หุ้นวิชั่น- บทวิเคราะห์ บล. ดาโอระบุว่า มีรายงานว่าอิสราเอลและกลุ่มฮามาสได้บรรลุข้อสัญญาหยุดยิงระหว่างกันแล้วเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมากว่า 15 เดือน โดยการหยุดยิงจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยช่วงเริ่มต้น 6 สัปดาห์แรกจะรวมถึงการถอนกำลังทหารอิสราเอลออกจากฉนวนกาซาตอนกลางอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการกลับคืนถิ่นของชาวปาเลสไตน์ที่พลัดถิ่นไปยังฉนวนกาซาตอนเหนือ การปล่อยตัวประกันของทั้งสองฝ่าย และการส่งกลับคืนร่างผู้เสียชีวิตและการก่อสร้างฉนวนกาซ่าขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้ การดำเนินการตามข้อตกลงนี้จะได้รับการประกันโดยกาตาร์ อียิปต์ และสหรัฐอเมริกา (US) ในขณะเดียวกัน สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบคงคลังไม่รวมสำรองน้ำมันยุทธศาสตร์ (US crude inventories excluding SPR) ลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล (mmbbl) ในสัปดาห์ที่แล้ว เป็น 412.7 mmbbl มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.0 mmbbl ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน เม.ย.2022 โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์การส่งออกน้ำมันที่สูงขึ้น (ที่มา: Reuters, Bloomberg)
มีมุมมองเป็นกลางต่อข่าวดังกล่าวต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบต่อจากนี้จะได้แรงหนุนจากการคว่ำบาตร (sanction) การส่งออกน้ำมันของรัสเซียโดย US ซึ่งอาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกลดลงและทำให้ตลาดน้ำมันโลกตึงตัวมากขึ้น วานนี้ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent สูงขึ้น 2.6% เป็น USD82.0/bbl
ทั้งนี้ ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2025E ที่ USD73.0/bbl ลดลงจาก USD79.8/bbl ในปี 2024 และคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” ทั้งนี้
สำหรับภาพรวมระยะสั้นเชื่อว่ากลุ่มโรงกลั่นจะรายงานกำไรที่ฟื้นตัว QoQ ใน 4Q24E ตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) ที่ดีขึ้นและผลขาดทุนจากสต๊อกที่เป็นไปได้ที่ลดลง
โดยชอบ SPRC (ซื้อ/เป้า 8.50 บาท), และ BCP (ซื้อ/เป้า 40.00 บาท) ในขณะเดียวกัน มองว่า PTTEP (ซื้อ/เป้า 160.00 บาท) จะได้แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่สูงขึ้น