หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในวันที่ 24-25 มีนาคม 2568 จะมีการอภิปรายทั่วไประหว่างการลงมติไม่ไว้วางใจคุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังพรรคฝ่ายค้านนำโดยคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและคณะร่วมกันลงชื่อยื่นในญัตติ โดยที่ประชุมฝ่ายประสานงาน (วิปรัฐบาลและฝ่ายค้าน) เห็นชอบตรงกันแบ่งสันเวลากัน โดยให้ฝ่ายค้าน 28 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีและฝ่ายรัฐบาล 7 ชั่วโมง และลงมติวันที่ 26 มีนาคม 2568
ทั้งนี้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวเกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 8 ปี 2523 นายกรัฐมนตรี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ผู้เสนอญัตติ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และคณะ โดยได้มีการยกเลิกการอภิปราย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งในที่ประชุมรัฐสภา, ครั้งที่ 13 ปี 2528 นายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผู้เสนอญัตติ พลตรีประมาณ อดิเรกสาร โดยยกเลิก ไม่มีการอภิปราย เนื่องจากไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ, ครั้งที่ 26 ปี 2539 นายกรัฐมนตรี คุณบรรหาร ศิลปอาชา ผู้เสนอญัตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 158 คน ระยะเวลาอภิปราย วันที่ 18-21 กันยายน 2539 โดยได้มีการลงมติไว้วางใจ และครั้งที่ 27 ปี 2540 นายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ผู้เสนอญัตติ คุณชวน หลีกภัย และคณะ ระยะเวลาอภิปราย วันที่ 24-27 กันยายน 2540 ก่อนถึงครั้งที่ 5 ของคุณแพทองธาร ชินวัตร
แม้ในครั้งที่มีการลงมติในการขออภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในปี 2539 และ 2540 ที่ที่ประชุมต่างลงมติไว้วางใจ แต่นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ท่านต่างดำรงตำแหน่งไม่ครบวาระ กล่าว คือ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังรอดจากการลงมติมาไม่นาน
โดยในสมัยของคุณบรรหาร ศิลปอาชา ผลลัพธ์ในวันที่ 21 ก.ย.2539 นั้น ก่อนลงมติพรรคร่วมรัฐบาลกดดันให้ลาออก แต่คุณบรรหาร ศิลปอาชา ต่อรองขอลาออกใน 7 วัน ทำให้รอดและได้มติไว้วางใจ 207 ต่อ 180 เสียง อย่างไรก็ดี เมื่อมาถึงวันที่ 27 กันยายน 2539 คุณบรรหาร ศิลปอาชาตัดสินใจยุบสภา ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่แทน
ขณะที่ในสมัยพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ แม้จะผ่านการอภิปรายทั่วไปมาได้หลังได้รับความไว้วางใจจากพรรคฝ่ายรัฐบาลที่มีมากกว่าฝ่ายค้าน แต่วิกฤติศรัทธาต่อรัฐบาลได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธต้องเผชิญกระแสการคัดค้านการดำรงตำแหน่งต่อไปจากนักธุรกิจและประชาชน ในที่สุดจึงประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2540 หลังจากที่เข้ามาบริหารประเทศได้ไม่ถึงปี
จากประวัติศาสตร์การเมืองไทยในข้างต้น จะพบว่าแม้นายกรัฐมนตรีจะได้รับการลงมติไว้วางใจจากที่ประชุมฯ แต่แรงกดดันจากการอภิปรายอาจนำไปสู่จุดเปลี่ยน อาทิ การยุบสภา การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ดังนั้น การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวครั้งที่ 5 ของคุณแพทองธาร ชินวัตร จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองว่าจะมีสัญญาณนำไปสู่จุดเปลี่ยนหรือไม่
สถิติSET Index เมื่อที่ประชุมลงมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแต่อยู่ไม่ครบวาระ
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลในอดีตตั้งแต่ก่อนวันที่จะเริ่มอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจนถึงวันที่นายกรัฐมนตรียุบสภา/ลาออกจากตำแหน่ง จะพบสถิติ ดังต่อไปนี้
1.ในปี 2539 ในสมัยของคุณบรรหาร ศิลปอาชา (ใช้ข้อมูลวันที่ 17 – 27 กันยายน 2539)
2.ในปี 2540 ในสมัยของพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ (ใช้ข้อมูลวันที่ 23 กันยายน – 6 พฤศจิกายน 2539)
หาหุ้นรับมืออุบัติเหตุทางการเมือง
ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือรัฐบาลประสบอุบัติเหตุทางการเมืองหลังจากจบการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี อาจส่งผลให้ SET Index ปรับตัวลงได้ โดยในที่นี้ทางฝ่ายจะใช้สถิติในสมัยของพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธเป็นหลัก เนื่องจากสมัยของคุณบรรหาร ศิลปะอาชา ระหว่างวันก่อนเริ่มอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีกับวันที่มีการยุบสภา มีระยะห่างที่ค่อนข้างสั้น และ SET Index ปรับตัวลงเพียง 0.23% จึงไม่ค่อยน่ากังวลมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับในสมัยของพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ที่มีระยะห่างค่อนข้างยาวกว่าจะถึงวันลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ SET Index ปรับตัวลงถึง 10.77% ทั้งนี้เมื่อพิจารณาในหมวดธุรกิจ (Sector) ที่ยังเหลือรอด คือ Performance เป็นบวกจะประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON), ยานยนต์ (AUTO) และธุรกิจการเกษตร (AGRI) ตามลำดับ
ทางฝ่ายจึงนำหมวดธุรกิจข้างต้น (หมายเหตุ ตัดยานยนต์ออกเนื่องจากภาพธุรกิจที่ยังไม่สดใสนัก) ไปคัดเลือกหุ้นที่มีคะแนนรวมในเชิง Quantitative จาก CoreSight ของ PhillipResearch มากกว่า 60 คะแนน (ณ วันที่ 24 มีนาคม 2568)