เงินเฟ้อไทย ม.ค. เร่งตัวขึ้นต่อ กด กนง. คงดอกเบี้ย หนุนกลุ่ม BANK บวกรับอานิสงส์
หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุ กระทรวงพาณิชย์เผยเงินเฟ้อไทยเดือนม.ค.68 - Core CPI ขยายตัว 0.83% y-y เท่ากับตลาดคาด และเร่งตัวขึ้นจาก 0.79% y-y ในเดือนธ.ค.67 - Headline CPI ขยายตัว 1.32% y-y เร่งตัวขึ้นจาก 1.23% y-y ในเดือนธ.ค.67 และมากกว่าตลาดคาดที่ 1.3% y-y ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น เนื่องจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลจากฐานราคาต่ำในปีที่ผ่านมา ประกอบกับราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวสูงขึ้นจากราคาผลไม้สด เครื่องประกอบอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นสำคัญ แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ.68 คาดว่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับเดือนม.ค.68 โดยปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ได้แก่ 1. ราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศที่กำหนดเพดานไม่เกิน 33 บาท/ลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 2. การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารเครื่องบิน 3. สินค้าเกษตรบางชนิดราคายังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากปริมาณผลผลิตยังไม่เข้าสู่ระดับปกติ หลังจากได้รับผลกระทบของภัยแล้วอย่างยาวนาน โดยเฉพาะพืชสวน เช่น มะพร้าว ขณะที่ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อชะลอลง ได้แก่ 1. ภาครัฐมีแนวโน้มดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการปรับลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนและการตรึงราคาก๊าซ LPG 2. ฐานราคาผักสดในปีก่อนหน้าอยู่ในระดับสูง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ขณะที่ในปี 68 สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกมาขึ้น ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบมากขึ้น 3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทางฝ่ายมีมุมมองเชิงลบต่อการเผยตัวเลขข้างต้น หลังเงินเฟ้อไทยอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ส่งผลให้ทางฝ่ายมองเป็น Sentiment เชิงลบ ท่ามกลางแรงกดดันทางด้านกำลังซื้อและต้นทุนของภาคธุรกิจที่ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ในทางกลับกัน ทางฝ่ายมองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มธนาคาร ซึ่งจะได้ประโยชน์ในแง่อัตราผลตอบแทนสินเชื่อจะไม่ปรับลดลง Strategist Pick: BBL, SCB, KBANK, KTB