ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

โกลเบล็ก คัด 6 หุ้นเด่นรับมาตรการ LTV

           หุ้นวิชั่น  – บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ผันผวน นักลงทุนจับตาการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในระหว่างวันที่ 24-26 มี.ค.นี้ และสถานการณ์มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านของสหรัฐ จึงคาดการณ์กรอบดัชนีที่ระดับ 1,170-1,210 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุนใน 6 หุ้นเด่นรับมาตรการ LTV

           นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังแกว่งตัวผันผวน โดยนักลงทุนยังจับตาการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในระหว่างวันที่ 24-26 มี.ค.นี้ และทาง รมว.คมนาคมยืนยันยังเดินหน้าโครงการ “แลนด์บริดจ์” พร้อมเร่งเครื่องดัน พ.ร.บ. SEC เข้าครม.ในเดือนพ.ค.นี้ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 68 เพื่อเริ่มดำเนินงานได้ภายในรัฐบาลชุดนี้  เพราะกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนมากขึ้น

           ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังขาดปัจจัยใหม่ที่เข้ามาสนับสนุน แต่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์กรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กของจีน หรือที่เรียกว่า “Teapot Refinery” และเรือบรรทุกน้ำมันที่ขนส่งน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นเหล่านี้ที่อาจจะส่งผลจิตวิทยาการลงทุนได้ จึงให้กรอบดัชนีในสัปดาห์นี้ที่ 1,170-1,210  จุด

           สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการลงทุนที่จับตาในประเทศ อาทิ วันที่ 24-25 มี.ค. ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี, วันที่ 26 มี.ค. ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี, สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สศอ. แถลงดัชนีอุตสาหกรรม, สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, วันที่ 31 มี.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย, ส่วนกำหนดประชุม กนง. ครั้งที่ 2/2568 จะประชุมวันที่ 30 เม.ย.

           ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตา วันนี้ 25 มี.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุม, อียู รายงานยอดขายรถยนต์เดือนก.พ., สหรัฐ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค. ราคาบ้านเดือนม.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือนก.พ., วันที่ 26 มี.ค. สหรัฐ รายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, วันที่ 27 มี.ค. จีน รายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ., สหรัฐ รายงาน GDP ไตรมาส 4/2567 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ส่วนกำหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ครั้งที่ 2/68 จะประชุมในวันที่ 6-7 พ.ค.

           นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก  แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศผ่อนปรนมาตรการ LTV ที่จะช่วยลดข้อจำกัดในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม แนะนำ top pick หุ้นที่อยู่อาศัยที่มีสินค้าพร้อมขายทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมสำหรับลูกค้าระดับกลางถึงระดับบนที่มีศักยภาพในการซื้อบ้านหลังที่สองหรือสาม ได้แก่ AP, LH, SIRI, SC, SPALI และ QH

           ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำ มีโอกาสอ่อนตัวลง จากสงครามการค้าอาจไม่รุนแรงอย่างที่คาด หลังปธน.สหรัฐ ชี้อาจมีการยืดหยุ่นต่อแผนการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariff) ประกอบกับสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน มีแนวโน้มชะลอความรุนแรง จากรัสเซียเห็นพ้องให้มีการหยุดยิงเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ทางยูเครนยอมรับจะไม่ได้เข้าร่วมนาโต  ทำให้มีแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามทำเนียบขาวเผยว่าสหรัฐยังคงมีแผนบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ ในวันที่ 2 เม.ย. 68 และสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ทองคำยังคงมีแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย   อีกทั้งสมาชิกเฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม โดยสัปดาห์นี้แนะนำให้ติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และ GDP ไตรมาส 1/68 มองกรอบทองคำสัปดาห์นี้ 2,955 – 3,057 $/Oz แนะนำทยอยขายทำกำไรที่แนวต้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คัด 6  หุ้นกระแส AI มาแรง  รับอานิสงส์ Data Center

คัด 6  หุ้นกระแส AI มาแรง รับอานิสงส์ Data Center

ทรีนีตี้กางกลยุทธ์ Q2 เปิดโผ 10 หุ้นเด่น เช็ก!

ทรีนีตี้กางกลยุทธ์ Q2 เปิดโผ 10 หุ้นเด่น เช็ก!

KCG ปันผลสุดเร้าใจ ปักเป้าขายโตต่อ - พิกัด 12 บ.

KCG ปันผลสุดเร้าใจ ปักเป้าขายโตต่อ - พิกัด 12 บ.

OR บวก 6.14% สวนตลาดร่วง เร่งรุกเพิ่มมาร์เก็ตแชร์หนุนโต

OR บวก 6.14% สวนตลาดร่วง เร่งรุกเพิ่มมาร์เก็ตแชร์หนุนโต

ข่าวล่าสุด

ทั้งหมด