ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

วิเคราะห์หุ้นโรงกลั่น TOP มีสัญญาณยังไง?

           หุ้นวิชั่น- ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า จากข้อมูลของ Bloomberg แสดงให้เห็นว่า crack spread ของน้ำมันเตาที่มีกำมะถันสูง (HSFO) ในเอเชีย เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดมาที่ 0.8 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลในเดือนต.ค.67 จาก -6 เหรียญ สหรัฐฯ/บาร์เรลในเดือนก.ย. 67 และ -5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 3/67 เพราะมีปัจจัยหนุนจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ซึ่งตารางส่วนใหญ่อยู่ช่วงเดือนต.ค. รวมถึงอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากโรงกลั่นขนาดเล็กในจีน

           ขณะที่ข้อมูลของ S&P Platts ระบุว่า รัฐบาลจีนอาจปรับอัตราภาษีการบริโภคของน้ำมันเตาและบิทูเมน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระภาษีของโรงกลั่นขนาดเล็กและส่งผลให้โรงกลั่นเหล่านี้ เร่งเติมสต๊อก HSFO ก่อนจะมีการปรับอัตราภาษี จึงเชื่อว่า crack spread ของ HSFO อาจลดลงหลังสิ้นสุดฤดูปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในเดือนพ.ย.-ธ.ค.67 แต่น่าจะยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในงวด 9 เดือนแรกของปี 67 ที่ -6.6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

           ตามข้อมูลของ S&P Platts ภูมิภาคเอเชียมีความต้องการน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้น 330k บาร์เรล/วันในไตรมาส 4/67 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพราะมีอุปสงค์เพิ่มขึ้นจากจีน (ทั้งเที่ยวบินในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศ) และประเทศในกลุ่มอาเซียน เมื่อรวมกับอุปสงค์จากการเติมสต๊อกก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว crack spread ของน้ำมันอากาศยานในเอเชียจะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 13.0 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในเดือนต.ค.67 จาก 10.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในเดือนก.ย. 67

           ขณะเดียวกัน แนฟทาในเอเชียอยู่ที่ -2.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในเดือนต.ค.หรือดีขึ้นจาก -6.7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 3/67 เนื่องจาก Naphtha cracker มีอัตราการผลิตสูงขึ้นเมื่อกลับมาเปิดหลังหยุดซ่อมบำรุง

           นอกจากนี้ crack spread ของน้ำมันดีเซลในเอเชียยังเพิ่มขึ้นจาก 10.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในเดือนก.ย.67 เป็น 13.0 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในเดือนต.ค.หรือช่วงที่โรงกลั่นปิดซ่อมบำรุงมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เล็งเห็น downside risk จากอุปสงค์ที่เติบโตจำกัดในจีน หลังยอดขายรถบรรทุก LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) ในประเทศนี้พุ่งสูงขึ้น

           ขณะที่คาดว่า crack spread ของน้ำมันเบนซินในเอเชียจะทรงตัวที่ประมาณ 10-11 เหรียญสหรัฐ/ บาร์เรลในไตรมาส 4/67 ก่อนจะลดลงช่วงต้นปี 68 เมื่อหน่วย RFCC (residue catalytic cracking unit) ของ Dangote เริ่มผลิตน้ำมันเบนซิน

           ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า แรงหนุนจาก crack spread ของ HSFO และแนฟทาจะทำให้ค่าการกลั่นตลาด (GRM) ของ SPRC เพิ่มขึ้นจาก 3.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 3/67 เป็น 4.6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในเดือนต.ค.67 และแม้ว่า PTTGC และ BCP จะมีการผลิต HSFO และแนฟทาไม่มากนัก แต่เชื่อว่า GRM ของทั้งสองบริษัทอาจได้แรงหนุนจากน้ำมันเตาที่มีกำมะถันต่ำ (LSFO) เนื่องจากเชื้อเพลิงเรือเป็นที่ต้องการมากขึ้น (การขนส่ง สินค้าทางทะเลมีระยะทางไกลขึ้น จากปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ในตะวันออกกลาง) และโรงกลั่น Dangote มีการส่งออกลดลง นอกจากนี้ หากส่วนต่างระหว่างน้ำมันดีเซลและHSFO หดแคบลงต่อเนื่องถึงปี 68 โครงการพลังงานสะอาด (CFP) จะมีขาดทุนสุทธิถ้า TOP ตัดสินใจเปิด complex แห่งนี้

           ยังแนะนำ Neutral กลุ่มโรงกลั่น เพราะเชื่อว่าค่าการกลั่นตลาดจะอยู่ในระดับช่วงกลางวงจรที่ 5-6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี 68 ขณะที่มองว่า upside risk จะมาจากอุปสงค์ของน้ำมันดีเซลในตลาดโลก และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันที่สูงกว่าคาดและกำลังการผลิตที่เพิ่มเข้ามาในตลาด

แชร์:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ASW โชว์ยอดขาย Q1 ที่ 8,320 ลบ. แผ่นดินไหวไม่กระทบ โครงการภูเก็ตหนุน

ASW โชว์ยอดขาย Q1 ที่ 8,320 ลบ. แผ่นดินไหวไม่กระทบ โครงการภูเก็ตหนุน

DELTA-CCET อิเล็กฯ อ่วม โบรกฯ แนะเลี่ยงลงทุน

DELTA-CCET อิเล็กฯ อ่วม โบรกฯ แนะเลี่ยงลงทุน

WHA-AMATA กอดคอดิ่ง หวั่นลูกค้าชะลอซื้อที่ดิน รับทรัมป์ขึ้นภาษีโหด

WHA-AMATA กอดคอดิ่ง หวั่นลูกค้าชะลอซื้อที่ดิน รับทรัมป์ขึ้นภาษีโหด

SET เปิดเช้าไหลลง แห่เทขายลดเสี่ยง  รับ 1,100-1,130 จุด สะสมได้!

SET เปิดเช้าไหลลง แห่เทขายลดเสี่ยง รับ 1,100-1,130 จุด สะสมได้!

ข่าวล่าสุด

ทั้งหมด