หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ BA ว่า ธุรกิจสายการบินฟื้นตัวเด่นต่อเนื่อง กำไร 2024 ดีกว่า Pre-COVID-19 ทุกไตรมาส
BA ดำเนินธุรกิจสายการบินแบบเต็มรูปแบบทั้งเส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศ คิดเป็นราว 76% ของรายได้รวมปี 2024 นอกจากนี้บริษัทยังมีแหล่งรายได้จากธุรกิจอื่นที่หลากหลายอีกประมาณ 24% ได้แก่ 1) ธุรกิจเกี่ยวข้องกับการบิน (บริการภาคพื้น, ครัวการบิน, คลังสินค้า) 2) ธุรกิจสนามบิน โดยบริษัทเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินกิจการสนามบินสมุย, สนามบินตราด และสนามบินสุโขทัย และ 3) ธุรกิจ Freight
บริษัทรายงานกำไรปกติ 4Q24 ที่ 453 ล้านบาท ลดลง 50% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลหลังผ่านช่วง High Season ของสมุยในไตรมาส 3 แต่เป็นไตรมาส 4 ที่ทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี จาก 1) จำนวนผู้โดยสารและค่าบริการโดยสารเฉลี่ยเติบโต YoY หนุนธุรกิจสายการบินทำกำไรตามการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และ 2) ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงทั้ง QoQ และ YoY ส่งผลให้ GPM รายงานที่ 18.9% ดีขึ้น 105bps เทียบกับ 4Q23 และในอดีตที่ระดับ 3.0%
แนวโน้มกำไรโตเด่นต่อใน 1Q25 … คาดกำไรทั้งปี 2025 เติบโต 11% YoY
แนวโน้มกำไร 1Q25 คาดเติบโต QoQ จากการเข้าสู่ช่วง High Season การท่องเที่ยว โดยมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากกระแสซีรีส์ White Lotus ซีซั่น 3 ที่ถ่ายทำที่เกาะสมุย และเราคาดกำไรปกติ 1Q25 จะเติบโต YoY แม้มีฐานสูง เพราะอุปสงค์การบินที่ยังอยู่ในระดับสูง อิงตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย 1QTD เติบโต 6% YoY อยู่ที่ 7.0 ล้านคน ในขณะที่ราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ลดลง YoY จะทำให้ BA ได้ประโยชน์ด้านต้นทุนการดำเนินงาน ส่วนภาพรวมทั้งปี 2025 บริษัทตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสารที่ 4.7 ล้านคน (+5% YoY) และคาด Average Fare คงตัวระดับสูงจากปีก่อนที่ 4.2 พันบาท ตามอุปสงค์การบินปัจจุบันที่ยังมากกว่ากำลังฝูงบินที่จะรองรับได้
การเติบโตในระยะยาวหนุนจากการขยายสนามบินสมุยและธุรกิจเมืองการบิน
สนามบินสมุยสร้างรายได้ท่องเที่ยวสูงสุดอันดับ 5 ของไทย ซึ่งเป็นเส้นทางการบินหลักของ BA บริษัทมีแผนการขยายสนามบินสมุยเพื่อรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้นจาก 2 เป็น 6 ล้านคน/ปี มูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาท ใช้เวลาการก่อสร้างราว 2 ปี คาดแล้วเสร็จในปี 2027 การปรับปรุงสนามบินสอดคล้องกับการเพิ่มเที่ยวบินเข้าออกสนามบินสมุยจาก 50 เที่ยวบิน/วัน เป็น 73 เที่ยวบิน/วัน เพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เมื่อปี 2020 BA ร่วมลงทุนใน UTA (BA 45%, BTS 35%, STECON 20%) ได้สัญญาโครงการสนามบินอู่ตะเภา ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) จากรัฐฯ เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าไฮสปีด 3 สนามบินยังไม่มีความคืบหน้า UTA และรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขการลงทุนสนามบินก่อนโดยไม่มีโครงการรถไฟฟ้าไฮสปีดและปรับแผนการพัฒนาเมืองการบิน ผู้บริหารคาดเห็นความชัดเจนภายในปีนี้และยังคงมองโครงการเป็นโอกาสในการเติบโตของทุกหน่วยธุรกิจเช่นเดิม
เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าเหมาะสม ณ สิ้นปี 2025 ที่ 28.00 บาท
เราคาดกำไรปกติปี 2025-2026 ที่ 4.3 พันล้านบาท (+11% YoY) และ 4.6 พันล้านบาท (+7% YoY) ตามลำดับ การเติบโตหนุนจากแนวโน้มจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก และราคาค่าบัตรโดยสารเฉลี่ยที่คาดจะอยู่ระดับสูงจากอำนาจการกำหนดที่สูงขึ้นในสมุยที่เป็นเส้นทางหลัก ด้านต้นทุนราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยลดลง YoY จากการขยายตัวของอุปทานช่วยหนุนการทำกำไรของธุรกิจสายการบิน ส่วนธุรกิจอื่นคาดเติบโตตามการขยายตัวของภาคท่องเที่ยว
เราคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าเหมาะสม ณ สิ้นปี 2025 ที่ 28.00 บาท อิงวิธี SOTP แบ่งเป็น 1) ธุรกิจหลักของ BA ที่ 16.70 บาท อิง EV/EBITDA ที่ 9.3x เทียบเท่ากับ -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีของบริษัทก่อนเกิด COVID-19 และ 2) การลงทุนใน BDMS, BAFS และ BAREIT มูลค่ารวมที่ 11.10 บาท