หุ้นวิชั่น – บทวิเคราะห์ บล. ดาโอ ระบุว่า Samsung E&A มีมติจ่ายเงินชดเชยเกี่ยวกับโครงการ CFP มีรายงานว่า บริษัท Samsung E&A ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ลงทุนในกิจการร่วมค้า UJV (ร่วมกับ Petrofac และ Saipem) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการพลังงานสะอาด (CFP) ได้แจ้งถึงมติคณะกรรมการบริษัท (BOD) หลังจากที่ TOP ได้ขอใช้สิทธิเรียกร้องการรับประกันการดำเนินงานจากการก่อสร้างโครงการ CFP ที่ไม่เป็นไปตามกำหนด
ซึ่งทางบริษัทได้จ่ายเงินทดแทนให้กับธนาคารที่ออกพันธบัตรค้ำประกัน (performance bond) จำนวน KRW88.8bn โดย TOP ได้ใช้สิทธิเรียกร้องพันธบัตรส่วนหนึ่งของพันธบัตรที่ค้ำประกัน (ประมาณ 86% ของจำนวนเงินรับประกันทั้งหมด) และ Samsung E&A ได้จ่ายสิทธิเรียกร้องให้กับธนาคารที่ออกพันธบัตรดังกล่าว โดย BOD มีมติ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2025
ทั้งนี้ บริษัทมียอดเงินที่ต้องจ่ายให้กับ TOP อีก KRW57.6bn รวมเป็นเงินที่จ่ายทั้งหมดที่ KRW146.4bn (ประมาณ Bt3.45bn) ในขณะเดียวกัน Samsung E&A กำลังเจรจาเกี่ยวกับการใช้สิทธิเรียกร้องหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญานี้
และวางแผนที่จะยื่นคำร้องต่ออนุญาโตตุลาการหากจำเป็นTOP แจ้งว่าได้บังคับหลักประกันในสัญญา EPC แล้ว TOP รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ว่าบริษัทได้บังคับหลักประกันภายใต้สัญญาจ้างเหมาทำของ การออกแบบวิศวกรรม การจัดหาและการก่อสร้าง (EPC contract) ระหว่าง TOP และ The Consortium of PSS Netherlands B.V. (Offshore contractor) และกิจการร่วมค้าระหว่าง Samsung E&A (Thailand) Co.,Ltd., Petrofac South East Asia Pte. Ltd. และ Saipem Singapore Pte. Ltd. (UJV) (Onshore contractor) เป็นจำนวนเงินประมาณ USD358mn (เทียบเท่าประมาณ 1.23 หมื่นล้านบาท) (ที่มา: SET, ข่าวหุ้น)
มองเป็นบวกจากกระแสเงินสดที่เป็นไปได้ที่จะสูงขึ้น เรามีมุมมองเป็นบวกจากข่าวนี้ซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้กับบริษัทและบริษัทอาจรับรู้เป็นรายได้พิเศษเข้ามาใน 1Q25E ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจากแผนการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ CFP ของ TOP อีก USD2.3bn (รวม ทั้งงบลงทุนและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยส่วนเพิ่ม)
ทั้งนี้ เงินชดเชยหลักประกันที่แจ้งไปอาจแปรเปลี่ยนเป็นเงินสดส่วนเพิ่มประมาณ 5.52 บาทต่อหุ้น และคิดเป็น 16% ของแผนลงทุนส่วนเพิ่มในโครงการ CFP ครั้งล่าสุด
นอกจากนี้ เชื่อว่า TOP จะรายงานผลประกอบการที่ฟื้นตัว QoQ ใน 4Q24E หนุนโดยแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและน้ำมันดิบ (crack spread) ที่ดีขึ้นและการรับรู้กำไรสต๊อก (stock gain net of NRV) CFP ยังรอความชัดเจนจาก EGM แต่ราคาสะท้อนปัจจัยเสี่ยงไปมากแล้ว
สำหรับภาพระยะยาว เราเชื่อว่าโครงการ CFP ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ซึ่งจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ในวันที่ 21 ก.พ.2025 อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมาแล้ว 48% นับตั้งแต่มีข่าวบริษัทรับเหมา UJV ไม่ได้ทำการจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาช่วงในวันที่ 24 ก.ค.2024 ราคาปิดล่าสุดสะท้อน valuation ที่ไม่แพงที่ 2025E PBV 0.35x (ประมาณ -2.6SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV 5 ปีย้อนหลัง)
ขณะที่ราคาปัจจุบันสะท้อนอัตราตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจ 5.9%-6.3% ในปี 2024E-2025E
จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายที่ 36.00 บาท อิง 2025E PBV ที่ 0.46x (เท่ากับ -2.25SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV ย้อนหลัง 5 ปี)