หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า มองว่า SAPPE ราคาหุ้นที่ปรับตัวสะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว คาดกำไรใน 4Q67 สามารถกลับมาเติบโต YoY ได้อีกครั้งเราคาดรายได้ 4Q67 ที่ 1,366 ล้านบาท (-12.8% QoQ, +13.0% YoY) ลดลง QoQ เนื่องจากเป็นช่วง Low season แต่สามารถกลับมาเติบโต YoY ได้อีกครั้ง หนุนจากการปรับโครงสร้างการกระจายสินค้าในอินโดนีเซียที่สิ้นสุดลงและท่าเรือในตะวันออกกลางบางแห่งที่กลับมาเปิดใช้งานตามปกติ รวมถึงการเริ่มรับรู้ผลของการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังร้าน Costco ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม รายได้รวมทั้งปี 2024 อาจเติบโตอยู่ที่เพียง 12.0% ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 15-20% เนื่องจากยอดขายในยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัว
ขณะที่ GPM ใน 4Q24 คาดอยู่ที่ 45.2% เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY แม้ U-rate จะลดลง เนื่องจากการเริ่มรับรู้ผลของราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวลง รวมถึงสัดส่วนส่งออกที่สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้เริ่มใช้สิทธิ BOI เป็นไตรมาสแรก คาดว่าจะสามารถลดภาษีจ่ายได้ราว 14 ล้านบาท
จากปัจจัยดังกล่าว คาดกำไรปกติ 4Q24 อยู่ที่ 183 ล้านบาท (-36.4% QoQ, +21.8% YoY) และหากกำไรออกมาตามคาด กำไรของทั้งปีจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประมาณการทั้งปีของเรา
คาดกำไรในปี 2025 ยังทำ New High ได้ต่อ แม้มีฐานสูงในปีก่อน
เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในปี 2025 ของ SAPPE โดยคาดกำไรปกติจะเติบโตเป็น 1,466 ล้านบาท (+15.7% YoY) ทำ New High ได้ต่อเนื่อง หนุนจาก:
1. การขยายกำลังการผลิต (+25% YoY) ในช่วง 2Q25
2. ภูมิภาคยุโรปที่คาดกลับมาเติบโตจากการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเป็นแบบ Domestic marketing จากปี 2024 ที่ใช้กลยุทธ์แบบ Global marketing
3. ภูมิภาคสหรัฐฯ เติบโตจากการรับรู้ผลของการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังร้าน Costco เต็มปี
4. การออกสินค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 20 SKUs ครอบคลุมการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
แม้ GPM อาจลดลง YoY จากการรับรู้ค่าเสื่อมที่สูงขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต แต่คาดจะชดเชยได้บางส่วนจากราคาต้นทุนวัตถุดิบ เช่น ราคาน้ำตาลและเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวลง รวมถึงการรับรู้ประโยชน์จากการยกเว้นภาษีจาก BOI เต็มปี มองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว แนะนำ “ซื้อ”นอกจากนี้ ประมาณการกำไรปี 2025 ยังมี Upside จากการได้ BOI ยกเว้นภาษีเพิ่มเติมจากกำลังการผลิตใหม่ที่อาจส่งผลให้ NPM สูงกว่าที่คาด แต่อาจต้องติดตามผลของลานีญาที่มีโอกาสทำให้ยอดขายในประเทศและเอเชียต่ำกว่าที่คาด
เราปรับ PE ในการประเมินมูลค่าลงเป็น 17.0 เท่า จากเดิม 20.0 เท่า เพื่อสะท้อนถึงภาวะตลาดในปัจจุบัน ทำให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 82.00 บาท
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรง 36.6% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยลบจากการเติบโตของรายได้ในปี 2024 ที่ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทไปมากแล้ว โดยราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายบน PER25 ที่ 12.6 เท่า คิดเป็น -1.5 SD ของ PE Band ย้อนหลัง 5 ปี ขณะที่แนวโน้มกำไรในปี 2025 คาดทำ New High ได้ต่อเนื่อง จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ความเสี่ยงสำคัญ:
• ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์
• ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
• ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
• การได้รับผลกระทบจากลานีญากดดันอุปสงค์สินค้ากลุ่มเครื่องดื่ม