หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า วานนี้ KBANK จัดการประชุมเพื่อแถลงกลยุทธ์ประจำปี 2025 สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
โดยผู้บริหารระบุเป้าหมาย ROE ในปี 2026 จะกลับไปสู่ระดับ Double Digit ROE (> 10%) โดยกลยุทธ์หลักๆ จะมาจากการเน้นขยายสินเชื่อโดยเน้นพิจารณาที่คุณภาพสินทรัพย์เป็นหลัก แม้ดอกเบี้ยจะไม่สูง แต่มีต้นทุน Credit Cost ต่ำ และมีโอกาสต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจ Wealth Management และธุรกิจนายหน้าประกัน พร้อมกับนำเทคโนโลยีทั้ง AI และ Big Data มาใช้ในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความเสี่ยง
โดยเป้าหมายทางการเงินปี 2025 มีดังนี้ 1) เป้า Net Interest Margin อยู่ที่ 3.3-3.5% ลดลงจากปีก่อน กดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง ผู้บริหารประเมิน กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง รวมทั้งมีผลจากมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” 2) สินเชื่อรวมตั้งเป้าทรงตัว YoY โดยเน้นขยายสินเชื่อเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มีความสามารถชำระหนี้สูง ทั้งสินเชื่อมีหลักประกัน (บ้าน, รถ) และสินเชื่อไม่มีหลักประกัน 3) รายได้ค่าธรรมเนียมตั้งเป้าโตในระดับ Mid-High Single Digit หนุนจากธุรกิจ Wealth Management และการทำ Cross Selling โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริม 4) Credit Cost ตั้งเป้าที่ 140-160 bps ลดลงจาก 189 bps หลังเสร็จสิ้นการทำ Balance Sheet Clean Up แล้ว บวกกับผลของโครงการคุณสู้เราช่วย ส่วนการขายหนี้เสียให้กับ ARUN AMC (JVAMC ร่วมกับ BAM) คาดไม่สร้างภาระการตั้งสำรองเพิ่ม และ 5) NPL ทรงตัวที่ 3.25% สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี
KBANK อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่ม Div. Payout Ratio ขึ้นเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น (เราใช้สมมุติฐานที่ 35%) เพราะปัจจุบันธนาคารมี CET1 และ CAR สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ที่ 8% และ 12% มาก โดยมี Target Long Term CET1 ที่ 13-15% จากปัจจุบันที่ 17.3% ในงบรวม และ 16.5% ในงบธนาคารเดี่ยว
- Our Take
ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยหลังจบการประชุม แนวโน้มปี 2025 คาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะปรับตัวลง ทั้งจากสินเชื่อที่โตได้จำกัด และ NIM ที่ปรับตัวลงตามทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายและการปรับ Product Mix มาเน้นกลุ่มที่ความเสี่ยงต่ำมากขึ้น แต่บางส่วนจะถูกชดเชยด้วยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยายตัวได้ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองที่ปรับตัวลง หาก Credit Cost อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเป้าของผู้บริหาร จะถือว่าเป็น Credit Cost ที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 10 ปี หลังทำการปรับปรุงคุณภาพหนี้กลุ่มเสี่ยงเดิม และเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยรวมเราคาด KBANK จะมีกำไรสุทธิปี 2025 จำนวน 50,414 ล้านบาท โต 3.7% YoY
ฝ่ายวิเคราะห์คงมุมมองบวกต่อ KBANK แม้แนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิไม่หวือหวา แต่ปัจจัยลบเริ่มผ่อนคลายลง และคาดว่ายังจ่ายปันผลในระดับที่น่าสนใจ คาดให้ปันผล 2H24 หุ้นละ 5.9 บาท คิดเป็น Div. Yield 3.7% ส่วนปี 2025 คาดปันผลหุ้นละ 7.5 บาท คิดเป็น Div. Yield 4.7% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 10.1% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2025 เดิมที่ 175 บาท จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น หากบริษัทควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี และสามารถลด Credit Cost ได้ตามเป้า