใช้งานโดยบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) และจะสิ้นสุดการอนุญาตในเดือนส.ค.68 ส่วนการประมูลย่านความถี่ 26GHz จะมาจาก capacity ที่เหลืออีก 100MHz จากการประมูลรอบล่าสุดในปี 63            โดยย่านความถี่ 2100MHz ประกอบด้วย bandwidth ของ NT 45MHz ส่วนที่เหลือมาจากใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2100MHz ของ AIS และ TRUE ที่จะหมดอายุในปี 70            ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับราคาตั้งต้นประมูลของแต่ละย่านความถี่ ขณะที่กสทช. เผยว่าราคาตั้งต้นประมูลของคลื่นความถี่ 2100MHz จะต่ำกว่าราคาคลื่นความถี่รอบที่แล้วที่ 3.1 หมื่นล้านบาท จึงเชื่อว่าบริษัทโทรคมนาคมน่าจะไม่ให้ความสนใจกับย่านความถี่ low-band (850MHz, 1500MHz และ 1800MHz) และ high-band (26GHz) มากนัก เนื่องจากเป็นย่านความถี่ที่ใช้สำหรับ 3G และในบางพื้นที่สำหรับ 5G แต่ย่านความถี่ mid-band สามารถใช้สำหรับ 4G หรือ 5G ได้ทั่วประเทศ จึงเชื่อว่า ย่านความถี่ mid-band (2100MHz และ 2300MHz) จะถูกประมูลโดยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สองบริษัท คือ AIS และ TRUE เพื่อรองรับบริการ 4G/5G และเทคโนโลยีในอนาคต            ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มโทรคมนาคมไทย แนะนำถือ ADVANC และ TRUE เพราะเชื่อว่านักลงทุนควรรอดูผลการ ประมูลคลื่นความถี่และราคาประมูลสุดท้าย ปัจจุบันกลุ่มโทรคมนาคมมีการประเมินมูลค่าที่ premium หรือที่ P/BV 3.46 เท่าในปี 68 หรือ +2SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต 6 ปี สะท้อนการแข่งขันที่ไม่รุนแรงและตลาดที่มีผู้เล่นเพียงสองราย ขณะที่เชื่อว่าแนวโน้มของกลุ่มโทรคมนาคมในปี 68-69 น่าจะขึ้นอยู่กับการเติบโตของธุรกิจหลัก ซึ่งน่าจะชะลอตัว            กลุ่มโทรคมนาคมมี downside risk หากผู้ประกอบการแข่งขันกันเสนอแพ็คเกจโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์รายเดือนมากขึ้น รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัวและการประมูลคลื่นความถี่ ส่วน upside risk จะมาจากการประหยัดค่าใช้จ่ายโครงข่ายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมทั้งการที่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์เพิ่มขึ้นสุทธิแข็งแกร่งกว่าคาด

กสทช. ประมูลคลื่นใหม่ คาดหนุนกำไร ADVANC – TRUE  โบรกแนะซื้อ เป้า 305 บ. - 14.7 บ. ตามลำดับ

กสทช. ประมูลคลื่นใหม่ คาดหนุนกำไร ADVANC – TRUE โบรกแนะซื้อ เป้า 305 บ. - 14.7 บ. ตามลำดับ

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.กรุงศรี มีมุมมองเชิงบวก โดยกำไรสุทธิและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง คงประมาณการกำไรปี 2567 จะเพิ่มขึ้น 89% yoy และเติบโต 10% yoy ในปี 2568 ด้วย Upside จากการประมูลคลื่นความถี่ ในปี 2568 เนื่องจากการแข่งขันที่มีน้อยลง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ADVANC และ TRUE (Top pick ราคาเป้าหมาย 14.7 บาท) กสทช. จะดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ตามข่าว คาดว่าจะมีการเสนอแผนการนำคลื่นความถี่ไปใช้ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และรูปแบบการประมูลคลื่นความถี่ครั้งต่อไป เข้าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวันอังคารที่ 14 มกราคมนี้ โดยคลื่นความถี่ที่คาดว่าจะนำมาประมูล ได้แก่ 850 MHz, 1500 MHz, 1800 MHz, 2100 MHz และ 2300 MHz ราคาเริ่มต้นอาจอยู่ที่ประมาณ 16,000 ล้านบาท สำหรับคลื่นความถี่ 2100 MHz ขนาด 30 MHz และ 30,000 ล้านบาท สำหรับคลื่นความถี่ 2300 MHz ขนาด 60 MHz คาดว่า NT อาจจะไม่เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ คาดว่าการประมูลคลื่นความถี่ใหม่จะเพิ่มกำไรของ ADVANC และ TRUE หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเดือนกุมภาพันธ์/มีนาคม และการประมูลจะจัดขึ้นในเดือนเมษายน/พฤษภาคม ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่คาดว่าการประมูลจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 สมมติฐานดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของคลื่นความถี่บางส่วน (850 MHz, 2100 MHz และ 2300 MHz) ที่ NT ถือครองอยู่ในปัจจุบันจะหมดอายุในเดือนสิงหาคมปีนี้ ตามกฎระเบียบ NT จำเป็นต้องคืนคลื่นความถี่ดังกล่าวให้กับ กสทช. และ กสทช. จะดำเนินการนำคลื่นความถี่ดังกล่าว กลับมาบริหารจัดการและประมูลต่อไป ในมุมมองของบทวิเคราะห์ การประมูลคลื่นความถี่ 850 MHz, 2100 MHz และ 2300 MHz จะไม่ได้ทำให้เกิดการลงทุนใหม่ แต่จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของผู้ให้บริการ และส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นในปี 2568 คาดว่าจะมีการประหยัดต้นทุนจากปัจจัยต่อไปนี้ (i) ผู้ให้บริการแต่ละรายจะประมูลคลื่นความถี่ที่ตนเองต้องการเท่านั้น และ (ii) การแข่งขันจะมีน้อยลง และ ราคาประมูลสุดท้ายจะใกล้เคียงกับราคาเริ่มต้น จากราคาเริ่มต้นของคลื่นความถี่ 2100 MHz และ 2300 MHz ตามที่รายงานข่าวระบุ คาดว่าคลื่นความถี่ดังกล่าวจะส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น หาก ADVANC ได้รับการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz ในราคา 16,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการตัดจำหน่ายต่อปีจะอยู่ที่ 1,060 ล้านบาท ต่ำกว่าค่าเช่าที่ชำระให้กับ NT ในปัจจุบันที่ 4,000 ล้านบาท ถือเป็น upside risk ต่อประมาณการกำไรสุทธิในปี 2568 ของ ADVANC ที่ 8% สำหรับ TRUE ค่าใช้จ่ายในการตัดจำหน่ายต่อปีของคลื่นความถี่ 2600 MHz จะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ต่ำกว่าค่าเช่าที่ชำระให้กับ NT ในปัจจุบันที่ 6,000 ล้านบาท ถือเป็น upside risk ต่อประมาณการกำไรสุทธิในปี 2568 ที่ 33% ได้ดำเนินการวิเคราะห์ (Sensitivity Analysis) เกี่ยวกับระดับราคาประมูลที่จะทำให้กำไรต่อหุ้นของ ADVANC และ TRUE ไม่เพิ่มขึ้น ผลการวิเคราะห์พบว่า หากราคาประมูลสุดท้ายของ TRUE สูงถึง 90,000 ล้านบาท (เท่าตัวของราคาเริ่มต้น) และ 45,000 ล้านบาทสำหรับ ADVANC (เท่าตัวของราคาเริ่มต้น) กำไรต่อหุ้นอาจไม่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก คำแนะนำ           คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ ADVANC (ราคาเป้าหมาย 305 บาท) และ TRUE (ราคาเป้าหมาย 14.7 บาท) โดยมีสมมติฐานหลักมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของกำไรสุทธิและ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในอีก 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิในปีหน้า โดยมี upside risk จากการประมูลคลื่นความถี่.

ADVANC คาดกำไรแกร่ง ปันผล 5.22 บ.  ราคาเป้าหมาย 302.18 บาท

ADVANC คาดกำไรแกร่ง ปันผล 5.22 บ. ราคาเป้าหมาย 302.18 บาท

          หุ้นวิชั่น - บล.เอเอสแอล รายงานว่า Bloomberg ประเมิน ADVANC  คาดมีกำไรสุทธิ 4Q67F ราว 8.9 พันล้านบาท +1.2%QoQ, +26.9%YoY เติบโตโดดเด่น YoY จากรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่จากแนวโน้มการแข่งขันด้านราคาที่ลดลง และ FBB (Fixed Broadband) ที่ปรับตัวขึ้นตาม ARPU ที่สูงขึ้น และจากการรับรู้ผลบวกของการรวม TTTBB เข้ามาในงบเต็มไตรมาส นอกจากนี้ ประเมินว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง           ส่วนด้านการเติบโตของ EBITDA มีโอกาสแตะระดับขอบบนของเป้าที่ 14-16%           ส่วนภาพทั้งปี 67-68F ประเมินกำไรสุทธิเท่ากับ 3.4 หมื่นล้านบาท +13.3%YoY และ 3.8 หมื่นล้านบาท +9.2%YoY ตามลำดับ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 302.18 บาท ขณะที่ราคาปัจจุบันซื้อขายบน EV/EBITDA ที่ 9.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 6.3 เท่า แต่มองว่ามีความน่าสนใจตามการเติบโตของกำไรสุทธิและแผนการประมูลคลื่นความถี่ในปี 68 และ upside จากการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ลดลง ขณะที่คาดหวังการจ่ายปันผลงวด 2H67 อีกราว 5.22 บาท คิดเป็น Div. yield ราว 1.9%           อย่างไรก็ดี เรามองว่าที่ราคาปรับตัวลงราว 3.7% ในรอบ 20 วันทำการ ได้สะท้อนความเสี่ยงด้านต้นทุนการประมูลคลื่นความถี่เดิม (850MHz, 2100MHz และ 2300MHz) ไปพอสมควรแล้ว เนื่องจาก TRUE มีความต้องการที่จะประมูลคลื่น 2300MHz และถ้า ADVANC จะเข้าร่วมประมูลด้วย อาจทำให้การแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น ขณะที่การประมูลคลื่นในปี 68 จะทำให้แนวโน้มการเติบโตของ EBITDA ถูกคาดหวังว่าได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว           แนวรับ 272/267 แนวต้าน 280/285

abs

Hoonvision

ADVANC คาดQ4กำไรโต25% ปรับเป้าขึ้นเป็น 310 บาท

ADVANC คาดQ4กำไรโต25% ปรับเป้าขึ้นเป็น 310 บาท

         หุ้นวิชั่น - บทวิเคราะห์ บล. ดาโอระบุว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” ADVANC แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 310.00 บาท (เดิม 290.00 บาท) อิง DCF (WACC 8.7%, Terminal growth 2%) สะท้อนการปรับประมาณการขึ้นหลังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีและการลด subsidy ในส่วนของ handset ลง          ทั้งนี้ประเมินกำไรปกติ 4Q24E ที่ 8.9 พันล้านบาท (+25% YoY, +5% QoQ) YoY ยังคงได้รับแรงหนุนจาก ARPU ทั้ง Mobile และ FTTx ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการแข่งขันที่ลดลงและการปรับราคาแพคเกจให้สูงขึ้น ในขณะที่ QoQ เพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล (การท่องเที่ยว และการขาย handset ที่สูงขึ้น) และจากแนวโน้มงบ 4Q24E ออกมาดีกว่าที่เคยประเมิน ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2024E-25E ขึ้นเป็น 3.4 หมื่นล้านบาท (+18% YoY) และ 3.7 หมื่นล้านบาท (+8% YoY) ปรับขึ้นจากประมาณการเดิม +5% และ +8% ตามลำดับ สาเหตุหลักจากการปรับ handset margin ขึ้นสู่ระดับ 6% (เดิม 4%) จากการแข่งขันที่ลดลงส่งผลให้การ subsidy ลดลงไปด้วย และค่าการตลาดที่ควบคุมได้ดี คาดว่าจะอยู่ระดับ 2-3% ต่อรายได้รวม (ในขณะที่ในอดีตอยู่ที่ระดับ 3-4%) ซึ่งปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปยังปี 2025Eราคาหุ้นกลับมาเคลื่อนไหวใกล้เคียง SET ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลัง outperform จากประเด็นการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการของ GULF+INTUCH           อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาหุ้นยังสามารถ outperform ได้ต่อจากภาพระยะยาวการแข่งขันที่ลดลงและการใช้งาน 5G มากขึ้นหนุน ARPU ทำให้กำไรกลับมาเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสในการประมูลคลื่นในปี 2025E ในภาวะที่การแข่งขันลดลงมีโอกาสเป็น upside

ADVANC คาด Q4 กำไรแกร่งสุดรอบ 8.5 ปี โบรกแนะซื้อ เป้าใหม่ที่ 310.00 บาท

ADVANC คาด Q4 กำไรแกร่งสุดรอบ 8.5 ปี โบรกแนะซื้อ เป้าใหม่ที่ 310.00 บาท

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.เคจีไอ  ประมาณการกำไร 4Q67 ชี้เป็นกำไรที่แข็งแกร่งสุดในรอบ 8.5 ปี โดยในวันที่ 7 ก.พ.68 คาดว่ากำไรสุทธิ 4Q67 ของ ADVANC จะอยู่ที่ 9.0 พันล้านบาท (+29% YoY และ +2% QoQ) และกำไรหลักที่ 9.1 พันล้านบาท (+38% YoY และ +8% QoQ) (ไม่รวมขาดทุน Fx) กำไรที่เพิ่มขึ้น YoY หนุนจากราคาแพ็กเกจส่วนใหญ่ที่สูงขึ้น (มือถือและ FBB), ประสิทธิภาพด้านต้นทุน, การรับรู้รายได้เต็มปีจาก TTTBB (ตั้งแต่ 15 พ.ย. 66) พร้อมประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ส่วนกำไรเพิ่มขึ้น QoQ อาจมาจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว, ยอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น, แพ็กเกจที่มีราคาสูงขึ้น และต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง (การชำระคืนหนี้) เราคาดรายได้มือถือเพิ่มขึ้น 4% YoY และ 1% QoQ จาก blended ARPU สูงขึ้นที่ 227 บาท (+2% YoY และ +2% QoQ) และลูกค้าเพิ่มขึ้นสุทธิ 360,000 ราย ด้านรายได้จาก FBB เราคาดเพิ่มขึ้น 50% YoY และ 2% QoQ จาก ARPU สูงขึ้นอยู่ที่ 507 บาท (+4% YoY และ +0.4% QoQ) และจำนวนผู้ใช้บริการสุทธิเพิ่มขึ้น 61,000 ราย โดยรวม EBITDA margin น่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 50.5% (เทียบกับ 46.7% ใน 4Q66) สัญญาณจาก 4Q67F guidance และแนวโน้ม 1Q68F แม้บริษัทจะคง guidance ปี 2567 แต่ ADVANC มีมุมมองที่เป็นบวกด้วยคำพูดต่อแนวโน้มของ 4Q67F โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายการตลาดที่น่าจะต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้เดิม ขณะที่ผลการดำเนินงานของ FBB ดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าที่ ADVANC คาด อีกทั้งบริษัทยังมีผลขาดทุนทางภาษียกมาจาก TTTBB ในปี 2566 ประมาณ 4 พันล้านบาท ซึ่งมีโอกาสทยอยใช้ประโยชน์ในอนาคต ทั้งนี้ เราคาดกำไร 1Q68F เพิ่มขึ้น QoQ และ YoY แม้เทียบฐานสูง โดยได้แรงหนุนจากค่าใช้จ่ายการตลาดที่ลดลง, รายได้ FBB สูงขึ้นพร้อมกับรับรู้ประโยชน์จาก synergy และความคืบหน้าของกลยุทธ์การลดหนี้ คาดแนวโน้มที่ดีในปี 2568 เราคาดว่า ADVANC จะให้ guidance ปี 2568 ที่ดี (7 ก.พ. 68) ในด้าน EBITDA และรายได้จากการให้บริการหลักเติบโตเป็นเลขหลักเดียวพร้อมกับ CAPEX ที่ลดลง (ไม่รวมค่าประมูลคลื่นความถี่) ขณะที่ปัจจัยขับเคลื่อนรายได้นำโดยการเติบโตเล็กน้อยในธุรกิจบริการมือถือ (1-3%) ควบคู่กับ fixed broadband (FBB) เติบโตแข็งแกร่ง (>5%), การรับรู้ synergy ที่ชัดเจน, การประหยัดต้นทุนจากคลื่นความถี่หมดอายุ ในระยะถัดไป 1Q68 ADVANC อาจสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนด้วยการจ่ายเงินปันผล 2H67 ที่ดีกว่าที่ตลาดคาดและยังสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ NewCo Valuation and action เรายืนคำแนะนำซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย DCF ใหม่สูงขึ้นที่ 310.00 บาท (ใช้ WACC ที่ 7.2%) จากเดิม 293.00 บาท ขณะที่เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568-70F ขึ้นราว 3-4% (Figure 11) เพื่อสะท้อนรายได้จาก FBB สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายการตลาดลดลงเป็นหลัก ทั้งนี้ เหตุผลที่เราชื่นชอบ ADVANC ใน 1Q68 ได้แก่: i) แรงเก็งกำไรจากเรื่อง gain on bargain purchase ของ NewCo และ ii) โอกาสประหยัดต้นทุนจากการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ในปี 2568 (โอกาส re-rating ของกลุ่มสื่อสาร) Risks การแข่งขันเข้มข้น กำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ และค่าเสื่อมราคา & ค่าตัดจำหน่ายที่สูง

GULF – INTUCH ตั้งโต๊ะเทนเดอร์ ADVANC และ THCOM วันที่ 25 ธ.ค.นี้

GULF – INTUCH ตั้งโต๊ะเทนเดอร์ ADVANC และ THCOM วันที่ 25 ธ.ค.นี้

           ตามที่ และ บริษัท อินทัช โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) และ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ได้แจ้งมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 ซึ่งได้อนุมัติธุรกรรมการปรับโครงสร้างของบริษัทฯ โดยรวมถึง(ก) ธุรกรรมการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของ ADVANC โดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ ADVANC (โดยไม่รวมหุ้นซึ่งผู้ทำคำเสนอซื้อถืออยู่) โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนทำคำเสนอซื้อ (Conditional Voluntary Tender Offer) และ(ข) ธุรกรรมการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของ THCOM โดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ THCOM (โดยไม่รวมหุ้นซึ่งผู้ทำคำเสนอซื้อถืออยู่) โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนทำคำเสนอซื้อ (Conditional Voluntary Tender Offer) (ให้เรียกธุรกรรมตาม (ก) และ (ข) รวมกันว่า “การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ฯ”)โดยมีเงื่อนไขบังคับก่อนตามที่บริษัทฯ ได้เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 และวันที่ 6 กันยายน 2567 นั้น บริษัทฯ ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้ บริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเงื่อนไขบังคับก่อนดังกล่าวได้สำเร็จลงหรือได้รับการผ่อนผัน (แล้วแต่กรณี) บริษัทฯ จึงจะดำเนินการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ฯ โดยบริษัทฯ ได้ยื่นเอกสารคำเสนอซื้อในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ฯ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 24 ธันวาคม 2567 และจะเริ่มทำการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ฯ ของ ADVANC และ THCOM พร้อมกันในวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ต่อไป

ADVANC – TRUE ในสนาม ICT ไทย  โบรกมองแข่งกันไม่ดุ ลงทุนต่ำ กำไรเพิ่ม

ADVANC – TRUE ในสนาม ICT ไทย โบรกมองแข่งกันไม่ดุ ลงทุนต่ำ กำไรเพิ่ม

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บล.เคจีไอ อัปเดตอุตสาหกรรม ICT Sector ระบุ วัฏจักรเชิงบวกหนุนพรีเมียม valuation การประมูลคลื่นความถี่อาจเสี่ยงต่อคำแนะนำของบล.ในการ re-rating กลุ่ม ICT ปี 2568 คาดว่าการประมูลคลื่นความถี่จะเกิดขึ้นใน 1H68 โดยไม่เกิดสงครามราคา           เพราะจุดสำคัญคือการให้บริการเครือข่ายดีต่อเนื่อง ขณะที่ True Corporation (TRUE.BK/TRUE TB) และ Advanced Info Service (ADVANC.BK/ADVANC TB)* ดูเหมือนจะไม่สนใจคลื่น 850MHz แต่จะมุ่งเน้นที่คลื่น 2300MHz และ 1800MHz ตามลำดับ           ในปี 2568 TRUE คาดว่าจะประหยัดค่าเช่าคลื่นความถี่ได้ 4-5 พันล้านบาทต่อปีจากคลื่น 850MHz และ 2300MHz หมดอายุ โดยเหลือเพียงคลื่น 2300MHz ส่วน ADVANC อาจประหยัดได้ ~1-1.5 พันล้านบาทต่อปีจากการแทนที่การเช่าคลื่น 2100MHz จาก NT ด้วยคลื่น 1800MHz Guidance ปี 2568 เป็นบวกต่อ           คาดว่า TRUE และ ADVANC จะให้ guidance ปี 2568 ด้านการเติบโต EBITDA และรายได้การให้บริการเป็นเลขหลักเดียว ด้วยงบลงทุน (CAPEX) ที่ต่ำลง (ไม่รวมค่าประมูลคลื่นฯ) ขณะที่แรงผลักดันรายได้ ด้วยการให้บริการมือถือเติบโตเล็กน้อย (1-3%) พร้อมกับ fixed broadband (FBB) เติบโตปานกลาง (>5%) การรับรู้ synergy ชัดเจนขึ้น และการประหยัดรายจ่ายจากการหมดอายุของคลื่นความถี่ เช่น คลื่น 850MHz และ 2300MHz ของ TRUE ใน 1Q68           โดย ADVANC อาจทำให้นักลงทุนดีใจด้วยเงินปันผลระหว่างกาล 2H67 ที่สูงกว่าคาด ขณะที่ TRUE อาจพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ ผู้แข่งขันในตลาดสองรายและศักยภาพการเติบโตกลุ่ม ICT ของไทย           กลุ่ม ICT ของไทยกำลังอยู่ในช่วงของผู้แข่งขันในตลาดเพียงสองราย ซึ่งช่วยเพิ่มกำไรผ่านการแข่งขันที่ลดลงและงบลงทุนต่ำลง โดยมี EBITDA margin คาดเพิ่มมาอยู่ที่ 50-60%           ขณะที่วัฏจักรขาขึ้นนี้อยู่ในช่วงของการขยายตัวและการแข่งขันลดลง ทำให้เกิดความเป็นไปได้ในการเติบโตแข็งแกร่งสำหรับ TRUE และ ADVANC ขณะที่ valuation ของกลุ่มอยู่ในระดับสูง แต่ทั้งสองบริษัทมี upside เพิ่มได้อีก และยอมรับได้จากการปรับ EPS ขึ้นต่อเนื่อง           EBITDA margin ดีขึ้นและเกิดแหล่งรายได้ใหม่จากศูนย์ข้อมูล           ทั้งนี้ TRUE มีช่องทางในการเพิ่ม ARPU มากขึ้น จะได้รับประโยชน์จาก synergy จากการควบรวมกิจการล่าสุดและรายได้จากการขายโทรศัพท์มือถือดีขึ้น รวมถึง iPhone16 ด้วย กำไรกลุ่ม ICT ปี 2568F จะเพิ่มขึ้น 17% YoY หลังจากพุ่งขึ้น 231% YoY ในปี 2567F           TRUE จะมีสัดส่วนของการเติบโตของกลุ่ม ICT สูงถึง 63% ในปี 2568F พร้อมกับการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ           ขณะที่กำไรหลักของกลุ่ม ICT ปี 2567F/2568F ของบล.สูงกว่า consensus ราว 5%/2%           ทั้งนี้ ปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2568 น่าจะมาจากการเพิ่มขึ้นของ ARPUs ต้นทุนที่เหมาะสม และการ synergy กับ DTAC (สำหรับ TRUE) และ TTTBB (สำหรับ ADVANC)           อย่างไรก็ดี คาดกำไรปีนี้จะสูงสุดใน 4Q67 และเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ Valuation and action           คงให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มนี้ “เท่ากับตลาดฯ” โดยเลือก ADVANC เป็นหุ้นเด่นช่วง 1Q68 เนื่องจากคาดเห็นแรงเก็งกำไรจากเรื่อง gain on bargain purchase ในระหว่างการแปลงร่างของ NewCo, upside จากการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ในปี 2568 และอาจจ่ายเงินปันผลสูงขึ้น           ส่วน TRUE ก็ยังชอบเช่นกันด้วย reward/risk ที่น่าสนใจ มีโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรและ synergy ที่มาเร็วและมากกว่า ADVANC           ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านลบคือคดีความที่ศาลของ TRUE และ ADVANC รวมถึงต้นทุนการควบรวมสูง

KSS คาด SET วันนี้ Side way up ชี้ต้าน 1.470 จุด แนะ ADVANC, MTC, IVL

KSS คาด SET วันนี้ Side way up ชี้ต้าน 1.470 จุด แนะ ADVANC, MTC, IVL

         หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1465/1470 จุด รับ 1446/1443 จุด ดัชนี S&P500 +0.1% ทะลุ 6,000 จุดเป็นครั้งแรก กลุ่มนำคือ หุ้น Trump Plays ที่ยังมีโมเมนตัมบวก ส่วนปัจจัยมหภาคคาดตลาดรอติดตามรายงานเศรษฐกิจเงินเฟ้อ CPI ต.ค.          พรุ่งนี้ (13 พ.ย.) ด้าน Asia เริ่มเห็นผลบวกการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนต่อรายงานเศรษฐกิจ อาทิ ยอดขายบ้านเมืองใหญ่ ยอดขายปลีกรถยนต์ ต.ค. +7%y-y ฝ่ายวิเคราะห์มองน่าจะช่วยบรรเทาความผิดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดที่เน้นเฉพาะหนี้ท้องถิ่นได้บ้าง บ่งชี้จากตลาด หุ้นจีนฟื้นช่วงท้ายวานนี้          ส่วนภายในยังเป็นช่วงโค้งสุดท้ายงบ 3Q24 แม้ปัจจุบันรายงานแล้ว 218 บริษัท จะยังต่ำกว่าคาด -21% แต่เริ่มดีขึ้นจากวานนี้ที่ -22.5% หลังหุ้นอิงภายในทยอยรายงานเพิ่มขึ้น          ขณะที่ Outlook ภาคบริการบวก ผู้ใช้บริการสนามบิน AOT เดินทาง ตปท. (ชี้นำนักท่องเที่ยวต่างชาติ) 1-9 พ.ย. สูง 105.4% vs นักท่องเที่ยว 10M24 ที่ 88.3% ของ Pre-Covid สะท้อนภาพฤดูกาลและโอกาสเห็น Upside นักท่องเที่ยวปี 2025F ที่ตลาดมองระดับ Pre-Covid          มองหุ้นนำวันนี้ China Plays, หุ้นอิงภาคบริการ และหุ้นดอกเบี้ยขาลงหนุน วันนี้แนะ ADVANC, MTC, IVL

บล.กรุงศรี คาด SET แกว่งในกรอบ ต้าน 1476 จุด จับตาปัจจัยนอก แนะ ADVANC, AOT, CPALL

บล.กรุงศรี คาด SET แกว่งในกรอบ ต้าน 1476 จุด จับตาปัจจัยนอก แนะ ADVANC, AOT, CPALL

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET วันนี้ “แกว่งในกรอบ” ต้าน 1473/1476 จุด รับ 1455/1446 จุด ต่างประเทศรอ 3 ประเด็นคือการเลือกตั้งสหรัฐ 5 พ.ย. (รู้ผลราว 6 พ.ย. เป็นต้นไป) อิงจากสถิติหลังการเลือกตั้งสหรัฐ 2 รอบก่อนหน้า เดือน พ.ย. - ธ.ค. SET ให้ผลตอนเป็นบวก            การประชุม NPC ของจีนลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ประชุมต่อเนื่องถึงวันที่ 8 พ.ย.) และ 6-7 พ.ย. ประชุม Fed (รู้ผลเช้าวันที่ 8 พ.ย.) คาดลดดอกเบี้ยฯ 25 bps ส่วนภายในภาพทางพื้นฐานยังบวก ตัวเลขยอดผู้ใช้บริการสนามบิน AOT (ชี้นำนักท่องเที่ยวต่างชาติ)ในช่วงวันที่ 1 – 2พ.ย. 2024 ปรับขึ้นทะลุ Pre – covid ที่ระดับ 103.6% ผสานกับรัฐบาลนายกฯ เมื่อวานเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตาม เป้าหมายที่ 80% ของงบลงทุนทั้งหมดที่ 9.6 แสนล้านบาท โดยรวมประเมิน GDP Growth ไทยปี 2024 คาด 2.4%y-y มี Upside มองบวกต่อ            SET โดยประเด็นที่ต้องตามวันนี้ เงินเฟ้อไทย เดือน ต.ค. ตลาดคาด 0.96% และประชุม ครม. ลุ้น มาตรการกระตุ้นฝั่งอสังหา ประเมินหุ้นพลังงาน ( น้ำมันบวกแรง 2%) หุ้น China play กลุ่มอสังหา, หุ้นอิงบริการ(สนามบิน, โรงแรม) วันนี้แนะ ADVANC, AOT, CPALL

วิเคราะห์ ADVANC ไตรมาส4 high season ท่องเที่ยวหนุน

วิเคราะห์ ADVANC ไตรมาส4 high season ท่องเที่ยวหนุน

          หุ้นวิชั่น - บล. ดาโอ คำแนะนำ “ซื้อ” ADVANC และราคาเป้าหมาย 290.00 บาท อิง DCF (WACC 8.7%, Terminal growth 2%) ทั้งนี้บริษัทมีกำไรปกติ 3Q24 อยู่ที่ 8.4 พันล้านบาท (+11% YoY, ทรงตัว QoQ) ใกล้เคียงตลาดประเมิน โดยรายได้จากบริการหลักอยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท (+20% YoY, +1% QoQ) Mobile ARPU อยู่ที่ 223 บาท (+3% YoY, -1% QoQ) และ Net add 6.1 แสน subs ในขณะที่ FBB ARPU อยู่ที่ 505 บาท (+18% YoY, +1% QoQ) และ Net add ราว 6.3 หมื่น subs การแข่งขันยังคงผ่อนคลาย ในขณะที่ต้นทุนบริการหลัก (+14% YoY, ทรงตัว QoQ) เพิ่มขึ้น YoY จากการรวม TTTBB ส่วน SG&A +49% YoY, +12% QoQ จากค่าใช้จ่ายพนักงานหลังควบรวม TTTBB และค่าการตลาดที่กลับมาเร่งตัวอีกครั้ง เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2024E ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท (+12% YoY) มีโอกาสสูงที่กำไรปี 2024E จะมี upside โดยแนวโน้ม 4Q24E คาดกำไรเติบโตได้ QoQ จากการเข้า high season ของการท่องเที่ยว           อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเห็นการเร่งตัวของค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาด ทำให้การเติบโต QoQ อาจไม่โดดเด่นมากนัก และทำให้ upside ต่อประมาณการของเรายังจำกัด ในขณะที่ประมาณการกำไรปกติปี 2025E มีโอกาสเกิด upside เช่นกัน อย่างไรก็ตามรอดูสถานการณ์ใน 4Q24E รวมถึง guidance ของบริษัทอีกครั้งก่อนปรับประมาณการขึ้น ราคาหุ้นกลับมาเคลื่อนไหวใกล้เคียง SET ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลัง outperform จากประเด็นการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการของ GULF+INTUCH อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาหุ้นยังสามารถ outperform ได้ต่อจากภาพระยะยาวการแข่งขันที่ลดลงและการใช้งาน 5G มากขึ้นหนุน ARPU ทำให้กำไรกลับมาเติบโตต่อเนื่องรวมถึงทิศทางดอกเบี้ยขาลงในช่วง 2H24E คาดทำให้หุ้นกลุ่ม tech/ICT กลับมา perform ได้ดีขึ้น           Event: 3Q24 results review 3Q24 กำไรเติบโต YoY – ARPU และ Subs ยังคงเพิ่มขึ้น บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 3Q24 ที่ 8.8 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามหากตัดรายการพิเศษออก (Fx) กำไรปกติอยู่ที่ 8.4 พันล้านบาท (+11% YoY, ทรงตัว QoQ) ใกล้เคียงตลาดประเมิน แต่ดีกว่าเราคาด +10% (seasonal impact และผลกระทบน้ำท่วมมีน้อยกว่าคาด) ทั้งนี้รายได้จากบริการหลักอยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท (+20% YoY, +1% QoQ) Mobile ARPU อยู่ที่ 223 บาท (+3% YoY, -1% QoQ) และ Net add 6.1 แสน subs ในขณะที่ FBB ARPU อยู่ที่ 505 บาท (+18% YoY, +1% QoQ) และ Net add ราว 6.3 หมื่น subs ในขณะที่ต้นทุนบริการหลัก (+14% YoY, ทรงตัว QoQ) เพิ่มขึ้น YoY จากการรวม TTTBB ส่วน QoQ แม้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นแต่ได้รับชดเชยจาก network opex (ค่าซ่อมบำรุง) ที่ลดลง ในขณะที่ SG&A +49% YoY, +12% QoQ จากค่าใช้จ่ายพนักงานหลังควบรวม TTTBB และค่าการตลาดที่กลับมาเร่งตัวอีกครั้ง           Implication กำไรปกติปี 2024E-25E มี upside อย่างไรก็ตามรอดูสถานการณ์ใน 4Q24E ก่อนปรับประมาณการขึ้น เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2024E ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท (+12% YoY) สำหรับกำไรปกติ 9M24 คิดเป็น 78% ของประมาณการดังกล่าว มีโอกาสสูงมากที่กำไรปี 2024E จะมี upside โดยแนวโน้ม 4Q24E คาดกำไรเติบโตได้ QoQ จากการเข้า high season ของการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเห็นการเร่งตัวของค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาด ทำให้การเติบโต QoQ อาจไม่โดดเด่นมากนัก และทำให้ upside ต่อประมาณการของเรายังจำกัด ในขณะที่ประมาณการกำไรปกติปี 2025E มีโอกาสเกิด upside เช่นกัน อย่างไรก็ตามรอดูสถานการณ์ใน 4Q24E รวมถึง guidance ของบริษัทอีกครั้งก่อนปรับประมาณการขึ้น

บล.กรุงศรี คาดหุ้นวันนี้แกว่งตัวในกรอบ แนวต้าน 1476 จุด แนะ ADVANC, BBIK, IVL

บล.กรุงศรี คาดหุ้นวันนี้แกว่งตัวในกรอบ แนวต้าน 1476 จุด แนะ ADVANC, BBIK, IVL

           หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) KSS Daily Strategy คาด SET วันนี้ “แกว่งในกรอบ” ต้าน 1470/1476 จุด รับ 1455/1446 จุด วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐRebound นำโดย Tech และความเชื่อมั่นต่อดอกเบี้ยสหรัฐขาลง โดย MUFG และตลาดคาดประชุม Fed 6-7 พ.ย. จะลดดอกเบี้ย 25 bps สู่4.75% หลังจากตัวเลขตลาดแรงงาน Nonfarm payrolls +1.2 หมื่นราย ต่ำคาดมาก แม้เป็นผลชั่วคราวจากผลกระทบพายุเฮอริเคน ผสานฝั่งภาคผลิต PMI < 50 จุด            สัปดาห์นี้ ปัจจัยหลักที่ต้องตามคือการเลือกตั้งสหรัฐคาดความผันผวนจะลดลง และลุ้นมาตรการกระตุ้นจกาประชุม NPC ของจีน            ภายในปัจจัยเศรษฐกิจไทยชี้ไปทางบวกต่อตลาดหุ้น อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นสู่ 58.4 สูงสุดในรอบ 6 เดือน ผสาน BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุน Data Center 2 โครงการใหญ่มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท และวันพรุ่งนี้รัฐบาลคาดจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฝั่งอสังหา(+บริโภค ท่องเที่ยว ลงทุน)            โดยรวมประเมิน GDP Growth ไทยปี 2024 คาด 2.4%y-y มี Upside มองบวกต่อ SET ประเมินหุ้นนำหุ้นธีม Infra Tech, หุ้น Domestic, หุ้นงบ 3Q24 ดี หุ้นChina play  วันนี้แนะ ADVANC, BBIK, IVL

ADVANC กำไร Q3/67 แตะ 8.78 พันล้านบาท คาดรายได้ปีนี้โต 13-15% งบลงทุน 2.5-2.6 หมื่นล้าน

ADVANC กำไร Q3/67 แตะ 8.78 พันล้านบาท คาดรายได้ปีนี้โต 13-15% งบลงทุน 2.5-2.6 หมื่นล้าน

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า เอไอเอสมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ในไตรมาส 3/2567 ที่ 27,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีก่อน เร่งตัวขึ้นจากการรับรู้ EBITDA ของ TTTBB ร่วมกับการเติบโตของธุรกิจหลัก ขณะที่ทรงตัวร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin) อยู่ที่ร้อยละ 53 จากการมุ่งเน้นรายได้ที่สร้างกำไร การบริหารจัดการต้นทุน และการยกระดับอัตรากำไรของยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 เอไอเอสรายงานกำไรสุทธิที่ 8,788 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 7.9 เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับผลดำเนินงานที่ดีขึ้น และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คงแนวโน้มการเติบโตจากความต้องการใช้งานข้อมูลและการมุ่งเน้นคุณภาพ รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 30,962 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลที่เติบโต ส่งผลให้ปริมาณการใช้งานข้อมูลสูงขึ้น ร่วมกับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว จำนวนผู้ใช้บริการเติบโตขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ภายในประเทศ โดยบริษัทมีกลยุทธ์มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ และให้ความสำคัญกับคุณภาพโครงข่าย สำหรับรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) ยังเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนภาพการบริโภคข้อมูลที่สูงขึ้นและกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการส่งมอบมูลค่าให้กับลูกค้าเป็นหลัก เอไอเอสมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพบริการเพื่อตอบรับพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากบรรลุเป้าหมายโครงข่าย 5G ครอบคลุมประชากรกว่า 95% ทั่วประเทศ เอไอเอสยังคงเดินหน้าขยายโครงข่ายในพื้นที่ที่มีการใช้งานสูง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ปัจจุบัน เอไอเอสมีผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 11.5 ล้านเลขหมาย หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นและบริการมูลค่าเพิ่ม รายได้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่ที่ 7,437 ล้านบาท เติบโตอย่างแข็งแกร่งร้อยละ 146 เมื่อเทียบกับปีก่อน และเติบโตร้อยละ 2.1 จากไตรมาสก่อน การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการขยายฐานผู้ใช้ที่เน้นคุณภาพ โดยใช้โครงข่ายไฟเบอร์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมทั้งเพิ่ม ARPU ผ่านกลยุทธ์การขายพ่วงด้วยบริการเสริมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง อาทิ สมาร์ทโฮมโซลูชันในกระบวนการควบรวมกับ TTTBB เอไอเอสให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพการบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดี พร้อมยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน บริการลูกค้าองค์กรเติบโตจากความชัดเจนทางเศรษฐกิจและสอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี รายได้บริการลูกค้าองค์กร (ไม่รวมโทรศัพท์เคลื่อนที่) อยู่ที่ 1,821 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการรับรู้รายได้ของ TTTBB และความต้องการของภาคธุรกิจในการปรับเปลี่ยนด้านดิจิทัล ซึ่งก่อให้เกิดความต้องการในการเชื่อมต่อสื่อสารในรูปแบบโครงข่ายข้อมูล (EDS) และคลาวด์ ทั้งนี้ รายได้บริการลูกค้าองค์กรยังเติบโตจากไตรมาสก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ ร่วมกับการปิดการขายโครงการคลาวด์ขนาดใหญ่เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นบริการพื้นฐานในการเชื่อมต่อข้อมูล (Connectivity) สำหรับลูกค้าองค์กร โดยสร้างความแข็งแกร่งผ่านความร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อเพิ่มผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง สภาวะการตลาดและการแข่งขัน ในไตรมาส 3/2567 ประเทศไทยเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากเสถียรภาพในสถานการณ์การเมือง ซึ่งส่งผลดีต่อความชัดเจนของทิศทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่เริ่มกลับมา ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดแรงกดดันจากปัจจัยฤดูกาลและผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมทั้งกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคและบรรเทาความกังวลในระบบเศรษฐกิจในระยะสั้น อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงรักษาแนวโน้มเชิงบวก แม้เผชิญกับปัจจัยฤดูกาล โดยได้แรงหนุนจากความต้องการใช้ข้อมูลที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อบริการระบบเติมเงิน ในด้านการแข่งขันยังคงเน้นการนำเสนอแพ็กเกจเพิ่มมูลค่าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เพื่อสร้างการเติบโตของ ARPU นอกจากนี้ ตลาดอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยได้รับอานิสงส์จากการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญกับความท้าทายในช่วงฤดูฝน โดยจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจากการขยายโครงข่ายไฟเบอร์ไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบ้านต่อครัวเรือนไทยที่ยังต่ำกว่าร้อยละ 50 ในด้าน ARPU มีการเติบโตจากกลยุทธ์การขายพ่วง (Cross-sell & Upsell) บริการมูลค่าเพิ่ม และสินค้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความเร็วและความเสถียร พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วยบริการคอนเทนต์และอุปกรณ์ IoT การให้บริการลูกค้าองค์กรเริ่มเห็นการฟื้นตัวจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายงบประมาณทั้งจากภาครัฐและเอกชน ในด้านเทคโนโลยี บริการเชื่อมต่อโครงข่าย (EDS) และบริการคลาวด์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล นอกจากนี้ ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยยังส่งผลต่อความต้องการการเชื่อมต่อข้อมูลที่สูงขึ้น และยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล มุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มในปี 2567 และผลประกอบการรอบ 9 เดือนของปี 2567 คาดการณ์รายได้การให้บริการหลักเติบโตที่ระดับร้อยละ 13 ถึง 15 ผลประกอบการรอบ 9 เดือนของปี 2567 เติบโตมากกว่าการคาดการณ์ โดยได้รับอานิสงส์จากภาวะเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเชิงบวกมากขึ้นในไตรมาส 3/2567 ขณะที่ผลกระทบจากปัจจัยตามฤดูกาลปกติลดลงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เอไอเอสยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะรักษาแนวโน้มการเติบโตของรายได้การให้บริการหลักอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 การเติบโตจะยังคงเกิดจากการเข้าซื้อกิจการ TTTBB และการสร้างการเติบโตจากธุรกิจเดิม ร่วมกับการฟื้นตัวของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ ทั้งนี้ เอไอเอสยังมุ่งเน้นสร้างการเติบโตด้วยการนำเสนอบริการแบบหลอมรวม (convergence) ระหว่างบริการหลักด้านต่างๆ ร่วมกับใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์กับลูกค้า และการยกระดับคุณค่าที่ผู้ใช้บริการจะได้รับผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่: มุ่งเน้นรักษาความเป็นผู้นำด้านคุณภาพและความครอบคลุมของโครงข่าย การนำเสนอสินค้าและบริการที่เฉพาะเจาะจงแก่ผู้ใช้บริการเฉพาะกลุ่ม และยกระดับคุณค่าของบริการผ่านปัจจัยต่างๆ เช่น 5G บริการแบบหลอมรวม และระบบนิเวศสิทธิประโยชน์ เพื่อส่งมอบบริการดิจิทัลเหนือระดับแก่ผู้ใช้บริการ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง: เติบโตด้วยการรับรู้รายได้จาก TTTBB ร่วมกับรักษาแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ใช้ประโยชน์จากฐานผู้ใช้บริการที่ขยายตัวขึ้นและโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศจากการรวมกันระหว่างเอไอเอสและ TTTBB พร้อมการนำเสนอสินค้าด้วยจุดเด่นด้านนวัตกรรมและคุณภาพการให้บริการที่เหนือกว่าเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่มากกว่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบทั่วไป เอไอเอสให้ความสำคัญไปที่กระบวนการบูรณาการการทำงานระหว่างเอไอเอสและ TTTBB เข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและสร้างประโยชน์ทั้งในเชิงรายได้และต้นทุน (Synergies) บริการลูกค้าองค์กร: มุ่งเน้นการเติบโตที่สร้างผลตอบแทนสูงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล รับประโยชน์จากการพัฒนาของสภาพเศรษฐกิจ-สังคม โดยใช้ประโยชน์จากบริการการเชื่อมต่อสื่อสาร บริการเทคโนโลยีดิจิทัลที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และการสร้างความแตกต่างด้วยแพลตฟอร์มบนเทคโนโลยี 5G (5G Paragon Platform) EBITDA เติบโตประมาณร้อยละ 14 ถึง 16 จากการมุ่งเน้นที่ความสามารถในการทำกำไร เช่นเดียวกับรายได้การให้บริการหลัก กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเชิงบวกมากขึ้น โดยค่าใช้จ่ายคาดว่าจะถูกจัดสรรเพื่อการรักษาสถานะผู้นำตลาด และเพื่อยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตต่อไปในอนาคต เอไอเอสยังคงตั้งเป้าบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับการเร่งรับรู้ประโยชน์จากการเข้าซื้อกิจการ TTTBB เพื่อสร้างประโยชน์ด้านต้นทุน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาการส่งมอบบริการและสร้างประสบการณ์ของลูกค้า เอไอเอสตั้งเป้าพัฒนารากฐานที่สำคัญในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ระบบไอที โครงข่าย การวิเคราะห์ข้อมูล และทรัพยากรบุคคล นอกจากนี้ เอไอเอสมุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ตั้งเป้างบลงทุนระหว่าง 25,000 ถึง 26,000 ล้านบาท เพื่อรักษาคุณภาพภายใต้ความเหมาะสม เอไอเอสคาดการณ์งบลงทุนที่ลดลงจากปีก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากการเร่งลงทุนโครงข่าย 5G สำหรับคลื่นความถี่ 700MHz ในปี 2566 การใช้ประโยชน์จากโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่กว้างขึ้นของ TTTBB การใช้จ่ายงบลงทุนอย่างเหมาะสมสอดคล้องไปกับความตั้งใจของบริษัทที่ต้องการรักษาลูกค้าคุณภาพสูงผ่านการคงสถานะการเป็นผู้นำด้านโครงข่าย ในขณะที่ยังมุ่งเน้นการเติบโตของธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากการเข้าสู่พื้นที่ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านการใช้งบลงทุนร่วมเพื่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิผลทางการเงินมากขึ้น (CAPEX synergy) จากการผนึกกำลังของโครงข่ายระหว่างเอไอเอสและ TTTBB โดยสรุป เอไอเอสคาดการณ์สัดส่วนงบลงทุนสำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ร้อยละ 60 ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านร้อยละ 28 และส่วนที่เหลือสำหรับธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรและอื่นๆ นโยบายการจ่ายเงินปันผล: จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิ เอไอเอสมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวและส่งมอบผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นมาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เอไอเอสจึงให้ความสำคัญต่อการรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งและมีความคล่องตัวเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต นโยบายการจ่ายเงินปันผลจะจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิ โดยนโยบายการจ่ายเงินปันผลนี้จะทำให้เอไอเอสมีกระแสเงินสดเพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเป็นผู้นำตลาด ความสามารถในการแข่งขัน และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงพร้อมรับต่อสภาวการณ์ต่างๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลง เอไอเอสยังคงการจ่ายเงินปันผลปีละสองครั้งจากผลการดำเนินงานบริษัทและกำไรสะสมบนงบการเงินเฉพาะกิจการ ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลในทุกกรณี จะขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดและแผนการลงทุน รวมถึงความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคตของบริษัท และ/หรือบริษัทย่อย และการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องไม่เกินกำไรสะสมที่ปรากฏในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท และ/หรือมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานปกติของบริษัทและบริษัทย่อย

5 โบรกคาดการณ์ งบ ADVANC Q3/67

5 โบรกคาดการณ์ งบ ADVANC Q3/67

           5 โบรกคาดการณ์ งบ ADVANC Q3/67 โดยคาดว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC จะประกาศงบวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นี้ สำหรับ 6 เดือน ปี 2567 มีกำไรแล้ว 17,028 ล้านบาท   บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุถึง ADVANC ว่า แนะนำซื้อ ADVANC ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 300 บาท (จาก 280 บาท) หลังจากปรับเป้าหมายไปสิ้นปี 2568 ในฐานะหุ้นปันผลที่จะยังคงได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาลง การปรับตัวลดลงของราคาหุ้นผลักดันให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 3.8% พร้อมกับ upside จากการปรับกำไรขึ้น เนื่องจากไตรมาส 4 เป็นช่วงพีคสำหรับ ADVANC สำหรับในไตรมาส 3 ปี 2567 คาดกำไรเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากปัจจัยตามฤดูกาล แม้ ADVANC ยังไม่ปรับกำไรขึ้น แต่กำไรในปี 2567 ยังคาดว่าจะโต 18% ในปีนี้และอีก 6% ในปีหน้า บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุถึง ADVANC โอกาสในการลดต้นทุนจากการประมูลคลื่นความถี่ของ กสทช. ครั้งใหม่ กสทช. คาดว่าจะเปิดประมูลคลื่นความถี่ใหม่ในปี 2568 ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ ADVANC ลดต้นทุน ด้วยจำนวนผู้ให้บริการมือถือเพียงสองรายในตลาดหลังการควบรวมกิจการของ TRUE กับ DTAC (TRUE มีคลื่นความถี่จำนวนมาก) การแข่งขันในการประมูลใบอนุญาตใหม่จึงน่าจะไม่รุนแรง ปัจจุบัน ADVANC จ่ายประมาณ 5 พันล้านบาทต่อปีสำหรับคลื่น 2.1GHz ซึ่งจะหมดอายุในปี 2568-2570 (รวมถึงการตัดจำหน่ายมูลค่าคลื่นอีกประมาณ 1 พันล้านบาทต่อปี และจ่าย 3.9 พันล้านบาทให้ NT สำหรับการใช้คลื่นความถี่ หาก ADVANC ได้รับใบอนุญาต 2.1GHz อายุ 15 ปีใหม่สองใบ (รวมความกว้างคลื่น 60MHz) ในราคาน้อยกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท บริษัทจะสามารถลดต้นทุนได้อย่างมากและยังคงรักษาคุณภาพบริการที่ดี การแข่งขันที่ลดลงในการประมูลจะช่วยให้บริษัทลดการใช้จ่ายในการจัดหาคลื่นใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอีกด้วย บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุถึง ADVANC เป็นหุ้นที่ผลตอบแทนจากปันผลที่จูงใจ โดยคาดปันผลสำหรับปี 2567 ที่ 9.97 บาท  (จ่ายไปแล้วสำหรับ 1H67 4.67 บาท) และปี 2568 ที่ 10.89 บาท หรือคิดเป็น dividend yield สำหรับปี 2567 – 2568 ราว 3.8% - 4.2% ซึ่งถือว่ายังจูงใจ และมี ความน่าสนใจมากขึ้นในช่วงที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มเป็นขาลง โดยที่ผ่านมาราคาหุ้น ADVANC มักเปลี่ยนแปลงตรงข้ามกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง ADVANC พื้นฐานที่แข็งแกร่งของ ADVANC ได้รับการเสริมด้วยกระแสเงินทุนไหลเข้าที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากน้ำหนักที่สูงของหุ้นในดัชนี SET อันดับ ESG ระดับ AAA ผลตอบแทนจากเงินปันผล 4% และการป้องกันการลดลงจากกองทุนวายุภักษ์ (ตั้งแต่ 1 ต.ค.) นอกจากนี้ เราคาดว่าจะมีเงินไหลเข้า ADVANC จากนักลงทุนของ INTUCH หลังจากการจ่ายเงินปันผลพิเศษ 4.50 บาทต่อหุ้นในครึ่งแรกของปี 2568 บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุถึง ADVANC  ยังมั่นใจว่ากำไรทั้งปี 2567 จะสอดคล้องกับประมาณกาที่ 33,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อนหน้า และน่าจะทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 ปีได้ และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปีหน้าอีก 12% จากผลบวก synergy กับธุรกิจ 3BB ที่มีความชัดเจนมากขึ้น และคาดว่าธุรกิจ 3BB จะพลิกกลับมามีกำไรได้ในปีหน้า ซึ่งจะสามารถทยอยนำ Loss Carry Forward ของ 3BB มาลดหย่อนภาษีได้ตามฐานภาษีของ 3BB ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ในปีหน้า จะเห็นพัฒนาการเชิงรุกในธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรมากขึ้น โดย 1Q68 จะเริ่มให้บริการคลาวด์ร่วมกับบริษัทออราเคิล ซึ่งมีฐานลูกค้าองค์กรที่ใช้งานระบบปฏิบัติการฐานข้อมูลอันดับต้น ๆ ของโลกและในประเทศไทย รวมถึงหลัง GULF ควบรวมกับ INTUCH แล้วเสร็จใน 2Q68 จะเห็นพัฒนาเชิงรุกในบริการ Data Center และคลาวด์ร่วมกับ GULF, SINGTEL และพันธมิตรรายอื่น ๆ อาทิ Microsoft และ Google ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

บล.กรุงศรี ชี้กลุ่ม ICT ขาขึ้น โอกาสซื้อ

บล.กรุงศรี ชี้กลุ่ม ICT ขาขึ้น โอกาสซื้อ "ADVANC"

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ยังคงมุมมองเชิงบวกกับกลุ่มจากกำไรและกระแสเงินสดที่ยังเป็นขาขึ้นผลักดันจากรายได้ต่อเลขหมายที่ยังเป็นขาขึ้นอยู่ คาดว่ากำไรของ ADVANC และ TRUE จะปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้ง yoy และ qoq ในช่วงไตรมาส 3/67 แม้ว่าจะเป็นช่วง low season ซึ่งถ้าผลประกอบการออกมาตามคาด           คาดว่า ทั้งฝ่ายวิเคราะห์และตลาดจะมีการปรับประมาณการกำไรของหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ขึ้น การปรับตัวลดลงของราคาหุ้นโดยเฉพาะหุ้น ADVANC ถือว่าเป็นโอกาสซื้อ และ TRUE ยังเป็นหุ้น Top Pick

KSS แนะสะสมหุ้นพื้นฐานดี ชอบ ADVANC, CPALL, TRUE

KSS แนะสะสมหุ้นพื้นฐานดี ชอบ ADVANC, CPALL, TRUE

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET Index บ่ายนี้จะแกว่งในกรอบ 1,477 -1,490 จุด โดยยังไม่มีปัจจัยหนุนหรือกดดันอะไรใหม่ ปัจจัยสำคัญตลาดจะให้โฟกัสคือ วันพฤหัสบดีนี้ รายละเอียดมาตรการและวงเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลจีน และการรายงานงบฝั่ง Real sector ที่จะเริ่มทยอยประกาศ อาทิ DELTA, TRUE กลยุทธ์แนะนำนักลงทุนทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีโดยเฉพาะกลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 3/67 จะออกมาแข็งแกร่ง ( ADVANC, CPALL, TRUE, IVL MOSHI) โดยมี Top Pick บ่ายนี้ คือ ADVANC, CPALL, TRUE

คัดหุ้นปันผลสูง KTB BBL ADVANC HMPRO

คัดหุ้นปันผลสูง KTB BBL ADVANC HMPRO

          หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัดระบุถึง หุ้นที่จ่ายปันผลสูงและคาดได้อานิสงส์จากการเป็นเป้าหมายสะสมของกองทุนวายุภักษ์และกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วงปลายปี แนะนำหุ้นที่ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตได้ในปี 2025 เลือก KTB BBL ADVANC HMPRO

บล.กรุงศรี คาด SET Index บ่ายนี้ผันผวนในกรอบ 1,460-1,475 จุด

บล.กรุงศรี คาด SET Index บ่ายนี้ผันผวนในกรอบ 1,460-1,475 จุด

          หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) คาด SET Index บ่ายนี้ผันผวนในกรอบ 1,460-1,475 จุด โมเมนตัมรวมยังเป็นบวก หุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวจะยังเป็นกลุ่มนำตลาด กลุ่ม ICT ยังเด่น กลุ่ม PTT และ PTTEP มีข่าวดี ไทย-กัมพูชาเตรียมเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ค้าปลีกและท่องเที่ยวทยอยสะสมก่อนเข้าสู่ high season โดยมี Top Pick บ่ายนี้ คือ ADVANC, CPALL และ ERW           SET Index ปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,467.61 จุด +10.64 เปลี่ยนแปลง +0.73% ปรับขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ หุ้นที่ปรับตัวขึ้นเด่นเป็นหุ้น Big cap มีปัจจัยหนุนเฉพาะ อาทิ กลุ่มอิเล็กฯ (DELTA, CCET) ดีมานด์ชิ้นส่วนฯ ยังแกร่ง สะท้อนจากยอดขายของ TSMC ในไต้หวัน และ CCET เพิ่มขึ้นเด่นต่อเนื่อง กลุ่มสื่อสารดักเก็งงบ 3Q24 ผสานกับ INTUCH, GULF มีประเด็นควบรวมกิจการ ประเด็นน่าสนใจ ต่างประเทศ           ไทย-กัมพูชา: Bloomberg รายงานว่า ไทยและกัมพูชาเตรียมเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (OCA) ระหว่างไทยกับกัมพูชาอีกครั้ง เพื่อสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง คาดว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ (10 ล้านล้านบาท) แบ่งเป็นก๊าซธรรมชาติประมาณ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และน้ำมันดิบประมาณ 300 ล้านบาร์เรล เรามองว่าเป็นจิตวิทยาบวกต่อผู้ผลิตและสำรวจฯ ในบ้านเรา คือ PTTEP และ PTT ซึ่งจะเป็น Growth story ในอนาคต ในประเทศ           ความเชื่อมั่น: ม.หอการค้า รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. ปรับลงสู่ระดับ 55.3 จาก 56.5 ในเดือน ส.ค. ลดลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน จากปัญหาน้ำท่วมและสงครามตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะพลิกฟื้นตัวในเดือน ต.ค. หลังจากภาครัฐเริ่มแจกเงินให้กับกลุ่มเปราะบาง 1 หมื่นบาทต่อรายไปแล้ว เราคงน้ำหนัก Overweight ต่อกลุ่มค้าปลีกตามเดิม โดย Top Pick คือ CPALL, BJC, และ COM7

นทท.ต่างชาติ โต7.8% แนะนำสะสมหุ้นท่องเที่ยว AOT - ERW - AAV โดดเด่น

นทท.ต่างชาติ โต7.8% แนะนำสะสมหุ้นท่องเที่ยว AOT - ERW - AAV โดดเด่น

          หุ้นวิชั่น- ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงานว่า KSS Strategist Comment: TH Tourism Update นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ล่าสุด (30 ก.ย. -6 ต.ค.) +7.8%w-w ตามผลบวก Golden Week ส่วนระยะถัดไปมองเร่งต่อจากปัจจัยหนุนฤดูกาลท่องเที่ยว ผสาน นักท่องเที่ยวจีนเร่งขึ้นตามสัญญาณ Flight Capacity จีนสู่ไทย แนะนำสะสม AOT, ERW, AAV, CPALL, BJC, ADVANC Key Ideas : นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ล่าสุด 30 ก.ย. – 6 ต.ค. ปรับเพิ่มขึ้น +7.8%w-w อยู่ที่ 6.38 แสนคน สูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ เรามองเป็นผลบวกช่วง Golden Week ทั้งนี้ เราประเมินเป็นจุดเริ่มต้นก่อนฟื้นตัวช่วงปลายปี หนุนจาก การเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวต่อเนื่องยาวจากงวด 4Q24 – 1Q25 เริ่มเห็น Upside ของนักท่องเที่ยวจีน โดยปัจจุบันกำลังให้บริการต่อที่นั่ง ต่อ กม. (ASK) ของจีนเดินทางไปต่างประเทศ ณ 7 ต.ค. (หลัง Golden Week) แตะระดับ 75% ของ Pre-COVID ปรับเพิ่มมีนัยฯ 47%y-y นอกจากนี้ ระดับกำลังให้บริการต่อที่นั่ง ต่อ กม. (ASK) ของจีนเดินทางมาไทย ณ 7 ต.ค. สูง 68% ของ Pre-COVID เทียบกับยอดนักท่องเที่ยวจีน 8M24 ที่อยู่เพียง 63% ยิ่งสะท้อนภาพชัดเจน           Strategy: มองโมเมนตัมการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวทยอยชัดเจนขึ้น ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมค่อยๆคลายตัวลง และสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเชื่อว่าจำกัดวงระหว่างคู่กรณี เชิงกลยุทธ์แนะนำสะสมหุ้นท่องเที่ยว+ภาคบริการที่คาดฟื้นตัวเด่นช่วงฤดูกาลต่อเนื่อง เน้น AOT(TP Con-68.9) ERW (TP Con-5.3) AAV (TP-2.86) CPALL (TP-77) BJC(TP-30) ADVANC (TP-300)

GULF ฉลุยควบ INTUCH จับตาหนุนธุรกิจโตแกร่ง

GULF ฉลุยควบ INTUCH จับตาหนุนธุรกิจโตแกร่ง

          หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา GULF ได้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) เพื่อพิจารณาการควบรวมกิจการกับ INTUCH โดยผลการลงคะแนนเสียงแสดงให้เห็นว่ามีผู้ถือหุ้นร้อยละ 99.9931 หรือประมาณ 10,497 ล้านเสียงที่สนับสนุนการควบรวม ขณะที่มีเพียง 0.0068% หรือ 715,100 เสียงที่ไม่เห็นด้วย เรามีมุมมองบวกจากค่าใช้จ่ายในการซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านไม่เป็นสาระสำคัญและไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของบริษัท           Our view: การซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านไม่เป็นสาระสำคัญ เพื่อให้เป็นไปตามพรบ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 GULF จะต้องเสนอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านในราคาตลาดในวันที่ทำการสุดท้ายก่อนการประชุม ซึ่งในกรณีนี้คือราคาปิดในวันที่ 2 ตุลาคม 2567 หรือ 56.50 บาท ทำให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านอยู่ที่เพียง 40.4 ล้านบาท หรือ 0.0085% ของสินทรัพย์รวมของ GULF ณ สิ้นมิ.ย. 2567 เท่านั้น เราจึงมีมุมมองบวกต่อ GULF ที่จะทำให้การควบรวมกิจการกับ INTUCH ไปสู่ขั้นตอนต่อไปได้           สำหรับขั้นตอนต่อไป GULF และ INTUCH จะดำเนินการส่งหนังสือแจ้งเจ้าหนี้ของ GULF และ INTUCH ภายใน 14 วัน หลังวัน EGM และให้ส่งคำคัดค้านภายในสองเดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ และเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนการทำธุรกรรมการทำ VTO ใน ADVANC และ THCOM สำเร็จครบถ้วน (หรือได้รับการผ่อนผัน) โดยเงื่อนไขที่สำคัญคือการขอ consent จากเจ้าหนี้ของทั้งสองบริษัท รวมถึงการขอ consent จาก third party ของบริษัทในกลุ่ม และการจัดหาเงินทุนสำหรับ VTO จึงจะเริ่มทำ VTO ของ ADVANC และ THCOM ในช่วง 4Q24-1Q25 นอกจากนี้ ช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงที่ผู้รับซื้อหุ้นของ GULF และ INTUCH จากผู้ถือหุ้นที่คัดค้าน (หรืออาจจะดำเนินการก่อนช่วง VTO) โดยราคารับซื้อหุ้น GULF จะอยู่ที่ 56.50 บาท และ INTUCH อยู่ที่ 91 บาท (ราคารับซื้อเดิมของ GULF คือ 45 บาท และ INTUCH คือ 76 บาท ทั้งนี้จากราคา หุ้นที่เกินกว่าที่กำหนดจะเป็นดุลพินิจของผู้รับซื้อหุ้นว่าจะรับซื้อหรือไม่ หากไม่รับซื้อ ทั้ง GULF และ INTUCH ต้องหาผู้มารับซื้อใหม่)           Consensus ราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 57.3 บาท แนะนำซื้อ GULF เทรดอยู่ที่ premium เทียบกับคู่แข่ง โดยจากข้อมูล consensus คือเทรดอยู่ที่ 2024F PBV ที่ 5 เท่า PER ที่ 36 เท่า และมี ROE สูงอยู่ที่ 12% เรามองการประเมินมูลค่าเหมาะสมได้รับการสนับสนุนจากกลยุทธ์ของบริษัทที่จะมีการเติบโตทั้งในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค และในธุรกิจโทรคมนาคมผ่าน INTUCH, ADVANC และ THCOM หลังการควบรวมกิจการ

โบรกแนะซื้อ

โบรกแนะซื้อ "INTUCH" มองบวกหากควบรวม ADVANC - GULF

          หุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี ระบุว่า ราคาหุ้น INTUCH พุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา แต่ยังคงแนะนำให้ซื้อ INTUCH ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 98 บาทเป็น 105 บาท (อิงจาก discount NAV ราว 5% ของ ADVANC) เพื่อสะท้อนราคาเป้าหมายที่สูงขึ้น สำหรับ ADVANC การลงทุนใน INTUCH ที่ราคาปัจจุบันสะท้อนถึง EPS ที่เติบโตโดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2567 (พร้อมกับแนวโน้มการปรับประมาณการขึ้น) เช่นเดียวกับเงินปันผลอย่างน้อย 6 บาท หากบริษัทได้รับการอนุมัติในการควบรวมกับ GULF ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันนี้ ณ ราคาปัจจุบัน ผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจที่ระดับ 6.4% คาดกำไร 3Q67 อยู่ที่ 3.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% yoy แต่ทรงตัว qoq           ปัจจัยหนุนจากผลดำเนินงานของ ADVANC เนื่องจาก INTUCH มีธุรกิจด้านการลงทุนในธุรกิจเพียงไม่กี่รายการในพอร์ตโฟลิโอ เราคาดว่า ADVANC จะมีกำไร 3.45 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่คงที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งถือว่าแข็งแกร่ง เนื่องจากกำไรโดยปกติจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาลในไตรมาส 3 โดยลดลง 5-10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปีนี้ผลกระทบตามฤดูกาลจะน้อยลง เนื่องจาก ARPU ที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลมาจากการแข่งขันที่ลดลง (ดูรายละเอียดในคาดการณ์ผลประกอบการ ADVANC 30/09/2567) มีแนวโน้มปรับกำไรปี 2567 ขึ้นจาก 13.5 พันล้านบาท จากแนวโน้มกำไรของ ADVANC           กำไร 9 เดือนแรกอยู่ที่ 75% ของการคาดการณ์กำไรทั้งปี มี upside risk ต่อการประมาณการของเรา เนื่องจากเราคาดหวังกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นจาก ADVANC ในไตรมาส 4 เนื่องจากเป็นช่วง High season เราคงประมาณการเติบโตของกำไร 16% สำหรับปี 2567 และ 6% สำหรับปี 2568 เราคาดว่า INTUCH จะประกาศเงินปันผลอีกสองครั้งในปีนี้ - เงินปันผลพิเศษ 4 บาท ตามการอนุมัติให้ควบรวมกับ GULF ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันนี้ (3 ตุลาคม 2567) และ 2 บาทสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2567 แนะนำซื้อ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 105 บาท จาก 98 บาท           ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 105 บาท (จาก 98 บาท) จากการปรับราคาเป้าหมายของ ADVANC เรามีมุมมองเชิงบวกหากมีการอนุมัติการควบรวมกิจการ โดยจะได้ประโยชน์จากผลดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังได้รับเงินปันผลพิเศษ 6 บาท ซึ่งคิดเป็นเงินปันผลราว 6%

“โกลเบล็ก” คัดหุ้นธีมลงทุน Data Center

“โกลเบล็ก” คัดหุ้นธีมลงทุน Data Center

          กรุงเทพฯ - บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทย Sideway Up จากแรงหนุนเม็ดเงินกองทุนวายุภักษ์ 1 เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 1 ต.ค. และเริ่มซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 7 ต.ค. และล่าสุด Google ประกาศแผนลงทุน Data Center ในไทย หนุนดัชนีในเดือนตุลาคมเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,480 จุด และกลยุทธ์ลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center ได้แก่ WHA, ADVANC, GULF, TRUE และ INSET           นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนตุลาคม 2567 มีโอกาสปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินกองทุนวายุภักษ์ 1 เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 1 ต.ค. และเริ่มซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 7 ต.ค.ประกอบกับมีแรงหนุนจาก Google ประกาศแผนลงทุน Data Center ในประเทศไทย 3.6 หมื่นล้านบาทภายในปี 2572 จึงให้กรอบดัชนีที่ 1,400-1,480 จุด           นอกจากนี้ทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. 2567 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดในวันชาติจีน (Golden Week) จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยประมาณ 1.32-1.83 แสนคน เพิ่มขึ้น 57-144% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 คาดว่าจะสร้างรายได้ทาง การท่องเที่ยวประมาณ 3,710-5,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 58-121%           ขณะที่ทางธนาคารกลางจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ทั้งลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีน ลง 0.30% สู่ระดับ 2.00% ลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.50% สู่ระดับ 6.6% ซื้อคืนพันธบัตร (reverse repo) ระยะ 7 วัน มูลค่า 1.82 แสนล้านหยวน (ราว 2.596 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่อัตราดอกเบี้ย 1.5% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงิน  รวมทั้งสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเดิมที่ยังผ่อนไม่หมด (existing home loan) ก่อนวันที่ 31 ต.ค. เพื่อฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์           ด้านปัจจัยในประเทศที่ยังคงต้องจับตาต่อ ได้แก่ วันนี้ (2 ต.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.), วันที่ 7 ต.ค. กองทุนวายุภักษ์ เริ่มซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์, สัปดาห์ที่ 2 กระทรวงพาณิชย์แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า  สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน, สัปดาห์ที่ 2 หอการค้าไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, สัปดาห์ที่ 3 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 16 ต.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2567, สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์, กระทรวงพาณิชย์แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย, สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค  ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรม, วันที่ 30 ต.ค.รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ และวันที่ 31 ต.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย           ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตาวันที่ 1-7 ต.ค. ตลาดหุ้นจีนปิดทำการเนื่องในวันชาติจีน,วันนี้ (2 ต.ค.) อียู รายงานอัตราว่างงานเดือนส.ค., สหรัฐ รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, วันที่ 3 ต.ค. สหรัฐ รายงานดัชนีภาคบริการเดือนก.ย., วันที่ 4 ต.ค. สหรัฐ รายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย., วันที่ 23 ต.ค. สำนักข่าว CNN จัดโต้วาทีครั้งที่ 2 สำหรับผู้เข้าชิงตำแหน่งปธน.สหรัฐ, วันที่ 5 พ.ย. วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและ วันที่ 6-7 พ.ย. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ           ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center  ได้แก่ WHA, ADVANC, GULF, TRUE และ INSET           ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก ประเมินแนวโน้มราคาทองคำในเดือนตุลาคมว่า ราคาทองคำมีโอกาสพักตัว โดยให้ระวังแรงขายทำกำไรหลังประธานเฟดส่งสัญญาณไม่รีบร้อนในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง  ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมครั้งต่อไป อย่างไรก็ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง และปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนทองคำ มองกรอบทองคำเดือนนี้ 2,530 – 2,700 $/Oz คาดว่ามีโอกาสทดสอบแนวรับ

พฤอา
311234567891011121314151617181920212223242526272829301234567891011