หุ้นวิชั่น – เหตุการณ์แผ่นดินไหวกระทบหุ้นอะไรบ้าง แน่นอนตามกระแสข่าว ผู้ได้รับความเดือนร้อนมากสุด คือประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาคารสูง โดยเฉพาะ คอนโดมิเนียม ดังนั้น หุ้นอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียม จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องได้รับผลกระทบ เพราะนั่นคือ ข้อเท็จจริง
ศูนย์กลางแผ่นดินไหวระดับ 8.2 จากประเทศพม่า ขยายผลการรับรู้เกือบทุกพื้นที่ทั่วถึงประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยเพราะการสั่นไหวรอบกินเวลาที่นานขึ้นนับเป็นนาที ทำให้ธุรกิจที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ เพราะใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว
ไม่ต่างอะไรกับพื้นที่ใน กทม. ด้วยฐานรากที่เป็นพื้นดินอ่อน จึงได้รับแรงสะเทือนได้อย่างชัดเจน ตึกสูง คอนโดระย้าฟ้า สั่นไหวโยกไปมา น้ำจากสระน้ำของตึกสูงไหลรากลงมาสู่พื้นดิน ดั่งน้ำตก เป็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองไทย
ภาพที่ได้เห็นที่แชร์ ในโลกออนไลน์ ตึกถล่ม ตึกมีรอยร้าว ในพื้นที่ กทม. ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า โครงสร้างอาคารในประเทศไทย ยังไม่ได้รองรับเหตุแผ่นดินไหวเท่าที่ควร ดังนั้น สิ่งที่หน่วยงานภาครัฐต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะอาคารที่สร้างก่อนปี 2550
หุ้นอสังหาริมทรัพย์ ที่มีรายได้จากธุรกิจคอนโดมิเนียม ย่อมได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้แน่นอน มาดูกันว่าเบื้องต้น มีหุ้นอะไรบ้าง
ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ของ บล.เอเซียพลัส ระบุว่า กลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่มี สต๊อกคอนโดมิเนียม สร้างเสร็จพร้อมโอนในอัตราที่สูง ประกอบด้วย 4 บริษัทได้แก่ SPALI ,ORI,AP, และANAN ทั้งหมดมีเกินระดับ 1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ กลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่มีแผนออกคอนโดมิเนียมใหม่ ในปี 2568 อาทิเช่น ORI,AP,SIRI,ASW,NOBLE,SPALI,PSH และ ANAN เป็นต้น
ล่าสุด บริษัท เอพี ไทยแลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP ในปี2567 พบว่า มีโครงการคอนโดมิเนียม ทั้งสิ้น 5 โครงการ มูลค่า 9,850 ล้านบาท อีกทั้งมีโครงการในมือมากกว่า 180 โครงการ และในปี 2568 มีแผนเปิดตัวโครงการมูลค่าราว 65,000 ล้านบาท
ส่วนหุ้นกลุ่มโรงแรมที่เป็นตึกสูง ด้วยเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย มีข่าวแพร่กระจายไปทั่วโลก ล่าสุดนายกสมาคมโรงแรมไทยมองว่า จะมีนักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพัก ประมาณ 8-10 % ของการจองทั้งหมด แต่เชื่อว่าเป็นผลกระทบระยะสั้น จากการตื่นตระหนกของนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคารที่พักแรม
กลับมาที่ตลาดหุ้นไทย บล. พาย วิเคราะห์ว่า ผลกระทบจากแผ่นดินไหวยังค่อนข้างจำกัดต่ออาคารสิ่งปลูกสร้างอย่างน้อยก็ยังไม่ได้เห็นอาคารสิ่งปลูกสร้างในกรุงเทพพังถลายลงมาก อาจมีบ้างเช่นสำนักการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แต่ส่วนที่เหลือยังค่อนข้างปกติ แต่คอนโดต่างๆเผชิญกับปัญหารอยแตกร้าวและเสียความเชื่อมั่นจากผู้อาศัย ซึ่งจะกระทบกับอุปสงค์ในอนาคต โดยเฉพาะหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่มีคอนโดเป็นสัดส่วนรายได้ที่เยอะ
จากข้อมูลพบว่ามูลค่าเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 18 ล้านล้านบาท โดยที่ตลาดอสังหามูลค่าอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านบาท ก็อาจพอคำนวนคร่าวๆได้ว่าคิดเป็น 6% ของ GDP หากพิจารณาในเบื้องต้นก็อาจสร้าง Downside ต่อเศรษฐกิจมิได้มากนัก
กลุ่มท่องเที่ยวก็มองเป็นจิตวิทยาเชิงลบและมีผลต่อเศรษฐกิจไทย ด้วยเดิมทีความน่าสนใจของประเทศไทยถูกลดเสน่ห์ลงไปบ้างสะท้อนผ่านการมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่น้อยลง YTD ขยายตัวเพียง 3% จากปีก่อน 15% และนักท่องเที่ยวจีนกลับเดินทางไปญี่ปุ่นมากกว่าระดับก่อน COVID-19 สวนทางกับไทยที่ยังต่ำกว่าช่วงก่อน COVID-19 เมื่อประกอบกับแผ่นดินไหว อาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอการมาท่องเที่ยวไทย อย่างไรก็ตามหากเหตุการณ์แผ่นดินไหวมิได้เกิดขึ้นอีก ก็เชื่อว่าจะกระทบกับการท่องเที่ยวระยะสั้น แต่การจะเติบโตข้างหน้าเป็นอีกปัจจัย
ดังนั้น การลงทุนกลุ่มได้ประโยชน์อาจมองไปที่ หุ้นค้าปลีกที่เกี่ยวข้องกับซ่อมแซมบ้าน (HMPRO GLOBAL DOHOME) ปูน (SCCC) รวมไปถึงกลุ่มที่ผลกระทบจำกัดอย่างโรงพยาบาล (BDMS) สื่อสาร (ADVANC- TRUE) และควรระมัดระวังในหุ้นอสังหา (ผลกระทบหนักสุด)
การลงทุน มีความเสี่ยง ผู้ลงทุน ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ ลงทุน
ข่าวหัวม่วง และทีมงานหุ้นวิชั่น