หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บล.หยวนต้า ระบุ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) คาดกำไรปกติ 4Q67 ที่ 302 ล้านบาท เติบโต 112% QoQ และ 82% YoY ทำนิวไฮรายไตรมาส แม้ถูกกดดันจากการที่โครงการแสงอาทิตย์ SPN (โครงการรูปแบบ Adder ขนาด 40MW) ยังอยู่ระหว่างการหยุดดำเนินงานบางส่วนเพื่อเปลี่ยนแผง Solar PV และการเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่น แต่ได้รับแรงหนุนจาก
- คาดรายได้จากโครงการลมในไทย (วินชัย ขนาด 45MW) จะเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลและการเปลี่ยนจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเป็นการรวมงบการเงินหลังเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 100% ในช่วง 1Q67 (ในช่วง 4Q66 ถือหุ้น 25% และรับรู้ส่วนแบ่งกำไร 42 ล้านบาท)
- คาดรายได้จากโครงการลมในเวียดนามที่สูงขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล และ 3. คาดค่าใช้จ่าย SG&A ที่ 92 ล้านบาท (-12% QoQ, -25% YoY) หากกำไรปกติ 4Q67 ออกมาใกล้เคียงคาด กำไรปกติปี 2567 จะอยู่ที่ 825 ล้านบาท (-4% YoY) ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการของฝ่ายวิจัย
ปรับกำไรปี 2568-2569 ลง 10% เป็น 874 ล้านบาท (+4% YoY) และ 914 ล้านบาท (+5% YoY) ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานค่าเงินเยนลงเป็น 0.21 บาท/เยน เพื่อสะท้อนแนวโน้มค่าเงินเยนที่แข็งค่าช้ากว่าที่เราประเมินไว้เดิม (ผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดที่ช้ากว่าคาด) อย่างไรก็ตามมองว่ากำไรปกติปี 2568 จะยังสามารถเติบโตได้ YoY จากการรับรู้รายได้จากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในวินชัยแบบเต็มปี (ปี 2567 รับรู้ราว 10 เดือน) และปริมาณขายไฟฟ้าของโครงการ SPN ที่เพิ่มสูงขึ้นหลังเสร็จสิ้นการเปลี่ยนแผง Solar PV ในช่วง 1H68 รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Leo 2 ขนาด 16MW ที่มีกำหนด COD ในช่วงต้น 4Q68
แนวโน้มกำไร 1Q68 ยังทรงตัวได้ YoY แม้ Adder ของโครงการ SPN หมดอายุ
เบื้องต้นคาดกำไรปกติ 1Q68 ที่ราว 250 ล้านบาท +/- ลดลง QoQ จากฐานที่สูงตามปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นและโครงการลมในเวียดนาม รวมถึงการรับรู้ผลกระทบจาก Adder ของโครงการแสงอาทิตย์ SPN ที่หมดลงในเดือน ม.ค. อย่างไรก็ตามคาดกำไรปกติจะสามารถทรงตัวได้ YoY แม้รับรู้ผลกระทบจาก Adder ที่หมดลง เพราะสามารถชดเชยได้จากการรับรู้รายได้จากโครงการวินชัยซึ่งอยู่ในช่วง High Season แบบเต็มไตรมาส (ใน 1Q67 รับรู้ส่วนแบ่งกำไร 2 เดือนและรับรู้รายได้ 1 เดือน) หากมองไปช่วง 2Q68 คาดกำไรปกติจะสามารถกลับมาเติบโตได้ YoY อีกครั้งจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงหลังการปรับโครงสร้างหนี้ (บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับ Development Bank เพื่อนำ Green Loan มา Refinance หนี้สินเดิมโดยดอกเบี้ยใหม่จะลดลง 28 bps ส่งผลให้ต้นทุนลดลงราว 37 ล้านบาท/ปี)
ผลจากการปรับประมาณการลงและการปรับ WACC ที่ใช้ในการประเมินค่าหุ้นเป็น 9.3% (เดิม 8.7%) เพื่อสะท้อนสภาวะตลาดที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ลดลงเป็น 6.80 บาท/หุ้น มี Upside 28.3% เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 16% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ได้สะท้อนปัจจัยลบจาก Adder ที่หมดอายุในเดือน ม.ค.2568 และความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าของโครงการแบบ Adder ของภาครัฐไปมากแล้ว โดยราคาปัจจุบันซื้อขายบน PER 2568 ที่เพียง 8.3 เท่า จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับการลงทุนในระยะยาว