หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า ชี้ MASTER ปัจจัยพื้นฐานยังเหมือนเดิม หลังจากวานนี้ราคาหุ้นปรับตัวลง 19.9% หลังมีรายงานการขาย Big Lot และมีประเด็นข่าวลือในตลาดมากมายกดดันราคาหุ้น ส่งผลให้บริษัทได้จัดแถลงข่าวอย่างไม่เป็นทางการช่วงบ่ายวานนี้ ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัท
Our Takes:
► ผลประกอบการ 4Q24: ผู้บริหารยังยืนยันว่าทำได้ตามเป้าหมายที่เคยให้ Guidance ไว้ ไม่มีประเด็นน่ากังวลแต่อย่างใด เป้าส่วนแบ่งกำไรจาก Partner ที่ 40–50 ล้านบาทในปี 2024 ยังยืนยันว่าทำได้มากกว่า 40 ล้านบาท
► ข่าวลือเกี่ยวกับกรณีผู้ป่วยเสียชีวิต: บริษัทชี้แจงว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจมาไม่เคยมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น
► Big Lot เช้าวานนี้: เกิดรายการ Big Lot จำนวน 11.4 ล้านหุ้น ที่ราคา 37 บาท ทำให้ตลาดกังวล เนื่องจากราคาต่ำกว่าราคาที่ร่วงลงมา 2 วันติดต่อกันจากระดับ 46 บาท ช่วงเย็นวานนี้บริษัทประกาศว่าผู้ขายหุ้นคือ นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล โดยจำนวนหุ้นที่จำหน่ายออกคิดเป็นสัดส่วน 3.78% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ส่งผลให้จำนวนหุ้นที่ นพ.ระวีวัฒน์ ถืออยู่ทั้งทางตรงและผ่าน Inglory Investments ลดลงจาก 59.4% เป็น 55.6% ส่วนราคาขายมีส่วนลดจากราคาตลาดวันก่อนหน้าราว 8% แต่ยังสูงกว่าราคา IPO
► ผู้ซื้อ: นักลงทุนสถาบันต่างประเทศที่ติดตามบริษัทมานาน และมีความตั้งใจถือหุ้นของบริษัทในระยะยาว เพื่อเพิ่ม Free Float ของหุ้นในกระดานหลังย้ายตลาดเข้า SET
► การชี้แจงเพิ่มเติม: ผู้บริหารยืนยันว่าการทำ Big Lot จบแล้ว
► Panic Sell: เช้าวานนี้ราคาหุ้นปรับตัวลงไปแตะระดับ Floor ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าอาจมีการบังคับขายหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่นำหุ้นไปวางเป็นหลักประกัน ณ เดือน พ.ย. มีหุ้นวางเป็นหลักประกันอยู่จำนวน 27 ล้านหุ้น คิดเป็น 9% ของหุ้นจดทะเบียนที่ชำระแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่า นพ.ระวีวัฒน์ และ Inglory Investments ไม่เคยนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกัน จึงไม่มีการถูกบังคับขายจากผู้ถือหุ้นใหญ่
► Roadshow ที่อินโดนีเซีย: CEO กำลังอยู่ระหว่าง Roadshow ที่อินโดนีเซีย ครั้งก่อนสามารถปิดยอดขายได้ 20 ล้านบาท ครั้งนี้ตั้งเป้าที่ 40 ล้านบาท ในเวลา 1 วันครึ่ง
ความคิดเห็น:
คงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ โดยคาดการณ์กำไร 4Q24 เบื้องต้นอาจทำระดับสูงสุดใหม่ที่มากกว่า 200 ล้านบาทได้ เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของรายได้ และ Low Season ของค่าใช้จ่ายทางการตลาด อีกทั้งส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER2025 ต่ำเพียง 17 เท่า และการปรับตัวลงไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งสวนทางกับกำไรปี 2025 ที่มีโอกาสดีกว่าคาด จากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ยังทำไว้เพียง 80 ล้านบาท ซึ่งเป็นขอบล่างของเป้าหมายบริษัทที่ 80–100 ล้านบาท คงคำแนะนำ: ซื้อราคาเป้าหมาย: 68.50 บาท