นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ ประธานคณะผู้บริหาร-กลุ่มธุรกิจค้าส่ง ประธานคณะผู้บริหาร-กลุ่มสายงานการเงิน การบัญชีและบริหารกลาง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CPAXT) เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางเป้าหมายปี 2568 จะเติบโตทุกมิติ ผ่านการขยายเครือข่ายสาขา ทั้งในรูปแบบค้าส่งและค้าปลีก ครอบคลุมทำเลศักยภาพในประเทศไทยและต่างประเทศที่ได้มีการลงทุน เช่น มาเลเซีย กัมพูชา ส่วนประเทศใหม่ๆ จะพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรได้เร็ว หรือภายใน 2 ปี
ประกอบกับมุ่งเพิ่มสัดส่วนยอดขายในช่องทาง Omni Channel & E-commerce (1P & 3P) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจง และใช้สาขาเป็นจุดศูนย์กระจายสินค้า ให้ครอบคลุมส่งถึงลูกค้าให้รวดเร็ว
นอกจากนี้การพัฒนา Shopping Mall สู่ Smart Community Mall จะมุ่งสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัย พร้อมกับบริหารพื้นที่เช่าให้เกิดมูลค่าสูงสุด โดยการปรับปรุงสาขาเดิมในทำเลศักยภาพ และเพิ่มพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์ เพื่อดึงดูดพันธมิตรเข้ามา เพิ่มโซนร้านอาหารแนวคิดใหม่ แบรนด์สินค้าที่โดดเด่น เพิ่มพื้นที่เชิงกิจกรรม และเน้นย้ำการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี ในราคาคุ้ม รวมถึงสินค้าทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มสัดส่วนสินค้าภายในแบรนด์ และสินค้าที่คุมค่าที่มีจำหน่ายเฉพาะ Makro – Lotus’s โดยมองการผนึกกำลังระหว่าง Makro – Lotus’s จะสามารถช่วยลดต้นทุน ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มโอกาสในการเติบโต โดยคาดการณ์การควบรวมบริษัทดังกล่าว จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ ได้
อย่างไรก็ตามแผนงานระยะ 3-5 ปีนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าไปปรับปรุงสาขาเดิมราว 87 แห่ง, ต่อเสริมหรือขยายพื้นที่เช่าเดิม ประมาณ 100 Location ทั่วประเทศ รวมถึงการสร้าง Community Center ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณา 16 Location โดยการดำเนินการดังกล่าว บริษัทฯ คาดจะเพิ่มพื้นที่เช่าได้อีก 80,000 ตารางเมตรในปี 2568 และในระยะ 4 ปีข้างหน้า หรือในปี 2572 จะสามารถเพิ่มพื้นที่เช่าได้ประมาณ 240,000 ตารางเมตร
“ในปี 2568 จะเห็นการเติบโต ทั้งธุรกิจค้าส่ง และค้าปลีก เนื่องจากมองว่าการมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต คาดว่าจะโตในลักษณะ High digit Growth แต่นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) เรายังโตอยู่ในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ หรือ Low-single digit อยู่” นางเสาวลักษณ์ กล่าว
บริษัทฯ มีแผนออกหุ้นกู้ในช่วงกลางปี 2568 เนื่องจากเห็นเทรนด์ดอกเบี้ยขาลง เพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดอายุ แต่อาจไม่ได้ลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้มากนัก จากเป็นบริษัทฯ ที่มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเสนอขายให้กับผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง และบุคคลทั่วไป
สำหรับโครงการ Lotus’s Mall Bangna (The Happitat) ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการเข้าสู่กระบวนการก่อสร้าง คาดจะสามารถเปิดให้บริการ (COD) ในไตรมาส 1/2569 โดยจากการศึกษาคาดสามารถให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ราว 10%