ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

วิเคราะห์ชัดแยก Sector กระทบแผ่นดินไหวแค่ไหน?!

             หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ประเทศไทยเคยเกิดเหตุภัยพิบัติหนักๆ อยู่ 3 ครั้งใหญ่ ได้แก่ เหตุการณ์สึนามิ, น้ำท่วมใหญ่ และแผ่นดินไหวเชียงราย ซึ่งหากย้อนรอยเศรษฐกิจไทยในช่วงนั้น จะเห็นได้ว่า ทั้ง 3 เหตุการณ์ส่งผลลบให้เศรษฐกิจเสียหายราว 4.55 แสนล้านบาท, 1.4 ล้านล้านบาท และ 2.2 พันล้านบาท ตามลำดับ

             โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้ หอการค้าคาดว่าจะฉุดเศรษฐกิจไทยระยะสั้น ประเมินความเสียหายราว 3-5 พันล้านบาท กระทบ GDP ราว 0.025% อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าหากเหตุการณ์คลี่คลายลง เศรษฐกิจไทยก็พร้อมฟื้นตัวขึ้นทันที ดังรูปด้านล่าง

             ขณะที่หากพิจารณาในมุมตลาดหุ้นไทย (SET) จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ จะคล้ายคลึงกับการเกิดสึนามิปี 47 มากกว่าการเกิดอุทกภัยปี 54 เนื่องด้วยการเกิดอุทกภัยปี 54 ช่วงเวลาที่เกิดต่อเนื่องนานถึง 5 เดือน

             ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์สึนามิปี 47 SET ปรับตัวลงเพียง 3 วันแรกเท่านั้น และหลังจากนั้นจะทยอยฟื้นตัวขึ้นในช่วง 1-3 เดือน ตาม FLOW ต่างชาติที่ทยอยไหลเข้า ซึ่งต้องติดตามว่าการ PANIC SELL ครั้งนี้จะคล้ายกับเหตุการณ์ในอดีตหรือไม่ เนื่องด้วย VOLUME การซื้อขายขณะนี้เบาบางกว่าในอดีต

             ซึ่งหากพิจารณา VOLUME BAND ของ SET ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนกังวล TRADE TARIFF ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 2 เม.ย. 68 จึงทำให้ VOLUME ปัจจุบันอยู่ราว 2.2-3.0 หมื่นล้านบาท เท่านั้น ใกล้เคียงระดับลบ 1.5-2 SD

แผ่นดินไหวครั้งนี้ ส่งผลต่อแต่ละ SECTOR อย่างไรบ้าง

             แผ่นดินไหวใหญ่ครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อแต่ละ SECTOR มาก-น้อยเพียงใด หรือมี SECTOR ไหนได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้บ้าง มาดูกัน

กลุ่มอสังหาฯ (-)
เป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย นอกจากกระทบต่อภาพรวมคอนโดฯ, การดำเนินงาน 2Q68 ทรุดตัว (ทั้งผลกระทบวันหยุดยาวเดือน เม.ย. และดีมานด์ชะงัก) และเพิ่ม DOWNSIDE ต่อประมาณการกำไรปีนี้ ย่อมสร้างแรงกระแทกต่อหุ้นในกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น UNDERPERFORM ตลาดฯ จึงแนะนำลงทุนน้อยกว่าตลาดสำหรับกลุ่มฯ พร้อมหลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้จนกว่าจะเห็นสถานการณ์ดีขึ้น หรือความเชื่อมั่นเริ่มกลับมา

โดยจะเร็วช้าขึ้นอยู่กับหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างผู้ประกอบการ ซึ่งปัจจุบันทุกรายต่างเร่งแก้ปัญหา และ TAKE ACTION อย่างเร่งด่วน นอกจากเพื่อช่วยเหลือลูกบ้าน ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับโครงการ/แบรนด์สินค้า

เบื้องต้นประเมินผลกระทบไล่จากมากสุดมายังน้อยสุด คือ

    • กลุ่มพอร์ตหลักคอนโดฯ
    • กลุ่มผสม (แนวราบ/คอนโดฯ) ได้แก่ AP, SPALI, SIRI, SC และ PSH
    • กลุ่มพอร์ตหลักแนวราบ ได้แก่ LH, QH, LALIN

กลุ่มธนาคาร (-)
ในเชิงโครงสร้าง ฝ่ายวิจัยมีความเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยดูมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่โอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ภาวะแผ่นดินไหวส่งผลต่ออาคารสูง โดยเฉพาะคอนโด แม้อาคารส่วนใหญ่มีความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง แต่การเรียกความเชื่อมั่นของผู้อยู่อาศัยต้องใช้เวลา

ทำให้ต้องจับตามูลค่าหลักประกันกลุ่มคอนโด HIGH RISE ทั้งที่บันทึกเป็นสินเชื่อและ NPA ในระยะสั้นมีแนวโน้มนำไปสู่ระดับการตั้งสำรองสูงขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านมูลค่าหลักประกัน (ส่วนของ NPA อาจบันทึกใน OPEX)

โดย ธ.พ. ที่มีสัดส่วนสินเชื่อบ้าน 3 อันดับแรก ได้แก่

    1. SCB (32% ของสินเชื่อ)
    2. TTB (26% ของสินเชื่อ)
    3. KTB (19% ของสินเชื่อ)

ส่วนประเด็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของแต่ละธนาคาร อาทิ ลดค่างวด พักชำระเงินต้น และลดดอกเบี้ย เป็นมาตรการช่วยเหลือตามปกติช่วงเกิดภัยพิบัติ ดังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อน้ำท่วมปีก่อน โดย ธปท. ให้คงการจัดชั้นลูกหนี้ไว้เช่นเดิม ชะลอการไหลตกชั้น

กลุ่มท่องเที่ยว (-)
ภาพรวมอาคารโรงแรมให้บริการได้ตามปกติ แต่ยังต้องติดตามความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะถัดไป หลังปัจจุบันความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนยังสูง

ทำให้สถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย จากสมมติฐานปัจจุบันที่ทำไว้ 38.6 ล้านคน (+9% YOY) โดยผลกระทบจากกรณีที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยต่ำกว่าสมมติฐาน เรียงตามสัดส่วนรายได้ในไทย ดังนี้

    • AOT > ERW > CENTEL และ MINT (สัดส่วนโรงแรมไทยไม่เกิน 20% ของรายได้ สัดส่วนหลักๆ 50% ของรายได้มาจากโรงแรมใน EU และอีก 20% มาจากธุรกิจร้านอาหาร)

ในเชิงกลยุทธ์ หาก MINT ซึ่งได้รับผลกระทบต่ำสุด ย่อตัวตามการปรับพอร์ตของนักลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง ประเมินเป็นโอกาสสะสม

กลุ่มเครื่องดื่ม (-)
คาดว่าผู้ผลิตที่มีโรงงานในหรือการจัดจำหน่ายสินค้าในเมียนมา อย่าง OSP และ CBG แม้โรงงานของทั้ง 2 บริษัทไม่ได้รับความเสียหาย แต่อาจกระทบต่อยอดขายจากกำลังซื้อในเมียนมาที่ลดลง เนื่องจากมีพื้นที่ได้รับความเสียหายหลายจังหวัด

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (+)
บริษัทในกลุ่มฯ ที่ได้ประโยชน์คือผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างงานตกแต่ง ได้แก่ กระเบื้อง ผนัง และสี เช่น DCC, SCGD, DRT, TOA ขณะที่งานซ่อมแซมในเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้ปูนซีเมนต์มีไม่มาก

กลุ่มค้าปลีก/ค้าส่ง (+)
คาดว่ากลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าตกแต่ง ซ่อมแซมบ้าน ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะ HMPRO ขณะที่กลุ่มค้าส่ง คาดได้ประโยชน์จากการที่ผู้คนอาจหลีกเลี่ยงการไปจับจ่ายในห้างสรรพสินค้าที่เป็นอาคารสูง และหันไปซื้อในร้านค้าส่ง อย่าง CPAXT รวมทั้งร้านสะดวกซื้ออย่าง CPALL

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

STECON พุ่ง 15.32% เก็งเงินเคลมประกันฯ- Q1/68 ลุ้นพลิกกำไร

STECON พุ่ง 15.32% เก็งเงินเคลมประกันฯ- Q1/68 ลุ้นพลิกกำไร

12 หุ้นหลบภัยภาษีสหรัฐฯ ชูธุรกิจในไทย-ปันผลเด่น

12 หุ้นหลบภัยภาษีสหรัฐฯ ชูธุรกิจในไทย-ปันผลเด่น

ADVANC ยืนแกร่งท่ามกลางวิกฤต โบรกฯ มองรับผลกระทบศก.น้อย

ADVANC ยืนแกร่งท่ามกลางวิกฤต โบรกฯ มองรับผลกระทบศก.น้อย

ASW โชว์ยอดขาย Q1 ที่ 8,320 ลบ. แผ่นดินไหวไม่กระทบ โครงการภูเก็ตหนุน

ASW โชว์ยอดขาย Q1 ที่ 8,320 ลบ. แผ่นดินไหวไม่กระทบ โครงการภูเก็ตหนุน

ข่าวล่าสุด

ทั้งหมด